<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2025 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>20ต.ค.บิ๊กป้อมลงกาญจน์ ประภัตรชี้สุพรรณอย่าตน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปภ.สรุปผลพวงพายุ &amp;quot;คมปาซุ&amp;quot; 5 จว. 7 อำเภอ 59 หมู่บ้านจมน้ำ &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เตรียมคิวลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี 20 ต.ค.นี้ ติดตามบริหารจัดการน้ำเขื่อนศรีนครินทร์-เขื่อนวชิราลงกรณ &amp;quot;ประภัตร&amp;quot; ตรวจอ่างเก็บน้ำกระเสียวหลังล้นสปิลเวย์ในรอบ 10 ปี ย้ำคนสุพรรณอย่าตื่นตูม ได้เก็บเกี่ยวข้าวแน่ &amp;quot;พท.&amp;quot; ซัด &amp;quot;2 ป.&amp;quot; เดินสายสร้างภาระเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ต.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลพายุคมปาซุ และร่องมรสุมพาดผ่านตั้งแต่วันที่ 15-17 ต.ค.64ว่าส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ ลพบุรี ปราจีนบุรี และนครนายก รวม 7 อำเภอ 22 ตำบล 59 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,698 ครัวเรือน ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 3 จังหวัด 5 อำเภอ 14 ตำบล 38 หมู่บ้าน 1,848 ครัวเรือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ จ.ลพบุรี น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสระโบสถ์ &amp;nbsp;และอำเภอโคกสำโรง ระดับน้ำลดลง จ.ปราจีนบุรี น้ำป่าไหลหลากและน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปราจีนบุรี และอำเภอประจันตคาม ระดับน้ำลดลง จ.นครนายก น้ำจากคลองสันทรีย์เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมอำเภอปากพลี ระดับน้ำลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภาพรวมสถานการณ์คลี่คลายในหลายพื้นที่ แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ซึ่งปภ.ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป&amp;quot; ปภ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในวันที่ 20 ต.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.กาญจนบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่และแนวทางการบริหารจัดการน้ำ &amp;nbsp; เตรียมพื้นที่รับน้ำหลากในปี 2564 และการเตรียมการฤดูแล้งปีถัดไปของกรมชลประทาน และแนวทางการบริหารจัดการเขื่อนแม่กลองและคลองจระเข้สามพัน ติดตามศักยภาพและการพัฒนาทรัพยากรน้ำบาดาล จ.กาญจนบุรี รวมถึงกดปุ่มเปิดน้ำชุมชน ต.ทุ่งกระบ่ำ อ.เลาขวัญ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แล้วรับมอบสุขาลอยน้ำจากนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จะไปติดตามภาพรวมการเตรียมการรับมือฤดูฝนปี 2564 และความก้าวหน้าโครงการผันน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ โดยเลขาธิการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) การนำเสนอแนวโน้มสถานการณ์น้ำของเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ รวมถึงรับทราบแนวทางการจัดการและความปลอดภัยของเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ ก่อนมอบนโยบายและไปติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณสันเขื่อนศรีนครินทร์และพบปะผู้นำชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตรลงพื้นที่ไปแล้ว 4 จังหวัด คือ จ.พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา สระแก้ว และขอนแก่น ซึ่งกาญจนบุรีจะเป็นจังหวัดที่ 5&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางลงพื้นที่ตรวจดูปริมาณน้ำที่อ่างเก็บน้ำกระเสียว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการระบายน้ำว่า เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำกระเสียวมีปริมาณ 100% และยังจะมีปริมาณน้ำจาก อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ที่จะเข้ามาอีกจำนวนมาก ทำให้น้ำล้นสปิลเวย์ในรอบ 10 ปี ซึ่งน้ำที่ไหลออกจากอ่างเก็บน้ำกระเสียว ส่งผลกระทบกับแม่น้ำท่าจีน ซึ่งมีระดับน้ำที่สูงอยู่แล้ว นอกจากนี้ได้รับรายงานจาก อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง ว่าน้ำจาก จ.กาญจนบุรีก็ยังมีมาอีก และน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็เอ่อล้นเข้ามาในเขตทุ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;น้ำในปีนี้มาประดังพร้อมกันไปหมด แต่หากไม่มีพายุฝนมาเพิ่มอีก สถานการณ์ก็จะค่อยๆ ดีขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวแล้ว เชื่อว่าสถานการณ์จะทรงอยู่อย่างนี้อย่างน้อย 3 วัน ขอชาวนาอย่าตื่นตระหนก เก็บเกี่ยวได้แน่นอน เรากำลังช่วยกันปรับทุกๆ สายน้ำไม่ให้มากไปกว่านี้&amp;quot; รมช.เกษตรและสหกรณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ว่านอกจาก 2 ป. จะใช้การลงพื้นที่เป็นการประลองกำลังวัดกันว่า ส.ส.จะตบเท้าตามแห่ใครมากกว่ากัน ยังอาจต้องวัดกันด้วยว่าการลงพื้นที่ของแต่ละคน ใครถูกประชาชนต่อต้านหนักกว่ากัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เดือดร้อนตำรวจต้องแจ้งเตือนประชาชน ห้ามด่า-ห้ามปาไข่-ห้ามเผารูป ห้ามสารพัด แต่ไปลงพื้นที่ไหนก็ถูกขับไล่ &amp;nbsp; การลงพื้นที่แบบนี้เป็นการสร้างภาระ &amp;nbsp;ประชาชน ไม่ได้ประโยชน์ เพราะไม่ได้เปิดพื้นที่รับฟังสภาพปัญหาที่แท้จริง&amp;quot; รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.) กล่าวว่า การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร รวมทั้ง ร.อ.ธรรมนัส &amp;nbsp;พรหมเผ่า​ เลขาธิการพรรค พปชร. ​มักจะมีมวลชนบางส่วนออกต่อต้านว่า​ โดยหลักแล้วทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น​ เพียงแต่ในบริเวณที่มีการจัดงาน หรือมีกิจกรรมของผู้นำประเทศก็ไม่ควรเข้ามาวุ่นวาย​ เพราะมีเรื่องของความปลอดภัยด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;h25thth
