<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รธน.ฉบับปราบโกงเหลว ปลุกกระแสทำไม่ได้จริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปชป.-พท.&amp;rdquo; ประสานเสียงรัฐธรรมนูญปราบโกงไม่ได้จริง &amp;ldquo;มาร์ค&amp;rdquo; อัดแรงแค่การตลาดปลุกกระแสสังคมช่วงประชามติ ชี้ทุกรัฐบาลพร้อมปราบทุจริตอยู่แล้ว แขวะบาง รบ.ยัดข้อหาด้วย
เมื่อวันพุธ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้จัดสัมมนาหัวข้อ &amp;ldquo;รัฐธรรมนูญปราบโกง จะสัมฤทธิผลได้จริงหรือไม่&amp;rdquo; โดยนายกล้านรงค์ จันทิก ประธาน กมธ.การเมือง กล่าวเปิดสัมมนาว่า ปัญหาด้านระบบอุปถัมภ์เป็นหนึ่งในที่มาของการทุจริตคอร์รัปชันที่เเทรกอยู่ในทุกสมัย ดังนั้นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญ จึงเป็นกลไกสำคัญ เพราะบัญญัติให้รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐเเละเอกชน โดยมีกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด ให้ประชาชนสามารถรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วมรณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้าน หรือชี้เบาะแส เเละได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐธรรมนูญตั้งชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงถือเป็นการตลาดที่ดีมาก สามารถเล่นเป็นกระแสของสังคมได้ในช่วงลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ปราบโกงไม่ได้จริง แม้มีจุดดีอยู่บ้าง เช่น การจัดตั้งศาลทุจริต แต่ก็มีจุดน่าเป็นห่วงอยู่ 2-3 จุดใหญ่ เช่น การนำกระบวนการถอดถอนออกไป ทำให้กระบวนการตรวจสอบทำได้ยากขึ้น รวมถึงการบัญญัติให้ตรวจสอบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ได้ยากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มอำนาจให้ ป.ป.ช.มากขึ้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระบวนการทางกฎหมายในช่วงต้นน้ำก็ควรปฏิรูป เพราะที่ผ่านมาคดีของผู้มีอำนาจหลายคดีมักสะดุดที่กระบวนการยุติธรรมช่วงต้นน้ำ ซึ่งไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะไม่มีการปราบโกงจากรัฐบาล ทุกรัฐบาลมุ่งมั่นในการปราบการทุจริต แต่บางรัฐบาลปราบเฉพาะแต่ฝ่ายตรงข้าม และแม้จะไม่ผิด แต่ก็ยังยัดเยียดข้อหาให้ด้วย&amp;quot; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ระบุ
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ มองว่า การไม่เป็นประชาธิปไตย ทำให้การทุจริตเกิดขึ้นได้ง่าย โดยคำพูดของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่พูดว่าลงเรือแป๊ะต้องตามใจแป๊ะ แล้วจะปราบโกงได้เช่นไร ซึ่งมองว่าอนาคตการปราบโกงที่แท้จริงทำได้ยาก เพราะจะมีคนของรัฐบาลชุดนี้เข้ามาจัดการในแทบทุกเรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเห็นด้วยกับคุณอภิสิทธิ์ ที่ระบุว่ารัฐธรรมนูญอาจปราบโกงไม่ได้จริง เพราะมีการยกเลิกกระบวนการถอดถอนออกไป ทั้งยังเพิ่มอำนาจให้ ป.ป.ช.ในการตรวจสอบชี้มูลได้มากขึ้น&amp;rdquo; นายพงศ์เทพกล่าว&amp;nbsp;
ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช.ได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการจัดทำร่างหลักสูตรป้องกันการทุจริตเพื่อบรรจุในการเรียนการสอนกว่า 6 หลักสูตร ซึ่งผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว&amp;nbsp;ส่วนการทำงานของ ป.ป.ช.ขณะนี้ มีเรื่องกล่าวหาคงค้างอยู่กว่า 17,000 เรื่อง และเรื่องไต่สวนอีกกว่า 2,000 เรื่อง ซึ่งต้องใช้เวลาอีก 1-2 ปี เชื่อว่าหลังกฎหมายใหม่ของ ป.ป.ช.ออกมา จะช่วยยกระดับการทำงานของ ป.ป.ช.ให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น เพราะกฎหมายใหม่กำหนดเวลาการทำงานแต่ละคดีมีเวลาไม่เกิน 3 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพลยังปฏิเสธจะตอบคำถามถึงการตรวจสอบที่มานาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เนื่องจากขอถอนตัวออกจากกระบวนการตรวจสอบ โดยระบุเพียงว่า ได้รับทราบจากเลขาธิการ ป.ป.ช. ทราบว่าขอเวลาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอีก 2-3 เดือน เพราะต้องตรวจสอบข้อมูลจากทางต่างประเทศ และต้องตรวจสอบให้สิ้นสงสัย ก่อนจะเสนอเรื่องให้ที่ประชุม ป.ป.ช.พิจารณา
ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า มีข้าราชการจากหลายหน่วยงานส่งหนังสือร้องเรียนมา เพื่อสะท้อนปัญหาการทำงานที่เกิดสภาวะสุญญากาศในช่วงท้ายของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เช่น ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ข้าราชการที่ร้องเรียนมาระบุว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในกระทรวงไม่มีใครติดขัดหากเอาผิดกับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต แต่ที่ผ่านมากลับโยกย้ายข้าราชการและเจ้าหน้าที่หลายร้อยคนมากองไว้ส่วนกลาง โดยไม่มีโครงสร้างรองรับ ถือเป็นการเสียประโยชน์ จึงอยากให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบหรือรับผิดชอบคดีทุจริตได้เร่งดำเนินการตรวจสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาล คสช.จะสร้างภาพปราบปรามทุจริตอย่างไรก็ได้ แต่ไม่ควรผลักให้ข้าราชการเป็นแพะรับบาป และต้องเร่งสอบสวนด้วยความรวดเร็ว และคืนความเป็นธรรมให้กับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติรรม&amp;rdquo;นายอนุสรณ์กล่าว
วันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการปลอมแปลงเอกสารราชการเพื่อยื่นขอซื้อปืนหลวงที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่าปลัด มท.ได้สั่งให้ย้ายนายอำเภอสัตหีบแล้ว และได้ตั้งคณะกรรมการไปตรวจสอบแล้วว่าเรื่องดังกล่าวเป็นมาอย่างไร ซึ่งโทษสำหรับการปลอมแปลงเอกสารค่อนข้างสูง และหนัก ไม่เพียงแต่โดนโทษทางวินัย แต่จะโดนโทษทางอาญาด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9358</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดตั้งศาลทุจริต, การตรวจสอบที่มานาฬิกาหรู, การทุจริตคอร์รัปชัน, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา, นายวิษณุ เครืองาม, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ปราบทุจริต, ปราบโกง, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รัฐธรรมนูญปราบโกง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc3199689df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
