<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 22:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียเอาด้วย ประณามเมียนมาใช้ความรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เพื่อนบ้านเมียนมาเริ่มทนไม่ไหว รัฐบาลอินเดียออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงที่สุดนับแต่กองทัพเมียนมาใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วง เรียกร้องเมียนมาฟื้นฟูประชาธิปไตยและยุติการใช้ความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐประหารเมียนมา ที่กรุงนิวเดลี เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564 (Photo by Sonu Mehta/Hindustan Times via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมา รัฐบาลอินเดียซึ่งขันแข่งอิทธิพลในภูมิภาคนี้กับจีน ไม่ได้แสดงอาการต่อต้านการรัฐประหารเมียนมาอย่างเต็มตัวเหมือนกับมหาอำนาจในโลกตะวันตก และในวันกองทัพเมียนมาเมื่อ 27 มีนาคม ที่เมียนมาปราบปรามผู้ประท้วงอย่างนองเลือดที่สุดมีคนโดนฆ่าตายมากกว่า 140 คน อินเดียก็ได้ส่งทูตทหารไปร่วมพิธีสวนสนามที่กรุงเนปยีดอด้วย ซึ่งเรียกเสียงวิจารณ์ขรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันศุกร์ ดูเหมือนว่ากระทรวงการต่างประเทศของอินเดียจะปรับเปลี่ยนท่าทีเป็นแข็งกร้าวขึ้นแล้ว โดยแถลงประณาม &amp;quot;การใช้ความรุนแรงใดๆ&amp;quot; และเรียกร้องให้เมียนมาปล่อยตัวนักโทษการเมืองที่มีนับพันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อรินทาม บักชี โฆษกกระทรวง กล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงนิวเดลีว่า อินเดียเชื่อว่าหลักนิติธรรมต้องเป็นจริง เรายึดมั่นต่อการฟื้นฟูประชาธิปไตยในเมียนมา เราพร้อมจะแสดงบทบาทที่สมดุลและสร้างสรรค์เพื่อแก้ไขวิกฤติในเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง และสนับสนุนความพยายามใดๆ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ขณะนี้ รวมถึงผ่านความพยายามของอาเซียน&amp;quot; บักชีกล่าว และว่า อินเดียเกี่ยวพันในความพยายามของนานาชาติรวมถึงในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่อินเดียเป็นสมาชิกหมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมา อินเดีย ซึ่งมีชายแดนตะวันออกติดพม่า ต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับเมียนมาเพื่อคานอิทธิพลของจีน และได้ลงทุนในหลายโครงการมูลค่านับพันล้านดอลลาร์ สถานการณ์วุ่นวายในเมียนมาทำให้มีชาวเมียนมากว่า 1,000 คน รวมถึงตำรวจ หนีข้ามชายแดนเข้าอินเดีย โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมิโซรัมและรัฐมณีปุระได้ยกเลิกคำสั่งให้ทางการท้องถิ่นปฏิเสธให้อาหารและที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยจากเมียนมา หลังจากโดนวิจารณ์อย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ภายในเมียนมา รัฐบาลทหารได้ระงับบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายทั่วประเทศแล้ว เหลือให้บริการเพียงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แบบประจำที่เท่านั้น การควบคุมล่าสุดทำให้กลุ่มต่อต้านรัฐประหารเลือกใช้ช่องทางการสื่อสารแบบอื่น โดยมีการแชร์คลื่นความถี่วิทยุ, แหล่งอินเทอร์เน็ตออฟไลน์ และผู้ให้บริการส่งข่าวผ่านข้อความเพื่อให้การติดต่อระหว่างกันยังดำเนินได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังคงมีรายงานการใช้กำลังสลายการชุมนุมในหลายเมืองอีกในวันศุกร์ โดยสื่อท้องถิ่นกล่าวว่ากองกำลังความมั่นคงยิงผู้ประท้วงบาดเจ็บ 4 คนที่เขตสะกาย ใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์ ส่วนโมนยวากาเซ็ตกล่าวว่า ที่เมืองตามูติดชายแดนอินเดีย ตำรวจนายหนึ่งที่สนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยโดนฆ่าตายจากการปะทะกับกองกำลังความมั่นคงเมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นครย่างกุ้ง มีลูกจ้างชาวเมียนมาของธนาคารชินฮันคนหนึ่งเสียชีวิตเพราะโดนยิงที่ศีรษะขณะเดินทางด้วยรถตู้เมื่อ 2 วันก่อน ธนาคารเกาหลีใต้แห่งนี้กล่าวว่า พวกเขากำลังหารือสถานการณ์กับรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั่วเมียนมาในวันเดียวกัน ผู้ชุมนุมใช้การ &amp;quot;ประท้วงดอกไม้&amp;quot; โดยวางช่อดอกไม้ทิ้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ เช่นม้านั่งและป้ายหยุดรถประจำทาง บางแห่งติดคำขวัญต่อต้านไว้ด้วย บางคนโยนกุหลาบพร้อมทำสัญลักษณ์สามนิ้ว ที่ทางเดินริมทะเลสาบแห่งหนึ่งมีคนนำดอกดาวเรืองและกุหลาบมาวางเรียงกันเป็นข้อความว่า &amp;quot;เมียนมากำลังหลั่งเลือด&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98157</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประณามการใช้ความรุนแรง, ปราบปรามผู้ประท้วง, พม่า, รัฐประหารเมียนมา, อินเดีย, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_606738730a9c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้บัญชาการทหาร12ประเทศรุมประณามกองทัพเมียนมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทั่วโลกรุมประณามกองกำลังความมั่นคงเมียนมาฆ่าหมู่ประชาชนในวันกองทัพเมียนมาเสาร์ที่ผ่านมา ผู้บัญชาการทหารสูงสุด 12 ประเทศประณามการใช้กำลังร้ายแรงกับพลเรือนไร้อาวุธ เอเอพีพีระบุมีคนตายวันเดียวกว่า 90 รวมถึงเด็ก 6 คน แต่สื่อท้องถิ่นชี้ตายอย่างน้อย 114 สถานทูตสหรัฐเตือนอเมริกันระมัดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชูป้ายเรียกร้องประชาคมนานาชาติช่วยเหลือเมียนมา ที่จัตุรัสทราฟัลการ์ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2564 (Photo by Pietro Recchia/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า แถลงการณ์ร่วมของผู้บัญชาการทหารสูงสุด 12 ประเทศมีออกมาเมื่อวันอาทิตย์ ภายหลังกองกำลังความมั่นคงเมียนมาปราบปรามผู้ประท้วงทั่วประเทศเมื่อวันเสาร์ที่ 27 มีนาคม ซึ่งตรงกับวันกองทัพเมียนมา สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ซึ่งเป็นกลุ่มสังเกตการณ์ในเมียนมา กล่าวว่า ทหารใช้กระสุนจริงในการปราบปรามภายใน 9 ภูมิภาค รวมถึงนครย่างกุ้ง ถึงช่วงค่ำวันเสาร์มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 90 คน และทำให้ยอดผู้เสียชีวิตโดยรวมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 423 คนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองกำลังของรัฐบาลทหารยิงปืนกลในเขตที่อยู่อาศัย ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงเด็ก 6 คนที่มีอายุระหว่าง 10-16 ปี&amp;quot; เอเอพีพีกล่าว &amp;quot;ข้อเท็จจริงที่ระบอบทหารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพ่งเล็งเป้าหมายที่เด็กนั้นเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมอย่างร้ายแรง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างสำนักข่าวออนไลน์เมียนมานาวว่า การปราบปรามเมื่อวันเสาร์มีคนโดนฆ่าตาย 114 คน ผู้ตายรวมถึงที่เมืองมัณฑะเลย์ 40 คน หนึ่งในนั้นเป็นเด็กหญิงวัย 13 ปี, ที่ย่างกุ้งอย่างน้อย 27 คน และมีรายงานเด็กอายุ 13 ปีโดนฆ่าตายที่ภูมิภาคสะกาย นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตตั้งแต่ที่รัฐกะฉิ่นซึ่งเป็นเขตเทือกเขาภาคเหนือ ลงมาถึงเมืองตะนาวศรีในภาคใต้ติดทะเลอันดามัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปราบปรามนองเลือดที่สุดนับแต่กองทัพก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เรียกเสียงประณามจากนานาชาติอีกครั้ง โธมัส เวย์เดา เอกอัครราชทูตสหรัฐ โพสต์ทางโซเชียลมีเดียว่า การนองเลือดครั้งนี้น่ากลัวมาก ประชาชนชาวเมียนมาพูดอย่างชัดเจนว่า พวกเขาไม่ต้องการอยู่ภายใต้ระบอบทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตสหรัฐประจำย่างกุ้งทวีตเมื่อวันอาทิตย์ เรียกร้องคนอเมริกันจำกัดการเคลื่อนย้าย &amp;quot;หากคุณต้องเดินทางขอให้ใช้ความระมัดระวัง และให้มั่นใจว่าคุณสามารถสื่อสารกับคนที่คุณรักได้ขณะเดินทาง&amp;quot; ทวีตของบริการพลเมืองสหรัฐกล่าว หนึ่งวันก่อนหน้านี้สถานทูตสหรัฐเพิ่งเปิดเผยว่า ศูนย์วัฒนธรรมอเมริกันในนครย่างกุ้งตกเป็นเป้ากระสุนด้วย แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ 12 ประเทศนำโดยสหรัฐ ออกแถลงการณ์ร่วมกันซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ประณามกองทัพเมียนมาที่เข่นฆ่าพลเรือนไร้อาวุธ โดยระบุว่า ทหารอาชีพต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากล และมีหน้าที่ปกป้อง ไม่ใช่ทำร้าย ประชาชนที่พวกเขารับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเรียกร้องให้กองทัพเมียนมายุติความรุนแรง และทำงานเพื่อฟื้นฟูความเคารพและความเชื่อถือกับประชาชนชาวเมียนมา ซึ่งได้สูญเสียไปจากการกระทำของกองทัพเอง&amp;quot; แถลงการณ์ฉบับนี้ลงนามโดยผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพสหรัฐ, อังกฤษ, แคนาดา, เยอรมนี, กรีซ, อิตาลี, เดนมาร์ก, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทอม แอนดรูว์ ผู้จัดทำรายงานพิเศษขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวเรียกร้องว่า ถึงเวลาที่ทั่วโลกต้องดำเนินการ หากไม่ผ่านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็น ก็ให้ทำผ่านการประชุมฉุกเฉินระหว่างประเทศ รัฐบาลทหารเมียนมาสมควรต้องถูกตัดขาดจากเงินทุน เช่นรายได้จากน้ำมันและก๊าซ และตัดขาดจากการเข้าถึงอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศพของผู้เสียชีวิตเมื่อวันเสาร์บางรายได้รับการจัดพิธีแล้วเมื่อวันอาทิตย์ ขณะเดียวกัน มีรายงานจากสื่อเมียนมาว่า ชาวเมียนมายังคงออกมาชุมนุมประท้วงอีกในหลายเมือง เช่น พะโคและโมนยวา หรือในเมืองเล็กๆ อย่างโมกองในรัฐกะฉิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐกะเหรี่ยงในภาคตะวันออกติดชายแดนไทย ซา มู นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยง กล่าวว่า กองทัพเมียนมาเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเมื่อคืนวันเสาร์ ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) เผยว่า ได้บุกยึดค่ายของทหารเมียนมา ฆ่าฝ่ายตรงข้ามได้ 10 คน การโจมตีทางอากาศต่อกองพันที่ 5 ของเคเอ็นยู ทำให้มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน บาดเจ็บอย่างน้อย 8 คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97546</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพฆ่าพลเรือน, ประท้วงรัฐประหาร, ปราบปรามผู้ประท้วง, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด12ประเทศ, พม่า, รัฐประหารเมียนมา, วันกองทัพเมียนมา, เมียนมา, โลกรุมประณาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_6060479184cbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าดับ180ศพ เซ่นสลายม็อบ แฉโซรอสหนุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฉปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารในเมียนมาทำให้คนตายเกิน 180 คนแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่กฎอัยการศึกของย่างกุ้งแห่อพยพออกนอกพื้นที่เมื่อเช้าวันอังคารหลังเกิดการนองเลือดหลายวัน ทางการเมียนมาสงสัยเอ็นจีโอโยงมูลนิธิจอร์จ โซรอส ให้ทุนสนับสนุนการเคลื่อนไหวอารยะขัดขืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 16 มีนาคม อ้างข้อมูลจากสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ซึ่งเป็นกลุ่มจับตาสถานการณ์ในเมียนมาที่รวบรวมข้อมูลการจับกุมและยอดบาดเจ็บล้มตายจากการประท้วงต่อต้านรัฐประหาร ว่าการใช้กำลังของฝ่ายความมั่นคงทหาร-ตำรวจเมียนมาในการปราบปรามผู้ประท้วงในหลายเมืองนับแต่กองทัพยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 180 คนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของเอเอพีพีเมื่อวันอังคารกล่าวว่า จำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยการปราบปรามเมื่อวันจันทร์ทำให้มีคนเสียชีวิตอีกอย่างน้อย 20 คน และแม้แต่พลเรือนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประท้วงต่อต้านรัฐประหารก็โดนลูกหลงเสียชีวิตด้วยหลายคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันนองเลือดที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์ เอเอพีพีระบุว่ามีคนตายถึง 74 คน จำนวนมากเสียชีวิตที่เขตไลง์ตายาในนครย่างกุ้ง เขตที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่ส่วนใหญ่เป็นของนายทุนจีน โรงงานหลายแห่งโดนวางเพลิง และทำให้รัฐบาลทหารตอบโต้ด้วยการประกาศกฎอัยการศึกที่เขตนี้และอีก 5 เขตของย่างกุ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงช่วงเช้าวันอังคาร สำนักข่าวอิรวดีเผยแพร่ภาพที่ชาวเมียนมาพากันอพยพออกจากเขตไลง์ตายา ทำให้รถติดยาวเหยียด มีทั้งรถจักรยานยนต์ รถกระบะ และรถตุ๊กๆ รายงานของสำนักข่าวท้องถิ่นเสียงประชาธิปไตยแห่งพม่าบอกว่า พวกคนงานต่างถิ่นจากไลง์ตายากำลังหนีกลับรัฐบ้านเกิดของพวกเขา สามารถมองเห็นขบวนของผู้คนบนถนนไกลสุดลูกหูลูกตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง รอยเตอร์รายงานอ้างข่าวของสื่อทางการเมียนมาว่า ทางการกำลังตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างเงินทุนจากมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับจอร์จ โซรอส พ่อมดการเงิน กับขบวนการอารยะขัดขืน (ซีดีเอ็ม) ในเมียนมา โดยมีลูกจ้างของมูลนิธิโอเพนโซไซตีเมียนมา (โอเอสเอ็ม) รายหนึ่งถูกควบคุมตัวไว้สอบปากคำตั้งแต่วันศุกร์ และเจ้าหน้าที่กำลังตามหาลูกจ้างอีก 11 คนมาสอบปากคำเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของหนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมาที่เป็นกระบอกเสียงให้กองทัพมานานหลายปี กล่าวว่า มูลนิธิดังกล่าวโอนเงินเข้าเมียนมาโดยไม่ได้ขออนุญาตจากสำนักงานจัดการการปริวรรตเงินตราของเมียนมา กลุ่มนี้แลกเปลี่ยนเงิน 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลจัตของเมียนมาโดยไม่ได้ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่จำเป็น พร้อมกันยังชี้ให้เห็นว่าองค์กรเอกชนที่ไม่ระบุชื่อได้ให้ความช่วยเหลือเป็นเงินสดแก่ขบวนการซีดีเอ็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมายังได้ตีพิมพ์ภาพนางอองซาน ซูจี ขณะพบกับโซรอสที่นิวยอร์กเมื่อปี 2559 และภาพที่ซูจีพบกับอเล็กซานเดอร์ โซรอส ผู้ลูกในเมียนมา