tga365th
gslotz999th
betflik88th
betup888th
kinggame365th
sb888
wowslot818th
bar4bets
livewin1688th
imba96
wowgame1234
ufa100
gg168th
wingame99th
pxjth
dk7th
sands999th
ufa365day
ufa191th
ufa168th
ufa800th
ufa289th
ufa656th
ufa345th
lagalaxy1th
legalaxy88
sbobetth
ufa747th
ufa25hrth
ufa888th
ufa24hth
ufa350th
ufa777th
ufa4kth
askmebetth
ambbet
Betflik28
betwayth
databet88
wowslot1688th
wowslot369th
wowslot007th
wowslot191
wowslot888th
wowslot345th
joker123
joker123th
jokerslotz999
live22
pg888th
pg789
pg888asia
xoslotz
188bet
1ufabet
123plus
123play
123maxx
168pg
bet365
fun88
ib888
818king
77evo
imi689
ezslot
123up
hengjing168
allslot
ufa888goal
ufa888goal
ufa888goal
ivip9
allcasino
8xbet
hydra888
k9win
faz123
777pg
lucabet168
beo555
bozz777
gembet99
brazil999
918kissme
123vip
joker999
369superslot
bitbet69
g2g24time
123auto
huc99
fox88
ezcasino
123vega
goodbet711
fafa888
g2g789t
akbet

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120026</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นครนายก, บิ๊กป้อม, ปราจีนบุรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_61653f674b4d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 21:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดคลินิกฉีดวัคซีน ‘โมเดอร์นา’ปลอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรวจสอบคลินิกผดุงครรภ์ที่กบินทร์บุรีอ้างมี &amp;#39;โมเดอร์นา&amp;#39; จ่อยึดใบอนุญาตถ้าพบฉีดวัคซีนปลอม แฉคิดราคาเข็มละ 1,500 บาท ให้โอนเงินก่อน แม่บ้านหลงเชื่ออยากให้ครอบครัวรอดโควิด จ่ายไป 6 พัน ฉีดได้ 4 คน เพื่อนบ้านสงสัยแอบตามมาถ่ายคลิป งัดออกจากกล่องเดินไล่ฉีด อ้างเอกสารใบรับรองถูกต้อง ร่ำไห้คนไทยหลอกกันเอง &amp;nbsp;ด้านเจ้าของคลินิกยังปฏิเสธ
จากกรณีมีข่าวนำเสนอผ่านทางสื่อมวลชนมีผู้ร้องเรียนว่า มีคลินิกแห่งหนึ่ง ที่ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี อ้างว่ามีวัคซีนยี่ห้อโมเดอร์นา ในราคาเข็มละ 1,500 บาท ผู้สนใจต้องโอนเงินเข้าในบัญชีก่อน แล้วจึงเข้าไปรับวัคซีนได้ มีเพื่อนบ้านสนใจติดต่อ พร้อมโอนเงินเข้าบัญชีไป 6,000 บาท เพื่อพาครอบครัวเดินทางไปฉีดวัคซีนที่คลินิก เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนว่าจะถูกหลอก จึงตัดสินใจขับรถตามไปดู พบว่าคลินิกดังกล่าวคือ คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์กุหลาบ พร้อมได้แอบบันทึกภาพวิดีโอไว้สงสัยว่าเป็นวัคซีนป้องกันโควิดปลอม&amp;nbsp;
เพื่อนผู้เสียหาย ผู้ถ่ายภาพวิดีโอ กล่าวว่า ได้รับการชักชวนจากเพื่อนบ้านว่า เขาสามารถพาไปฉีดวัคซีนที่เป็นยี่ห้อโมเดอร์นาได้ ตอนแรกก็เชื่อ แต่เอะใจว่า วัคซีนตัวนี้ประเทศไทยยังไม่สามารถนำเข้ามาได้ เลยให้คนรู้จักหลายๆ คนช่วยกันเช็กว่ามีวัคซีนตัวนี้ไหม สามารถฉีดได้ในราคาโดสละ 1,500 บาท เช็กไปหลายๆ ที่จนถึงกระทรวงสาธารณสุข แจ้งว่า วัคซีนตัวนี้ยังไม่มีนำเข้ามาในประเทศไทย เริ่มสงสัยและหาข้อมูลมาเรื่อยๆ และเดินทางมาถึงคลินิกต้นตอ เพราะอยากเตือนประชาชนและหลายๆ คนว่า อย่าหลงเชื่อว่าการที่จะฉีดวัคซีนสักอย่างควรหาที่มาที่ไปว่า น่าเชื่อถือหรือไม่
&amp;quot;ตอนแรกหนูมากับผู้เสียหาย 4 คน คือ ครอบครัวหนึ่ง น้องเล็กสุด อายุ 5 ขวบ คนโตประมาณ 10 ขวบ ครอบครัวนี้ต้องควักเงิน 6,000 บาท เพื่อที่จะมาจ่ายค่าวัคซีน ก็เลยเดินทางตามมา เมื่อเห็นด้วยตาก็ร้องไห้ว่า คนไทยด้วยกันต้องช่วยเหลือกัน ด้วยภาวะแบบนี้แล้วไม่น่าจะทำ ความน่าเชื่อถือไม่มีให้เห็นเลย การที่คนจะรับวัคซีนเข้าไปในร่างกาย วัคซีนตัวนี้เป็นตัวที่มีคุณค่า บุคคลทั่วไปรวมถึงหนูด้วยก็ยังตามหาอยู่ การเก็บวัคซีนเราก็ไม่เห็นว่าเขาดึงวัคซีนจากบรรจุภัณฑ์ที่เป็นหลอดแก้ว แต่ตัววัคซีนบรรจุในกล่องพลาสติก และมีการใส่ตัวยาไว้ในนั้นแล้ว เปิดฝาออกมาแล้วก็หยิบ ไม่มีการวัดความดัน และก็เดินไล่ฉีดทุกคนในคลินิก พยายามหาดูเอกสาร คนที่รู้จักได้ส่งใบรับรองการฉีดมาให้ตนดู เป็นเพียงกระดาษ 1 แผ่น จึงให้เจ้าหน้าที่ที่คลินิกช่วยอธิบายให้ฟัง ซึ่งคลินิกรับรองว่า นี่คือ การได้รับวัคซีนโมเดอร์นานำเข้าจากอเมริกา คนที่มีเงินก็ยังไม่สามารถฉีดวัคซีนตัวนี้ได้เลย นี่จ่ายเงินแค่นี้ก็สามารถฉีดวัคซีนตัวนี้ได้เลยหรือ อยากเตือนคนที่จะฉีดวัคซีนควรหาข้อมูลให้มากกว่านี้ หากครอบครัวนี้ฉีดวัคซีนไปวันนี้แล้วก็ไม่ได้ระวังตัว ไปตามชุมชนและเกิดติดเชื้อมา ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เงิน 1,500 บาทก็เสียไป ความปลอดภัยในชีวิตก็ไม่มี วัคซีนที่ได้รับอะไรก็ไม่รู้ อยากให้หน่วยงานมาตรวจสอบเพื่อสอบสวนดำเนินคดี ซึ่งมีความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน&amp;quot; เพื่อนผู้เสียหายกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผู้เสียหายกล่าวว่า ตนไปกันแบบครอบครัว ไปถึงไม่ได้ทำอะไรมาก 4 คน ก็ได้รับการฉีดเลย โดยทางคลินิกแจ้งว่า เป็นวัคซีนโมเดอร์นา แต่ก็ไม่เห็นขวด ส่วนอาการหลังฉีดก็ปกติดี ยังไม่มีอะไรผิดปกติ การจ่ายเงินจะโอนให้ญาติแล้วญาติก็ดำเนินการให้คลินิก จริงๆ แล้วทุกคนก็อยากฉีด ก็อยากป้องกันตัวเองและครอบครัว เห็นว่ามีก็เลยฉีด เพราะคนรู้จักบอกว่าฉีดแล้วไม่มีผลข้างเคียง ซึ่งตัวเองฉีดแล้ว 2 เข็ม และครอบครัวก็ฉีดทั้ง 4 คน มีเด็กอายุ 12 ขวบ และ 5 ขวบ
