<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยเมียนมาฆ่าผู้ประท้วงกว่า80ศพที่พะโคขนใส่รถทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวบ้านและสื่อท้องถิ่นเมียนมาเผย กองกำลังความมั่นคงฆ่าผู้ประท้วงอีกมากกว่า 80 คนที่พะโคเมื่อวันศุกร์ ยอดสังเวยความรุนแรงนับแต่รัฐประหารทะลุ 700 ศพแล้ว ชาวบ้านเผยทหารขนศพขึ้นรถบรรทุกทหาร ทูตเมียนมาประจำยูเอ็นเรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงฯ ดำเนินการอย่างหนักหน่วงกับรัฐบาลทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารและรถบรรทุกของกองทัพขณะปฏิบัติการที่นครย่างกุ้งเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564 (Photo by Aung Kyaw Htet/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทหารเมียนมาปิดกั้นการสื่อสารและอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด รายละเอียดเกี่ยวกับการปราบปรามนองเลือดครั้งล่าสุดที่เมืองพะโค ซึ่งอยู่ไกลจากนครย่างกุ้งทางตะวันออกเฉียงเหนือหลายสิบกิโลเมตร เพิ่งเปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เอเอฟพีได้รับคำบอกเล่าจากชาวบ้านหลายคนด้วยว่ากองทัพยังใช้ความรุนแรงอย่างต่อเนื่องซึ่งบังคับให้พวกเขาต้องหนีไปอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างผู้เห็นเหตุการณ์และสื่อเมียนมาหลายแห่งว่า กองกำลังความมั่นคงยิงระเบิดปืนไรเฟิลใส่ผู้ประท้วงที่เมืองพะโค แต่ไม่สามารถสรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างชัดเจนได้ เพราะกองกำลังความมั่นคงนำศพมากองรวมกันที่เจดีย์เซยามุนีแล้วปิดล้อมพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) และสื่อออนไลน์ เมียนมานาว ยืนยันเมื่อค่ำวันเสาร์ว่า กองกำลังความมั่นคงฆ่าผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหาร 82 คนในเมืองพะโคเมื่อวันศุกร์ เมียนมานาวบอกว่า การยิงเริ่มก่อนรุ่งเช้าวันศุกร์และยืดยาวถึงช่วงบ่าย ข่าวอ้างผู้จัดการชุมนุมชื่อ เย ทุ ว่าเหมือนกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พวกนั้นยิงใส่เงาทุกเงา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวิดีโอที่เอเอฟพีพิสูจน์แล้วว่าเป็นของจริง ถ่ายไว้เมื่อเช้าตรู่วันศุกร์ เผยภาพที่ผู้ประท้วงหลายคนหลบอยู่หลังแนวกระสอบทรายพร้อมอาวุธปืนไรเฟิลประดิษฐ์เอง มีเสียงระเบิดดังหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านคนหนึ่งเผยว่า เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้หน่วยกู้ภัยเข้าไปใกล้ศพเหล่านั้น &amp;quot;พวกเขาเอาศพทั้งหมดมากองรวมกันแล้วขนขึ้นรถบรรทุกทหารขับออกไป&amp;quot; ชายคนนี้บอกกับเอเอฟพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของหนังสือพิมพ์นิวไลต์ออฟเมียนมาเมื่อวันเสาร์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ปราบปราม &amp;quot;พวกก่อจลาจล&amp;quot;&amp;nbsp; สื่อของทางการเมียนมาแห่งนี้รายงานว่ามีคนตายแค่ 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานองค์การสหประชาชาติในเมียนมา ทวีตเมื่อคืนวันเสาร์ว่า กำลังติดตามเหตุการณ์นองเลือดที่พะโค ที่ซึ่งผู้บาดเจ็บถูกปฏิเสธการรักษา &amp;quot;เราเรียกร้องให้กองกำลังความมั่นคงอนุญาตให้ทีมแพทย์เข้าไปรักษาผู้บาดเจ็บ&amp;quot; สำนักงานยูเอ็นกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าการนองเลือดที่พะโค เอเอพีพีระบุในวันศุกร์ว่า มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 618 คนนับแต่รัฐประหาร 1 กุมภาพันธ์ แต่คำแถลงของโฆษกรัฐบาลทหารเมื่อวันศุกร์อ้างว่ามีคนเสียชีวิตเพียง 248 คนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานเหตุการณ์ไม่สงบที่เมืองทาทูในภาคตะวันตกเฉียงเหนือใกล้ชายแดนอินเดียเมื่อวันเสาร์ เมื่อผู้ประท้วงต่อสู้กลับ ภายหลังทหารพยายามทำลายแนวกั้นเพื่อปกป้องชุมชน ชาวบ้านกล่าวว่า มีพลเรือนตาย 2 คนเมื่อทหารยิงสุ่มไม่เลือก ผู้ประท้วงตอบโต้ด้วยการปาระเบิด