<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คมนาคมสั่ง กพท. ทบทวนวิธีคิดค่าตั๋วเครื่องบินใหม่ให้เป็นสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.64-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) วันนี้ (11 มี.ค. 2564) ว่า ที่ประชุม กบร.ได้มอบหมายให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ไปพิจารณาศึกษาการคิดอัตราค่าโดยสารเครื่องบิน ให้เป็นไปตามหลักสากล โดยการคำนวณจากระยะทาง และน้ำหนัก เป็นตัวกำหนดอัตราค่าโดยสาร เนื่องจากในปัจจุบันได้คำนวณจากเวลา มาเป็นตัวกำหนดราคาค่าโดยสาร เช่น การจองล่วงหน้า จะได้ราคาถูก ซึ่งต่างจากการจองตั๋วรถไฟ รถทัวร์ รถไฟฟ้าที่คิดตามระยะทาง และกำหนดราคาค่าโดยสารจากชั้นโดยสารที่ให้บริการ เป็นต้น โดยมองว่า เรื่องดังกล่าว ยังไม่ตอบโจทย์ และไม่ใช้หลักสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ให้ไปพิจารณาเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในโลก ที่คำนวณค่าโดยสารจากระยะทาง และน้ำหนัก หรือพิจารณาว่า ค่าโดยสารที่คำนวณในปัจจุบัน บวกกับปัจจัยอื่นๆ (Factor) มีอะไรบ้าง รวมถึงราคาดังกล่าว เป็นที่ยอมรับได้จริงหรือไม่ เพื่อจะนำมาใช้ในการคิดราคาค่าโดยสารให้เป็นไปตามมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวนั้น กพท. ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลสายการบิน จะต้องมีการพิจารณาให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการสายการบิน และประชาชน โดยให้กรอบระยะเวลาในการพิจาณาศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ก่อนนำมาเสนอในที่ประชุม กบร. ในครั้งต่อไป เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม และสอดรับกับแนวทางของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า การเดินทางจะกลับมาภายในไตรมาส 4 ของปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ยังได้สั่งการให้ กพท.ไปพิจารณาการบริหารจัดการเวลาการบิน (Slot) ของสายการบิน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่จะต้องมีความชัดเจน โดยให้บูรณาการร่วมกับสายการบิน และต้องมีกติกากำหนดไว้ อาทิ สายการบินที่จะเข้ามาใช้ไม่เต็มตารางเที่ยวบิน สามารถขอคืนได้หรือไม่ หรือมีเหตุผลอะไร รวมทั้งจะจะได้นำไปบริหารจัดตารางเที่ยวบินให้สายการบินอื่นใช้ต่อไป เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติสูงสุด เพื่อสนับสนุนด้านการขนส่งทางอากาศ และการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นภาคอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้มากที่สุดของประเทศ หรือประมาณ 80%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุม กบร. ได้สั่งการ กพท. ไปศึกษาและทบทวนแบบจำลองการจัดกลุ่มตามระดับสุขภาพทางการเงินของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการการบินทลเรือน เพื่อให้มีแบบจำลองที่เหมาะสมที่สุดกับบริบทของประเทศไทย และไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างในช่วงที่ผ่านมา กล่าวคือ เมื่อสายการบินไม่มีความพร้อมในการดำเนินการ อาจจะทำให้ต้องปิดกิจการไป โดยการตรวจสถานะสายการบินนั้น อาจจะต้องมีการรายงานสถานะทุก 15 วัน ทั้งนี้ กพท. ได้ไปว่าจ้างสถาบันการศึกษา เพื่อศึกษาแบบจำลองดังกล่าว และจะมีการนำมาใช้ในประเทศไทยในช่วง มิ.ย. 2564 จากนั้น จะมีการประชุมร่วมกับสายการบินต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กบร. ยังได้มีมติรับทราบผลการรวบรวมข้อมูลผลการประกอบกิจการประจำปี 2562 และการจัดกลุ่มตามระดับสุขภาพทางการเงินของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการการบินพลเรือนประเภทการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์แบบประจำ (สายการบินของไทยซึ่งขนส่งผู้โดยสาร) โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ 1.ระดับอันตราย จำนวน 8 บริษัท 2.ระดับเฝ้าระวัง จำนาน 3 บริษัท และ 3.ระดับปลอดภัย (ไม่มี) รวมถึงเห็นชอบแนวทางในการกำกับผู้ได้รับโบอนุญาตฯ ในแต่ละกลุ่มได้แก่ กรณีที่อยู่ในระดับอันตราย โดย กพท. จะเชิญผู้ได้รับใบอนุญาตฯ เข้ามาขี้แจงรายละเอียดและทำแผนฟื้นฟูธุรกิจภายใน มี.ค. 2564 เพื่อประเมินสถานะทางการเงินว่าจะสามารถอยู่รอดได้หรือไม่ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ยังได้มอบหมายให้ กพท. จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับภาคอุตสาหกรรมการบิน (Industry Conference) และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ต่างๆ เพื่อเป็นการบูรณาการการทำงานด้านการบินพลเรือนทุกภาคส่วนให้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น รวมถึงให้ กพท. ไปพิจารณาเพื่อสร้างความเข้มแข็งของ กพท. ในเรื่องของงบประมาณ เนื่องจากกฎหมายได้เปิดให้ กพท. มีรายได้จากอำนาจหน้าที่ได้ เช่น การตรวจท่าอากาศยาน เป็นต้น แต่ในขณะนี้ ผู้ที่ดำเนินการ คือ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการจราจรทางอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ได้เร่งรัดดำเนินการงานที่ยังคงค้างเป็นจำนวนมากให้แล้วเสร็จ โดยได้ให้คณะอนุกรรมการแต่ละชุดที่ได้แต่งตั้งขึ้น ไปพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ เพื่อที่ขับเคลื่อนตามแผนงาน โดยเฉพาะเรื่องสำคัญการตรวจสนามบินที่ 100 กว่าแห่ง ของทั้งสาธารณะและเอกชน ที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างถูกต้อง เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องบุคลากรของ กพท. ไม่เพียงพอ ซึ่งได้มีการมอบนโยบายว่า ให้พิจารณาตามกฎระเบียบขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ที่อนุญาตให้ใช้หน่วยงานหรือบุคลากรภายนอกในการดำเนินการได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อวางยุทธ์ศาสตร์การบินให้เกิดผลประโยชน์กับประเทศให้มากที่สุด เพราะไทยตั้งเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางการบินของอาเซียน อย่างไรก็ตาม ได้มีการแต่งตั้งนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานอนุกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95810</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.), ปรับวิธีคิดค่าตั๋วเครื่องบิน, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604acc8e050e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