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอกบินทร์บุรี พร้อมผู้เกี่ยวข้องได้เดินทางไปยังคลินิกดังกล่าว จากการตรวจหลักฐานใบอนุญาต พบว่า มีใบอนุญาตที่ 25105000363 ในอนุญาตฉบับนี้ให้ไว้แก่ นางกุหลาบ แหยมนก ประกอบวิชาชีพ/การพยาบาลและการผดุงครรภ์ เลขที่ 5811108585 วันที่ออกใบอนุญาต 30 พ.ย.2558 เพื่อแสดงว่า เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการ ณ สถานพยาบาล ชื่อ คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์กุหลาบ ประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ตั้งอยู่เลขที่ 69 หมู่ที่ 18 ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ให้ไว้ ณ วันที่ 4 ก.พ.63 โดยนายโชคชัย สาครพานิช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบถามกับนางกุหลาบ แหยมนก ว่า มีประชาชนเดินทางมาให้ทำการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส โควิด-19&amp;nbsp;หรือไม่ ทางเจ้าตัวแจ้งว่า ทางคลินิกยังไม่มีการฉีดให้กับผู้ใดเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 13 มิ.ย. ได้รับแจ้งจากทาง นายอดุล การงาน สาธารณสุขอำเภอกบินทร์บุรี ว่า ทางทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอกบินทร์บุรี พร้อมด้วยนิติกรสาธารณสุข เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังตะเคียน ฝ่ายปกครองอำเภอกบินทร์บุรี เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบ &amp;ldquo;คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์กุหลาบ&amp;rdquo; อยู่เลขที่ 69 หมู่ 18 ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ของนางกุหลาบ แหยมนก&amp;nbsp;ซึ่งยังเปิดให้บริการประชาชนตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุล การงาน สาธารณสุขอำเภอกบินทร์บุรี กล่าวว่า หากเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบแล้ว พบว่า มีการฉีดวัคซีนปลอมจริงจะมีการพักใบอนุญาตประกอบกิจการ ในส่วนของคดีอาญาให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นางกุหลาบ เจ้าของคลินิกเปิดเผยว่า จากคลิปดังกล่าวเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเที่ยงวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมาขณะที่ตนได้รักษาคนไข้ในเบื้องต้น เช่น คนไข้มีอาการปวดหัว ตัวร้อน วันนั้นมีคนไข้รายนี้มาทำการรักษา โดยให้ฉีดยาแก้ไข้ธรรมดา (พาลามอน) ก่อนฉีดคนไข้บอกว่า พักผ่อนไม่เพียงพอและให้การแนะนำคนไข้ก่อนจะฉีด หลังจากฉีดยาสักครู่คนไข้มีอาการเป็นลม ร้องขอยาดม เจ้าหน้าที่คลินิกจัดหายาดมให้ หลังจากนั้นคนไข้กลับบ้าน เพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ไม่รู้เลยว่ามีการถ่ายคลิปแล้วนำไปออกสื่อต่างๆ
เจ้าของคลินิกกล่าวอีกว่า ช่วงบ่ายที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ของสาธารณสุข-อสม.ผู้นำหมู่บ้านมาตรวจสอบคลินิกและนำตัวยาที่ฉีดให้กับคนไข้ไปตรวจสอบแล้วในเบื้องต้น จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกไม่สบายใจ เพราะคลินิกแห่งนี้เป็นคลินิกเล็กๆ รักษาให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ในคลิปผู้ป่วยที่เป็นข่าวนั้นฉีดยาให้ ไม่ได้เรียกเก็บค่าฉีดยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากถามว่าทำเพื่ออะไร ขอยืนยันว่าตนเองรู้สึกเสียขวัญและกำลังใจ ไม่เคยคิดว่าจะเกิดเรื่องราวแบบนี้ ไม่มีเจตนาที่จะทำผิดวิชาชีพแต่อย่างใด การที่มีคนไข้มารักษาจะให้คำแนะนำในเบื้องต้นก่อนที่จะฉีดยา หรือคนไข้ที่มาปรึกษาจะให้คำแนะนำว่า ควรจะไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล เพื่อทำการรักษาให้หาย อยากถามคนถ่ายคลิปเหมือนกันว่า ข้อมูลที่แท้จริงนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่นำคลิปไปเผยแพร่ ซึ่งได้บอกว่า ไม่ได้เป็นการฉีดวัคซีนโควิด แต่คนไข้ที่มาฉีดยาแก้ไข้ให้ธรรมดา ไม่ได้เป็นการโฆษณาหรือชักชวนให้มาฉีดป้องกันโควิด&amp;rdquo; เจ้าของคลินิกกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109601</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบินทร์บุรี, ฉีดวัคซีนปลอม, ปราจีนบุรี, วังท่าช้าง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ‘โมเดอร์นา’ปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d3164c94a68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ปราจีนบุรีระดมกวาดล้างยาเสพติดจับผู้ต้องหายึดยาบ้า-ไอซ์จำนวนมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64- ภายหลังจากพล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี สั่งบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างจับกุมยาเสพติด และดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายยาเสพติดในพื้นที่ ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จว.ปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กบินทร์บุรี ได้ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายยาเสพติด ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จำนวน 6 เป้าหมาย โดยมีผลการปฏิบัติ 1. จับกุมนายธวัชชัย หรือเจม บุญญะอินทร์ อายุ 24 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 28 เม็ด และไอซ์ น้ำหนักสุทธิ 0.03 กรัม จึงจับกุมในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย 2. จับกุมนายอาณาจักร หรือเบ๊นซ์ น้อยศรีเกตุ อายุ 20 ปี และนายกฤษณะ หรือมิน สร้างวัด อายุ 22 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 17,053 เม็ด และไอซ์ น้ำหนักสุทธิ 0.74 กรัม และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 7 นัดจึงจับกุมในข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ครอบครองโดยผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จับกุมนายประสงค์ หรือเชะ ปานแสง อายุ 38 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง จึงจับกุมข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย 4. จับกุมนายพงค์เทพ ปัญญา อายุ 38 ปี พร้อมของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนักรวมถุง 0.8 กรัม ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย 5. จับกุมนายธนัท ก้านบัว อายุ 27 ปี ข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย 6. จับกุมนายพิชัย เนาว์ศรี อายุ 35 ปี จึงจับกุมในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. จับกุมนายวัทน์สิริ หรือเสือ อินทร์สวน อายุ 23 ปี ข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย 8. จับกุมนายสมชาย เนาว์ศรี อายุ 26 ปี จึงจับกุมในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย นายธวัชชัย หรือเจม บุญญะอินทร์ อายุ 24 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 28 เม็ด และไอซ์ น้ำหนักสุทธิ 0.03 กรัม นายอาณาจักร หรือเบ๊นซ์ น้อยศรีเกตุ อายุ 20 ปี และนายกฤษณะ หรือมิน สร้างวัด อายุ 22 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 17,053 เม็ด และไอซ์ น้ำหนักสุทธิ 0.74 กรัม และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 7 นัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105630</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ปราจีนบุรี, ยาบ้า, ระดมกวาดล้างยาเสพติด, ไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bed1a7911ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เผยช่วยเหลือวาตภัยใน3จังหวัดแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค. 64 - กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 64 -ปัจจุบัน เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี ปราจีนบุรี และศรีสะเกษ รวม 3 อำเภอ 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 14 หลัง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 64 - ปัจจุบัน (วันที่ 3 มี.ค. 64 เวลา 06.00 น.) เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี ปราจีนบุรี และศรีสะเกษ รวม 3 อำเภอ 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 14 หลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ท้ายนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94842</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ปภ., ปราจีนบุรี, ศรีสะเกษ, อุดรธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb2c0956678a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ทุเรียน” ปราจีนบุรี  อีกหนึ่งสีสันแห่งความอร่อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ช่วงนี้หันไปทางไหนก็มีแต่ &amp;ldquo;ทุเรียน&amp;rdquo; ราชาแห่งผลไม้เมืองร้อนจากหลายสวนในพื้นที่ภาคตะวันออกออกมาให้ลองลิ้มชิมความอร่อยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ล่าสุด ทุเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งนับเป็นน้องน้อยของภูมิภาค เมื่อเทียบจำนวนปริมาณของผลผลิตและพื้นที่ปลูก แถมส่วนใหญ่ยังเป็นแบบชาวสวนรายย่อยที่ปลูกกันในพื้นที่ไม่กี่ไร่ แต่ก็ประคบประหงมดูแลสวนกันเองเป็นอย่างดี ทำให้รสชาติที่ออกมามีความอร่อยแบบไม่เป็นรองใคร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จ.ส.อ.