<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกชาวบ้านสู้ไฟใต้ ‘บิ๊กตู่’ประณามป่าเถื่อนยิงถล่มชรบ.ยะลาดับ15ศพเจ็บ5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; พระราชทานดอกไม้และตะกร้าสิ่งของแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุคนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ. จ.ยะลา ช่วงกลางดึกจนมีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 คน หน่วยข่าวคาดฝีมือ &amp;quot;ฮูไบดีละห์&amp;quot; แกนนำปฏิบัติการในพื้นที่ &amp;quot;มทภ.4&amp;quot; สั่งปรับแผนใหม่ใช้แบบจรยุทธ์ ปลุก ปชช.ในพื้นที่ร่วมกันสู้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; กำชับดูแลครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมประณามป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรม &amp;quot;หน่อย&amp;quot; โผล่ซัดรัฐบาลใช้งบมากแต่แก้ปัญหาไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 พ.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 ราย ได้แก่ นายมะรอรี มะแซ, นางสายัน ปานทอง, นายเนาวรัตน์ รัตนเสถียร, นายณรงค์ฤทธิ์ สิทธิพันธ์ และนายอาหาหมัด รัตนกตัญญู จากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน บ้านทุ่งสะเดา และจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน บ้านทางลุ่ม หมู่ที่ 5 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2562 และผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลศูนย์ยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เหตุคนร้ายยิงถล่มป้อมจุดตรวจ ชรบ.หมู่ 4 ต.ลำพะยา อ.เมืองฯ จ.ยะลา เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.20 น. วันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา คนร้ายไม่ทราบจำนวน ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองฯ จ.ยะลา จำนวน 2-3 จุด โดยคนร้ายคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 คน ใช้อาวุธปืนบุกยิงป้อมจุดตรวจ ชรบ.หมู่ที่ 4 ต.ลำพะยา อ.เมืองฯ จ.ยะลา ซึ่งมีชาวบ้านที่เป็น ชรบ.อยู่เวรยามประจำจุดตรวจถูกยิงเสียชีวิตภายในป้อมจุดตรวจ 11 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 9 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังได้รับแจ้งทางวิทยุอย่างต่อเนื่องว่า กลุ่มคนร้ายได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ทั้งการลอบวางเพลิงเผายางรถยนต์บนเส้นทางที่หลบหนี และวางระเบิดอีกจำนวน 1 จุด เพื่อเป็นการสกัดกั้นการเข้าให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุชาวบ้านในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ได้เข้าเวรประจำป้อมจุดตรวจ และได้ถูกกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 คน ได้อาศัยความมืดเดินเท้าเข้ามาในสวนยางพาราใกล้เคียง ก่อนลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงถล่มใส่จุดตรวจ จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยหลังเกิดเหตุคนร้ายได้ปล้นเอาอาวุธปืนลูกซองของ ชรบ.และอาวุธปืนพกสั้นประจำกายของผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้บาดเจ็บที่นำตัวส่งโรงพยาบาลยะลาก่อนหน้านี้ ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มเติมอีก 4 ราย รวมมีผู้เสียชีวิต 15 ราย ประกอบด้วย นายเนตร จอมทอง ( ผช.ผญบ.), นายบรรจบ ทองกลิ่น (ชรบ.), นายธวัชชัย สุพงษ์, นายพูลสวัส พูลเเก้ว เเพทย์ประจำตำบล ชรบ., นายฉลอง ทองงาม อดีตกำนัน (อรบ.), &amp;nbsp; นายสุนทร ยอดแก้ว อดีต ผช.กำนัน (ชรบ.), นางรัชนก ยอดแก้ว (อรบ.), นายวิรัช เพ็ชรปล้อง ผช.กำนันคนปัจจุบัน, น.ส.นัยนา โพธิ์เตียเที่ยม (ชรบ.), นายซัมซามี สามะ, ร.ต.อ.พยุง คินขุนทด (ตร.สภ.ลำใหม่), นายอ๊อด (ยังไม่ทราบชื่อ-นามสกุล), นายสุพจน์ จันทร์วิมาน, น.ส.พีฮ๊ะ กาปานาตู น้องสาวนายอาหาหมัด รัตนตัญญู, นายธนารักษ์ ไชยปัญญา (อรบ.) และ น.ส.กมลวรรณ อุไทธรรม อายุ 18 ปี (เป็นนักศึกษา)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้บาดเจ็บ 5 ราย ประกอบด้วย นายณรงค์ฤทธิ์ สิทธิพันธ์ (อรบ.) อายุ 50 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย, นายเนาวรัตน์ รัตนเสถียร สมาชิก อบต. (ชรบ.) โดนยิงที่หลังทะลุท้อง, นายมะรอซี &amp;nbsp;มะแซ ผช.ผญบ. โดนยิงที่ขา บริเวณก้น, นางสายัน ปานทอง &amp;nbsp; อายุ 60 ปี โดนยิงเข้าที่ท้องเเละต้นขาขวา, นายอาหาหมัด รัตนกตัญญู อายุ 52 ปี ถูกสะเก็ดระเบิด ข้อศอกซ้าย&amp;nbsp;
