<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยออกโรงชี้แจงเรื่องการปรับแผนฝูงบินและเรื่องการปรับกำลังคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ก.พ.64 ฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บริษัท การบินไทยฯ ขอชี้แจงตามที่ได้มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับการปรับลดกำลังคน และการจัดหาฝูงบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่า แผนการปรับโครงสร้างองค์กรและแผนการปรับปรุงฝูงบินเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ซึ่งการปรับลดกำลังคนยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอัตรากำลังคน เพื่อนำเสนอผู้ทำแผนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนแผนการปรับปรุงฝูงบิน และเส้นทางบินตามแผนฟื้นฟูกิจการฯ นั้น บริษัทฯ ได้ประเมินสถานการณ์ปัจจุบันและคาดการณ์ในอนาคต โดยคำนึงถึงสภาวะการแข่งขันของอุตสาหกรรมการบินโลกและความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไปจากสถานการณ์โควิด-19 เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันของบริษัทฯ และปริมาณการเดินทางที่ยังลดลงทั่วโลก บริษัทฯ จึงยังไม่มีการปรับขยายฝูงบินแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในระหว่างที่บริษัทฯ จัดทำแผนฟื้นฟู บริษัทฯ ได้เจรจาต่อรองกับทางผู้ให้เช่าเครื่องบินและบริษัทผลิตและดูแลเครื่องยนต์เพื่อปรับลดราคาค่าเช่าเครื่องบิน รวมทั้งปรับลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่บริษัทฯ ต้องรับภาระตามสัญญาเดิม ตลอดจนเจรจาข้อตกลงการใช้เครื่องยนต์และการได้เครื่องยนต์สำรองเพื่อให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารฝูงบินและลดภาระค่าใช้จ่ายในการบริหารฝูงบิน เพื่อให้บริษัทฯ ใช้ประโยชน์จากอากาศยานได้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการวางแผนปรับปรุงฝูงบินในระยะยาว บริษัทฯ จะพิจารณาจากสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจ รูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมและความสามารถในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งนี้ รายละเอียดของแผนฝูงบินจะถูกบรรจุในแผนการฟื้นฟูกิจการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของแนวทางในการฟื้นฟูและปรับโครงสร้างธุรกิจนั้น บริษัทฯ กำลังพิจารณาและมีการทำแผนการเพื่อรองรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในอุตสาหกรรมการบินในอนาคต อย่างไรก็ตาม การปรับลดกำลังคน การปรับโครงสร้างองค์กรและแผนการปรับปรุงฝูงบิน จะมีความชัดเจนเมื่อบริษัทฯ ยื่นแผนฟื้นฟูต่อศาลล้มละลายกลาง ในประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือต้นเดือนมีนาคมนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92347</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ปรับโครงสร้างองค์กร, ลดกำลังคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201030/image_big_5f9b87d51268b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>SABINA ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่รับมือโควิดและธุรกิจรูปแบบใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค. 2564 นายบุญชัย ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชุดชั้นในภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;ซาบีน่า&amp;rdquo; เปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของบริษัทฯ เพราะเป็นครั้งแรกที่ &amp;ldquo;SABINA&amp;rdquo; เขย่าโครงสร้างการบริหารในองค์กรอย่างจริงจัง เพราะหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกแรกเมื่อต้นปี 2563 จนถึงการระบาดระลอกใหม่ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯ ตัดสินใจทบทวนโครงสร้างองค์กร เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและนำมาซึ่งการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการรองรับกับแรงกระทบในภาวะวิกฤติในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด บริษัทฯ ได้ประกาศแต่งตั้งนางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารการส่งเสริมธุรกิจ (Chief Commercial Officer : CCO) ถือเป็นกำลังเสริมสำคัญของ SABINA และเป็นทีมคนรุ่นใหม่ที่จะขับเคลื่อนบริษัทฯ ควบคู่ไปกับทีมผู้บริหารระดับสูง ซึ่งประกอบด้วย นางสาวพิชชา ธนาลงกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด (Chief Marketing Officer : CMO) และนายสมคิด ผดุงเกียรติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (Chief Financial Officer : CFO)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วิกฤติโควิด-19 ทำให้เราต้องปรับตัว และทำให้เรารู้ว่า ไอเดียของคนรุ่นใหม่นั้นสำคัญมากกับการเสริมทัพธุรกิจภายใต้การใช้ชีวิตแบบนิว นอร์มอล ที่การซื้อขายเกิดขึ้นในแพลตฟอร์มออนไลน์ และสื่อโซเชียลต่างๆ เป็นส่วนใหญ่ และที่ผ่านมาแนวคิดของคนรุ่นใหม่ๆ ก็ทำให้ SABINA อยู่ในเทรนด์ได้เสมอ ขณะเดียวกัน &amp;nbsp;การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้ ยังเป็นการกระชับช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียวกันด้วยการขับเคลื่อนของทีมบริหารรุ่นใหม่ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะเดินหน้าต่อหลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลายแล้ว ยังจะสามารถสร้างการเติบโตให้กับบริษัทฯ ได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย&amp;rdquo; นายบุญชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการส่งเสริมธุรกิจ SABINA กล่าวว่า ภารกิจหลักของงานส่งเสริมธุรกิจ จะมุ่งเน้นการบริหารช่องทางการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจหลักให้เป็นไปตามเป้าหมายขององค์กร โดยจะครอบคลุมทั้งการกำหนด ดูแลและควบคุมกลยุทธ์ ตลอดจนเป้าหมายทางการค้าให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ รวมถึงรับผิดชอบในการร่วมวางแผน พัฒนา ปรับปรุงแผนงานด้านการขาย การตลาด การกำหนดงบประมาณตามสภาวะและความต้องการของตลาดให้เป็นไปตามเป้าหมาย รับผิดชอบดูแลปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารการขาย ปรับปรุงรูปแบบการขายใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด ที่เน้นความรวดเร็วและคล่องตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การปรับองค์กรของ SABINA ครั้งนี้ เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดในปัจจุบัน ที่เรายึดความต้องการของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่ง CCO จะเชื่อมการทำงานหลักๆ ระหว่างทีมหารายได้ที่ทำงานติดกับลูกค้า กับทีมการตลาด ทีมวิเคราะห์และพัฒนา ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ทำให้การสื่อสารต่างๆ กระชับขึ้น เร็วขึ้น ทันต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะต้องยอมรับว่า ปัจจัยท้าทายที่สุดในเวลานี้ เป็นเรื่องของความไม่แน่นอนจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้จากภายนอก ทำให้องค์กรต้องพยายามปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยจะต้องสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่ให้การสนับสนุนสินค้าและบริการของ SABINA มาโดยตลอด ดังนั้น เป้าหมายหลักในวันนี้ จะเริ่มต้นจากการปรับทัพใหม่ วางแผน วางกำลังคนให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจะต้องสอดคล้องกับเป้าหมายหลักขององค์กร เพื่อให้เราเติบโตได้อย่างยั่งยืน&amp;rdquo; ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการส่งเสริมธุรกิจ SABINA กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90535</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซาบีน่า, บุญชัย ปัณฑุรอัมพร, ปรับโครงสร้างองค์กร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_600902aec345c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 20:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหภาพฯ ขสมก. ค้านปรับโครงสร้างองค์การใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25ก.ย.นี้ สหภาพฯขสมก.บุกยื่นหนังสือถึง นายกฯ ค้านปรับโครงสร้างองค์การ ขสมก. ใหม่ ชี้รถใหม่ 3 พันคันยังไม่มา-ระบบอีทิคเก็ตห่วยใช้งานไม่ได้ หวั่นกระทบประชาชนผู้ใช้บริการ แนะเร่งรัดบรรจุพนักงานใหม่ในตำแหน่งฝ่ายเดินรถที่ว่าง แทนผู้เกษียณ 400 คนในปีนี้ เพราะเป็นตัวหารายได้ให้องค์การ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ก.ย.61-นายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 ก.ย. 61 เวลา 09.00 น. ตนพร้อมสมาชิกสหภาพแรงงานฯ จะไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมเตรียมเข้าพบนายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ภายในสัปดาห์นี้ เรื่องให้ชะลอบังคับใช้โครงสร้าง ขสมก. ใหม่ ตามที่ ขสมก. ได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อปรับปรุงโครงสร้างองค์กร ของ ขสมก. ให้สอดคล้องกับแผนฟื้นฟู เพื่อรองรับระบบเทคโนโลยีในอนาคตโดยจะทำระบบไอที มาประยุกต์ใช้ในหน่วยงานต่างๆ เพื่อลดอัตรากำลังที่ไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายวีระพงษ์ กล่าวต่อว่า สหภาพแรงงานฯ ไม่เห็นด้วยที่บอร์ดมีมติให้ ขสมก. ปรับโครงสร้างองค์การโดยให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค. 61 เนื่องจากองค์การได้แต่งตั้งคณะทำงานร่วมกันพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างองค์กร โดยมีผู้แทนสหภาพแรงงานฯ ร่วมเป็นคณะทำงานพิจารณาเพื่อให้เกิดความรอบคอบผลดี-ผลเสีย ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับองค์กรและพนักงาน ซึ่งทำหนังสือเสนอความคิดเห็นไปถึงประธานบอร์ดและผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ไม่ได้รับการตอบสนอง เรื่องการปรับลดพนักงานในส่วนต่างๆ และเพิ่มหน่วยงานที่จะเกิดประโยชน์กับประชาชน มติร่วมกันเมื่อปรับปรุงโครงสร้างแก้ไขทุกหน่วยงานแล้วก่อนนำเข้าบอร์ดจะต้องนำโครงสร้างมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง เพื่อความรอบคอบ แต่ไม่ได้ดำเนินการเป็นไปตามความประสงค์ของพนักงานมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายวีระพงษ์ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 61 ได้มีการประชุมบอร์ด ขสมก. มติเห็นชอบให้นำโครงสร้างใหม่มาบังคับใช้ภายใน ต.