<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กมธ.ตำรวจ&#039; เผย บช.น.หอบหลักฐานแจงคุมม็อบ ชี้ชัดจงใจก่อเหตุรุนแรงไม่ใช่ชุมนุมปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 - ที่รัฐสภา พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา&amp;nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล&amp;nbsp;(ผบช.น.)&amp;nbsp;พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ พ.ต.อ.กิตติศัพท์ ทองศรีวงศ์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ พ.ต.อ.อภิสัณฑ์ หว้าจีน รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายนิโรจน์ สุนทรเลขา เป็นประธานในประเด็นการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อผู้ชุมนุมทางการเมือง&amp;nbsp;โดยอนุญาตให้สื่อมวลชนเก็บภาพบรรยากาศช่วงต้น และไม่ให้ร่วมสังเกตการณ์ในห้องประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 13.30 น. น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และนายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ ร่วมแถลง โดยน.ส.จิตภัสร์ กล่าวว่า ผบช.น. และคณะเข้าชี้แจงถึงกรณีภาพรวมการดำเนินงานและควบคุมฝูงชนในพื้นที่ กทม. ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติการตามแผนงานและคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก โดยไม่เลือกปฏิบัติ ยึดแนวปฏิบัติตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ 2558 ที่ยึดหลักปฏิบัติสากลจากเบาไปหาหนัก โดยเน้นย้ำตำรวจไม่ให้ติดตามจับกุมผู้ชุมนุมที่หลบหนีเข้าไปอยู่ในบ้านเรือนของประชาชน และเกือบทุกครั้งในการชุมนุมตำรวจจับกุมอาวุธต่างๆในที่เกิดเหตุได้&amp;nbsp;ส่วนการดูแลความปลอดภัยของสื่อมวลชน ได้จัดลงทะเบียนให้ติดปลอกแขนแสดงสถานะสื่อมวลชน และให้ปฏิบัติตามแนวทางที่ตำรวจกำหนดไว้ ภายหลังจากที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวสื่อมวลชนที่ได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.จิตภัสร์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการระบุว่า ให้เจ้าหน้าที่ใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาได้ไม่อั้นนั้น ผบช.น.ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ทั้งนี้การเบิกกระสุนยางจะต้องทำตามขั้นตอนในการอนุมัติ และผู้บังคับบัญชาได้มีการเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามยุทธวิธีและกรอบกฎหมายทุกครั้งด้วยความระมัดระวังไปตามสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กรรมาธิการเชื่อในสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงหรือไม่ น.ส.จิตภัสร์ กล่าวว่า ผบช.น.ได้นำภาพและหลักฐานหลายอย่างมาชี้แจง รวมถึงสรุปการดำเนินคดีในชั้นศาลและชั้นสืบสวน ส่วนกรณีที่ยังไม่เชิญกลุ่มผู้ชุมนุมมาให้ข้อมูลนั้น เพราะขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมร้องเรียนมายัง กมธ. แต่การเชิญตำรวจมาชี้แจงเพราะเห็นว่า สถานการณ์มีความน่าเป็นห่วงและรุนแรงขึ้นทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะเป็นการใช้เวทีสภาแก้ต่างให้ตำรวจ จะเป็นมวยล้มต้มคนดูหรือไม่ นายสัญญา กล่าวว่า เรื่องนี้ กมธ.พิจารณาโดยถี่ถ้วน หากผู้ใดมีหลักฐานบ่งชี้ว่าการกระทำของตำรวจ ไม่เป็นไปตามหลักสากลก็สามารถนำพยานหลักฐานมาให้กับ กมธ. ได้ เพื่อใช้ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ซึ่ง ผบช.น.ได้นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติในพื้นที่มาให้ข้อมูลต่อ กมธ. โดยยืนยันว่าอาวุธ อุปกรณ์ทุกอย่างที่ตำรวจใช้ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด เป็นไปตามมติ ครม.