<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายองค์กรครูคาใจไม่ปรับโครงสร้างศธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

4 มิ.ย.64-กลุ่มเครือข่ายองค์กรครู ข้องใจ เหตุใดโครงสร้าง ศธ. ใน ร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติฯ ยัง ไม่มีการปรับแก้ &amp;quot;ธนชน&amp;quot; &amp;nbsp;เผยมอบอำนาจให้ผู้ว่าฯจังหวัด เป็นประธานประชุมสถานศึกษา &amp;nbsp;ขัดกับหลักการกระจายอำนาจ &amp;nbsp;บริหารแบบ &amp;nbsp;Single comand &amp;nbsp;แถมเอื้อให้เอกชนมีบทบาทจัดการศึกษามากเกินไป
&amp;nbsp;

นายธนชน มุทาพร ประธานชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....ที่ผ่านมติ ครม. ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า จากการที่กลุ่มเครือข่ายองค์กรครูได้หารือร่วมนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่า ได้ข้อสรุปให้แก้ไขใน 4 &amp;nbsp;ประเด็นหลักประกอบด้วย &amp;nbsp;1.ให้ใช้ใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพครู &amp;nbsp;เช่นเดิม &amp;nbsp;2. ให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงและเป็นวิชาชีพควบคุม &amp;nbsp;3.ให้เปลี่ยนตำแหน่งเป็นผู้บริหารสถานศึกษา &amp;nbsp;4.ให้ปรับปรุงโครงสร้างเพื่อรองรับการกระจายอำนาจ &amp;nbsp;แต่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;กลับส่งไปให้กฤษฎีกาแก้ไขเพียง 3 ข้อแรกเท่านั้น &amp;nbsp; โดยไม่นำเสนอข้อที่ 4 คือการปรับปรุงโครงสร้างเพื่อรองรับการกระจายอำนาจไปให้กฤษฎีกาแก้ไขแต่อย่างใด จึงเป็นที่สงสัย &amp;nbsp;คลางแคลงใจอย่างยิ่ง เพราะองค์กรครูทั่วประเทศต่างไม่เห็นด้วยกับโครงสร้างการรวบอำนาจเข้าสู่ส่วนกลางทั้งในมาตรา &amp;nbsp;106 ที่ให้อำนาจปลัดกระทรวงเป็นผู้บังคับบัญชา &amp;nbsp;การให้อำนาจกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ชี้นำแทรกแซงรัฐสภาในการออกกฎหมายระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp;และสาระบัญญัติของ &amp;nbsp;ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ &amp;nbsp;ไม่มีมาตราใดที่กล่าวถึงหน่วยงานการศึกษาระดับจังหวัดและเขตพื้นที่การศึกษาแต่อย่างใด &amp;nbsp;แต่กลับกล่าวถึงผู้ว่าราชการจังหวัดให้มีอำนาจจัดการประชุมประธานคณะกรรมการสถานศึกษา แทนที่จะเป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยงานการศึกษาในระดับจังหวัดโดยตรงเป็นผู้รับผิดชอบ

&amp;quot;ขณะนี้จึงเป็นที่คลางแคลงใจ ว่า &amp;nbsp;โครงสร้างศธ.ในระดับจังหวัดหรือเขตพื้นที่การศึกษาจะมีหรือไม่หรือ จะให้ปลัด ศธ.มอบอำนาจการบังคับบัญชาครูให้ผู้ว่าราชการจังหวัด &amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการรวบอำนาจเบ็ดเสร็จเข้าสู่โครงสร้างอำนาจนิยมมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งโครงสร้างอำนาจลักษณะดังกล่าวนี้เป็นอุปสรรคต่อการกระจายอำนาจให้สถานศึกษามีอิสระในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;เพราะเป็นการบริหารแบบ &amp;nbsp;single comand &amp;nbsp;ซึ่งไม่เหมาะกับ ศธ. &amp;nbsp; ที่เป็นกระทรวงสร้างคนให้มีปัญญา มีความเป็นอิสระสร้างสรรค์ โดยไม่ควรใช้อำนาจใดมากดทับความคิด และความอิสระของหน่วยงานการศึกษาทุกระดับ&amp;quot;ประธานชมรม ผอ.สพท.แห่งประเทศไทย กล่าว

นายธนชน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเด็นที่จะต้องแก้ไขให้เกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การไม่กำหนดให้มีผู้บริหารการศึกษา &amp;nbsp;การไม่ชัดเจนของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องนั้นหมายถึงหน่วยงานใด &amp;nbsp;การกำหนดเป้าหมายให้ครูและนักเรียนปฏิบัติตายตัว การเอื้อให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษาเกินความเหมาะสมมากเกินไป ซึ่งเป็นการผลักภาระให้กับผู้ปกครองเสียค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าเล่าเรียนให้บุตรหลานเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;และอาจเปิดโอกาสให้นายทุนทั้งในและนอกประเทศ &amp;nbsp;เข้ามาลงทุนการจัดการศึกษา จนอาจกระทบต่อสถานศึกษาเอกชนที่จัดการศึกษาอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมจึงต้องการให้รัฐบาล &amp;nbsp;และรัฐสภา &amp;nbsp;ได้โปรดพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวนี้ด้วยความรอบคอบ โดยยอมรับฟังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงให้มาก เพราะ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้ยกร่างขึ้นมาโดยผู้ที่ไม่เคยปฏิบัติในพื้นที่จริง &amp;nbsp;เป็นการร่างโดย &amp;nbsp;คนคิดไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้คิด &amp;nbsp;ซึ่งอาจจะมองไม่เห็นปัญหาเมื่อนำสู่การปฏิบัติ &amp;quot; นายธนฃน กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105242</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พ.ร.บ.การศึกษาชาติ, นายธนชน มุทาพร, ปรับโครงสร้างศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b9c7a885a29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;แฮปปี้เอ็นดิ้ง&quot; โครงสร้าง ศธ.ไม่มีอะไรเปลี่ยน ศธจ.-สพท.อยู่ครบ แถมไม่มีงานทับซ้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
31 ม.ค.63-นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังได้มออบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อพิจารณาเนื้องานต่างๆ โดยที่ประชุมมีข้อสรุปว่า ไม่มีงานใดของคณะกรรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และสำนักงานเขตพื้นที่ (สพท.) ทับซ้อนกัน ส่วนกลุ่มงานสีเทาที่ไม่สามารถแบ่งกันได้อย่างชัดเจนนั้น หลังจากที่มีการวิเคราะห์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย พบว่า ไม่มีกลุ่มงานสีเทาที่ไม่สามารถแบ่งงานกันได้ ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานในพื้นที่สามารถบูรณาการร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาได้อย่างเต็มที่ โดยเนื้องานใดที่เกี่ยวข้องกับ กศจ.ก็ให้กศจ.ดำเนินการ และหากงานใดเป็นหน้าที่ของ สพท.ก็ให้สพท.ดำเนินการ ดังนั้นจึงถือว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้ไม่มีเรื่องใดที่ไม่ลงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวิช กล่าวต่อว่า ส่วนการแต่งตั้งบุคลากรในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน และข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นบุคลากรที่ขึ้นตรง กับ สพฐ. แต่ขณะนี้แต่งตั้งโยกย้ายโดยคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) จึงทำให้เกิดปัญหา ซึ่งที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติแล้วว่า บุคลากรของหน่วยงานใด ก็ต้องให้หน่วยงานต้นสังกัดนั้นเป็นผู้มีอำนาจเลื่อน ลด ปลด ย้ายได้จะทำให้เกิดประสิทธิภาพ ซึ่งก็คือให้ สพฐ.เป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายได้ แต่การโยกย้ายนั้นจะให้พิจารณาในภาพรวมระดับจังหวัด อาทิ จังหวัดที่มีเขตพื้นที่ 8 เขต ก็ให้พิจารณาโยกย้ายครู ผู้บริหารข้ามเขตพื้นที่ได้ภายในจังหวัด กรณีที่ย้ายข้ามจังหวัดให้เสนอเรื่องมาที่ส่วนกลางเป็นผู้พิจารณา ดังนั้นในโยกย้ายข้าราชการ สพฐ.ก็รับไปปรับแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตาม ถือว่าข้อสรุปทั้งหมดได้ประโยชน์ทุกฝ่ายโดยไม่ส่งผลกระทบกับใครทั้งสิ้น และมาถึงจุดนนี้ก็ยืนยันได้ว่าไม่มีการยุบทั้ง กศจ.และ สพท.อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55964</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับโครงสร้างศธ., วราวิช กำภู ณ อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dad2b410fbbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 18:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกแรก ปฎิรูปโครงสร้างศธ. เคาะคืนอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายให้หน่วยงานต้นสังกัด รูปแบบกลุ่ม เขตพื้นที่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
24ม.ค.63-นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้หารือถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเริ่มต้นการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในส่วนของศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เช่น การยุบหรือไม่ยุบตำแหน่ง การตัดโอนอัตราตำแหน่งกลุ่มงานศึกษานิเทศก์ ประชาสัมพันธ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น &amp;nbsp;ดังนั้นปัญหาต่างๆ เหล่านี้ที่ประชุมจึงมีข้อสรุปว่าให้มีการตั้งคณะทำงานระหว่างสำนักงานปลัด ศธ. และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขึ้น เพื่อวางแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยคณะทำงานของทั้ง 2 หน่วยงานจะนำปัญหาและเนื้องานมาดูในรายละเอียดว่ากลุ่มงานไหนที่ทำงานซับซ้อนกันบาง โดยแบ่งการจัดหมวดหมู่ของงานออกมาให้ชัดเจน จากนั้นให้วิเคราะห์จนเหลือปัญหาที่เป็นกลุ่มสีเทาหรือกลุ่มงานที่ไม่สามารถเคลียร์ได้ลงตัวค่อยนำมาหารือร่วมกันในที่ประชุมอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ในส่วนของประเด็นการอนุมัติแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการครูนั้น ที่ผ่านมาจะเป็นอำนาจของ กศจ.เป็นผู้ดำเนินการจนทำให้บางครั้งเมื่อเกิดปัญหาการร้องเรียนและต่อต้านการประท้วงของนักเรียนที่ไม่อยากได้ ผอ.โรงเรียนที่ย้ายมาอยู่ใหม่ ซึ่ง สพฐ.ก็ไม่สามารถเข้าไปจัดการปัญหาได้ เพราะเป็นหน้าที่ของ กศจ. ดังนั้นในเรื่องนี้ที่ประชุมจึงมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะให้อำนาจการโยกย้ายข้าราชการให้เป็นหน่วยงานต้นสังกัดเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยจะอยู่ในรูปแบบกลุ่มเขตพื้นในจังหวัดนั้นๆ เป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการครู ทั้งนี้หลังจากคณะทำงานของสำนักงานปลัด ศธ.และ สพฐ.ไปวิเคราะห์กลุ่มงานร่วมกันแล้วจะนำเข้าที่ประชุมในวันที่ 31 มกราคมอีกครั้ง ซึ่งผมเชื่อว่าจะได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์และเป็นที่พอใจของทั้ง 2 ฝ่ายอย่างแน่นอน&amp;rdquo;ที่ปรึกษา รมว.ศธ.กล่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55409</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายให้ต้นสังกัดเดิม, ปรับโครงสร้างศธ., วราวิช กำภู ณ อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dad2b410fbbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นปรับโครงสร้างศธ.24 ม.ค.นี้น่าจะวินๆทุกฝ่าย ส่อฟื้น อ.ก.ค.ศ.จังหวัด อ.ก.ค.ศ.สพฐ. คืนอำนาจแต่งตั้งโยกย้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23ม.ค.63-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ทางคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษาสภาผู้แทนราษฏร ได้เรียกตนเข้าไปชี้แจงถึงการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่เป็นปัญหาร้องเรียนจนมีครูและบุคลากรทางการศึกษาแต่งชุดดำ โดยเฉพาะประเด็นไม่ยุบ ไม่โอน ไม่ย้ายหน่วยงานศึกษานิเทศก์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ไปสังกัดสำนักงานปลัด ศธ.ว่าท้ายที่สุดแล้วการดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างดังกล่าวจะออกมาในทิศทางไหนและส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง รวมถึงผู้เรียนจะได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้าง ศธ.ไปด้วยหรือไม่ สำหรับประเด็นที่ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความห่วงใยว่าการนำหน่วยงานศึกษานิเทศก์ไปสังกัดสำนักงานปลัด ศธ.นั้น นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.ได้ชี้แจงทำความเข้าใจให้แก่กลุ่มศึกษานิเทศก์ของสพท.แล้วว่าจะมีการยุบ หรือตัดโอนตำแหน่งไปอยู่กับสำนักงานปลัด ศธ. แต่หากในอนาคตการปรับโครงสร้าง ศธ.