<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2019 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2019 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;รับพระราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกฯแล้ว ลั่นช่วยคนจน ปราบคอร์รัปชั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.62- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) รับพระราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 &amp;nbsp;พร้อมกับกล่าวว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวาระที่พระบาทสมพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับเป็นเกียรติยศและมงคลชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้ ผมและครอบครัวรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้น และขอเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ทั้งจะทำงานสนองพระราชปณิธาน ปฐมบรมราชโองการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอยืนยันว่าจะทุ่มเททำงานตามมาตรฐานจริยธรรมโดยสุจริต โดยยึดถือประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นสำคัญ &amp;nbsp;จะเพียรพยายามมุ่งมั่นทำงาน พร้อมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกกลุ่มทุกฝ่าย ทุกสาขาอาชีพ ทุกช่วงวัย ในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศในทุกๆด้าน ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดจนการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ ลดความเข้มแข็ง ยกระดับชีวิตผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ใช้จ่ายงบประมาณของประเทศอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ สร้างสังคมให้มีความรักความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ เกื้อกูลกันในทุกโอกาส &amp;nbsp;เพื่อความกินดีอยู่ดี &amp;nbsp;ความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน &amp;nbsp;ตลอดจนความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของประชาชนชาวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณสภาผู้แทนฯ วุฒิสภา พรรคร่วมรัฐบาล ที่ได้สนับสนุนให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีอีกวาระหนึ่ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38263</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, น้อมรับพระราชโองการ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ปราบคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190611/image_big_5cff4ec033f68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2018 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2018 19:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้อนเจ็บ!อดีตผู้พิพากษาโพสต์คำคมประจำปีนโยบายเพื่อไทยปราบโกงแต่ติดคุกเพราะโกงมากที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.61- นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่าคำคมประจำปี ๒๕๖๑ คือนโยบายพรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*ต่อต้านการทุจริตคอร์ชั่นทุกรูปแบบปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกหย่อมหญ้า*&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สมาชิกพรรคติดคุกเพราะทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25513</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, ติดคุก, นโยบายพรรคเพื่อไทย, ปราบคอร์รัปชัน, อดีตผู้พิพากษาศาลฎีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c136f43c4a63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2018 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2018 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคไหนโดนอย่างจัง &#039;ดร.เสรี&#039; จัดให้อีก!จะหยุดโกงพูดไม่เกรงใจนายใหญ่เลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค. 61 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;บอกว่า &amp;quot;จะหยุดทุจริต คอรัปชั่น&amp;quot; พูดไม่เกรงใจนายใหญ่ เลยเนาะ เอาคนหนีคดีทุจริตกลับมารับโทษให้ได้ก่อนดีไหม แล้วค่อยพูดแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.