<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปรับแนวทางประเมินราชการ รองรับสถานการณ์โควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังแพร่ระบาดหนัก ซึ่งล่าสุดที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มี &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมได้ขยายล็อกดาวน์ต่อไปอีก 14 วัน พร้อมเพิ่มพื้นที่สีแดงเข้มเป็น 29 จังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มาตรการต่างๆ เข้มข้นต่อเนื่อง ยังคงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนเวิร์กฟรอมโฮม 100% เพื่อลดการเคลื่อนย้าย และจากมาตรการเวิร์กฟรอมโฮมซึ่งเป็นแนวทางการทำงานที่สำคัญในช่วงนี้ ทำให้ภาครัฐต้องวางแนวทางการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุดก็ได้มีมติเห็นชอบเรื่องการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 และประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การประเมินส่วนราชการฯ เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของส่วนราชการและจังหวัด ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการและจังหวัดในภาวะวิกฤติมีการติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประเมินผลกระทบ จึงได้กำหนดให้มีการติดตามผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดของส่วนราชการและจังหวัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยให้ส่วนราชการและจังหวัดรายงานผลการดำเนินงานต่อสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อใช้ในการติดตาม แต่จะไม่นำผลไปจัดประเภทตามเกณฑ์การประเมินในระดับคุณภาพ ระดับมาตรฐาน และระดับต้องปรับปรุง ให้ส่วนราชการและจังหวัดถอดบทเรียนการบริหารจัดการผลกระทบและการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานในการปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง และให้สำนักงาน ก.พ.ร.สรุปบทเรียนการบริหารจัดการผลกระทบในภาพรวมของส่วนราชการและจังหวัด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารงานและการให้บริการประชาชน และมีประสิทธิภาพหากเกิดภาวะวิกฤติในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรอบและแนวทางการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 จะมุ่งเน้นให้กระทรวงมีบทบาทหลักในการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของกระทรวงและส่วนราชการในสังกัดกระทรวง ซึ่งพิจารณาจากประเด็นสำคัญในการบูรณาการและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ และแผนระดับชาติอื่นๆ มากำหนดเป็นตัวชี้วัดระดับกระทรวงและถ่ายทอดลงสู่ระดับกรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยส่วนราชการและจังหวัด สำหรับส่วนราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้นำแนวทางการประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในสังกัดฝ่ายบริหารไปประยุกต์ใช้ และส่งผลการประเมินให้สำนักงาน ก.พ.ร.เพื่อรายงานต่อนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลไกในการประเมินในส่วนราชการจะแบ่งเป็น 2 ระดับคือ 1.ระดับคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ (อ.ก.พ.ร.) เกี่ยวกับการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 2.ระดับคณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการที่แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ส่วนราชการระดับกระทรวง 18 กระทรวง ให้มีคณะกรรมการฯ ในกระทรวงที่แต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มีหน้าที่กำกับ ติดตาม และส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีและส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกฯ กระทรวงหรือทบวง รวม 21 หน่วยงาน ให้มีคณะกรรมการฯ แต่งตั้งโดยรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่กำกับส่วนราชการ มีหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการฯ ในระดับกระทรวง ขณะที่ในส่วนจังหวัดใช้กลไกการประเมินผ่านคณะทำงานของจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรอบระยะเวลาการประเมินตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 กันยายนของทุกปี หรือปีละ 1 ครั้ง โดยรายงานผลการดำเนินงานผ่านระบบการรายงานผลการประเมินส่วนราชการ และหากส่วนราชการมีผลการดำเนินงานรอบ 3 เดือน 6 เดือน และ 9 เดือน สามารถรายงานผ่านระบบดังกล่าวได้ ส่วนผู้ประเมิน ได้แก่ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการ และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การประเมินผลการดำเนินงานในช่วงวิกฤตินี้ นอกจากจะช่วยปรับปรุงการทำงานภาครัฐให้ดีขึ้นแล้ว ยังจะเป็นการวางแนวทางการดำเนินงานในอนาคต ที่คาดว่าสถานการณ์โควิด-19 จะยังอยู่กับเราไปอีกนาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111998</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ปรับแนวทางประเมินราชการ รองรับสถานการณ์โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107f4ab10393.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
