<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2021 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2021 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจภาค 3 ลุยปราบยาเสพติด จับเครือข่ายค้ายาได้ 28 ราย ยาบ้า 4.4 แสนเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.ภ. 3 รุกปราบยาเสพติดทุกรูปแบบ ลั่นพ่อค้ายาเสพติดต้องไม่มีที่ยืนล่าสุดรวบเครือข่ายยาบ้า ได้ 28 คน พร้อมของกลางยา 440,000 เม็ด ลุยยึดทรัพย์อีก 20 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 พร้อมคณะแถลงผลการระดมกวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ การทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ การสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนและพื้นที่ชั้นใน ได้ผู้ต้องหารวม 28 ราย ของกลางยาบ้า 440,000 เม็ด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่ 1 วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3 พร้อมทีมงานได้ ร่วมบูรณาการกับ ภ.จว.อุบลราชธานี ภ.จว.บุรีรัมย์ และ ภ.จว.ศรีสะเกษ หน่วยงานทหาร ปกครอง &amp;nbsp;สืบสวนทราบว่ามีเครือข่ายผู้ค้ายาบ้ารายสำคัญ เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน จะลักลอบนำยาบ้าเข้ามาจำหน่ายให้กับผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 หลายจังหวัด และกระจายแพร่ระบาดถึงผู้ค้ารายย่อย และผู้เสพอย่างรวดเร็ว จึงได้สืบสวนเริ่มจากผู้เสพและผู้ค้ารายย่อย จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 8 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมของกลาง&amp;nbsp;1.ยาบ้า จากการตรวจยึด จำนวน 136,000 เม็ด (68 มัด) 2.ยาบ้า จากการตรวจค้นตัวผู้ถูกจับ เพิ่มเติม 427 เม็ด&amp;nbsp;3.รถยนต์กระบะ จำนวน 3 คัน 4.รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน 5.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดตาม พ.ร.บ.มาตรการฯประมาณ 1,300,000 บาท ข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo; ผู้ต้องหาทุกคนให้การสอดคล้องต้องกัน ว่าได้ติดต่อซื้อขายยาบ้าจากผู้ค้าชาวลาว ซึ่งจะได้สืบสวนจับกุมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่ 2 วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 พ.ต.อ.วรการ &amp;nbsp;ป้องกัน &amp;nbsp;ผกก.สภ.วารินชำราบ พร้อมชุดสืบสวนได้ร่วมกันทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลาง ยาบ้า 42,000 เม็ด และ ตรวจยึดรถยนต์ ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ จำนวน 1 คัน&amp;nbsp;พฤติการณ์ คือ วันที่ &amp;nbsp;2 กุมภาพันธ์ 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สืบสวนหาข่าวทราบว่าจะมีการส่งมอบยาบ้ากันที่ถนนวาริน-พิบูล บริเวณบ้านวังกาฮุง หมู่ 1 ต.บุ่งไหม อ.วารินชำราบ จว.อุบลราชธานี โดยรถที่จะมาส่งมอบยาบ้านั้นเป็น รถยนต์ยี่ห้อ อิซูซุ รุ่น ดีแม็ค &amp;nbsp;สีขาว 4 ประตู ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้วางแผนจับกุม &amp;nbsp;และสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนได้ พร้อมด้วยของกลาง จึงได้แจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาให้บุคคลทั้ง 3 คน ทราบ และนำตัวพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน &amp;nbsp;สภ.วารินชำราบ &amp;nbsp;เพื่อดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่ 3 นายธัชกร &amp;nbsp;หัตถาธยากูล ผวจ.บุรีรัมย์, พล.ต.ต.รุธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์, พ.ต.อ.นิรันดร์ แก้วอิน รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;อำนวยการสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ,ตชด.21 ,215 , 216 , เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยราช ฝ่ายปกครอง จว.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ทหาร ขกท. &amp;nbsp;ศปก.ทบ.( มว.ขกส.2, ขกท.กกล.สุรนารี ) บูรณาการปฏิบัติในการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด จับกุมทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ผู้ต้องหา 6 คน ตรวจยึดยาบ้ารวม 50,000 เม็ด และตรวจยึด รถจักรยานยนต์ 6 คัน รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ประมาณ 200,000 บาท
พฤติการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 ต่อเนื่องวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้จับกุมตัวผู้ต้องหา&amp;nbsp;6 คน และได้ทำการซักถาม สืบสวนขยายผลต่อเนื่อง ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 สามารถจับกุมเครือข่ายผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้อีก จำนวน 2 คน&amp;nbsp;รวมจับกุมผู้ต้องหา 6 คน ของกลางยาบ้าจำนวน 50,000 เม็ด&amp;nbsp;ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ระหว่างขยายผลสืบสวนเส้นทางการเงินและผู้เกี่ยวข้องเพื่อจับกุมทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่ 4 วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 ภายใต้การอำนวยการของ &amp;nbsp;พล.ต.ต.ฉลอง &amp;nbsp;สุขจันทร์ &amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ !พร้มทีมงานร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา &amp;nbsp;1 ราย พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน&amp;nbsp;42,005 เม็ด ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย สถานที่เกิดเหตุ บ้านไม่ทราบเลขที่ กลางสวนยางพารา บ้านร่องแว่ ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จว.ชัยภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์ คือ จากการสืบสวนหาข่าวทราบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด (ยาบ้า) ในเขต อ.คอนสาร จว.ชัยภูมิ โดยมีพฤติการณ์จำหน่ายยาบ้าให้กับวัยรุ่น ที่บริเวณบ้านไม่มีเลขที่ กลางสวนยางพารา บ้านร่องแว่ ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จว.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นสวน ชุดจับกุมได้ติดตามพฤติการณ์เรื่อยมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาสืบสวนทราบว่า ได้นัดจำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่น ที่บ้านไม่ทราบเลขที่ดังกล่าว ชุดจับกุมได้เข้าไปตรวจสอบพบอยู่ในสวนยางข้างบ้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นตัวและบ้านพักพบยาบ้าจำนวน 24,005 เม็ด และจากการซักถามขยายผลให้การว่ายังมียาบ้าซุกซ่อนอยู่บริเวณสวนยางพารา โดยวิธีการฝังดิน ได้พาเจ้าหน้าที่ไปทำการตรวจสอบและตรวจยึดยาบ้า ยังจุดฝังดินจำนวน 2 จุด พบยาบ้าอีกจำนวน 9&amp;nbsp;มัด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ร่วมกันแจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาให้ทราบ จากนั้นได้นำตัวพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี และจะได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่ 5 วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 ภ.จว.นครราชสีมา โดย พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สีคิ้ว&amp;nbsp;ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 8 คน&amp;nbsp;พร้อมของกลาง&amp;nbsp;1. ยาบ้า ประมาณ 170,600 เม็ด (หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นหกร้อยเม็ด) และ 2. สารไอซ์ &amp;nbsp;ชั่งน้ำหนักรวมถุงได้ &amp;nbsp;22.33 กรัม
3. อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 2&amp;nbsp;กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 ม.ม.&amp;nbsp;จำนวน &amp;nbsp;4 นัด 4. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง 5. จักรยานยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิด รวม 3 คัน และรถยนต์ 1 คัน (ดำเนินการยึดทรัพย์ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สีคิ้ว ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย จากการขยายผล รับว่าได้ซื้อยาบ้า โดยติดต่อซื้อขายยาบ้าผ่านทางแอพพลิเคชั่น ซึ่งมีการซื้อขายยาเสพติดต่อกันมาแล้วหลายครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนขยายผล สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 8 คน ดังกล่าว พร้อมของกลางรายการที่ 1 ยาบ้า จำนวน 170,600 เม็ด &amp;nbsp;และของกลางรายการที่ 2 สารไอซ์ จำนวน 22.33 กรัม และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมผู้ต้องหาที่ 1 มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; นำตัวส่ง พงส.สภ.สีคิ้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92201</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครราชสีมา, ตำรวจภูธรภาค 3, ปราบยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210206/image_big_601e70566e5db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. รับทราบผลงานปราบยาเสพติดปี 63 ยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดกว่า 2.1 พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ.64 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.รับทราบรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2563 ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ ซึ่งมีสาระสำคัญประกอบด้วย 5 มาตรการ ดังนี้ 1.มาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเปิดปฏิบัติการร่วมสามเหลี่ยมทองคำ 1511 ภายใต้แผนปฏิบัติการรวมแม่น้ำโขงปลอดภัยเพื่อควบคุมยาเสพติด 6 ประเภท ระยะ 4 ปี (ปี 2562 &amp;ndash; ปี 2565) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างไทย กัมพูชา ลาวเมียนมา เวียดนาม และจีน สามารถยึดยาเสพติดได้ เช่น ยาบ้า 486 ล้านเม็ด ไอซ์ 3.75 หมื่นกิโลกรัม เฮโรอีน 3.52 พันกิโลกรัม และสารตั้งต้น 1.5 หมื่นกิโลกรัม ซึ่งปริมาณสารตั้งต้นที่ยึดได้นั้น สามารถตัดตอนการผลิตยาบ้าได้กว่า 200 ล้านเม็ด