เสรี วงษ์มณฑา, ปราบคอร์รัปชัน, เฟซบุ๊กดร.เสรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3d69226a6d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บัญญัติ&#039;ถูกดูดชินแล้ว &#039;อ๋อย&#039;ชำระมรดกคสช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ชินแล้ว! &amp;quot;บัญญัติ&amp;quot; เผยกำเนิดพรรคใหม่ประชาธิปัตย์กระเทือนเล็กน้อย ตั้งข้อสังเกตเสียงสนับสนุน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เป็นนายกฯ เริ่มจางลง เพราะ 4 ปีแก้ปัญหาความขัดแย้งไม่ได้ ยก &amp;quot;เสนีย์ ปราโมช&amp;quot; เป็นผู้นำตัวอย่าง แต่เพื่อไทยชี้เป็นแผนลับลวงพราง &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; เชื่อสายสัมพันธ์กำนันกับ ปชป.ตัดไม่ขาด ให้ดูเกมอนาคตจะร่วมกับช่วย คสช.สืบทอดอำนาจ หยามพรรค กปปส.ไม่มีทางชนะ เพราะเคยขัดขวางการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. เป็นที่ปรึกษาพรรคว่า เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน เพราะนายสุเทพปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว คิดว่าการมีพรรคเกิดใหม่เป็นเรื่องธรรมดา หลัง 14 ตุลาคม มีพรรคเกิดขึ้นมากมาย ถือเป็นตัวเลือกของประชาชน เพื่อมีโอกาสเปรียบเทียบ และประชาชนรู้อะไรมากขึ้น จะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนพรรคใดประชาชนก็มีเหตุผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจะกระทบฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้หรือไม่ ตนคิดว่าก็มีบ้าง พรรคเราเคยชินกับเรื่องทำนองนี้ เมื่อมีพรรคใหม่เกิดขึ้น จะมีการแย่งคะแนนเสียงแบบนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรกับการตั้งพรรคนี้ซึ่งสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่อ &amp;nbsp;อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตอบว่า ในช่วงแรกๆ มีท่าทีชัดเจนว่าจะสนับสนุน แต่ช่วงหลังๆ พูดเรื่องนี้น้อยลง อาจเป็นเพราะหนักอกหนักใจ เพราะช่วงหลัง พล.อ.ประยุทธ์ทำอะไรไม่ค่อยเข้าตา แต่ยังมีเวลาดูอีกระยะหนึ่ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงผลงาน 4 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล คสช. นายบัญญัติกล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ทำงานหนักพอสมควร หลายเรื่องเป็นมรรคเป็นผล แต่บางเรื่องที่เป็นความหวังของประชาชน เช่น ปราบคอร์รัปชัน การปฏิรูป และปรองดอง ถ้าให้พูดตรงไปตรงมาก็ยังไม่สำเร็จ โดยเฉพาะปรองดอง ที่ยังมีการแตกแยกมากขึ้น ตนคิดว่าเป็นเรื่องน่าห่วง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนความมั่นใจว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 นั้น อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตอบว่า ถ้าไม่เลือกตั้งคราวนี้จะลำบาก เพราะเลื่อนมา 3-4 ครั้ง นายกฯ ไปประกาศกับต่างประเทศเยอะ ถ้าเลื่อนอีกก็ไปกันใหญ่ เสียรังวัดมามากแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมคิดว่าถ้าเลื่อนนิดเลื่อนหน่อยต้องมีเหตุผล เพราะเลื่อนมาหลายครั้ง และการที่คนออกมาเรียกร้อง ท่านก็ไม่ควรไปตำหนิเขา เพราะท่านเลื่อนมาหลายครั้ง ถ้าจะเลื่อนจากเดือนกุมภาพันธ์ ไปอีก ก็ต้องบอกว่าเป็นเพราะอะไร ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงท่านก็ต้องพูดให้ชัด แต่ถ้าติดขัดในกระบวนการกฎหมาย มีข้อขัดข้องใด รัฐบาลมีมาตรา 44 ที่จะแก้ไขข้อขัดข้องทางเทคนิคกฎหมายดังกล่าวได้ ก็สามารถใช้มาตรา 44 จัดการเลือกตั้งได้ สังคมก็จะรับได้ แล้วการเมืองก็จะนิ่งด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