จะต้องนำไปสู่การลดการปฏิบัติงานที่ซ้ำซ้อนจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำนาจ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่ากลุ่มศึกษานิเทศก์จะไม่ได้รับผลกระทบอะไรไม่ว่าจะเรื่องสิทธิต่างๆในตำแหน่งเดิม โดยศึกษานิเทศก์ที่มีอยู่ทั้งหมดจะต้องร่วมกันทำงานมากขึ้น ส่วนการปรับโครงสร้างของ สพฐ.คาดว่าจะนำเข้าหารือในที่ประชุมโครงสร้างศธ.ในวันที่ 24&amp;nbsp;มกราคมนี้ ซึ่ง สพฐ.ได้เสนอการปรับโครงสร้างหน่วยงานตัวเองออกเป็น 3 แนวทาง คือ 1.ให้มีอ.ก.ค.ศ.จังหวัด 2.อ.ก.ค.ศ.สพฐ.และ3.การคืนอำนาจการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา 53(3)และ(4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมคิดว่าการปรับโครงสร้าง ศธ.น่าจะวินๆ ทุกฝ่าย ซึ่งใครมีหน้าที่ในส่วนไหนก็ทำไปไม่ว่าจะเป็นศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) หรือ เขตพื้นที่ ทั้งการพัฒนาการศึกษาจังหวัด หรือการจัดทำยุทธศาสตร์การศึกษาระดับพื้นที่ เพื่อการบูรณการทำงานร่วมกัน แต่ผมคิดว่าการแต่งตั้งหรือการโยกย้ายข้าราชการครูต่างๆควรจะให้หน่วยต้นสังกัดผู้ใช้ครูได้ดำเนินการเอง เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา เช่น เหตุการประท้วงของนักเรียนที่ไม่อยากได้ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ย้ายมาอยู่ใหม่ในจ.เพชรบุรี โดยเหตุการณ์นี้ สพฐ.ไม่สามารถเข้าไปจัดการปัญหาได้เลย เพราะไม่ใช่หน้าที่เราแต่เป็น กศจ.ต้องทำ เป็นต้น&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55310</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับโครงสร้างศธ., อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc295b7ebadb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2020 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot;ลั่นปรับโครงสร้าง ศธ.ยังไม่มีข้อสรุป ยังอยู่ในชั้นฟังความเห็น และทบทวนกฎหมายข้อใดต้องแก้ไขบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16ม.ค.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้มีการเสนอมาถึงตน ยังคงเป็นเพียงการหารือภายในคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ. ที่มีนายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) เป็นประธานเท่านั้น ส่วนจะมีข้อเสนอแนะอะไร อย่างไรนั้น ตนเข้าใจว่าคงต้องมีการหารืออีกครั้งในวันที่ 24 มกราคมนี้ ซึ่งหากใครที่มีข้อเสนอหรือต้องการที่จะร้องเรียนในเรื่องใดนั้น ตนก็ยินดี แต่อาจจะเป็นการร้องเรียนในเรื่องที่ตนไม่สามารถให้คำตอบได้ เนื่องจากยังไม่เห็นข้อเสนอ หรือแนวทางที่เหมาะในการปรับปรุงโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าการขับเคลื่อนไม่ว่าจะเป็นในเรื่องใดก็แล้วแต่ ศธ.คำนึงถึงประโยชน์ของผู้เรียนเป็นที่ตั้งและการบริหารจัดการของ ศธ.ก็ต้องมีประสิทธิภาพและไม่ซ้ำซ้อน เป็นเรื่องรองลงมา สำหรับกรณีของผู้ที่มีความกังวลว่าจะได้รับผลกระทบนั้น ตนขอให้รอคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ. เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างมาก่อน ซึ่งจะเห็นว่ามีผลกระทบหรือไม่ เพราะจากที่ตนได้รับรายงานในเบื้องต้น ตนคิดว่าไม่มีส่วนไหนที่ได้รับผลกระทบเลย มีแต่จะเป็นการเพิ่มประโยชน์ เพิ่มคุณภาพให้กับการศึกษาไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอให้ทุกคนใจเย็นๆ และมั่นใจได้ว่า ศธ.ทำงานเพื่อพัฒนาและปฏิรูปการศึกษาไทย ที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงบ้างและในการเปลี่ยนแปลงเราคำนึงถึงผลกระทบกับทุกคน เราจะไม่ทำให้คนของเรา ครูของเรา หรือผู้บริหารของเรา มีปัญหาที่ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ อีกทั้งทางผู้บริหารของ ศธ.