ทำให้รถบรรทุกทหารคันหนึ่งพลิกคว่ำ มีทหารเสียชีวิตมากกว่า 12 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนองเลือดเพิ่มมากขึ้นทำให้กองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มจับมือกันต่อต้านกองทัพเมียนมา ที่รัฐชานทางเหนือเมื่อวันเสาร์เกิดเหตุไม่สงบขึ้นอีก เมื่อกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (ทีเอ็นแอลเอ) โจมตีโรงพักช่วงเช้ามืด สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีตำรวจโดนฆ่าตายมากกว่า 12 นาย ทีเอ็นแอลเอกล่าวว่า กองทัพเอาคืนด้วยการโจมตีทางอากาศ มีทหารกบฏตาย 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทรทัศน์ของทางการเมียนมารายงานข่าวนี้ช่วงค่ำว่า &amp;quot;กลุ่มติดอาวุธก่อการร้าย&amp;quot; โจมตีสถานีตำรวจด้วยอาวุธหนักแล้วจุดไฟเผา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนั้น กองทัพอาระกัน (เอเอ) พันธมิตรของทีเอ็นแอลดี ในรัฐยะไข่ทางภาคตะวันตก ออกแถลงการณ์ย้ำว่าเอเอสนับสนุนขบวนการต่อต้านรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังชนกลุ่มน้อยอีก 2 กลุ่มได้แก่สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) และกองทัพอิสรภาพกะฉิ่น (เคไอเอ) ก็โจมตีทหารและตำรวจเมียนมาเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ และโดนกองทัพตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศดินแดนของเคเอ็นยูในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งเคเอ็นยูกล่าวว่าทำให้ชาวบ้านไร้ที่อยู่แล้วมากกว่า 24,000 คนถึงวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ จอ โม ทุน เอกอัครราชทูตผู้แทนเมียนมาประจำยูเอ็น กล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นว่า จำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างเข้มแข็งร่วมกันโดยทันที เขาเสนอให้กำหนดเขตห้ามบิน, ปิดกั้นการค้าอาวุธ และคว่ำบาตรอย่างเจาะจงเป้าหมายกับสมาชิกในครอบครัวของพวกทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริชาร์ด ฮอร์ซีย์ นักวิเคราะห์อิสระจากอินเตอร์เนชันแนลไครซิสกรุ๊ป กล่าวต่อคณะมนตรีฯ ด้วยว่า เมียนมากำลังจวนเจียนจะเป็นรัฐล้มเหลว &amp;quot;การดำเนินการ (ของรัฐบาลทหาร) อาจสร้างสถานการณ์ที่ประเทศนี้ไม่สามารถปกครองได้&amp;quot; เขาเตือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99167</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีความมั่นคง, ฆ่าผู้ประท้วง, ปราบปรามนองเลือด, พม่า, พะโค, รัฐประหารเมียนมา, สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072ab2a15644.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 21:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐชายแดนอินเดียยกเลิกคำสั่งห้ามรับเมียนมาอพยพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐมณีปุระติดชายแดนฝั่งตะวันออกของอินเดียตัดสินใจยกเลิกคำสั่งที่ให้ปฏิเสธอาหารและที่พักพิง &amp;quot;อย่างสุภาพ&amp;quot; แก่ประชาชนที่หนีมาจากเมียนมา ภายหลังนโยบายนี้โดนวิจารณ์อย่างรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงถือป้ายเรียกร้องให้อินเดียช่วยเมียนมา ขณะชุมนุมที่กรุงนิวเดลี เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564 (Photo by Sonu Mehta/Hindustan Times via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานเมื่อวันอังคารที่ 30 มีนาคมว่า การปราบปรามผู้ต่อต้านรัฐประหารในเมียนมาทำให้มีชาวเมียนมาอพยพหนีข้ามแดนเข้ามาในอินเดียแล้วมากกว่า 1,000 คน รวมถึงตำรวจเมียนมาหลายนายและครอบครัว ส่วนใหญ่ผ่านแดนเข้ารัฐมิโซรัม ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ที่รัฐบาลท้องถิ่นและกลุ่มประชาสังคมคอยให้ความช่วยเหลือ แต่หลังจากมีคนพยายามข้ามแดนเข้าทางรัฐมณีปุระเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลของรัฐนี้ได้ทำหนังสือแจ้งต่อ 5 