ชู &amp;quot;เสนีย์&amp;quot; ผู้นำตัวอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัญญัติกล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ล็อกหลายล็อกที่ทำให้พรรคการเมืองมีอุปสรรคที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งสำคัญมาก ซึ่งการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ควรจะเป็นการเลือกตั้งที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจของประชาชน ถ้าไม่เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองสร้างความเข้าใจกับประชาชน การเลือกตั้งก็จะไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งตนก็ขอให้รัฐบาลเตรียมการไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าผู้มีอำนาจเริ่มดูด ส.ส.ในพรรคประชาธิปัตย์ จะกระทบพรรคหรือไม่ นายบัญญัติแจงว่า เป็นเรื่องธรรมดา พรรคเรามีคนเข้า-ออกเรื่อยๆ อาจจะกระทบบ้าง เราก็ต้องแก้ไขกันไป ไม่มีอะไรที่ราบเรียบไปหมด ถ้าราบเรียบก็ไม่ใช่การเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการปาฐกถาหัวข้อ &amp;quot;วิสัยทัศน์ของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช&amp;quot; นายบัญญัติกล่าวตอนหนึ่งว่า สมัยการเลือกตั้งในสมัย ม.ร.ว.เสนีย์ พรรคประชาธิปัตย์ประสบความสำเร็จได้รับเลือกตั้งมากที่สุด และมีพรรคการเมืองเกิดขึ้นใหม่มากมายคล้ายๆ เวลานี้ ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปด้วยควรทุลักทุเล และมีการต่อรองมาก เพราะ ม.ร.ว. เสนีย์ไม่ยอมดูดเลย หากมีการต่อรองมากก็จะไม่เอา เพราะมองว่าหากเอาคนเหล่านี้มาร่วม รัฐบาลก็จะดูมัวซัว ความซื่อสัตย์สุจริตจะได้รับการหัวเราะจากประชาชน โดยเฉพาะสมคบกับคนโกง คนซื้อสิทธิขายเสียง โดย ม.ร.ว.เสนีย์จึงยึดหลักรักษาศรัทธาของประชาชน ถือเป็นวิสัยทัศน์ทางการเมืองที่อยากย้ำกับทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในสมัยนั้นบรรยากาศการเมืองก็มีความสับสนอลเวง มีการต่อต้านจากกลุ่มกระบวนการต่างๆ อย่างรุนแรงมาก แต่ ม.ร.ว.เสนีย์ย้ำว่า การเป็นรัฐบาล สิ่งสำคัญอย่าปล่อยให้คนไทยฆ่ากันเอง อย่างไรก็ตาม คิดว่า ม.ร.ว.เสนีย์เป็นนักประชาธิปไตยที่ยึดในหลักการนี้มาโดยตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัญญัติกล่าวว่า สังคมทุกวันนี้ ผู้นำไม่จำเป็นต้องถึงขนาดขนาดตายเพื่อชาติ หรือเสียสละชีวิต เพียงแต่ควรทำในสิ่งที่ควรทำ อะไรที่เป็นข้อครหานินทาหรือดูไม่ดีก็อย่าทำ สังคมไทยจะเดินไปข้างหน้าได้ดี นอกจากนี้ วิสัยทัศน์ของ ม.ร.ว.เสนีย์ มองการปกครองบ้านเมือง 3 วิธี คือ อำนาจ อามิส และอุดมการณ์ ซึ่งการเมืองที่มาด้วยอำนาจก็จะถูกโค่นล้มไปด้วยอำนาจ ส่วนอามิสใช้ไปก็ย่อมมีวันหมด จึงมีอุดมการณ์เท่านั้นที่ยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า การเมืองที่มาด้วยอำนาจ และถูกล้มด้วยอำนาจ เห็นปรากฏการณ์แบบนี้ 6-7 ครั้ง ซึ่งการล้มอำนาจด้วยอำนาจนั่นเป็นเพราะใช้อำนาจทำลายตัวเอง มีอำนาจมากก็ใช้มาก คลั่งอำนาจ สุดท้ายเมื่อสังคมรู้ทัน ก็จะแพ้ภัยตัวเองไปไม่รอด เพราะประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าอำนาจประชาชนล้มไปหลายคณะแล้ว
ยึดมั่นอุดมการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นต้องยึดอุดมการณ์ตามระบอบประชาธิปไตย และอุดมคติบนความเท่าเทียมตามกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ใช่เออเองแล้วทำทุกอย่างให้เบ็ดเสร็จ&amp;quot; นายบัญญัติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการจดแจ้งชื่อพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ว่า เป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคลที่จะจัดตั้งพรรคการเมือง และเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ส่วนจะเสียฐานเสียงภาคใต้หรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่กระทบกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ก็ต้องแข่งขันกับพรรคการเมืองใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นใหม่อยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องปกติในทางการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เผยว่า พรรคได้เตรียมบุคลากรที่เหมาะสมลงสมัครในแต่ละเขตเลือกตั้ง โดยตั้งใจส่งให้ครบทั้ง 350 เขต สำหรับงานด้านเอกสารที่จะส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ภายหลังจากเปิดให้สมาชิกยืนยันตัวตนนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร ขณะนี้มีสมาชิกมายืนยันกว่า 1 แสนคน โดยพร้อมดำเนินการตามพระราชบัญญัติพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการตั้งพรรคการเมืองของอดีตแกนนำ กปปส.