ยืนยันว่า ทุกคนในกระบวนการของการศึกษาเป็นคนที่สำคัญ เราต้องมองว่าทำอย่างไรจึงจะอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข และไม่มีความซับซ้อนในเรื่องของงาน&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าทางกลุ่มศึกษานิเทศก์และกลุ่มตรวจสอบภายในของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ระบุ ว่า ขณะนี้มีคำสั่งโอนตำแหน่งศึกษานิเทศก์-กลุ่มตรวจสอบภายใน สพท. เข้ากับ ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) อย่างเป็นทางการแล้ว นายณัฏฐพล กล่าวว่า การที่มีความเข้าใจว่าเมื่อมีการเคลื่อนย้ายไปสังกัดหน่วยงานใดก็แล้วแต่ จะต้องมีการย้ายที่อยู่ เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เนื่องจากทุกอย่างสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อให้การทำงานสะดวกขึ้นได้ ไม่ต้องเดินทาง แบ่งกลุ่มให้ชัดเจน ทั้งนี้เมื่อมีสายงานที่ชัดเจน การเจริญเติบโตของศึกษานิเทศก์มีเป้าหมายที่เห็นชัด มีการอบรมที่มีความต่อเนื่องสามารถเชื่อมต่อไปถึงครูได้ ซึ่งตนยังไม่เห็นในสิ่งที่ไม่ดีจากการรับฟังในเบื้องต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงต้องรอให้มีการนำข้อเสนอที่ชัดเจนมาถึงตนก่อน ดังนั้นจึงขอให้ทุกฝ่ายอย่ากังวลไป ซึ่งตนเข้าใจว่าหลายคนอาจจะยังไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริง และอาจจะมีการฟังผู้นำซึ่งเป็นเรื่องปกติ ในกรณีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงก็จะมีกลุ่มผู้นำปลุกในเรื่องนี้ขึ้นมา โดยตนไม่ได้มีปัญหาอะไรทุกอย่างตนทำด้วยความโปร่งใสไม่มีผลประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การที่มีกลุ่มศึกษานิเทศก์-กลุ่มตรวจสอบภายใน สพท.มาร้องเรียน โดยที่สะท้อนถึงการสื่อสารที่ผิดพลาดของ ศธ.หรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องความเข้าใจเรื่องของกระบวนการที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการหารือและยังหารือไม่จบ ซึ่งเมื่อหารือเรียบร้อยแล้วก็จะต้องมีการรับฟังความคิดเห็น เกี่ยวกับผลกระทบต่างๆ กระบวนการกฎหมายจะต้องแก้ไขในเรื่องใดบ้าง และเมื่อมีกฎหมายที่ต้องแก้ไขก็จะต้องเสนอมายังตนเพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ไขตามความเหมาะสม ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนแรกเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนเรื่องนี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในหรือไม่นั้น ผมหวังว่าจะไม่ใช่เรื่องการเมืองภายใน ถ้าหากว่ามีความไม่พอใจเรื่องใดก็แล้วแต่ คิดว่าผม หรือผู้บริหาร ศธ. คนใดไม่มีความถูกต้อง ไม่ยุติธรรมเรื่องไหนก็มาพูดคุยกันได้ ไม่มีความจำเป็นเลยที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากมายให้คนก็แล้วแต่เสียเวลามาที่ ศธ.เรากำลังทำเรื่องนี้ให้เกิดโดยไม่มีความจำเป็นเลย ส่งตัวแทนมา 2 คน ผมก็รับฟังแล้ว ที่ผ่านมาผมไม่เคยไม่รับฟังใคร เรื่องนี้ไม่มีใครแพ้ ใครชนะ เพราะการศึกษาไทยไม่มีข้าง เรามองข้างเดียวคือข้างเด็กนักเรียน&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54710</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การปฎิรูปการศึกษา, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ปรับโครงสร้างศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191204/image_big_5de77f61b0046.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;วราวิช&quot;ลั่นปรับโครงสร้างศธ.เห็นภาพชัดก่อนปีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25พ.ย.62-&amp;quot;วราวิช&amp;rdquo; ลั่น ธ.ค.นี้ เห็นภาพโครงสร้าง ศธ. แน่นอน ย้ำตอนนี้ยังไม่มีรูปแบบว่า จะถูกปรับไปในทิศทางไหน &amp;nbsp;แต่มีธงเดียว มุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาและพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เกิดผลสำเร็จ ถ้าลงตัวชัดเจน จะมีการทำประชาพิจารณ์ต่อไป &amp;nbsp;

นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) &amp;nbsp;กล่าวว่า เร็วๆ นี้ ตนจะประชุมคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ. เพื่อให้ได้ข้อสรุปถึงการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างศธ.ส่วนกลาง หรือ โครงสร้าง ศธ.ในภูมิภาค ซึ่งตนขอย้ำว่าในตอนนี้ยังไม่มีรูปแบบโครงสร้าง ศธ.ว่าจะถูกปรับไปในทิศทางไหน และยังไม่มีธงในเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น เพราะการปรับปรุงเรื่องนี้จะต้องมีการทำประชาพิจาร์สอบถามความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.) คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ) ว่าการปรับโครงสร้างของศธ.จะออกมาแบบไหน และเกิดผลกระทบกับกลุ่มบุคลากรใดบ้าง เพื่อตอบโจทย์การขับเคลื่อนงานการศึกษามากที่สุด

&amp;ldquo;ทั้งนี้การปรับโครงสร้างดังกล่าวเรามีธงอย่างเดียว คือ มุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาและพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เกิดผลสำเร็จ รวมถึงตามนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศธ. ก็ต้องการปรับลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน และไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ ขณะเดียวกันการปรับโครงสร้างศธ.ก็จะดูข้อมูลล้อไปกับการปรับโครงสร้างหน่วยงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ด้วย เพื่อให้ไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตามการยกระดับคุณภาพการศึกษาไม่ใช่เพียงแค่ปรับหลักสูตรหรือปรับการเรียนการสอน หรือแม้กระทั่งการพัฒนาครูเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งหนึ่งก็คือการปรับโครงสร้างหน่วยงานด้วยการด้วยการทำให้โครงสร้างมีพื้นฐานมีความแข็งแรงให้ได้ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องมองเป้าหมายเดียวกัน&amp;rdquo;ที่ปรึกษา รมว.ศธ.กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึง กรอบระยะเวลาต้องทำเรื่องนี้ให้เสร็จภายในสิ้นปีเหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือนจะดำเนินการเสร็จทันหรือไม่ นายวราวิช กล่าวว่า ไม่ต้องกังวล ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพยายามทำให้เสร็จกรอบระยะเวลาไม่เกินเดือนธันวาคมนี้ อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51045</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับโครงสร้างศธ., วราวิช กำภู ณ อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dad2b410fbbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชะลอตั้ง ศธภ.รอปรับโครงสร้างชัดเจน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7พ.ย.62-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่ขณะนี้ ศธ.ยังคงมีตำแหน่งข้าราชการระดับ 10 ว่างอยู่หลายตำแหน่ง ทั้งรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (รองเลขาฯ กอศ.) ผู้ตรวจราชการ ศธ.และศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ซึ่งตนคาดว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ศธ.จะสามารถเสนอรายชื่อบุคคล เพื่อแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญในตำแหน่งประเภทผู้บริหารระดับสูง ให้ ครม.พิจารณาได้ เนื่องจากได้มีการพิจารณาคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจากที่ตนได้พิจารณารายชื่อตามที่มีการเสนอมาก็น่าจะครบในทุกตำแหน่งที่ว่างอยู่ เพียงแต่จะมีในตำแหน่งบางส่วนที่ยังไม่ได้แต่งตั้ง เพราะต้องดูเรื่องความชัดเจนของโครงสร้าง ศธ. และความเหมาะสมด้วย เราไม่ต้องการที่จะตั้งขึ้นมาแล้ว เมื่อถึงเวลาก็ต้องมีการบริหารจัดการใหม่ ซึ่งในส่วนของตำแหน่ง ศธภ.คงต้องรออย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกต ว่า การที่ ศธ.ยังไม่มีการเสนอชื่อข้าราชการ เพื่อพิจารณาตั้งข้าราชการระดับ 10 เนื่องจากมีการรอให้บางคนที่คุณสมบัติครบถ้วน ตามเกณฑ์คัดเลือกก่อนนั้น นายณัฏฐพล กล่าวว่า ไม่มีกรณีดังกล่าวแน่นอน เพราะคนที่ได้รับการพิจารณาก็เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49755</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ปรับโครงสร้างศธ., ศธภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db837fdaea8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