อนุมัติให้เจ้าหน้าที่ใช้ควบคุมการชุมนุม ส่วนบุคคลที่ถูกอาวุธปืนกระสุนจริงบริเวณดินแดงนั้น ตำรวจยืนยันว่า ไม่ได้เกิดจากการปฏิบัติงานของตำรวจ ส่วนการยิงกระสุนยางก็ไม่ใช่ทุกนายที่จะได้รับปืนลูกซองกระสุนยาง มีแค่เจ้าหน้าที่ในหมวด 3 ซึ่งจะใช้ก็ต่อเมื่อสถานการณ์รุนแรงแล้ว ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าจะเชิญสื่อมวลชนภาคสนามที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงานของตำรวจมาให้ข้อมูล กมธ.ด้วย ส่วนจะมีการพิจารณาร่วมกับ กมธ.ชุดอื่นด้วยหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับนายนิโรธ สุนทรเลขา ประธาน กมธ. เป็นผู้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่า สอบถามทางตำรวจหรือไม่ว่า จะให้ทหารเข้ามาเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการดูแลสถานการณ์การชุมนุมหรือไม่ นายสัญญา กล่าวว่า ผบช.น.ชี้แจงว่า ยังไม่มีการให้ทหารเข้ามาช่วย ตำรวจยังสามารถควบคุมพื้นที่ได้ ทั้งนี้เมื่อ กมธ.รับฟังข้อมูลทั้งหมดแล้ว พอใจที่ตำรวจมาตอบคำถามให้ข้อมูลเพราะการชุมนุมครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง เพราะมีลักษณะจงใจก่อความรุนแรง และตำรวจมีหลักฐานที่มีน้ำหนักมาแสดงต่อกมธ. ตำรวจ สภาฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113867</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ตำรวจ, จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร, ดินแดง, ตำรวจ, บช.น., ปราบม็อบ, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e1bbf9f937.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 23:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 22:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมาลั่นไม่ทนกับ&#039;อนาธิปไตย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมาแถลงเมื่อวันอังคาร ปกป้องการใช้กำลังปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วง ระบุมีคนตายแค่ 164 คน แม้ตัวเลขจากนักเคลื่อนไหวปาไปกว่า 260 ศพแล้ว อ้างเศร้าใจเพราะพวกผู้ก่อการร้ายรุนแรงที่ตายไปต่างก็เป็นชาวเมียนมาเหมือนกัน ยืนยันรัฐบาลจะไม่ทนกับ &amp;quot;อนาธิปไตย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงจุดไฟเผาสิ่งกีดขวางบนสะพานเพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนกำลังของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในนครย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลจัตวาซอ มิน ทุน โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมา แถลงข่าวที่กรุงเนปยีดอเมื่อวันอังคารที่ 23 มีนาคมว่า มีผู้ประท้วงเสียชีวิตแล้ว 164 คนในเหตุการณ์รุนแรงจากการต่อต้านรัฐบาลทหาร &amp;quot;ผมเศร้าใจเพราะพวกผู้ก่อการร้ายรุนแรงที่ตายไปเหล่านี้ล้วนเป็นเพื่อนร่วมชาติของเรา&amp;quot; นายทหารผู้นี้กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่กองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ชาวเมียนมาออกมาเดินขบวนประท้วงตามเมืองน้อยใหญ่ทั่วประเทศเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและขอให้ปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี ผู้นำรัฐบาลพลเรือน กองกำลังความมั่นคงใช้แก๊สน้ำตา, กระสุนยาง และกระสุนจริงเพื่อสลายการชุมนุมหลายครั้ง และทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติเตือนว่า การปราบปรามของทหาร-ตำรวจเมียนมาอาจถือเป็น &amp;quot;การก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&amp;quot; ข้อมูลจากกลุ่มนักเคลื่อนไหว สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) กล่าวไว้ว่ามีคนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 261 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี โฆษกรัฐบาลทหารผู้นี้อ้างเหตุผลปกป้องการทำหน้าที่ของกองกำลังความมั่นคงว่าพวกเขากำลังจัดการกับ &amp;quot;ผู้ก่อความไม่สงบที่ถืออาวุธ&amp;quot; และมีตำรวจ 5 นาย และทหาร 4 นายเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องปราบปรามอธิปไตย มีประเทศไหนบ้างในโลกนี้ที่ยอมรับอนาธิปไตย&amp;quot; เขากล่าว ขณะเดียวกัน เขายืนยันด้วยว่ารัฐบาลจะยังคงระงับบริการเครือข่ายข้อมูลทางโทรศัพท์มือถือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลเมียนมาเผยว่า ฌอน เทอร์เนลล์ นักเศรษฐศาสตร์ชาวออสเตรเลียซึ่งเป็นที่ปรึกษาของนางซูจีและเป็นชาวต่างชาติคนแรกที่โดนจับกุมหลังรัฐประหาร กำลังถูกสอบสวนภายใต้กฎหมายคนเข้าเมืองและกฎหมายขายความลับทางราชการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97070</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปราบม็อบ, พม่า, รัฐบาลทหารเมียนมา, รัฐประหารเมียนมา, สลายการชุมนุม, อนาธิปไตย, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_605475ccebdbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเอ็นชี้วันเลือดนองพม่าดับ38ศพ ผู้นำทหารชินแล้วเชิญแซงก์ชันเลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ ทูตพิเศษของยูเอ็นประจำเมียนมาระบุ การปราบปรามผู้ประท้วงในเมียนมาเมื่อวันพุธมีคนเสียชีวิต 38 คน เป็นวันนองเลือดที่สุดนับแต่เกิดรัฐประหาร เรียกร้องยูเอ็นใช้ยาแรงกับพวกผู้นำทหาร พ้อตัวแทนรัฐบาลทหารลั่นชินแล้วกับแซงก์ชันและการถูกโดดเดี่ยว มีเพื่อนไม่กี่ประเทศก็อยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แค่วันนี้วันเดียว มีคนตาย 38 คน&amp;quot; ทูตพิเศษชาวสวิสขององค์การสหประชาชาติประจำเมียนมา กล่าวกับนักข่าวเมื่อวันพุธที่ 3 มีนาคม และทำให้จำนวนรวมผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของเมียนมานับแต่รัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ มีมากกว่า 50 คนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์กล่าวว่า เหตุการณ์วันนี้ถือเป็นวันนองเลือดที่สุดนับแต่รัฐประหาร แต่เธอไม่ได้ให้รายละเอียดที่มาของตัวเลขดังกล่าว เธอยังเรียกร้องให้ยูเอ็นใช้ &amp;quot;มาตรการรุนแรงมากๆ&amp;quot; กับพวกนายพล เพราะในการสนทนากับพวกผู้นำทหารเมียนมา พวกเขาไม่นำพาคำขู่คว่ำบาตรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทูตผู้นี้ขยายความว่า ในการสนทนากับโซ วิน ผู้นำทหารหมายเลข 2 ของเมียนมา เธอได้เตือนเขาไปว่ากองทัพเมียนมาน่าจะเผชิญมาตรการที่รุนแรงจากบางประเทศและการถูกโดดเดี่ยวเพื่อตอบโต้การก่อรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำตอบก็คือ &amp;#39;พวกเราชินกับการแซงก์ชันแล้ว และเราก็อยู่รอดมาได้&amp;#39;&amp;quot; ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ บอกกับนักข่าวที่นิวยอร์ก &amp;quot;เมื่อดิฉันเตือนว่าพวกเขาจะถูกโดดเดี่ยว คำตอบก็คือ &amp;#39;เราต้องเรียนรู้ที่จะเดินไปพร้อมกับเพื่อนแค่ไม่กี่ราย&amp;#39;&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลตะวันตกหลายประเทศ อาทิ สหรัฐ, อังกฤษ, แคนาดา และสหภาพยุโรป ได้ใช้หรือกำลังพิจารณาใช้มาตรการคว่ำบาตรแบบเจาะจงเพื่อกดดันกองทัพและพันธมิตรทางธุรกิจของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเคยแสดงความกังวลต่อการประกาศภาวะฉุกเฉินของพวกผู้นำทหาร