ว่า คิดว่าเรื่องนี้คือบทสรุปของ 4 ปีรัฐประหาร ดังจะเห็นว่าก่อนหน้านี้มีความพยายามร่วมมือกันเพื่อให้เกิดรัฐประหารจนประสบความสำเร็จ ก่อนจะวางระบบเพื่อปูทางสู่การสืบทอดอำนาจ จะเห็นว่าวันนี้มีความพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์สืบทอดอำนาจต่อไป ทำให้เห็นว่าการพูดถึงการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เรียกหาการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมนั้น ล้วนเป็นข้ออ้างที่ไม่มีความตั้งใจจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คิดว่านักการเมืองที่เลือกเดินออกจากพรรคการเมือง แล้วประสบความสำเร็จกับการนำมวลชน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เขาจะประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง เพราะเป็นการทำอะไรที่ย้อนแย้งกับสิ่งที่เคยพูดทั้งหมด และการตั้งพรรคการเมืองครั้งนี้ก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าคือสิ่งที่ดี จึงมีโอกาสประสบความสำเร็จยาก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับนายสุเทพ ที่ผ่านมาไม่ได้แยกจากกันไปเสียทีเดียว จึงต้องจับตาดูว่าอนาคตเกมการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นอย่างไร เพราะจุดสำคัญอยู่ที่การตัดสินใจว่าจะสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช.หรือไม่ หากทั้ง 2 ส่วนสนับสนุนให้ คสช.สืบทอดอำนาจ การเลือกเดินครั้งนี้จะเป็นเพียงยุทธวิธีหนึ่งของนายสุเทพและพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตัวเห็นว่าการตั้งพรรคการเมืองของแกนนำ กปปส.จะไม่มีผลกระทบทางการเมืองมากนัก เพราะแกนนำ กปปส.ประสบความสำเร็จในการขัดขวางการเลือกตั้ง สนับสนุนการรัฐประหาร จึงจะมาประสบความสำเร็จในการตั้งพรรคการเมืองและลงเลือกตั้งไม่ได้ แม้จุดมุ่งหมายของการตั้งพรรคครั้งนี้คือต้องการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ก็ตาม
ถอนรากถอนโคน คสช.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; แกนนำพรรคเพื่อไทยยังกล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ประกาศถ้าได้เป็นรัฐบาลจะชำระมรดก คสช.ทันทีว่า เป็นเรื่องที่นักการเมืองและผู้ที่สนับสนุนประชาธิปไตยจะต้องคิด เพราะสิ่งที่ คสช.ทำไว้นั้นเป็นผลเสียต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง จะต้องรื้อ เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ คิดว่าคนที่สนับสนุนประชาธิปไตยต่างเห็นด้วย เพราะประเทศไทยจะเสียหายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าปล่อยให้สิ่งที่ คสช.ทำไว้ยังคงคงอยู่ ก็จะยิ่งร้ายแรงไปกว่านี้ อย่างไรก็ตาม การจะจัดการกับมรดก คสช.ก่อนหรือหลังนั้น เป็นเรื่องที่จะต้องมาคิดวิเคราะห์กันอีกที โดยต้องมาดูสถานการณ์ความเป็นจริงมาประกอบกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายจาตุรนต์ยังโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang ว่า &amp;quot;วันนี้ไปรับหนังสือเดินทางจากอธิบดีกรมการกงสุล ได้รับแจ้งว่ากระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งให้สถานทูตและสถานกงสุลไทยทั่วโลกทราบคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ให้เพิกถอนคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางของผมแล้ว เมื่อได้เล่มใหม่แล้วก็สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ หลังจากไปไม่ได้มาเกือบ 3 ปี เรื่องที่จะต้องทวงสิทธิ์คืนเรื่องต่อไปคือการทำธุรกรรมการเงินสารพัดอย่างที่ถูกระงับมา 4 ปีแล้วครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวแสดงความยินดีกับพรรครวมพลังประชาชาติไทย การเข้าสู่ระบบของกลุ่มการเมือง รวมไปถึงพรรคการเมืองที่อยากมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของประชาชนและประเทศนั้น ถือเป็นเรื่องดี แต่ต้องเข้ามาแบบยอมรับกติกา