มทภ.4 สั่งปรับแผนเข้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้เป็นฝีมือของนายฮูไบดีละห์ รอมือลี แกนนำก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.ยะหา อ.กาบัง และนายอหมัด ตืองะ แกนนำก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ต.ลำใหม่ ต.ลิดล ต.เปาะเส้ง อ.เมืองฯ นำกำลังเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ร่วมปฏิบัติการ โดยการลงมือครั้งนี้เป็นการปฏิบัติการตอบโต้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ หลังจากเจ้าหน้าที่ได้วิสามัญฯ คนร้าย 2 ศพ ในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 08.30 น. พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบช.ภ.9 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จว.ยะลา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;โดยเข้าตรวจสอบบริเวณสวนกล้วยด้านข้างป้อมจุดตรวจที่เกิดเหตุ พบกระสุนปืนขนาด 5.56 และกระสุนปืนอาก้า ซึ่งคาดว่าเป็นของกลุ่มคนร้ายตกอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบกองเลือด แมกกาซีนปืน สายสะพายปืน รวมทั้งผ้าพันคอของกลุ่มคนร้ายตกอยู่ จึงให้ชุดพิสูจน์หลักฐานเก็บสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ และได้ให้ชุดสุนัขสงครามของเจ้าหน้าที่ทหารติดตามรอยเลือดของกลุ่มคนร้าย เบื้องต้นเชื่อว่ามีคนร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ยิงปะทะในครั้งนี้ 1-2 ราย เนื่องจากพบกองเลือดจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บริเวณเส้นทางสายลำใหม่-ลำพะยา หมู่ 4 บ้านลำใหม่ เจ้าหน้าที่ได้พบกล่องต้องสงสัยวางอยู่ริมถนน และมีสายไฟลากยาวเข้าไปในสวนยางพาราข้างทาง จึงได้ปิดกั้นการจราจรพร้อมให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบและทำลาย พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กก. บรรจุในกล่องเหล็ก จุดชนวนด้วยระบบแบตเตอรี่ แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ และสามารถทำลายได้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 10.35 น. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางมาตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามกลุ่มคนร้ายที่หลบหนีมาดำเนินคดี และให้เร่งตรวจสอบดีเอ็นเอที่ได้จากเลือดของคนร้าย รวมทั้งได้สั่งการให้ดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 15 ราย และที่บาดเจ็บ 5 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มคนร้ายก็ถูกฝ่ายเจ้าหน้าที่ไลล่าอยู่ บังคับใช้กฎหมาย ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาชนจะต้องออกมาปฏิเสธคนนอกประเทศที่สั่งการ หรือคนในประเทศที่สั่งมา รวมทั้งการปรับแผนหน่วยที่อ่อนแอ เช่น กลุ่ม ชรบ., อรบ., ชาวบ้านที่อ่อนแอ ไม่มีอาวุธ ฝ่ายคนร้ายเข้ากระทำการเพื่อสร้างภาพข่าวให้คนไทยตกใจทั้งประเทศ ทั้งที่ฝ่ายกลุ่มคนร้ายเองปฏิบัติการแล้วรีบถอยอย่างรวดเร็ว มีการบาดเจ็บ เนื่องจากพบกองเลือด กลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้ปฏิบัติการเพื่อต้องการภาพข่าวเท่านั้น กลุ่มคนร้ายไม่ได้มีจำนวนมาก ที่เจ้าหน้าที่ต้องมีการปรับแผนใหม่เป็นจรยุทธ์ จะอยู่ประจำป้อมประจำฐานไม่ได้ แล้วจะต้องมีการปรับแผนพอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ประสานภาคประชาสังคมในการปลุกพี่น้องประชาชน 290 ตำบล ประชาชนกว่า 2 ล้านคน ต้องออกมาต่อต้านเหตุการณ์เหล่านี้ได้แล้ว ที่ผ่านมากลุ่มคนร้ายก็ถูกฝ่ายเจ้าหน้าที่ไล่ล่าอยู่ บังคับใช้กฎหมาย ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาชนจะต้องออกมาปฏิเสธคนนอกประเทศที่สั่งการ หรือคนในประเทศที่สั่งมา&amp;quot; แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ได้กำชับในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยขอให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนระมัดระวังให้มากที่สุด เพราะบางจุดตรวจอยู่ห่างจากพื้นที่เมืองมากพอสมควร จึงอาจจะเป็นจุดอ่อนหรือจุดที่มีความเสี่ยง พร้อมทั้งขอให้เพิ่มความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ ผมเป็นห่วงครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งหมด รวมถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ได้สั่งการให้ทางศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สอบต่อ พร้อมดูแลเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ในส่วนของมาตรการเพิ่มความเข้มข้นนั้น เรามีมาตรการดังกล่าวอยู่แล้ว