อำเภอชายแดนให้ปฏิเสธผู้อพยพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝ่ายปกครองของอำเภอไม่ควรเปิดค่ายเพื่อจัดหาอาหารและที่พักพิง&amp;quot; รอยเตอร์อ้างสำเนาจดหมายของรัฐบาลมณีปุระ &amp;quot;คนที่พยายามจะเข้าหรือหาที่หลบภัยควรได้รับการปฏิเสธอย่างสุภาพ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มณีปุระและมิโซรัม เป็น 2 ใน 4 รัฐของอินเดียที่มีพรมแดนติดกับเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ รัฐบาลกลางของอินเดียเคยร้องขอให้รัฐบาลท้องถิ่นหยุดการหลั่งไหลข้ามชายแดนจากเมียนมา และให้เนรเทศผู้ที่ข้ามแดนเข้ามาแล้ว แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง 2 รายเปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า คำสั่งของรัฐมณีปุระถูกยกเลิกแล้วเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งที่ออกเมื่อวันที่ 26 มีนาคม โดนสังคมอินเดียวิจารณ์อย่างรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน แพทย์อาวุโสคนหนึ่งเผยว่า มีชาวเมียนมา 3 คนมารับการรักษาบาดแผลถูกยิงและอาการบาดเจ็บอื่นๆ ในเมืองอิมผาล เมืองเอกของรัฐมณีปุระ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม อาการของพวกเขาทรงตัวแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97825</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปราบปรามนองเลือด, ยกเลิกคำสั่งห้ามรับผู้อพยพ, รัฐประหารเมียนมา, รัฐมณีปุระ, รัฐมิโซรัม, อินเดีย, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_606338b611873.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 23:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 23:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐตัดGSPเมียนมา รัสเซียยังอยากคบต่อแม้กังวลพลเรือนตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐประณามเมียนมาใช้ความรุนแรงกับพลเรือน ประกาศจะระงับกรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนไว้ต่อไป พร้อมตัด GSP ส่วนรัสเซียแถลงแก้เก้อหลังส่งรัฐมนตรีและยุทโธปกรณ์ร่วมพิธีสวนสนาม ยอมรับพัฒนาสัมพันธ์กับเมียนมาแต่กังวลมากที่มีพลเรือนตายเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเมียนมาปั่นจักรยานผ่านกองเพลิงที่ผู้ประท้วงเผาสิ่งกีดขวางบนถนนในย่างกุ้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าทีของมหาอำนาจทั้งสหรัฐและรัสเซียเมื่อวันจันทร์ที่ 29 มีนาคม มีออกมาภายหลังการปราบปรามนองเลือดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาคร่าชีวิตพลเรือนเมียนมามากกว่า 100 คน และประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวประณามว่า &amp;quot;อุกอาจอย่างยิ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สหรัฐขอประณามอย่างรุนแรงต่อการใช้ความรุนแรงอย่างโหดเหี้ยมของกองกำลังความมั่นคงพม่ากับพลเรือน&amp;quot; แคเธอรีน ไท่ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ แถลงโดยใช้ชื่อเก่าของเมียนมา &amp;quot;การฆ่าผู้ประท้วงอย่างสันติ, นักศึกษา, แรงงาน, ผู้นำแรงงาน, หน่วยแพทย์และเด็ก สร้างความตกตะลึงต่อสามัญสำนึกของประชาคมระหว่างประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้แทนการค้าสหรัฐกล่าวว่า กรอบความตกลงทางการค้าและการลงทุนจะถูกระงับไว้ต่อไปจนกว่าระบอบประชาธิปไตยจะกลับคืนมาในเมียนมา สหรัฐยังจะพิจารณากลั่นกรองประวัติด้านแรงงานของเมียนมา เพื่อตัดสินสถานะทางภาษีศุลกากร เนื่องจากความกังวลร้ายแรงเกี่ยวกับการปราบปรามของกองทัพต่อสหภาพแรงงานและสิทธิของแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของรัฐบาลสหรัฐส่งผลให้เมียนมาถูกถอนสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) โดยปริยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการกรอบความตกลงการค้า ที่เก่าแก่เกือบ 50 ปี หมดอายุลงเมื่อปี 2563 หลังจากสภาคองเกรสไม่ได้ต่ออายุให้ แต่ก่อนหน้านี้คาดกันว่าสภาซึ่งพรรคเดโมแครตกุมเสียงข้างมากจะต่ออายุความตกลงนี้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา บรรลุกรอบความตกลงการค้าฉบับนี้เมื่อปี 2556 และต่อมาได้เพิ่มเมียนมาเข้ารายชื่อประเทศที่ได้รับจีเอสพีด้วยหลังจากรัฐบาลทหารเมียนมาเปลี่ยนประเทศสู่ระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลรัสเซีย กระทรวงกลาโหมออกแถลงการณ์ยอมรับว่ารัสเซียกำลังพัฒนาความสัมพันธ์กับเมียนมา แต่รัสเซียก็มีความ &amp;quot;กังวลมาก&amp;quot; กับการเสียชีวิตของพลเรือนที่เพิ่มมากขึ้นในการประท้วงต่อต้านระบอบทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียมีความสัมพันธ์ยาวนานและสร้างสรรค์กับเมียนมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารัสเซียเห็นด้วยกับเหตุการณ์น่าเศร้าที่เกิดขึ้นใเมียนมา รัสเซียกังวลอย่างมากกับการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือนที่เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม อเล็กซานเดอร์ โฟมิน และเจ้าหน้าที่อีกหลายคนมาร่วมพิธีสวนสนามเนื่องในวันกองทัพเมียนมาที่กรุงเนปยีดอเมื่อวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันปราบปรามนองเลือดที่สุด นอกจากนี้รัสเซียยังอวดยุทโธปกรณ์หลายชนิดในพิธีสวนสนามครั้งนี้ด้วย เช่น รถถังที-72, เครื่องบินขับไล่ มิก-29 และเฮลิคอปเตอร์ เอ็มไอ-24&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฟมินชี้แจงในแถลงการณ์ว่า เมียนมาเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้และหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของรัสเซียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีกำหนดประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมาวันพุธนี้ตามการร้องขอของอังกฤษ เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของทูตหลายคนเมื่อวันจันทร์ว่า การประชุมจะเริ่มต้นด้วยวาระการรายงานแบบประชุมลับ โดยคริสติน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ ผู้แทนพิเศษของยูเอ็นประจำเมียนมา จะรายงานสรุปสั้นๆ ต่อสมาชิกทั้ง 15 ชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97719</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีความมั่นคง, ความตกลงด้านการค้าและการลงทุน, ตัดจีเอสพี, ประณามฆ่าพลเรือน, ปราบปรามนองเลือด, พม่า, รัสเซีย, สหรัฐ, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_606201a328eb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 23:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 23:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มิน อ่อง หล่าย&#039;จัดกาล่าฉลองวันกองทัพ กะเหรี่ยงหลายพันหนีเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อทางการเมียนมาเผยภาพพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ร่วมงานกาลาดินเนอร์ฉลองวันกองทัพเมียนมาคืนวันเสาร์ วันเดียวกับที่เกิดการปราบปรามนองเลือดทั่วประเทศ ยูเอ็นระบุโดนฆ่าตายวันเดียวอย่างน้อย 107 คน เผยกองทัพเมียนมาถล่มกะเหรี่ยงเคเอ็นยูอีกในวันอาทิตย์ ชาวกะเหรี่ยงหนีตายข้ามชายแดนเข้าไทย 2,000-3,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวทีวีของทางการเมียนมา พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ในงานกาล่าดินเนอร์ ภาพจากทวิตเตอร์ของหม่อง ซาร์นี นักเคลื่อนไหวชาวเมียนมา (Photo maung zarni @drzarni Twitter)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวเอเอฟพีวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม กล่าวว่า ข้อมูลจากกลุ่มสังเกตการณ์ สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ระบุว่า ปฏิบัติการปราบปรามของรัฐบาลทหารเมียนมาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเกิดในขึ้นสถานที่มากกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ โดยสื่อท้องถิ่นเมียนมานาวระบุว่า มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 114 