ไม่ใช่เอาตัวเองเป็นใหญ่เหมือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาตั้งคำถามว่า เมื่อถึงการเลือกตั้งแล้วกลุ่มหรือพรรคเหล่านี้จะได้รับการยอมรับมากน้อยแค่ไหน ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไร เชื่อว่าประชาชนมีความรู้สึกนึกคิดว่าที่ผ่านมาแต่ละพรรคการเมืองเป็นอย่างไร เมื่อการเลือกตั้งมาถึง เชื่อว่าประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองที่ยืนเคียงข้างประชาชนและระบอบประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม รวมทั้งกำหนดนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ในวงเสวนา &amp;ldquo;ทิศทางและบทบาทของขบวนการทางสังคมในกระแสก่อตั้งพรรคการเมือง มีผู้เข้าร่วมเสวนาจากหลากหลายวงการ เช่น นายจอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw, ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายกิตติชัย งามชัยพิสิฐ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัญชน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จัดขึ้นที่สำนักกลางนักเรียนคริสเตียน เขตราชเทวี
ปฏิเสธกลุ่มทุน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจอนกล่าวว่า พรรคการเมืองไทยมาจากฐานเศรษฐกิจ หรือมีนักลงทุนคอยสนับสนุน สะท้อนให้เห็นว่าพรรคการเมืองของไทยส่วนใหญ่ยังไม่มีฐานมวลชนระดับรากหญ้าที่เข้มแข็ง ดังนั้นควรผลักดันระบอบประชาธิปไตยให้ไกลกว่านี้ โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่มาจากภาคประชาสังคม สามารถเกิดขึ้นได้ อาจต้องใช้เวลาร่วมกันสร้างขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมาชิกพรรคควรมาจากรากหญ้า ไม่ได้มาจากเศรษฐี รวมถึงกำหนดนโยบายและเลือกกรรมการที่มาจากภาคประชาชน ที่ได้รับการเลือกจากสมาชิกในพื้นที่จริง ซึ่งถือเป็นหลักการสำคัญ ส่วนเงินหมุนเวียนภายในพรรค ก็ควรมาจากสมาชิก ไม่ใช่มาจากผู้ที่บริจาคมากสุดในพรรค จนเกิดการเกรงใจ ไม่เช่นนั้นก็ยังคงมีพรรคการเมืองแบบเดิมอยู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจอนกล่าวว่า ฐานเสียงต้องมาจากภาคประชาชน ที่ไม่ได้มาจากกลุ่มนายทุน เหมือนเช่นพรรคอนาคตใหม่ ที่เข้ามามีบทบาท ผลักดันให้เกิดขึ้นได้ ที่สำคัญ พรรคการเมืองที่ปฏิเสธการเมืองแบบเก่าจะต้องร่วมมือกัน เพื่อเลือกบุคคลเหมาะสมมาแข่งกับพรรคขนาดใหญ่ เพื่อช่วงชิงคะแนนเสียง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่นายกิตติชัยระบุว่า ภาคประชาสังคมเห็นด้วยกับการตั้งพรรคการเมือง แต่กลับจำกัดตัวเองเพียงเฉพาะแก้ปัญหาในชุมชนเท่านั้น ดังนั้น ต้องเสนอนโยบายทุกพรรค เพราะเกรงว่าจะสูญเสียข้อเสนอไป หากเสนอเพียงแค่บางพรรค แต่ไม่ชนะ จึงต้องเสนอทุกพรรคไปพร้อมๆ กัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังมีปัญหาเรื่องจุดยืนพรรคการเมือง โดยไม่ได้สนใจกลุ่มคะแนนเสียงที่เป็นกลุ่มก้อน และภาคประชาชนเองทำงานเพียงแต่ละประเด็นที่แคบลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นพรรคการเมืองควรไปเอาความคิดนโยบายของภาคประชาชนมาแก้ไข ไม่ใช่ภาพใหญ่อย่างเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติชัยกล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น มีกติกากีดกันพรรคเล็กมากมาย เพราะมีข้อจำกัดคือการเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว ทำให้ประชาชนไม่สามารถเลือกพรรคเล็กได้ และการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้สะท้อนเสียงจากภาคประชาสังคม แต่กลับสะท้อนเสียงจากคนในท้องถิ่นมากกว่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ ดร.กนกรัตน์มองว่า พรรคการเมืองที่มาจากภาคประชาชน เป็นไปได้ยากที่จะชนะการเลือกตั้ง แต่ทั้งหมดนี้ ความขัดแย้งหรืออุดมการณ์ยังมีอยู่ พร้อมย้ำว่า หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริง จะต้องไม่ใช่การเลือกตั้งจากรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว เพราะจะทำให้ประชาชนตั้งคำถามกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10068</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปฏิรูป, จาตุรนต์ ฉายแสง, บัญญัติ บรรทัดฐาน, ปราบคอร์รัปชัน, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภูมิธรรม เวชยชัย, ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180526/image_big_5b09604649abb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มต้านรัฐบาลคสช.