แต่รายงานไม่ได้กล่าวโยงนางซูจีหรือมูลนิธิโอเพนโซไซตีกับการโอนเงินทุนผิดกฎที่กล่าวถึง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96287</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎอัยการศึก, การเคลื่อนไหวอารยะขัดขืน, ต่อต้านรัฐบาลทหาร, ปราบปรามผู้ประท้วง, พื้นที่กฎอัยการศึก, รัฐบาลทหารในเมียนมา, สลายม็อบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_6050c6edaca0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาดับอีก7ศพ คล้อยหลังยูเอ็นเอสซีประณาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การปราบปรามผู้ประท้วงในเมียนมาเมื่อวันพฤหัสบดีทำให้มีคนตายเพิ่มอีกอย่างน้อย 7 คน คล้อยหลังคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นออกแถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรงกับผู้ที่ประท้วงอย่างสันติ สหรัฐแซงก์ชันลูก &amp;quot;มิน อ่อง หล่าย&amp;quot; เพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้ายข้อความวางใกล้กับเทียนที่จุดเพื่อรำลึกผู้เสียชีวิตในการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมา ที่ด้านนอกสถานทูตเมียนมาในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย เมื่อค่ำวันที่ 10 มีนาคม 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า การสลายการชุมนุมของกองกำลังฝ่ายความมั่นคงเมียนมาที่เมืองมไยง์ในภาคกลางของประเทศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน เอเอฟพีอ้างเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนหนึ่งว่าทั้ง 6 คนโดนยิงตาย พยานบอกว่า 5 คนโดนยิงที่ศีรษะ และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 8 คน คนหนึ่งอาการวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์อ้างสื่อในเมียนมาด้วยว่า ยังมีคนเสียชีวิตอีก 1 คนที่เขตดากองเหนือของนครย่างกุ้ง ภาพถ่ายที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กเผยให้เห็นร่างชายคนหนึ่งแน่นิ่งบนถนนมีเลือดไหลออกจากศีรษะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ทหารก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลนางอองซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ การปราบปรามผู้ประท้วงทำให้มีคนโดนจับกุมแล้วมากกว่า 2,000 คน ส่วนยอดสังเวยชีวิตเพิ่มเป็นมากกว่า 60 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นครนิวยอร์กของสหรัฐเมื่อวันพุธที่ผ่านมา คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ออกแถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรงของกองทัพเมียนมาต่อผู้ประท้วงอย่างสันติ ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ยูเอ็นเอสซี 15 ชาติเห็นพ้องกันในแถลงการณ์เกี่ยวกับเมียนมาในรอบกว่า 1 เดือน จาง จวิน เอกอัครราชทูตจีน ที่เห็นพ้องกับแถลงการณ์ด้วย กล่าวว่า ขณะนี้ถึงเวลาต้องลดระดับความรุนแรงลง เป็นเวลาสำหรับการทูต สำหรับการสานเสวนากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรเมียนมาเพิ่มเติม โดยรวมถึงบุตรวัยผู้ใหญ่ 2 คนของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา และบริษัทอีก 6 แห่งที่ทั้งสองควบคุมอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียประกาศว่าได้รับระงับการให้เงินทุนชั่วคราวแก่โครงการของรัฐบาลในเมียนมาระหว่างที่ประชาคมระหว่างประเทศประเมินสถานการณ์ที่กำลังพัฒนาไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95756</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีความมั่นคง, ประณามเมียนมา, ปราบปรามผู้ประท้วง, พม่า, ยูเอ็นเอสซี, สลายการชุมนุม, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049e1c9c520d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