สกล ทองคำ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครนายก รับผิดชอบ พื้นที่นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว กล่าวว่า ทุเรียนปราจีนบุรีส่วนใหญ่เป็นสวนขนาดเล็ก แต่ด้วยสภาพภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝน และสภาพดินในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี กลับทำให้มีรสชาติที่โดดเด่น แตกต่าง ไม่แพ้ใคร เพราะส่วนใหญ่ชาวบ้านเน้นปลูกรับประทานกันเอง ไม่ใช้สารเคมี และถ้ามีผลผลิตเหลือถึงจะนำออกจำหน่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กระบวนการดูแลสวนทุเรียนมีความพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพราะไม่ทำเชิงธุรกิจใหญ่ ที่สำคัญยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 7 สายพันธุ์ แบ่งเป็นทุเรียนพันธุ์การค้าคือ ทุเรียนพันธุ์ก้านยาว พันธุ์หมอนทอง พันธุ์ชะนี พันธุ์กระดุมทอง และทุเรียนสายพันธุ์พื้นเมือง ประกอบด้วย ทุเรียนพันธุ์กบชายน้ำ พันธุ์ชมพูศรี และพันธุ์กำปั่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทุเรียนก้านยาวปราจีนบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปัจจุบันแหล่งปลูกทุเรียนปราจีนบุรีกระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอประจันตคาม อำเภอศรีมหาโพธิ และอำเภอนาดี ที่มีสภาพดินเหมาะสมสำหรับเพาะปลูกทุเรียน สภาพดินชั้นบนเป็นดินร่วนปนทราย ดินชั้นล่างเป็นหินผุและศิลาแลง ทำให้การระบายน้ำสะดวก น้ำไม่ขังในเนื้อดิน การกระจายตัวของธาตุอาหารทั่วถึง ลักษณะภูมิอากาศและปริมาณน้ำฝน ประกอบกับความชื้นสัมพัทธ์เหมาะสมพอดีกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทุเรียนสวนจากปราจีนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครนายก กล่าวต่อว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ เกือบทุกสวนในจังหวัดปราจีนบุรี จะมีทุเรียนที่ชาวสวนได้เฝ้าดูแล ฝ่าความร้อน แล้ง พายุ ลม ฝน มาให้ได้ลองลิ้มชิมรสชาติกันเพียงปีละครั้ง ททท.สำนักงานนครนายกจึงรวบรวมสวนทุเรียนในจังหวัดปราจีนบุรีมาให้เลือกซื้อและสั่งจองกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ชาวสวนปราจีนกับความภูมิใจ ทุเรียนสวยเม็ดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทุเรียนเนื้อดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ต้องบอกไว้ก่อนว่า อาจจะต้องรีบจองกันแต่เนิ่นๆ เพราะแต่ละสวนมีขนาดไม่ใหญ่ ชาวสวนปลูกเองขายเอง นอกจากทุเรียนแล้วยังมีมังคุดและเงาะอีกด้วย ทุกท่านสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดทางโทรศัพท์และช่องทางออนไลน์ตามที่ให้ไว้ได้เลย มั่นใจว่าหากได้ลิ้มลองสักครั้งจะติดใจในรสชาติของทุเรียนปราจีนฯ อย่างแน่นอน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สวนเหรียญทอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สวน อ.ชุมพจน์ ศรีโสภา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ รายชื่อสวนที่เปิดขายทุเรียนและมีบริการจัดส่งให้ผู้บริโภคได้ชิมกันถึงบ้านมีดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนฮวดจึง&amp;rdquo; บ้านหนองจวง เลขที่ 133/2 หมู่ที่ 8 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง โทร.08-6144-1092, &amp;ldquo;สวนศรีชุ่ม&amp;rdquo; บ้านหนองจวง เลขที่ 101 หมู่ 8 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง โทร.08-1861-8865, 08-7138-1271&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนจงเจริญ&amp;rdquo; บ้านหนองจวง เลขที่ 98 หมู่ 8 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง โทร.08-3113-4711 Facebook :&amp;nbsp; บ้านสวนจงเจริญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;สวนลุงสมพงษ์&amp;rdquo; บ้านหนองจวง หมู่ 8 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง โทร.08-7749-9020&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนทุเรียนหนองจวงซอย 5&amp;rdquo; บ้านหนองจวงหมู่ 8 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง โทร.08-0657-5966&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนทุเรียนหนองจวง ซอย 2 &amp;ldquo;บ้านหนองจวงหมู่ 8 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง โทร.08-7227-5881 Facebook : สวนทุเรียนหนองจวงซอย2&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สวนปราณี&amp;rdquo; เลขที่ 16/2 หมู่ที่ 16 บ้านหนองกันเกรา ตำบลบ้านพระ อำเภอเมือง โทร.08-6817-8115 Facebook : #สวนปราณี &amp;ndash;บ้านหนองกันเกรา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนผาสุก&amp;rdquo; บ้านหนองกันเกรา ตำบลบ้านพระ อำเภอเมือง โทร.09-2446-9881&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สวนเหรียญทอง&amp;rdquo; เลขที่ 70/7 หมู่ที่ 17 ตำบลบ้านพระ อำเภอเมือง โทร.08-1782-1145, 0-3740-3807, 08-1663-8037 Facebook : สวนเหรียญทอง-Rianthong Orchard จังหวัดปราจีนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนทุเรียนสิบตรีพล&amp;rdquo; บ้านหนองขนาก ซอย 1 หมู่​ 7 ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี โทร 08-9939-1791, 09-4451-7909 Facebook : สวนทุเรียนสิบตรีพล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนบ้านดงกระจาย&amp;rdquo; หมู่ 10 บ้านดงกระจาย ตำบลบ้านพระ อำเภอเมือง โทร.09-7052-2056 Facebook :ทุเรียนจากสวนปราจีนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ไม้เค็ดโฮมสเตย์&amp;rdquo; เลขที่ 27/2 หมู่ 2 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง โทร.08-1454-4148 Facebook : คุณติ๋ม ไม้เค็ดโฮมสเตย์ จ.ปราจีนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนศรีชมภู&amp;rdquo; เลขที่ 76/2 หมู่ 8 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง โทร.08-1420-2651, 09-2313-0677&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนน้ำเงินทุเรียนปราจีน&amp;rdquo; เลขที่ 127/1 หมู่ 2 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง โทร.08-0642-1212&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวน อ.