โวยหนังสือประวัติศาสตร์ชาติยก&#039;บิ๊กตู่&#039;ปราบโกง-ปฏิรูปการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.61- หนังสือประวัติศาสต์ชาติไทย ที่จัดทำโดยกรมศิลปากร กำลังถูกวิจารณ์จากกลุ่มต่อต้านรัฐบาลคสช. เพราะในหน้า 195 ซึ่งเป็นหน้าสุดท้าย ระบุเอาไว้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ในที่สุดวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๗ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศยึดอำนาจ และแต่งตั้งรัฐบาลขึ้นมาบริหารประเทศ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดำเนินนโยบายปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ขจัดการฉ้อราษฎร์บังหลวง และใช้หลักคุณธรรม เพื่อนำประเทศให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเพจกลุ่มประวัติศาสตร์หลังเที่ยงคืน#เกียนนะออจ้าวๆ พากัน วิจารณ์ว่าเป็นการบิดเบือนตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมศิลปากรระบุบ่า หนังสือเล่มนี้ มีจุดมุ่งหมายให้ผู้อ่านมีความเข้าใจถึงความเป็นมาของคนที่อยู่ในผืนแผ่นดินที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน ทั้งนี้ เพราะชีวิตในอดีตไม่มีพรมแดน การกำหนดเส้นเขตแดนของประเทศเกิดขึ้นในตอนต้นสมัยรัตนโกสินทร์นี้เอง เป็นผลที่เกิดจากการขยายตัวของจักรวรรดินิยมตะวันตก การที่จะเข้าใจปัจจุบันว่าสังคมไทยเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร ก็ควรดูย้อนหลังไปในอดีตว่ามีพัฒนาการมาอย่างไร ขอบเขตของหนังสือเล่มนี้กำหนดเป็นช่วงเวลาตามความคุ้นเคยของคนไทยที่ได้รับรู้มาจากแบบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ กล่าวคือ แบ่งเป็นสมัยก่อนสุโขทัย สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ ซึ่งจะเรียบเรียงมาจนถึงเหตุการณ์ร่วมสมัยในปัจจุบัน โดยมอบหมายให้นักวิชาการของกรมศิลปากรแบ่งกันไปเรียบเรียงตามช่วงสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้นเมื่อพลิกดูหน้าก่อนๆได้พูดถึงรัฐบาลหลายรัฐบาล และอดีตนายกฯหลายคนก็ยังไม่ตาย โดยเฉพาะรัฐบาลทักษิณที่หนังสือเล่มนี้ระบุว่าบริหารขาดความชอบธรรม เช่นการทุจริตการเลือกตั้ง การรวบอำนาจเข้าสู่นายกรัฐมนตรี การฉ้อราษฎร์บังหลวงและผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้นโยบายประชานิยม เป็นต้น และยังพูดถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ว่า ใช้นโยบายประชานิยมเช่นเดิม ถูกกล่าวว่าหาทุจริตคอร์รัปชั่น เสนอออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้ทักษิณพ้นผิด เป็นต้น
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7252</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, กลุ่มต่อต้านวิจารณ์, นายกรัฐมนตรี, ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง, ปราบคอร์รัปชัน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad57c81f00ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โถ!ป้อม:เข้ามาปราบโกง จ่อเปิดบิ๊กพม.งาบคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นเอาจริง ขรก.ทุจริต &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ยัน คสช.เข้ามาปราบคอร์รัปชันไม่ทำผิดเอง &amp;quot;เลขาฯ ป.ป.ท.&amp;quot; แย้ม 3 เม.ย.เปิดชื่อ &amp;quot;บิ๊ก พม.&amp;quot; อยู่เบื้องหลังโกงเงินคนจน ชี้พบหลักฐานมัดเอาผิดทั้งอาญา-วินัย &amp;quot;รมว.ศธ.&amp;quot; ไม่เชื่อ &amp;quot;รจนา&amp;quot; ทุจริตเงินกองทุนเสมาฯ คนเดียว สั่งขยายผลเพิ่มหลังพบปี 48 มีเงินโอนเข้าบัญชีตำรวจยศ ร.ต.ต.และวัดแบบผิดปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีมีเรื่องร้องเรียนการทุจริตโครงการรัฐหลายโครงการว่า ทุกอย่างมีกฎหมาย ถ้าทำกันจริงจังมากขึ้นจะดีขึ้นเอง ไม่มีอะไรที่จะแก้ไขได้ 100% ในทันที การสอบสวนมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่าเรื่องที่ร้องเรียนมาเป็นจริงหรือไม่ จากนั้นจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนอีกรอบหนึ่งเพื่อนำไปสู่กระบวนการปลด ไล่ออก โทษทางวินัย หรือแม้แต่การฟ้องศาลในคดีอาญา ขั้นตอนเป็นอย่างนี้ก็ขอให้ระมัดระวังในการสื่อข่าวหรือการรับรู้รับทราบจากทางโซเชียลมีเดีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การปกครองข้าราชการที่มีอยู่จำนวนมากไม่ง่าย แต่ขอให้ข้าราชการทำดีต่อไป ส่วนคนไม่ดียืนยันจะลงโทษหมดด้วยกระบวนการยุติธรรม ผ่านการตรวจสอบ สอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง ซึ่งประชาชนอาจยังไม่เข้าใจและใช้การตัดสินโดยโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นพลังสำคัญที่ทำให้การบริหารราชการยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีทั้งจริงบ้างไม่จริงบ้าง ถ้าจริงก็แก้ไข ถ้าไม่จริงก็ออกมาชี้แจง และขอให้ทุกคนดำรงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีความเป็นข้าราชการ เพื่อสร้างสังคมที่มีความสามัคคีปรองดอง&amp;quot; นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยทำโพลสำรวจ พบการทุจริตคอร์รัปชัน 3 ปียุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สูงสุดว่า คสช.เป็นผู้ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายทุจริตในช่วงที่ผ่านมาย้อนหลังหลายปี &amp;nbsp;ไม่ใช่ว่า คสช.คอร์รัปชัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.แถลงผลการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่มี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท เลขาธิการ คสช.เป็นประธานว่า การปราบปรามการทุจริต เป็นสิ่งที่ คสช.ดำเนินการมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เพราะตระหนักดีว่าการทุจริตคอร์รัปชันส่งผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชน ล่าสุดได้เสนอมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในระบบราชการเพื่อเสริมการทำงานในเรื่องดังกล่าวให้รัฐบาล ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เลขาฯ คสช.สั่งการให้ทุกส่วนงานให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในระบบราชการดังกล่าว พร้อมนำไปดำเนินการในทุกมิติให้เกิดเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมโดยด่วน&amp;quot; รองโฆษก คสช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท.กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งว่า ในวันที่ 3 เม.ย.นี้จะทราบถึงตัวตนบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตเงินศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในระดับที่สูงกว่า ผู้อำนวยการศูนย์ฯ โดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ป.ป.ท.ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ที่ร่วมตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จนได้ข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนถึงเส้นทางการทุจริต แม้จะมีการจ่ายเงินในรูปแบบของเงินสดก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขั้นตอนหลังพบหลักฐานที่โยงถึงตัวผู้ทุจริตในระดับสูงกว่าผู้อำนวยการศูนย์ฯ จะเอาผิดทางอาญาโดยการส่งสำนวนการตรวจสอบให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;หรือ ป.ป.ช.เพื่อไต่สวนต่อ เนื่องจากเกินอำนาจของ ป.ป.ท. รวมถึงการเสนอเรื่องให้ต้นสังกัดพิจารณาความผิดทางวินัยควบคู่ด้วย&amp;quot; พ.ท.กรทิพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ ป.ป.ท.กล่าวว่า นอกจากนี้ในวันที่ 3 เม.ย.จะมีการรายงานผลการตรวจสอบการทุจริตศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 37 แห่ง ซึ่งเป็นการตรวจสอบเร่งด่วนของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณเกิน 1 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนการตรวจสอบทุจริตศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง นิคมสร้างตนเอง ศูนย์ประสานงานสหกรณ์ ภายใต้สังกัดของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 พ.