<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย. แจงกรณีปรับยาแก้แพ้ “ลอราทาดีน”ออกจากยาอันตรายหรือควบคุมพิเศษ เพราะต้องการให้ประชาชนเข้าถึงยา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28พ.ย.61- ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา &amp;nbsp;แถลงข่าวกรณีปรับสถานะยาแก้แพ้ &amp;ldquo;ลอราทาดีน&amp;rdquo; โดย นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า จากการที่ อย.ได้มีการปรับยา &amp;ldquo;ลอราทาดีน&amp;rdquo; ซึ่งเป็นยารักษาโรคภูมิแพ้ จากยาอันตรายเป็นยาที่ไม่ใช่ยาอันตรายหรือควบคุมพิเศษ และจะปรับเฉพาะขนาดบรรจุแผงละไม่เกิน 10 เม็ด กล่องละไม่เกิน 2 แผงเท่านั้น &amp;nbsp;เนื่องจากโรคภูมิแพ้เป็นโรคที่ในปัจจุบันพบได้มาก ซึ่งในต่างประเทศบางประเทศพบถึง 30 % ของประชากร ส่วนในประเทศไทยพบในช่วง 10-30 %ของประชากร ซึ่งโรคนี้การวินิจฉัยค่อนข้างง่าย มักจะเป็นตั้งแต่วัยเด็ก แต่ปัญหาคือการเข้าถึงยายังไม่ดีมากนัก หากไปรอรับยาที่ รพ. อาจต้องใช้เวลานาน ซึ่งยาลอราทาดีนในประเทศอื่นๆทั่วโลกส่วนใหญ่จะเป็นยาสามัญประจำบ้านสามารถซื้อในร้านขายยาทั่วไปได้ จึงได้มีการหยิบยกประเด็นของยาตัวนี้ขึ้นมาพิจารณาเรื่องการเข้าถึงยาในประชาชน รวมทั้งผลข้างเคียงที่อาจต้องระวัง พบว่าผลข้างเคียงน้อยมาก อาการรุนแรงแทบไม่มีเลย อาการง่วงนอนน้อยมาก แต่ข้อควรระวังที่พบน้อยมาก คือ ทำให้เกิดการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ ข้อควรระวังขนาดยาในคนที่เป็นโรคตับ เรื่องไต และในบางคนจะทำให้เจริญอาหารขึ้น &amp;nbsp;โดยอนุกรรมการพิจารณาประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญในโรคภูมิแพ้ ทั้งอาจารย์ประจำภาควิชา แพทย์ และเภสัชศาสตร์มาให้ความคิดเห็นและมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และนำเข้าสู่คณะกรรมการยาแล้วและอยู่ระหว่างส่งเรื่องให้รัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งคณะกรรมการฯก็มีคณะกรรมการกลั่นกรองในหลายๆ ด้าน รวมทั้งมีตัวแทนทางฝั่งประชาชน ตัวแทนผู้ประกอบการในทุกด้านมาพูดคุยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุรโชค กล่าวว่า ยาภูมิแพ้กลุ่มเดิมที่เราใช้กัน คือ คลอเฟนิรามีน ซึ่งยาตัวดังกล่าวจะเหมาะกับคนที่เป็นโรคหวัด แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดมาใช้ในโรคภูมิแพ้ ซึ่งมีผลข้างเคียงให้มีการง่วงนอนมาก ปากแห้ง คอแห้ง อาการภูมแพ้กลับจะรุนแรงมากขึ้น ส่วนยาที่มีการปรับ จะเหมาะกับโรคภูมิแพ้ ซึ่ง อย.ก็ได้มีการกำหนด ให้มีการเขียนข้อความว่ายานี้เหมาะกับคนที่เป็นภูมิแพ้ ไม่เหมาะกับคนที่เป็นน้ำมูกจากไข้หวัด &amp;nbsp;และทางเภสัชกรสามารถขายยาในผู้ป่วยที่มาซื้อยา หรือกลุ่มที่เดิมจะต้องไปในโรงพยาบาล และกลุ่มที่ใช้ยาไม่ตรงกับโรคก็จะสามารถมาซื้อในร้านขายยาได้ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเพื่อให้การเข้าถึงยาของประชาชนจะได้ถูกต้องในขณะเดียวกันก็ต้องมีการเฝ้าระวังเรื่องความปลอดภัย อย.ก็มีหน่วยงานที่เฝ้าระวังโรคที่เกิดความแทรกซ้อนจากยา ซึ่งก็ได้มีการกำหนดหลังจากที่ยาเปลี่ยนสถานะว่าจะต้องมารายงานคณะกรรมการยาในทุก 6เดือน และ12 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนี้รวมถึงร้าน ขย.2 ด้วย มีความห่วงกังวลว่าอาจไม่มีเภสัชกรมาแนะนำการใช้ยานพ.สุรโชค กล่าวว่า นอกจากการปรับสถานะแล้ว เรามีเอกสารกำกับยาสำหรับประชาชนในทุกกล่องยาซึ่งจะมีข้อความแนะนำว่ายานี้เป็นยาอะไร มีผลข้างเคียงอะไร และข้อควรระวังอย่างไรบ้าง แต่ทั้งนี้เรามีความคาดหวังว่าประชาชนจะมีความเข้าใจในยาตัวนี้มากขึ้น และไปซื้อในร้านที่มีเภสัชอยู่ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามการปรับสถานะเราสามารถสื่อไปทางสื่อต่างๆ หากอยู่ในกลุ่มยาอันตรายเราจะไม่สามารถสื่อได้ แต่ในการออกสื่อ ก่อนจะออกทุกบริษัทต้องมาขออนุญาต อย.ก่อน เพื่อมาดูข้อความเหมาะกับที่กำหนดไว้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากต้องการให้ประชาชนเข้าถึง ทำไมถึงปรับเฉพาะขนาดบรรจุแผงละไม่เกิน 10 เม็ด กล่องละไม่เกิน 2 แผงเท่านั้น &amp;nbsp;นพ.สุรโชค กล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่ายานี้กินได้แค่ 10-20 เม็ด สามารถกินต่อไปได้เรื่อยๆ แต่หากกินยาแล้วคนไข้ที่มีการเข้าใจโรคอาการดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ แต่ยานี้จริงๆในรายที่เป็นเรื้อรังจะต้องกินต่อกันเป็นเดือนๆ ดังนั้นหากมีอาการดีขึ้นก็จะกลับมาซื้อต่อ หากไม่ดีขึ้นผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าก็จะได้เปลี่ยนหรือไปหาหมอ ไม่ต้องรอให้ยาหมดก่อนเช่นกรณีที่ซื้อไปทีละมากๆ ดังนั้นเราจึงคิดว่า ขายทีละ 10-20 เม็ดก็น่าจะพอ .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22987</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์, ปรับยาแก้แพ้ “ลอราทาดีน”ออกจากยาอันตราย, อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180818/image_mid_5b77ad1c378ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
