<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักธรณีวิทยาเตือน! &#039;โคลนพุ&#039; ค่าด่างสูงเทียบเท่าผงซักฟอก อย่าดื่มหรือทาตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักทรัพยากรธรณี เผยปรากฏการณ์โคลนพุ &amp;nbsp;ผุดกลางทุ่งนา ที่ &amp;nbsp;จ.นครราชสีมา เกิดจากน้ำใต้ดินทำปฏิกิริยากับแร่ในดินแล้วเกิดการพองตัวดันผ่านรอยแตกของพื้นดิน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีค่าความเป็นด่างสูง เทียบเท่าผงซักฟอก เตือนอย่านำไปกินหรือหากนำไปทาตัวทาหน้าอาจเกิดอาการแพ้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.62 - ที่สำนักงานทรัพยากรณีเขต 2 จ.ขอนแก่น นายประดิษฐ์ นูเล นักธรณีวิทยาชำนาญการ สำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 (ขอนแก่น) กรมทรัพยากรธรณี ให้สัมภาษณ์ว่า&amp;nbsp;จากปรากฏการณ์ &amp;ldquo;โคลนพุ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;โคลนผุด&amp;rdquo; ที่เกิดขึ้นกลางทุ่งนาในพื้นที่บ้านหนองกุงน้อย ต.โคกกระเบื้อง อ.บ้านเหลื่อม จ.นครราชสีมา ขณะนี้นักทรัพยากรธรณีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วพบว่ามีลักษณะของโคลนไหลออกมาจากรู หรือรอยแยกบนผิวดินกว่า 20 จุด คณะทำงานได้เก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจวิเคราะห์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเรียกว่า &amp;ldquo;โคลนพุ&amp;rdquo; เกิดจากปัจจัย 3 ส่วนประกอบด้วยน้ำบาดาล หรือน้ำใต้ดินที่มีแรงดันหลังทำปฏิกิริยากับแร่ดิน ส่วนใหญ่เป็นดินชนิดมอนต์มอริลโลไนต์ ที่มีทั้งโซเดียมมอนต์มอริลโลไนต์ แคลเซียมมอนต์มอริลโลไนต์ และแคลไซต์มอนต์มอริลโลไนต์ ที่มีคุณสมบัติเมื่อถูกน้ำจะพองตัว ประกอบกับเจอรอยแตกแยกของพื้นดินจึงผุดขึ้นมา ซึ่งในภาคอีสานพบเจอหลายแห่ง สังเกตได้จากชื่อหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ที่มักมีคำว่า &amp;quot;น้ำผุด&amp;quot; ต่อท้ายชื่อสถานที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประดิษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับประชาชนในพื้นที่ที่นำโคลนไปดื่มกินนั้น ไม่ขอแนะนำและไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะจากการวิเคราะห์ค่ากรดด่างขอน้ำในจุดดังกล่าวพบว่ามีค่าด่างค่อนข้างสูง ถึง 9.7 ขณะที่บางคนนำไปทาตัวแล้วบอกว่ารักษาอาการเจ็บป่วยได้นั้นถือเป็นความเชื่อ เพราะผลวิเคราะห์ในเบื้องต้นที่มีสารมอนต์มอริลโลไนต์ที่เมื่อถูกน้ำจะพองแห้งจะตึง จึงเชื่อกันว่าจะทำให้ผิวหนังเต่งตึง อย่างไรก็ตามขอย้ำว่าไม่แนะนำให้ทาตัวเพราะน้ำโคลนนี้มีความเป็นด่างค่อนข้างสูงเทียบเท่าผงซักฟอก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29037</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรธรณี, ปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา, ปรากฏการณ์โคลนพุ, สำนักงานทรัพยากรณีเขต 2 จ.ขอนแก่น, โคลนผุดกลางทุ่งนา, โคลนพุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63c941a6719.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