ชุมพจน์ ศรีโสภา&amp;rdquo; เลขที่ 56 หมู่ 3 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง โทร.06-1858-4856, 08-5154-4206, 08-5278-8153 Facebook : ทุเรียนปราจีน สวน อ.ชุมพจน์ ศรีโสภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สวนวันเพ็ญ ทุเรียนปราจีน&amp;rdquo; เลขที่ 62/1 หมู่ 5 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง โทร.06-1962-9788, 08-1803-4930 Facebook : สวนวันเพ็ญ ทุเรียนปราจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนลุงเกษม&amp;rdquo; 121 หมู่ 12 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง โทร.08-1205-3026, 06-5679-0707 Facebook: สวนลุงเกษม ผลไม้ตามฤดูกาล จำหน่ายผลไม้ปลีกและส่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนลุงเภาทุเรียนนมสด&amp;rdquo; เลขที่ 62 หมู่ 3 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง โทร.08-9603-6726&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนป้าลือ&amp;rdquo; หมู่ 8 ตำบลนนทรี อำเภอกบินทร์บุรีโทร.09-2283-7485 &amp;ldquo;สวนนายแป๊ะ&amp;rdquo; เลขที่ 182 หมู่ที่ 2 ตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี โทร.08-1374-5226 Lineid : 08-1374-5226 หรือทาง Facebook : สุชาติ ธนะพฤกษ์ สวนนายแป๊ะ ฝรั่งหวานพิรุณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สวนจิตร์นิยม&amp;rdquo; เลขที่ 29/2 หมู่ 2 ถนนโคกขวาง-ระเบาะไผ่ ตำบลหนองโพลง อำเภอศรีมหาโพธิ โทร.08-1 779-7415, 06-5549-8224 Facbook : สวนจิตร์นิยม เว็บไซต์: www.fruitandplant.com&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สวนวงษ์ตระกูลพัด&amp;rdquo; เลขที่ 127 หมู่ 8 ตำบลเนินหอม อำเภอเมือง โทร.08-6347-9465 Facebook : สวนวงษ์ตระกูลพัด ทุเรียนปราจีน ผลผลิตเริ่มออกเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนหงษ์ทอง&amp;rdquo; ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง โทร.08-4 527-6614 Facebook : สวนทุเรียนหงษ์ทอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนจันทร์ประเสริฐ&amp;rdquo; เลขที่ 98 หมู่​ 7 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง โทร./Line id :09-2702-6665 Facebook : สวนจันทร์ประเสริฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ริมปรือบ้านสวน&amp;rdquo;​ เลขที่​ 45/2​ หมู่​ 5​ ตำบลไม้เค็ด​ อำเภอเมือง​ โทร.​08-7128-7051 Facebook : ริมปรือบ้านสวน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สวนทวีศักดิ์&amp;rdquo; เลขที่ 16/7 หมู่ 16 ตำบลบ้านพระ อำเภอเมือง โทร.08-4892-7440&amp;nbsp; Facebook :Meme naja&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;​สวนจ่าอาร์ททุเรียนปราจีน&amp;rdquo; เลขที่ 34/2 หมู่ 6 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง โทร.08-4872-1176 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนนายธีระ ศรีโสภา&amp;rdquo; เลขที่ 137/3 หมู่ 7 ตำบลโคกไม้ลาย อำเภอเมือง โทร.06-2345-4543 Facebook : ทุเรียนปราจีน สวนบุญนำ โดยนายธีระ ศรีโสภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนพันพล ปราจีนบุรี&amp;rdquo; ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง โทร 06-5891-0936 Facebook : สวนพันพล ปราจีนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนลุงบู๊ บ้านคลองปลาดุกลาย&amp;rdquo; หมู่ 6 ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอนาดี โทร 08-6157-0005 Facebook : ทุเรียน สวนลุงบู๊&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;​&amp;ldquo;สวนป้านัดลุงสงวน&amp;rdquo; เลขที่​ 37/2 ม.2 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง โทร.08-1878-8941 (ป้านัด) 08-1456-8313&amp;nbsp; (ลุงสงวน) Line id : @dud6803s IG: maepranomfruit Facebook : สวนป้านัดลุงสงวนทุเรียนและผลไม้ปราจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สวนลุงฉัตร&amp;rdquo; เลขที่ 98 หมู่ 8 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง โทร.08-5508-6343 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งหมดนี้เป็นรายชื่อสวนทุเรียนปราจีนฯ ที่ว่ากันว่าอร่อยไม่เป็นรองใคร รอให้ไปลองลิ้มชิมรสกันในช่วงฤดูร้อนนี้. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66101</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, ททท., ทุเรียน, ปราจีนบุรี, สวนทุเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200516/image_big_5ebfdec5790b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 01:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปราจีนอ่วมน้ำท่วมลาม ทหารเร่งสำรวจจุดฟื้นฟู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ผบ.ทสส.&amp;quot; เตรียมลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี สำรวจจุดฟื้นฟูหลังน้ำลดช่วยชาวบ้านคืนสู่ภาวะปกติ &amp;quot;บิณฑ์&amp;quot; แจงงบบริจาคล่าสุด 408 ล้านบาท ยันจัดสรรเงินถึงมือผู้ประสบอุทกภัยทุกคน เผยสิ้นเดือนก.ย.ปิดบัญชีบริจาค &amp;quot;ปราจีนฯ&amp;quot; อ่วม! มวลน้ำขนาดใหญ่จาก จ.