ค. 61 สหภาพแรงงานฯ ไม่เห็นด้วย และขอคัดค้านนำโครงสร้างใหม่มาบังคับใช้ในหน่วยงาน เนื่องจากปรับโครงสร้างใหม่จะมีผลบังคับใช้ได้นั้นต้องมีรถเมล์ใหม่ 3,000 คันมาให้บริการประชาชนครอบคลุมทุกพื้นที่ตามแผนฟื้นฟูที่กำหนดไว้ และระบบเทคโนโลยีต้องสามารถใช้งานได้ เช่น ระบบบัตรโดยสารอีเล็กทรอนิกส์ (อีทิคเก็ต) และระบบจีพีเอส ปัจจุบันไม่สามารถเชื่อมต่อและใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรม และปรับลดจำนวนพนักงานต้องค่อยเป็นค่อยไป ปัจจุบันระบบอีทิคเก็ตและจีพีเอสยังไม่สามารถใช้งานได้ จัดหารถเมล์ยังไม่เข้ามาให้บริการประชาชน และนำโครงสร้างใหม่มาบังคับใช้ทำให้เกิดปัญหาตามมา โดยเฉพาะฝ่ายการเดินรถองค์การที่ขาดอัตรากำลังจำนวนมาก อาทิ ผู้จัดการเดินรถในแต่ละสาย นายท่า และนายตรวจในแต่ละเขต มีหน้าที่ควบคุมการเดินรถให้มีประสิทธิภาพ ส่งผลกระทบให้บริการประชาชน เพราะไม่บรรจุพนักงานในตำแหน่งที่ว่าง ตำแหน่งดังกล่าวมีความสำคัญในการหารายได้ให้องค์การ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพงษ์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้การปรับโครงสร้างองค์กรหากเร่งรีบทำให้ขาดการพิจารณาอย่างรอบคอบ และเกิดผลเสียมากกว่าประชาชนจะได้รับ ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน พนักงาน และองค์กร การแก้ไขปัญหาองค์การให้มีความมั่นคงต้องเร่งรีบบรรจุอัตรากำลังในตำแหน่งที่ว่างของฝ่ายการเดินรถ แทนผู้เกษียณอายุราชการในปี 61 จำนวน 400 คน จนกว่าระบบอีทิคเก็ต และจีพีเอสเชื่อมต่อกันได้ และมีรถเมล์ใหม่เข้ามาให้บริการตำแหน่งที่ไม่จำเป็นจะหมดไปโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนที่ใช้บริการและองค์การมีความมั่นคง อย่างไรก็ตามหลังจากยื่นหนังสือถึงนายกฯ แล้วจะติดตามผลความคืบหน้าภายใน 30 วัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18354</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ขสมก., ปรับโครงสร้างองค์กร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8eacf5bcf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธ.ก.ส. ผ่าตัดใหญ่!ปรับโครงสร้างองค์กรดูแลเกษตรกรเชิงลึก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธ.ก.ส. ผ่าตัดใหญ่ ลุยปรับโครงสร้างองค์กรรับลูกนโยบายรัฐเดินหน้าดูแลเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยทุกกลุ่ม ยันไม่มีปิดสาขาแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ค.นี้ ธนาคารได้เริ่มปรับใช้โครงสร้างบริหารแบบใหม่ เพื่อใช้ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการดูแลเกษตรผู้มีรายได้น้อยที่ได้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ กลุ่มเกษตรกร &amp;nbsp;เอสเอ็มอีภาคเกษตรกร สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน ให้พ้นจากความยากจน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยการปรับครั้งนี้ได้เพิ่มตำแหน่งรองผู้จัดการดูแลงานจาก 5 ด้าน เป็น 6 ด้าน มีสายงานเพิ่มเป็น 14 สายงาน ฝ่ายงาน 28 ฝ่าย และสำนักเพิ่มเป็น 20 สำนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายในโครงสร้างใหม่มีการปรับปรุงรายละเอียดการทำงานค่อนข้างเยอะ เช่น กลุ่มดูแลการทางการเงินสินเชื่อ เงินฝาก เดิมจะมีเพียงฝ่ายเดียวดูแลลูกค้าทุกกลุ่มเหมือนกันหมด แต่ในโครงสร้างใหม่จะแบ่งฝ่ายสินเชื่อออกเป็น 3 ฝ่ายเพื่อดูแลลูกค้าแยกออกจากกันอย่างชัดเจน คือ กลุ่มสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อย สินเชื่อสำหรับเกษตรกรทั่วไป และสินเชื่อสำหรับลูกค้าองค์กร เอสเอ็มอีเกษตร ลูกค้าชุมชน และสหกรณ์ &amp;nbsp;โดยแต่ละกลุ่มจะมีทีมงานดูแลสินเชื่อเฉพาะเพื่อออกแบบมาตรการดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มองค์กรจะเป็นหัวใจหลักที่ช่วยกระจายรายได้ ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในฝ่ายสินเชื่อยังมีการแบ่งแยกหน้าที่ตามข้อแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คือ กลุ่มวิเคราะห์สินเชื่อ ได้แยกออกจากกลุ่มออกผลิตภัณฑ์ และมีสำนักพิธีการตรวจสอบเงื่อนไขและหลักประกัน กับกลุ่มเจ้าหน้าที่ขายแยกออกมา เพื่อให้สามารถตรวจสอบกันได้เอง ทำให้ต่อไปการออกบัญชีเงินฝาก สินเชื่อเงินกู้ ดอกเบี้ยพิเศษของธ.