แต่เมื่อใดก็ตามที่มีจุดอ่อนในการอยู่ร่วมกันหรือการตั้งฐานปฏิบัติการ ทุกคนก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ประณามไร้มนุษยธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ในเรื่องการแสวงหาความร่วมมือในการแก้ปัญหาไฟใต้นั้น ก็ได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียไปเรียบร้อยแล้วในหลายเรื่อง นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเองก็ยินดีที่จะร่วมมือกันในหลายๆ ด้าน ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาไฟใต้จะเริ่มโดยเร็วได้เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มีการพูดคุยกันไปแล้ว และมีการพูดคุยอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งหลังมีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะผู้เจรจาก็ได้มีการพูดคุยโดยเดินทางไปพบกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่ประเทศมาเลเซียแล้ว สำหรับรูปแบบในการเจรจาก็ต้องมีการปรับภายในของเรา โดยมีการพูดคุยกันโดยตรงกับผู้ที่มีบทบาทในเรื่องของการใช้ความรุนแรง ซึ่งคาดว่าจะมีการพูดคุยกันในต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ระบุเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้บั่นทอนกำลังใจ แต่ยิ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานด้านความมั่นคงทำงานอย่างหนักมากยิ่งขึ้น ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีความสูญเสียครั้งใหญ่ของจังหวัดยะลา เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนและไร้มนุษยธรรมต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชนและผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคนงานในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวของ ชรบ.ที่เสียชีวิต รวมทั้งได้สั่งให้แม่ทัพภาคที่ 4 เร่งดำเนินการตามแนวทาง พร้อมทั้งการช่วยสร้างความเข้มแข็งและสนับสนุนการปฏิบัติงานของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านในมิติต่างๆ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ก่อเหตุพยายามจับจ้องก่อเหตุตลอดเวลาอยู่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นเป้าหมายอ่อนแอ ซึ่งทาง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ต้องปรับแผนการดำเนินงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่มาเป็นอาสาสมัครดูแลหมู่บ้านพื้นที่ของตนเอง จากนี้จะต้องมีการปรับให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น&amp;quot; โฆษก ทบ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ประณามการก่อเหตุยิงโจมตีป้อมยามชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดยะลา และขอให้กำลังใจประชาชน-เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รวมทั้งและขอให้รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือและเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเร็วและทั่วถึง พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะให้แก่ประชาชนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งการก่อเหตุครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุด นับตั้งแต่เกิดเหตุความไม่สงบพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ การดูแลของฝ่ายความมั่นคง ต้องยกระดับให้ทั่วถึงเพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์มีการเพิ่มงบประมาณความมั่นคงสูงขึ้นทุกปี แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่ายังไม่สามารถตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาได้ จึงอยากเสนอให้จัดสรรงบประมาณอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะเรื่องงบลับ ซึ่งอาจทำให้สังคมเคลือบแคลงใจ อีกทั้งในส่วนกระบวนการยุติธรรม ต้องป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาและได้รับความเป็นธรรมทุกฝ่าย เพราะถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในพื้นที่&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49715</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ยะลา, ปรับแผนใหม่, ผู้เสียชีวิต 15 ราย, พระราชทานดอกไม้และตะกร้าสิ่งของแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุคนร้ายยิงถล่ม, มทภ.4, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ฮูไบดีละห์, แกนนำปฏิบัติการในพื้นที่, แบบจรยุทธ์, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc2d5e768d56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