คน แต่วันอาทิตย์ องค์การสหประชาชาติระบุจำนวนผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามของกองกำลังความมั่นคงเมียนมาเมื่อวันเสาร์ว่า มี 107 คน รวมถึงเด็ก 7 คน แต่ก็คาดคะเนด้วยว่าจำนวนจะเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ร่วมของอลิซ ไวรีมู เอ็นดีริตู และมิเชล บาเชเลต์ ผู้แทนขององค์การสหประชาชาติ กล่าวว่า การกระทำที่โหดเหี้ยม, น่าอายและขี้ขลาดของทหารและตำรวจ ซึ่งถูกบันทึกภาพขณะว่ายิงผู้ประท้วงหลายคนที่กำลังวิ่งหนีและไม่ละเว้นแม้แต่เด็ก จะต้องยุติลงโดยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานีโทรทัศน์เมียวดีทีวีของกองทัพเมียนมากล่าวว่า มีคนเสียชีวิตในวันเสาร์ 45 คน และถูกจับกุม 552 คน รายงานอ้างด้วยว่าเป็นการปราบปรามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะผู้ประท้วงใช้ปืนจริงและระเบิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์มิร์เรอร์ของทางการเมียนมารายงานด้วยว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย พร้อมภรรยา ร่วมงานเลี้ยงกาลาดินเนอร์กลางแจ้งอย่างหรูหราที่กรุงเนปยีดอเมื่อคืนวันเสาร์ โดยมีแขกเหรื่อเข้าร่วมจำนวนมาก รวมถึงอาคันตุกะต่างแดนอย่างอเล็กซานเดอร์ โฟมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย งานนี้มีการแสดงดนตรีและโดรนแปรอักษร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีงานศพของผู้ที่ถูกฆ่าตายเมื่อวันเสาร์หลายรายจัดขึ้นในวันอาทิตย์ รวมถึงงานศพของไซ ไวยัน เด็กชายวัย 13 ปีที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า โดนยิงตายขณะเล่นอยู่นอกบ้านในเมืองย่างกุ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน หลายพื้นที่ของย่างกุ้งยังมีผู้คนออกมาประท้วงอีกในวันอาทิตย์แม้จะเผชิญกับอันตรายก็ตาม รวมถึงในเมืองอื่นอย่างทวาย, พะโค, มยิงจาน และโมนยวา สื่อของทางการเมียนมารายงานว่า ที่โมนยวามีชาย 2 คน และหญิง 2 คนเสียชีวิตเมื่อวันอาทิตย์ และยังมีรายงานจากหน่วยแพทย์ด้วยว่ามีผู้หญิงโดนฆ่าตาย 1 คนที่มยิงจาน ส่วนที่ย่างกุ้ง เด็กหนุ่มวัย 16 ปีเสียมือข้างหนึ่งเพราะพยายามปาระเบิดมือที่ทหารโยนใส่ผู้ประท้วงกลับคืนไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันเสาร์ กองทัพเมียนมายังได้โจมตีทางอากาศในรัฐกะเหรี่ยงเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี เป้าหมายการถล่มคือสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ที่ยกกำลังโจมตีที่ม้่นของทหารในวันเสาร์ทำให้มีคนเสียชีวิต 10 คน รวมถึงทหารเมียนมาระดับนายพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของซา มู ชาวกะเหรี่ยงที่เป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า มีคนเสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บอย่างน้อย 8 คนในการโจมตีเมื่อคืนวันเสาร์ กองทัพเมียนมายังโจมตีทางอากาศต่อเนื่องอีกในวันอาทิตย์ ทำให้ชาวบ้าน 2,000 คนจาก 2 หมู่บ้านในรัฐกะเหรี่ยงหนีเข้าป่าข้ามชายแดนเพื่อมาหลบภัยในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรอยเตอร์อ้างเดวิด ยูแบงก์ ผู้ก่อตั้งองค์กรบรรเทาทุกข์ ฟรีเบอร์มาเรนเจอร์ ว่ามีทหารเคเอ็นยูตายอย่างน้อย 2 คน การโจมตีทางอากาศแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบกว่า 20 ปี อีกทั้งยังเป็นการโจมตีตอนกลางคืน ซึ่งชี้ว่าขีดความสามารถของกองทัพเมียนมามีมากขึ้น ด้วยความช่วยเหลือจากรัสเซียและจีนและประเทศอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรสตรีกะเหรี่ยงเปิดเผยว่า กองทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศในพื้นที่ 5 แห่งของอำเภอมูตรอ ใกล้ชายแดน เป้าหมายรวมถึงค่ายผู้พลัดถิ่น 1 แห่ง ตอนนี้ชาวบ้านพากันหลบซ่อนอยู่ในป่า โดยชาวบ้านมากกว่า 3,000 คนข้ามแดนเข้ามาหลบภัยในไทยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างรายงานข่าวของสถานีทีพีบีเอสว่ามีชาวบ้านเดินทางมาไทยแล้วประมาณ 3,000 