ก.ส.จะเข้าไปบริการลูกค้าได้ตรงมากขึ้น เช่น ผู้มีรายได้น้อยมีความสามารถออมเท่าไร ได้ประโยชน์เท่าไรก็จะมีแพ็กเก็จรวมเงินสินเชื่อ เงินกู้ และประกันภัยให้ตรงกับความต้องลูกค้า รวมถึงยังมีการแยกฝ่ายงานดิจิตอลออกมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธนาคารยืนยันว่าไม่มีนโยบายปิดสาขา แต่เมื่อได้รับภารกิจในการทำงานเพิ่มขึ้นก็ต้องมีการปรับโครงสร้างใหม่ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล และเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของธ.ก.ส.ระยะ 9 ปีด้วย &amp;nbsp;โดยโครงสร้างใหม่จะเหลือฝ่ายที่ทำงานแบบเดิมไม่ถึง 10 ฝ่าย ที่เหลือจะปรับการทำงานใหม่หมด แต่ก็ยอมรับว่าหลังการปรับโครงสร้างใหม่แล้ว อาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวในการทำงานบ้างเพราะครั้งนี้ปรับเยอะ แต่ธนาคารก็จะเร่งผลงานให้ตามเป้าหมาย และธนาคารกำลังหารือถึงแนวคิดการปรับโครงสร้างสาขาธนาคารช่วงเดือนต.ค.นี้ด้วย แต่จะค่อยๆทำแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อไม่ให้กระทบมาก&amp;rdquo; นายอภิรมย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงสร้างใหม่ของ ธ.ก.ส. ประกอบด้วย ด้านกลยุทธ์ดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านกลยุทธ์องค์กรและทรัพยากรมนุษย์ อาทิ สายงานกลยุทธ์องค์กร ด้านบัญชีการเงินและธุรกิจธนาคาร ได้แก่ สายงานบัญชีและการเงิน สายงานธุรกิจธนาคาร สายงานสนับสนุนผลิตภัณฑ์ ด้านธุรกิจสินเชื่อเกษตรกรและนโยบายรัฐ ประกอบด้วย สายงานสินเชื่อเกษตรกร สายงานบริหารงานนโยบายรัฐ ด้านธุรกิจสินเชื่อเกษตรรายใหญ่และสถาบันการเกษตรกร อาทิ สายงานสินเชื่อผู้ประกอบการ &amp;nbsp;และสายงานพัฒนาลูกค้าและชนบท ด้านบริหารสาขา ประกอบด้วยสาขาภาค 9 ภาค เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิรมย์ กล่าวด้วยว่า ธนาคารยังคงเป้าหมายการทำงานไว้เหมือนเดิมในการก้าวเป็นศูนย์กลางทางการเงินภาคการเกษตรและภาคชนบท โดยในปีบัญชี 61 (1 เม.ย. 61-31 มี.ค.62) ตั้งเป้าหมายสินเชื่อเพิ่มขึ้นสุทธิ 9.3 หมื่นล้านบาท เงินฝากเพิ่มขึ้น 5.75 หมื่นล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ 4.8 พันล้านบาท หนี้ที่ค้างชำระเกิน 3 เดือน หรือหนี้เสียไม่เกิน 4% คุณภาพชีวิตเกษตรกรดีขึ้น 85% มีกำไรสุทธิกว่า 8,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการดำเนินงานไตรมาสแรก มีเงินฝากสุทธิเข้ามา 7,832 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นไปตามเป้าหมายเนื่องจากปกติในไตรมาสแรกจะมีเงินฝากเข้ามาน้อย เนื่องจากเป็นช่วงที่เกษตรกรมีภาระรายจ่ายเยอะ ทั้งค่าเทอม ค่าการศึกษาบุตรหลาน ค่าใช้จ่ายลงทุนเพาะปลูก แต่ในไตรมาสสองช่วงเดือนก.ค.-ก.ย.ยอดเงินฝากจะเพิ่มขึ้นเร็วได้ เพราะมีลูกค้าเงินฝากจากภาครัฐเข้ามา รวมถึงผลผลิตทางเกษตรจะเริ่มเก็บเกี่ยวและขายได้ ทำให้ในสิ้นปีนี้ภาพรวมของเงินฝากสุทธิจะเพิ่มได้ตามเป้าหมาย 5.75 หมื่นล้านบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13473</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเกษตรกร, ธ.ก.ส., ปรับโครงสร้างบริหาร, ปรับโครงสร้างองค์กร, อภิรมย์ สุขประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180413/image_big_5ad0180376169.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
