<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สทนช.หวังคุมผลกระทบพื้นที่ท้ายน้ำปรับเกณฑ์การบริหารจัดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย. 2562 นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งล่าสุด ได้มีมติปรับเกณฑ์การบริหารจัดการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาทใหม่ ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง แบ่งเป็น 4 กรณี คือ 1.กรณีระบายน้ำในปริมาณน้อยว่า 700 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ซึ่งจะไม่เกินความจุของลำน้ำและไม่กระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำได้ตามปกติ โดยไม่ต้องขออนุญาตหรือรายงานใดๆ

2.กรณีการระบายน้ำตั้งแต่ 700&amp;ndash;1,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งจะก่อให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ท้ายน้ำหรือเหนือน้ำ จะต้องรายงานต่อคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รับทราบภายใน 3 วัน

3.กรณีที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำตั้งแต่ 1,500&amp;ndash;2,000 ลบ.ม.ต่อวินาที จะต้องขออนุญาตต่อคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ล่วงหน้า 3 วัน เพื่อพิจารณาเห็นชอบ พร้อมทั้งให้ทำรายงานให้รับทราบอีกด้วย แต่ถ้าหากเป็นกรณีฉุกเฉินให้ขออนุญาตประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ พิจารณาโดยตรง และให้รายงานต่อ กนช. โดยเร่งด่วน และ

4. กรณีที่จำเป็นจะต้องระบายน้ำมากกว่า 2,000 ลบ.ม.ต่อวินาทีกรมชลประทานจะต้องขอนุญาตต่อ กนช. ซึ่งมี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ล่วงหน้า 3 วัน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ แต่ถ้าหากเป็นกรณีฉุกเฉิน ให้ขออนุญาตประธาน กนช. พิจารณาโดยตรง และให้รายงานต่อ กนช. โดยเร่งด่วน

&amp;ldquo;ในการระบายน้ำตั้งแต่ 700-2,000 ลบ.ม.ต่อวินาที จะมีพื้นที่ท้ายน้ำได้รับผลกระทบเกิดภาวะน้ำท่วม ได้แก่ คลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ต.หัวเวียง อ.เสนานิคม และ ต.หัวเวียง ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา และหากระบายน้ำตั้งแต่ 2,000-2,200 ลบ.ม.ต่อวินาที จะมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น ได้แก่ วัดสิงห์ อ.อินทร์บุรี อ.เมือง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี และวัดไชไย อ.ไชโย จ.อ่างทอง ถ้าระบายตั้งแต่ 2,200-2,400 ลบ.ม.ต่อวินาที มีพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น ได้แก่ ต.โพนางคำ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท วัดเสือข้าม อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง และถ้าระบายมากกว่า 2,400 ลบ.ม.ต่อวินาที มีพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น คือ บ้านท่าทราย อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ต.อินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี และ ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง ทั้งนี้ ในเร็วๆ นี้สทนช.ได้กำหนดให้มีการประชุมคณะอนุกรรมการด้านเทคนิคและวิชาการภายใต้คำสั่ง กนช.ที่ 4/2562 เพื่อหารือการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนร่วมกับหน่วยงานในเกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดผลในทางเป็นปฏิบัติด้วย&amp;rdquo;นายสมเกียรติ กล่าว

นายสมเกียรติกล่าวว่า​ สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยาในปัจจุบัน มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง จากการเฝ้าระวัง พบว่า มีฝนตกหนักในบางพื้นที่ แต่ไม่น่าเป็นห่วงเนื่องจาก 4 เขื่อนหลักของลุ่มเจ้าพระยา คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp; เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนฯ&amp;nbsp; และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก รวมทั้งแก้มลิงธรรมชาติที่เตรียมไว้รองน้ำปริมาณน้ำฝนที่ตกท้ายเขื่อน ยังมีน้ำไหลเข้าไม่มากในภาพรวมยังอยู่ในสถานการณ์ปกติ การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาขณะนี้ยังไม่เกิน.500 ลบ.ม./วินาที

นอกจากนี้ กรมชลประทานได้มีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการมายัง สทนช.ถึงการปรับเกณฑ์การระบายน้ำจาก 3 เขื่อนหลัก ได้แก่&amp;nbsp; เขื่อนสิริกิติ์ ปรับเพิ่มการระบายช่วงวันที่ 16 -22 ก.ย.62 จากวันละ 3 ล้าน ลบ.ม. เป็น 4.5 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปรับเพิ่มการระบายช่วงวันที่ 18 -22 ก.ย.62 จากเฉลี่ยวันละ 0.43 ล้าน ลบ.ม. เป็น 1.29 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนป่าสักฯ ปรับเพิ่มการระบายช่วงวันที่ 16 -22 ก.ย.62 จากวันละ 0.23 ล้าน ลบ.ม. เป็น 0.86 ล้าน ลบ.ม.เพื่อสนับสนุนน้ำอุปโภค-บริโภค และระบบนิเวศให้แก่พื้นที่ท้ายน้ำ โดย สทนช.ได้เน้นย้ำการระบายน้ำจะต้องคำนึงถึงฝนที่ตกในพื้นที่ด้านท้ายประกอบด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46329</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับลดการระบายน้ำ, เขื่อนเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6db8d4f26f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เขื่อนเจ้าพระยาปรับลดระบายน้ำ บรรเทาผลกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำตอนล่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากปริมาณน้ำเหนือมีแนวโน้มลดลง กรมชลประทานได้ปรับลดน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน เพื่อลดผลกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำตอนล่าง โดยวันนี้แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านอำเภอเมืองชัยนาท มีปริมาณ 1,011 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวาน 69 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลงจาก&amp;nbsp;8 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 16.38 เมตร (รทก.) กรมชลประทานจึงได้ปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงจาก 820 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 771 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ที่อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ระดับน้ำลดลงจากเมื่อวาน 22 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 10.26 เมตร (รทก.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การส่งน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งตะวันออก ผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก ได้ลดการระบายน้ำลงจาก 140 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ จ.ลพบุรี และสระบุรี ส่วนการส่งน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งตะวันตก ผ่านประตูระบายน้ำพลเทพ เข้าแม่น้ำท่าจีน ได้ลดการระบายน้ำลง จาก 140 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับพื้นที่ลุ่มต่ำใน จ.สุพรรณบุรี จ.นครปฐม และพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำน้อย บริเวณ อ.เสนา และ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ บริเวณแม่น้ำท่าจีนในเขต จ.สุพรรณบุรี อ.สองพี่น้อง 12 เครื่อง, จ.นครปฐม อ.บางเลน 16 เครื่อง อ.นครชัยศรี 31 เครื่อง และ อ.สามพราน จำนวน 22 เครื่อง รวมทั้งสิ้น 81 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำท่าจีนให้ไหลลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ได้บูรณาการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานทหาร และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ในการเข้าไปช่วยเหลือและประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่ประกอบกิจการหรืออาศัยอยู่บริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีน ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16941</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, ชัยนาท, น้ำเหนือ, ปรับลดการระบายน้ำ, พื้นที่ลุ่มต่ำตอนล่าง, ระดับน้ำท้ายเขื่อน, ระดับน้ำเหนือเขื่อน, ระดับแม่น้ำเจ้าพระยา, สถานการณ์น้ำ, เขื่อนเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b9087a5ec7ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