สระแก้วไหลท่วมหลายอำเภอ เร่งอพยพคน-สิ่งของขึ้นที่สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 ก.ย. พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้กำชับให้กองทัพช่วยดูแลประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะในช่วงน้ำลด คือขั้นตอนการฟื้นฟูให้ส่วนราชการต่างๆ เข้าไปเร่งสำรวจในทุกพื้นที่ ไม่ต้องรอให้มีการสั่งการ และหากการช่วยเหลือฟื้นฟูใดที่ทางกองทัพสามารถทำได้ ก็ขอให้ดำเนินการทันที ไม่ต้องรอคำสั่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ในส่วนการรวบรวมแผนฟื้นฟูในพื้นที่ทางกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดลำดับความเร่งด่วน และระดมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่มีการบูรณาการกันในพื้นที่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจว่าพื้นที่ใดมีน้ำลดแล้วบ้าง ก่อนที่จะเข้าไปช่วยฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทหารทุกเหล่าทัพอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มมีพายุเข้ามา จนถึงตอนนี้ก็ยังอยู่ในพื้นที่ทุกวัน ขวัญและกำลังใจของกำลังพลก็ไม่มีปัญหา เพราะเราว่างเว้นการฝึกหรือปฏิบัติภารกิจ หน้าที่ของเราก็คือช่วยเหลือประชาชนให้พ้นจากความทุกข์โดยเร็วที่สุด จากนี้ผมจะลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อไปดูจุดที่ระดับน้ำลดลง และอยู่ในเกณฑ์ขั้นตอนของการฟื้นฟู ซึ่งจะไม่ไปรบกวน แต่จะไปติดตามและเร่งรัดการฟื้นฟูให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ไม่ใช่การตรวจเยี่ยมเพื่อไปรบกวนประชาชนและผู้ปฏิบัติงานแต่อย่างใด&amp;rdquo; ผบ.ทสส.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ของมูลนิธิร่วมกตัญญู นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และนายเอกพันธ์ บรรณลือฤทธิ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมกันแถลงข่าวแจ้งเงินบริจาคผ่านบัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวันว่า ล่าสุดอยู่ที่ 408,508,986 บาท และยอดเงินสดที่รับมอบโดยตรงผ่านนายบิณฑ์ และนายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ คือ 1,748,441 บาท ซึ่งเบิกถอน 6 ครั้ง ยอดเงิน 46,000,000 บาท โดยรวมยอดเงินช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 16-24 ก.ย.2562 อยู่ที่ 41,181,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบิณฑ์กล่าวว่า จะจัดสรรเงินบริจาคส่งมอบถึงมือผู้ประสบภัยทุกคน ซึ่งในส่วน จ.อุบลราชธานี ได้ดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ โดยยึดหลักเกณฑ์ข้อมูลจากราชการหรือทะเบียนราษฎรเป็นหลัก ตลอดจนทำประชาคมร่วมกันกับผู้นำท้องถิ่นในการตัดสินใจมอบเงินช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยแต่ละครัวเรือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันเราจะสำรวจบ้านของประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในทะเบียนราษฎรหรือตกสำรวจ แต่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยครั้งนี้ ซึ่งมีการทำประชาคมและสำรวจวิเคราะห์แล้วเห็นสมควรก็จะมอบเงินช่วยเหลือ โดยเน้นย้ำว่าการช่วยเหลือเงินบริจาคส่วนนี้เป็นเพียงระดับครัวเรือนเท่านั้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือพื้นที่ทํากินหรือพื้นที่เศรษฐกิจต่างๆ&amp;quot; นายบิณฑ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า มูลนิธิร่วมกตัญญูเตรียมลงพื้นที่สำรวจ จ.ยโสธร เพื่อกระจายเงินบริจาคช่วยเหลือในทุกพื้นที่ประสบภัย และขยายการช่วยเหลือออกไปยังจังหวัดอื่นๆ อีก ซึ่งจะแจ้งให้ทราบภายหลัง สำหรับบัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวันของบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ จะปิดบัญชีในวันที่ 30 ก.ย.นี้ แม้จะมีผู้ที่ต้องการอยากจะให้เปิดรับบริจาคไปเรื่อยๆ ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สระแก้วและปราจีนบุรีขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ หลังมวลน้ำขนาดใหญ่จาก จ.สระแก้ว จะไหลผ่านชุมชนตลาดเก่าและเขตเทศบาลตำบลกบินทร์ ซึ่งทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอีก เจ้าหน้าที่จึงแจ้งเตือนให้ผู้ที่อาศัยริมแม่น้ำปราจีนบุรีเตรียมรับมือ โดยมีทหารและเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยการขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง เช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ที่ต้องนำขึ้นรถกระบะ เพื่อไปจอดไว้บนถนนนอกชุมชนซึ่งเป็นพื้นที่สูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัลลพ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี รายงานสถานการณ์น้ำฝนจาก จ.สระแก้ว ไหลมาสมทบในพื้นที่ ระดับน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี จุดวัดหน้าสถานีอุตุฯ กบินทร์บุรี เวลา 06.00 น.เช้านี้ วัดได้ &amp;nbsp;9.73 เมตร &amp;nbsp;(เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 0.18 ม.) ปริมาณฝน 0.8 มิลลิเมตร ปริมาณฝนรวมทั้งปี 1200.6 มิลลิเมตร เปรียบเทียบกับปี 2561 ฝนรวมทั้งปี 1976.7 มม. (ตั้งแต่ ม.ค.