ค.นี้&amp;quot; เลขาฯ ป.ป.ท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.ตนได้ลงนามสั่งพักราชการข้าราชการในสังกัด ให้ขาดจากเงินเดือนและสวัสดิการแล้ว 5 คน คือ ผอ.ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น และหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการของศูนย์ฯ ขอนแก่น 2 คน ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.เชียงใหม่ 1 คน และศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จ.เชียงใหม่ 2 คน ทั้งนี้เป็นข้าราชการสังกัด พส. 3 คน และข้าราชการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง พม. 1 คน และข้าราชการสังกัดกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) &amp;nbsp;1 คน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงเพิ่ม 9 แห่ง รวมทั้งอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงอีก 28 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตว่า ขณะนี้คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงที่มีนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ.เป็นประธาน ยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงถึงใคร แต่ตนยังไม่ปักใจเชื่อ จึงยังไม่เลิกละความพยายามที่จะให้สืบสวนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภายในสัปดาห์นี้ถ้ามีพยานหลักฐานว่ามีมูลความผิด เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่เหลือจะถูกย้ายออกจากตำแหน่งก่อน ตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระบบราชการของ คสช. ขณะที่ผู้ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการโกง แต่มีส่วนรับผิดชอบทางการเงินการคลังและปล่อยให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น ถือว่ามีส่วนบกพร่องทางวินัย จะร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงขึ้นอยู่กับผลการสืบ โดยคณะกรรมการสืบฯ &amp;nbsp;จะสรุปผลการสืบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นก่อนสงกรานต์นี้ เพื่อนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยให้เสร็จสิ้นภายในเดือน เม.ย.&amp;quot; นพ.ธีระเกียรติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอรรถพลกล่าวว่า ในวันที่ 5 เม.ย. คณะกรรมการสืบฯ จะเชิญนางรจนา สินที อดีตข้าราชการระดับ 8 ศธ.ซึ่งออกจากราชการไปแล้วมาให้ปากคำ เพราะพบประเด็นเพิ่มเติมจากการตรวจสอบตั้งแต่ตั้งกองทุน พบปี 2547 มีความผิดปกติ 1 รายการ แต่ปี 2548 ความผิดปกติเริ่มชัดและค่อนข้างเยอะ เพราะมีการโอนเงินเข้าบัญชีของนางรจนาเอง รวมทั้งยังมีการโอนให้นายตำรวจยศ ร.ต.ต. และยังโอนให้วัดและบุคคลที่มีคำนำหน้าว่านาย ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะผิดวัตถุประสงค์ของกองทุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เฉพาะในปี 2548 มีการทุจริตจำนวนกว่า 2.9 ล้านบาท ส่วนยอดรวมอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่ปี &amp;nbsp;2547-2561 เป็นเงิน 110,343,227 บาท และมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นทั้งคนเสนอเรื่อง ผ่านเรื่อง อนุมัติ และสุดท้ายคือขั้นตอนการจ่าย ซึ่งนอกจากนางรจนาแล้วก็มี ผอ.สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ฝ่ายการเงินการคลัง รองปลัด ศธ. และปลัด ศธ. แต่ต้องดูว่าเกี่ยวข้องในฐานะใด และจะพิจารณามูลความผิดตามฐานที่กฎหมายกำหนดว่าใครทุจริต ใครประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่สรุปว่าใครผิดใครถูกจนกว่าข้อมูลจะนิ่ง&amp;quot; ผู้ตรวจราชการ ศธ.ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6318</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขรก.ทุจริต, คสช., ป.ป.ท., ปปง., ปราบคอร์รัปชัน, พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พก., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, พส., รมว.ศธ., สตง., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac23fc52230f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
