<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2019 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2019 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯกพฐ.เผย&#039;ณัฏฐพล&#039;รุกเดินหน้า 4 นโยบาย สร้างการเปลี่ยนแปลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.62- นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้นำเรื่องที่เป็นนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) รายงานให้แก่ที่ประชุมรับทราบ ใน 4 เรื่อง คือ 1.โรงเรียนนิติบุคคล ซึ่งที่ประชุมได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อพิจารณาแนวทางการให้โรงเรียนมีอำนาจในการบริหารจัดการตนเองได้อย่างเข็มแข็ง สามารถทำงานได้ โดยเฉพาะ 4 เรื่อง คือ งบประมาณ วิชาการ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ซึ่งต้องมีวิธีการปฏิบัติที่ชัดเจนจากคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลาการทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ให้โรงเรียนด้วย ตลอดจนประสานกับสำนักงบประมาณว่าจะจัดสรรงบประมาณเป็นเงินก้อนให่แก่สถานศึกษาได้หรือไม่ ซึ่งหากทำได้จะเป็นการนำเสนอของบฯปี 2564 ทั้งนี้คาดว่าภายใน 3 เดือนจากนี้น่าจะข้อสรุป &amp;nbsp;2.การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ซึ่งในปีการศึกษา 2563 สพฐ.ได้กระจายอำนาจเรื่องการรับนักเรียนไปให้คณะกรรมการรับนักเรียนระดับจังหวัดดูแล ถ้าโรงเรียนไหนมีความพร้อมก็สามารถขอเสนอเปิดห้องเรียนสองภาษามาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำนาจ กล่าวต่อว่า 3.การปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเน้นที่สมรรถนะของผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้พัฒนาตามศักยภาพของตนเอง โดยขณะนี้ได้ตั้งคณะอนุกรรมการวิเคราะห์พัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน &amp;nbsp;ซึ่งจะทำการพัฒนาเชิงการวิจัยและพัฒนา ควบคู่ไปกับการพัฒนาการประเมินผล &amp;nbsp;สนับสนุนดิจิทัล สื่อ วัสดุอุปกรณ์ การสร้างความรับรู้กับชุมชน &amp;nbsp;โดยนำร่องใช้หลักสูตรใหม่กับโรงเรียนที่ร่วมกิจกรรมในปีการศึกษา 2563 สำหรับปีการศึกษา 2564 จะเปิดให้โรงเรียนมีความพร้อมสมัครเข้ามาใช้หลักสูตรใหม่ คาดว่าในปีการศึกษา 2565 จะนำไปใช้กับทุกโรงเรียนได้ ไม่เฉพาะโรงเรียนในสังกัด สพฐ. &amp;nbsp;และสุดท้าย 4.การปฏิรูปการศึกษา ซึ่ง สพฐ. ได้เน้นย้ำเรื่องการปฏิรูปในห้องเรียน ให้ครูมีนวัตกรรมของตนเอง และอยู่ห้องเรียนกับเด็กไม่ต่ำกว่า 200 วันต่อปีการศึกษา. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50354</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับหลักสูตร, อำนาจ วิชยานุวัติ, เลขาฯกพฐ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dce73edde2d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2026 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2018 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปรับหลักสูตรป.1-2&#039;ละเว้น&#039;วิชาการเริ่มเรียนสาระ8กลุ่มชั้นป.3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ม.ค. 61-&amp;quot;หมอจรัส&amp;quot;เผยร่างพ.ร.บ.ปฐมวัยใหม่ &amp;nbsp;เขียนครอบคลุมถึงเด็ก 8ขวบ เป็นไปตามหลักสากล และพัฒนาตรงจุด &amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาในร่างฯ กำหนดปรับหลักสูตรเด็กชั้น ป.1-2 ใหม่ &amp;nbsp;ไม่เร่งให้เรียน 8กลุ่มสาระวิชาเหมือนปัจจุบัน &amp;nbsp;แต่เน้นพัฒนาสมรรถนะทักษะชีวิต การช่วยเหลือตัวเอง คุณธรรมจริยธรรม และอารมณ์ &amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมการอ่านออกเขียนได้ ก่อนเรียนเนื้อหาจริงในชั้นป. 3 &amp;nbsp;&amp;quot;อาจารย์ดารณี &amp;quot; ชี้เด็กจะได้ไม่ต้องคร่ำเคร่งเรียนเขียนอ่านตั้งแต่ชั้นอนุบาล เป็นวิธีพัฒนาตามวัย&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ตามที่คณะอนุกรรมการเด็กเล็ก ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การปฐมวัยแห่งชาติ พ.ศ.... ให้ที่ประชุมคณะกรรมการอิสระฯ พิจารณานั้น ภายในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว มาตรา 3 ไก้กำหนดความหมายของเด็กปฐมวัย ว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 8 ปี บริบูรณ์และให้หมายความถึงทารกในครรภ์มารดาตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงก่อนคลอดด้วย โดยสาเหตุที่ต้องกำหนดให้ครอบคลุมถึง 8 ปี&amp;nbsp;