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97593</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยงเคเอ็นยู, กาล่าดินเนอร์ฉลองวันกองทัพเมียนมา, ปราบปรามนองเลือด, พม่า, มิน อ่อง หล่าย, รัฐประหารเมียนมา, หนีข้ามชายแดนไทย, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_6060b0e0bb8bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2019 20:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2019 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครบ 30 ปีนองเลือดเทียนอันเหมิน จีนยืนยันทำถูกแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐมนตรีกลาโหมของจีนยืนยัน การปราบปรามนักศึกษาที่ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยกลางจัตุรัสเทียนอันเหมินที่จะเวียนมาครบ 30 ปีวันอังคารนี้ เป็นนโยบายที่&amp;nbsp; &amp;quot;ถูกต้อง&amp;quot; แล้ว ย้ำจีนไม่ละทิ้งการใช้กำลังทางทหารผนวกไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ถ่ายเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2532 รถถังและทหารกองทัพปลดแอกประชาชน ควบคุมถนนฉางอันที่มุ่งสู่จัตุรัสเทียนอันเหมิน สองวันหลังการปราบปรามผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า คำกล่าวของพลเอกเว่ย เฟิงเหอ รัฐมนตรีกลาโหมของจีน ที่ตอบคำถามภายหลังกล่าวปาฐกถาบนเวทีประชุมความมั่นคงระดับภูมิภาคที่สิงคโปร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2562 เป็นการกล่าวถึงเหตุการณ์นองเลือดที่เทียนอันเหมินอย่างเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมประท้วงของนักศึกษาและแรงงานในจัตุรัสกลางกรุงปักกิ่งยาวนาน 7 สัปดาห์&amp;nbsp; เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและต่อต้านการคอร์รัปชัน จบลงเมื่อกองทัพจีนเคลื่อนรถถังและทหารออกปราบปรามอย่างนองเลือดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2532 นักศึกษา, ผู้ประท้วงและคนที่มาดูเหตุการณ์โดนฆ่าตายหลายร้อย หรืออาจมากกว่า 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์นั้นเป็นความวุ่นวายทางการเมือง และรัฐบาลกลางใช้มาตรการหยุดความวุ่นวายซึ่งเป็นนโยบายที่ถูกต้อง&amp;quot; เว่ยกล่าวตอบคำถาม พร้อมกับย้อนถามด้วยว่า เหตุใดจึงยังมีคนเห็นว่าจีนไม่ได้จัดการกับเหตุการณ์นี้อย่างเหมาะสม &amp;quot;เวลา 30 ปีพิสูจน์แล้วว่าจีนผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลายประการ&amp;quot; เขากล่าวต่อ และว่า เพราะการดำเนินการของรัฐบาลในขณะนั้น &amp;quot;จีนจึงมีเสถียรภาพและการพัฒนา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกเว่ย เฟิงเหอ รัฐมนตรีกลาโหมของจีน กล่าวปาฐกถาบนเวทีประชุมไอไอเอสเอส แชงกรี-ลาไดอะล็อก ที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว่ยกล่าวตอบคำถามกรณีเขตซินเจียง ที่จีนโดนวิจารณ์แนวทางปฏิบัติต่อชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยที่พูดภาษาตุรกีด้วยว่า นโยบายของจีนทำให้ชีวิตประชาชนที่นั่นดีขึ้นและยังป้องกันการก่อการร้ายได้หลายครั้งในช่วงกว่า 2 ปีมานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพลผู้นี้ยังตอบโต้แพทริก ชานาแฮน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ที่ใช้เวทีเดียวกันนี้โจมตีจีนเมื่อวันเสาร์ว่าสร้างเสริมกำลังทางทหารในทะเลจีนใต้ โดยเว่ยย้อนว่านโยบายของจีนในทะเลจีนใต้เป็นไปในเชิง &amp;quot;ป้องกัน&amp;quot; เท่านั้น ส่วนกรณีไต้หวัน เขาย้ำว่า จีนจะพยายามรวมประเทศอย่างสันติ แต่ก็ไม่สัญญาว่าจะไม่ใช้กำลังทหารเพื่อผนวกไต้หวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37472</URL_LINK>
                <HASHTAG>30 ปีเทียนอันเหมิน, จัตุรัสเทียนอันเหมิน, จีน, ทำถูกแล้ว, ปราบปรามนองเลือด, พลเอกเว่ย เฟิงเหอ, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190602/image_big_5cf3b9cf8ea4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