-ปัจจุบัน) ความสูงของตลิ่งฝั่งซ้าย 8.97 เมตร ความสูงของตลิ่งฝั่งขวา 9.24 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำได้เพิ่มระดับสูง ทางศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของทางเทศบาลได้ย้ายเต็นท์ขึ้นในที่สูงที่ปลอดภัยกว่า ใกล้กับตลาด 100 ปี ในชุมชนตลาดเก่าที่ตั้งเดิม พร้อมเตรียมเรือท้องแบน กำลังเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยบูรพาพยัคฆ์ ในการบริการขนย้ายหากเร่งด่วนหรือฉุกเฉิน พร้อมกันนี้น้ำได้แผ่วงกว้างท่วมในพื้นที่ต่ำ ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี และลดระดับไหลมาตามแม่น้ำปราจีนบุรี ที่ต่ำต่อเนื่องลงมาในพื้นที่ ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ, อ.เมืองปราจีนบุรี และ อ.บ้านสร้าง เป็นบางพื้นที่ โดยเฉพาะตลอดริมฝั่งแม่น้ำปราจีนบุรีที่สภาพน้ำปริ่มเต็มตลิ่งแล้ว แต่ทางพื้นที่ยังปิดประตูระบายน้ำไม่ให้ล้นเข้าพื้นที่ ซึ่งประชาชนที่ได้รับผลกระทบเร่งขนของขึ้นที่สูง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่บ้านวังปีรู ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี ประชาชนเร่งย้ายของออกมานอกหมู่บ้านแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนตลาดเก่า เทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังจากฝนตกติดต่อกัน ส่งผลให้น้ำจากต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี ที่เกิดจากแควพระปรงที่น้ำไหลมาจากเทือกเขาสอยดาว จ.สระแก้ว ไหลมารวมบรรจบกันกับแควหนุมาน ที่น้ำไหลมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี รวมกันเป็นต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี น้ำเอ่อล้นตลิ่งจากท้ายตลาดบริเวณท่าเรือเก่า เข้าท่วมกลางตลาดและกระจายทั่วชุมชน ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 30-80 ซม. จุดลึกสุดด้ายท้ายตลาดหรือท่าเรือเก่าระดับน้ำลึกกว่า 1 เมตร บ้านเรือนประชาชนกว่า 150 ครัวเรือนในชุมชนถูกน้ำท่วม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46644</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์, ปราจีนบุรี, ผู้ประสบอุทกภัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบลราชธานี, เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย, เร่งสำรวจจุดฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8b7587ae841.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ชี้ช่องเกษตรกรใช้เอฟทีเอเปิดตลาดต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจับมือสภาเกษตรกรแห่งชาติ สกว. ลงพื้นที่พบปะกลุ่มเกษตรกรผลไม้ สมุนไพร และไม้ดอกไม้ประดับในจังหวัดปราจีนบุรี ชี้ช่องใช้ประโยชน์จาก FTA ในการเปิดตลาดส่งออกไปยังประเทศต่างๆ หลังลดภาษีให้กับไทยเหลือ 0% แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
09 ม.ค. 62 -นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการลงพื้นที่ของกรมฯ ร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรี และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ระหว่างวันที่ 7-9 ม.ค.2562 ณ จังหวัดปราจีนบุรี ว่า ได้มีโอกาสพบปะกับกลุ่มเกษตรกรกลุ่มต่างๆ ได้แก่ กลุ่มผลไม้สดและแปรรูป ซึ่งผลิตพืชสมุนไพรวัตถุดิบส่งให้กับโรงพยาบาลอภัยภูเบศร และกลุ่มไม้ดอกไม้ประดับบ้านดงบัง ที่เพาะปลูกต้นไม้จำหน่ายทั่วประเทศและตลาดออนไลน์ ซึ่งพบว่าเป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง และสามารถทำตลาดในประเทศได้เป็นอย่างดีแล้ว และหลายๆ รายก็มีโอกาสที่จะทำตลาดส่งออกได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;กรมฯ ได้เข้าไปให้คำแนะนำกับเกษตรกรว่าปัจจุบันไทยมีการเปิดเสรีทางการค้ากับประเทศต่างๆ จึงเป็นโอกาสของเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรที่จะใช้ FTA ในการขยายตลาดส่งออกได้ เช่น พืชสมุนไพรสดและแห้งรวมถึงขมิ้นชัน ไพล กระชายดำ ไปญี่ปุ่น จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สารสกัดจากพืชรวมขมิ้นชัน ใบบัวบก ไปจีน ญี่ปุ่น อินเดีย ผลไม้สด แห้ง ไปญี่ปุ่น อินเดีย ตลอดจนไม้ดอกไม้ประดับไปจีน เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่ประเทศปลายทางได้ลดภาษีศุลกากรนำเข้าจากไทยเป็น 0% แล้ว&amp;rdquo;นางอรมนกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่ กรมฯ และหน่วยงานพันธมิตรได้ให้คำแนะนำกับเกษตรกร จะต้องให้ความสำคัญกับการนำงานวิจัยมาใช้ในการยืดอายุผลไม้แปรรูป การหาปริมาณสารสรรพคุณในพืชสมุนไพรเฉพาะถิ่น รวมถึงการพัฒนาต่อยอดการแปรรูปผลไม้และสมุนไพรในรูปแบบต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วย ขณะเดียวกัน ได้จัดเสวนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง &amp;ldquo;ช่องทางรวยของสินค้าเกษตรจาก FTA&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ทำอย่างไรให้สินค้าเกษตรสู่ตลาดต่างประเทศ&amp;rdquo; ในวันที่ 8 ม.ค.2562 ณ โรงแรมแคนทารี 304 อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีเกษตรกรกว่า 120 คน จากปราจีนบุรี นครนายก จันทบุรี ตราด และสระแก้วเข้าร่วม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26149</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ, ปราจีนบุรี, พืชสมุนไพร, อรมน ทรัพย์ทวีธรรม, โรงพยาบาลอภัยภูเบศร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af14c0fdaad4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