แทงสล็อต เป็นการยึดตามหลักสากลที่ใช้กันทั่วโลก และยูเนสโกเองก็ได้มีการกำหนดช่วงอายุของเด็กปฐมวัย ที่ครอบคลุมถึง 8 ปีด้วย ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในระบบการศึกษาของไทย ทำให้เกิดความซับซ้อนกับระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจากเด็กอายุ 3-5 ปี จะอยู่ในระดับอนุบาล และส่วนเด็กอายุ 6-8 ปี ก็อยู่ในระดับประถมศึกษา ดังนั้นในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ในมาตรา 8 จึงกำหนดระบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยแบ่งออกเป็น 4 ช่วง คือ 1.การพัฒนาทารกในครรภ์มารดา 2.การพัฒนาเด็กวัยแรกเกิด ถึงก่อน 3 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเรียกว่า เด็กวัยเด็กเล็ก 3.การพัฒนาเด็กวัย 3 ปีบริบูรณ์ ถึงก่อน 6 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเรียกว่า เด็กก่อนวัยเรียน และ 4.การพัฒนาเด็กวัย 6 ปีบริบูรณ์ ถึงก่อน 8 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเรียกว่าเด็กวัยช่วงรอยต่อระหว่างวัยอนุบาลกับวัยประถมศึกษา (ตอนต้น) ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การแบ่งเป็น 4 ส่วนย่อย เพราะแต่ละส่วนมีลักษณะพิเศษอยู่ ไม่ใช่บอกว่าตั้งแต่ แรกเกิดจนถึง 8 ปี เป็นเด็กปฐมวัยทั้งหมด เพราะเวลาที่เรากำหนดเป็นส่วน จะทำให้เห็นภาพ และสามารถพัฒนาได้อย่างตรงจุด เช่น เวลาเรามองเด็กในระดับประถมศึกษา ก็จะมองแค่เรื่องการศึกษาเท่านั้น ทั้งที่ยังมีด้านอื่นๆ ที่เด็กจะต้องได้รับการพัฒนาควบคู่ อย่าง สุขภาพ ความคิดความอ่าน และอารมณ์ ไม่ใช่แค่เรื่องการศึกษาเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อสรุป หากมีผู้ที่สนใจจะอภิปรายหรือตั้งข้อสังเกตในประเด็นต่างๆ ก็สามารถเสนอมายังคณะกรรมการอิสระได้&amp;rdquo;ประธานคณะกรรมการอิสระฯ กล่าว&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวดารณี อุทัยรัตนกิจ กรรมการคณะอนุกรรมการเด็กเล็ก ของคณะกรรมการอิสระฯ กล่าวว่า ในการยกร่างพ.ร.บ.การปฐมวัยแห่งชาติฯ ได้กำหนดอายุของเด็กปฐมวัย ให้ครอบคลุมถึง 8 ปีบริบูรณ์ เพื่อที่จะให้ทุกคนตระหนักว่า เด็กในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2 ยังอยู่ในช่วงของเด็กปฐมวัย เพราะฉะนั้นในการจัดการเรียนการสอน คณะอนุกก.ฯ เด็กเล็ก จึงได้เสนอให้มีการเปลี่ยนหลักสูตร ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 ใหม่ จากเดิมที่เรียน 8 กลุ่มสาระ ส่งผลให้เกิดปัญหาอย่างมาก จึงให้เปลี่ยนเป็นการกำหนดลงในร่างพ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว ว่า แต่ละภาคส่วนจะต้องรวมกันจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้แก่เด็ก โดยเฉพาะการจัดระบบความคิดของคนในสังคม เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย ที่ต้องไม่มีการให้เร่งเรียนมากเกินไป จนทำให้เด็กรู้สึกไม่อยากเรียน และจากการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็ได้มีการรับทราบถึงปัญหาในจุดนี้มาโดยตลอด&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น ดังนั้นเมื่อร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว มีการประกาศใช้ &amp;nbsp;ก็จะทำให้เด็กในกลุ่มนี้ จะได้รับการปรับหลักสูตรที่เน้นฐานสมรรถนะ คือ สอนพื้นฐานด้านสมรรถนะที่ต่อเนื่องจากชั้นอนุบาล เน้นพัฒนาทักษะชีวิต การช่วยเหลือตัวเอง พัฒนาคุณธรรมจริยธรรม อารมณ์ และเตรียมความพร้อมเรื่องการอ่านออกเขียนได้ให้เด็ก เช่น สอนคณิตศาสตร์เกี่ยวกับพื้นฐานความคิด หรือสอนภาษาไทยให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อจะเข้าสู่การเรียนการสอนในส่วนของเนื้อหาในระดับประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นต้นไป นอกจากนี้หากมีการปรับหลักสูตรในลักษณะดังกล่าวก็จะส่งผลให้ การเรียนการสอนในระดับชั้นอนุบาล ไม่ต้องมาเน้นเรื่องอ่าน เขียน ให้เด็กได้เรียนรู้ตามพัฒนาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ทุกฝ่ายเห็นด้วยที่จะต้องมีการปรับหลักสูตรในระดับประถมศึกษาตอนต้น โดยคำนึงถึงว่าเด็กกลุ่มนี้ยังอยู่ในช่วงปฐมวัย แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาเรียนอนุบาล เด็กกลุ่มนี้ก็ยังเลื่อนชั้นไปเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1และ2 เหมือนปกติ รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ก็ยังคงได้รับตามเดิม เช่น การสนับสนุนตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี ของรัฐบาล เป็นต้น&amp;ldquo;กรรมการคณะอนุกรรมการเด็กเล็ก กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2407</URL_LINK>
                <HASHTAG>การศึกษา, นพ.จรัส สุวรรณเวลา, ปรับหลักสูตร, ร่างพ.ร.บ.ปฐมวัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180109/5a54c80dc2484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