แต่ที่ประชุมไม่สามารถผ่านแถลงการณ์ประณามได้ เพราะจีนและรัสเซีย ที่เป็นสมาชิกถาวร คัดค้านโดยมองว่าเป็นเรื่องของกิจการภายในของเมียนมา นักการทูตกล่าวกันว่าการดำเนินการใดๆ ของคณะมนตรีฯ ที่เกินเลยกว่าแถลงการณ์นั้น ไม่น่าเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ กล่าวถึงจีนและรัสเซียด้วยว่า เธอหวังว่าสองประเทศนี้จะตระหนักได้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่กิจการภายใน แต่กระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซ วิน บอกกับทูตผู้นี้ว่า &amp;quot;หลังจาก 1 ปี พวกเขาอยากจัดการเลือกตั้งอีกครั้ง&amp;quot; แต่ทูตยูเอ็นรายนี้ให้ทัศนะว่า ชัดเจนว่าตอนนี้พวกนายทหารใช้กลยุทธ์สอบสวนคนของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) แล้วจับเข้าคุก &amp;quot;สุดท้ายแล้ว เอ็นแอลดีจะถูกห้ามแล้วจากนั้นพวกเขาจะจัดเลือกตั้งใหม่ ที่พวกเขาจะชนะแล้วก็ได้ครองอำนาจต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เรามีคนหนุ่มสาวที่อยู่อย่างมีเสรีภาพมานาน 10 ปี พวกเขามีโซเชียลมีเดีย และพวกเขามีการจัดองค์กรที่ดีและเด็ดเดี่ยวมาก&amp;quot; ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ กล่าว &amp;quot;พวกเขาไม่ต้องการกลับไปอยู่ในระบอบเผด็จการและถูกโดดเดี่ยวอีกต่อไป&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94973</URL_LINK>
                <HASHTAG>คริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์, ทูตยูเอ็นประจำเมียนมา, ปราบม็อบ, พม่า, วันนองเลือด, สลายการชุมนุม, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_604067d1ad0db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมประณามเมียนมาใช้ความรุนแรง ผู้ชุมนุมหญิงโดนยิงหัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวเมียนมายังประท้วงต้านเผด็จการต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ไม่พรั่นเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมในหลายเมืองเมื่อวันอังคาร กรุงเนปยีดอหนักสุด ตำรวจใช้กระสุนจริง มีผู้ชุมนุมที่เป็นหญิงโดนยิงศีรษะ แพทย์คาดไม่รอดชีวิต สหรัฐ-ยูเอ็นนำขบวนประณาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจหิ้วตัวผู้ประท้วงที่ได้รับบาดเจ็บภายหลังตำรวจสลายการชุมนุมที่เมืองมัณฑะเลย์เมื่อวันอังคาร (Photo by Kaung Zaw Hein/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ ว่าชาวเมียนมาจากหลากหลายสาขาอาชีพยังคงออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านการรัฐประหารอีกครั้งในวันเดียวกันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ 5 ติดต่อกันแล้ว ถึงแม้ว่าเมื่อวันอังคาร เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงมากขึ้นในการสลายการชุมนุมในหลายเมือง หลังจากมีคำสั่งห้ามชุมนุมเกิน 5 คนและประกาศเคอร์ฟิวยามวิกาลใน 3 เมืองใหญ่ ทั้งย่างกุ้ง, เนปยีดอ และมัณฑะเลย์ กับในเมืองเล็กอีกหลายเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่อาจอยู่เงียบได้&amp;quot; เอสเธอร์ เซ นอ ผู้นำเยาวชนกล่าวกับรอยเตอร์ &amp;quot;ถ้ามีการหลั่งเลือดระหว่างการประท้วงอย่างสันติ ก็จะมีการหลั่งเลือดมากขึ้นถ้าเราปล่อยให้พวกเขายึดประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ที่นครย่างกุ้งเมืองหลวงทางเศรษฐกิจของเมียนมา มีผู้คนหลายพันคนออกมาชุมนุมอีกในวันพุธ ส่วนที่กรุงเนปยีดอ ข้าราชการหลายร้อยคนเดินขบวนสนับสนุนอารยะขัดขืน ภาพถ่ายที่เผยแพร่ทางสื่อเผยด้วยว่า ที่รัฐกะยาในภาคตะวันออก มีตำรวจกลุ่มหนึ่งสวมเครื่องแบบร่วมเดินขบวนประท้วงพร้อมกับป้ายข้อความว่า &amp;quot;เราไม่ต้องการระบอบเผด็จการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงเนปยีดอ มีวิดีโอเผยแพร่ทางออนไลน์ที่ผู้ประท้วงออกมาชุมนุมปิดทางหลวงสายหลักเมื่อวันเช้าวันพุธ โดยไม่เกรงกลัว แม้เมื่อวันอังคาร ตำรวจจะฉีดน้ำและใช้กระสุนยางยิงใส่ผู้ประท้วง แพทย์คนหนึ่งยืนยันว่า ตำรวจใช้กระสุนจริงด้วยเมื่อวันอังคาร ทำให้มีคนบาดเจ็บสาหัส 2 ราย แพทย์บอกด้วยว่า ยังมีผู้บาดเจ็บ 3 คนรับการรักษาบาดแผลที่คาดว่าเกิดจากกระสุนยาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างคำกล่าวของแพทย์คนหนึ่งว่า คลินิกที่รักษาผู้ประท้วงที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อวันอังคารโดนทหารเข้ามาควบคุม แพทย์อีกคนกล่าวว่า ผู้ประท้วงหญิงคนหนึ่งมีบาดแผลโดนยิงที่ศีรษะขณะเผชิญหน้ากับตำรวจในกรุงเนปยีดอ เธอถูกส่งเข้าห้องไอซียูและคาดว่าคงจะไม่รอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิงคนนี้โดนกระสุนระหว่างที่ตำรวจยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อสลายการชุมนุม วิดีโอเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียที่รอยเตอร์ยืนยันว่าเป็นภาพจริง เผยให้เห็นหญิงคนนี้กับผู้ประท้วงคนอื่นๆ อยู่ห่างจากแถวของตำรวจปราบจลาจลพอสมควรระหว่างที่ตำรวจฉีดน้ำและมีเสียงปืนดังหลายนัด หญิงคนนี้ซึ่งสวมหมวกนิรภัยทรุดลงทันที ภาพถ่ายหมวกนิรภัยของเธอเผยให้เห็นรูกระสุน 1 รู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท็ต ชาร์ โก อาชีพล่าม กล่าวว่า ตอนนี้เห็นแล้วว่าทหารใช้ความโหดร้ายกับพวกเรา แต่พวกเราคนหนุ่มสาวจะต่อสู้กับระบอบนี้ต่อไป ภายใต้คำขวัญว่า เผด็จการทหารต้องล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผู้ประท้วงได้รับบาดเจ็บอีกหลายคนในเมืองมัณฑะเลย์และเมืองอื่นๆ ที่กองกำลังความมั่นคงฉีดน้ำแรงดันสูง ยิงแก๊สน้ำตา และจับกุมผู้ประท้วงหลายสิบคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงขว้างขวดน้ำใส่รถตำรวจภายหลังตำรวจสลายการชุมนุมที่เมืองมัณฑะเลย์เมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เห็นเหตุการณ์ในมัณฑะเลย์เห็นเจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วงที่โบกธงสีแดงของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางอองซาน ซูจี สื่อของทางการเมียนมากล่าวว่า ฝูงชนใช้ถ้อยคำหยาบคายและขว้างปาสิ่งของใส่ตำรวจ ทำให้ตำรวจบาดเจ็บ 4 นาย &amp;quot;เพราะฉะนั้น ตำรวจจึงสลายการชุมนุมตามวิธีการและกฎหมาย&amp;quot; หนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมารายงานโดยไม่กล่าวถึงการเผชิญหน้าในสถานที่อื่นของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำวันอังคาร โอลา อัลม์เกรน ผู้แทนของยูเอ็นประจำเมียนมา กล่าวประณามการใช้กำลังสลายการชุมนุมว่า การใช้กำลังแบบไม่สมส่วนกับผู้ชุมนุมประท้วงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ พร้อมกับเรียกร้องให้กองกำลังความมั่นคงของเมียนมาเคารพสิทธิของประชาชนที่จะประท้วงอย่างสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเคยนำขบวนรัฐบาลตะวันตกประณามการก่อรัฐประหารยึดอำนาจในเมียนมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เรียกร้องอีกครั้งเมื่อวันอังคารให้พวกนายพลลงจากอำนาจและเปิดเสรีภาพในการแสดงออก กระทรวงการต่างประเทศกำลังทบทวนความช่วยเหลือที่ให้แก่เมียนมา เพื่อให้มั่นใจว่าพวกที่รับผิดชอบการรัฐประหารจะได้รับผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นนัดประชุมวาระพิเศษเพื่อหารือวิกฤติเมียนมาวันศุกร์นี้ ส่วนโจเซฟ บอร์เรล หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป เตือนว่า อียูอาจใช้มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อทหารเมียนมา แต่มาตรการที่จะใช้ควรเป็นแบบเจาะจงเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92613</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปราบม็อบ, พม่า, รัฐประหาร, เมียนมา, ใช้ความรุนแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_60239b6b02bfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 20:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิรักประกาศเคอร์ฟิว ม็อบบุกเผาสถานกงสุลอิหร่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองกำลังความมั่นคงอิรักยิงผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลดับอีกอย่างน้อย 13 คนที่เมืองนาซิริยาห์เมื่อวันพฤหัสบดี ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากม็อบที่เมืองนาจาฟบุกเผาสถานกงสุลอิหร่าน ทำให้ทางการอิรักประกาศเคอร์ฟิวใน 2 เมืองนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชาวอิรักยืนใกล้กองไฟด้านนอกสถานกงสุลอิหร่นในเมืองนาจาฟเมื่อคืนวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน อ้างแถลงการณ์ของกองทัพอิรักว่า นายกรัฐมนตรีอาเดล อับเดล มาห์ดี ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด มีคำสั่งให้พวกนายทหารระดับบัญชาการไปช่วย &amp;quot;ฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย&amp;quot; ในหลายจังหวัดที่เกิดการประท้วง โดยในวันพฤหัสบดี ฝ่ายความมั่นคงได้จัดตั้ง &amp;quot;หน่วยงานรับมือวิกฤติ&amp;quot; อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงแบกแดดและหลายเมืองทางใต้ของแบกแดดเผชิญการประท้วงก่อความวุ่นวายครั้งเลวร้ายที่สุดนับแต่สหรัฐนำกองทัพพันธมิตรรุกรานอิรักเพื่อโค่นซัดดัม ฮุสเซน เมื่อปี 2546 ผู้ประท้วงที่มีคนหนุ่มเป็นส่วนใหญ่ต้องการขับไล่รัฐบาลของนายกฯ มาห์ดี ที่พวกเขามองว่าคอร์รัปชันและมีอิหร่านหนุนหลัง ข้อมูลที่เอเอฟพีรวบรวมเองเนื่องจากทางการอิรักไม่เปิดเผยข้อมูลแน่ชัด พบว่า การปะทะและการปราบปรามผู้ประท้วงนับแต่ต้นเดือนตุลาคมคร่าชีวิตคนแล้วมากกว่า 360 ราย บาดเจ็บมากกว่า 15,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันพุธ ผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งได้บุกเข้าไปวางเพลิงสถานกงสุลอิหร่านประจำนครนาจาฟ และพากันร้องตะโกนขับไล่อิหร่าน นักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ผู้ประท้วงจุดไฟเผายางรถยนต์และสิ่งของที่หาได้รอบๆ สถานกงสุลแห่งนี้ก่อน ก่อเปลวไฟและกลุ่มควันหนาทึบ จากนั้นก็บุกเข้าไปในอาคารซึ่งขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่อพยพออกไปหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านประณามเหตุการณ์นี้ว่า &amp;quot;น่าขยะแขยง&amp;quot; และเรียกร้องให้อิรักดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับผู้ประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน สถานกงสุลอิหร่านในเมืองคาร์บาลาก็เคยตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของผู้ประท้วง ครั้งนั้นกองกำลังความมั่นคงที่คุ้มครองสถานกงสุลยิงผู้ประท้วงเสียชีวิต 4 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการอิรักประกาศเคอร์ฟิวที่นครศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ สถานการณ์เช้าวันพฤหัสบดีสงบลงแล้ว ท้องถนนแทบร้างการสัญจร โดยข้าราชการได้รับคำสั่งให้หยุดอยู่กับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่เมืองนาซิริยาห์วันพฤหัสบดี เกิดการปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับกองกำลังความมั่นคงที่เข้าเคลียร์สะพาน 2 แห่งที่ผู้ประท้วงยึดไว้นานหลายวัน แหล่งข่าวความมั่นคงและหน่วยแพทย์เผยว่า มีผู้ประท้วงถูกยิงเสียชีวิตอย่างน้อย 13 คน บาดเจ็บราว 100 คน หลายคนอาการวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทางการนาซิริยาห์ประกาศเคอร์ฟิวแบบเดียวกับที่นาจาฟ กองทัพวางกำลังทหารรอบนอกของเมือง ตรวจค้นรถยนต์ทุกคันและผู้ที่จะเข้าเมืองนี้ทุกคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51355</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาจาฟ, ประกาศเคอร์ฟิว, ปราบม็อบ, สถานกงสุลอิหร่าน, อิรัก, อิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddfc75ed66cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2018 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 22:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนพัฒนาปืนเลเซอร์ ยิงผม-เสื้อผ้า &#039;ม็อบ&#039; ระยะ 1 กม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัทในจีนเผย กำลังพัฒนาปืนเลเซอร์ให้ตำรวจใช้ยิงผม เสื้อผ้า หรือป้ายประท้วงของม็อบ จากระยะไกลเกือบ 1 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทซีเคซีเอ็ม ซึ่งเป็นบริษัทเลเซอร์ไฟเบอร์ของจีน เผยกับเอเอฟพีเมื่อวันอังคารว่า ปืนเลเซอร์ที่บริษัทกำลังพัฒนาอยู่สร้างความเจ็บปวดอย่างยิ่งทันทีเมื่อยิงถูกเป้าหมาย แต่ย้ำว่าไม่เป็นอันตรายถึงตาย โดยอาวุธนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ตำรวจใช้ปราบปรามม็อบ เป็นปืนที่ยิงป้ายผ้าประท้วงจนลุกไหม้ได้ หรือเล็งไปที่ผมหรือเสื้อผ้าของผู้ประท้วง แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสังหารเช่นปืนทั่วไป ซึ่งปืนดังกล่าวไม่สามารถทำให้ผิวหนังหรือเนื้อเยื่อมนุษย์ไหม้เกรียมในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปืนเลเซอร์นี้มีขนาดลำกล้อง 15 มิลลิเมตร หนัก 3 กิโลกรัม มีระยะการยิงได้ไกลถึง 800 เมตรและสามารถยิงผ่านกระจกและสิ่งกีดขวางโปร่งใสอื่นๆ ได้ บริษัทเลเซอร์ไฟเบอร์แห่งนี้ระบุเป็นปืนเลเซอร์ที่ออกแบบเพื่อติดตั้งบนรถ เรือ และเครื่องบิน และกำลังหาหุ้นส่วนที่มีใบอนุญาตผลิตอาวุธ หรือหุ้นส่วนในอุตสาหกรรมความมั่นคงหรือกลาโหมเพื่อเริ่มต้นผลิตปืนเลเซอร์จำนวนมาก โดยคาดหวังว่าตำรวจจีนจะนำปืนเลเซอร์นี้ไปใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาปืนเลเซอร์นี้ให้เป็นปืนใหญ่เลเซอร์ แต่เขาบอกว่ามีข้อตกลงของนานาชาติที่จะไม่สร้างเลเซอร์สำหรับสังหารซึ่งจะเป็นอาวุธที่ไร้มนุษยธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนตั้งข้อสงสัยถึงความเป็นไปได้ของปืนเลเซอร์ที่บริษัทจีนกำลังพัฒนาอยู่ ซึ่งขณะนี้มีอยู่ในนิยายวิทยาศาสตร์เท่านั้น โดยผู้เชี่ยวชาญจากเว็บไซต์ Techcrunch ระบุปืนเลเซอร์ที่ยิงจากระยะครึ่งไมล์และเผาไหม้มนุษย์ได้ในทันทีจะต้องเป็นปืนที่มีขนาดใหญ่มาก ส่วนปืนเลเซอร์หนักไม่กี่ปอนด์ที่ยิงได้หลายร้อยนัด แล้วทำให้ผิวหนังไหม้ในทันที ปัจจุบันยังเป็นไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปีที่แล้ว ล็อกฮีดมาร์ตินประกาศพัฒนาอาวุธเลเซอร์ 60 กิโลวัตต์ที่ตาเปล่ามองไม่เห็น เพื่อใช้ทำลายปืนครกและโดรนขนาดเล็ก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12689</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ปราบม็อบ, ปืนเลเซอร์, เลเซอร์ไฟเบอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180703/image_big_5b3b9bab2e438.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