2.มาตรการปราบปรามและการบังคับใช้กฎหมาย โดยมุ่งเน้นทำลายกลุ่มเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญรวมทั้งบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งสามารถจับกุมคดียาเสพติดในภาพรวมได้ 324,552 คดี สามารถยึดทรัพย์สินผู้กระทำความผิดรวม 1,853 ราย มูลค่ากว่า 2,107.75 ล้านบาท โดยมีคำสั่งยึดทรัพย์สินแล้ว 790.57 ล้านบาท และอยู่ระหว่างดำเนินการ 1,317.18 ล้านบาท

3.มาตรการป้องกันยาเสพติด ดำเนินการภายใต้ 3 แนวทางคือ 1)การเสริมสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้านตามแนวชายแดน โดยจัดตั้งชุดปฏิบัติการดำเนินการเสริมสร้างความเข้มแข็งในหมู่บ้านตามแนวชายแดนทั้งหมด 1,140 หมู่บ้าน 2)การป้องกันยาเสพติด มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มเด็กและเยาวชนไม่ให้เป็นเป้าหมายของขบวนการค้ายาเสพติด เน้นสร้างการรับรู้ เพิ่มภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันและลดผู้เสพยารายใหม่ เช่น การนำเทคโนโลยีมาใช้ตรวจสอบสารเสพติดจากเส้นผมในกลุ่มเยาวชน พบว่ามีการใช้ยาเสพติดลดลง และการเสพติดซ้ำก็ลดลง 3)การปรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยเน้นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยจำนวน 5,406 ตำบล เพื่อป้องกันยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน แรงงาน และประชาชนทั่วไป

4.มาตรการบำบัดรักษายาเสพติด เน้นการดูแลผู้ติดยาเสพติดเข้าถึงการบำบัดและการลดอันตรายหรือผลกระทบจากยาเสพติด โดยส่งเสริมให้ครอบครัวและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลภายหลังการบำบัด รวมถึงให้กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เข้ามามีบทบาทในการติดตามดูแลและเฝ้าระวัง เช่น การจัดตั้งคลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมแก่ผู้ต้องหาหรือจำเลยในระบบศาล จำนวน 25 แห่ง การพัฒนาศักยภาพศูนย์บริการลดอันตรายจากยาเสพติดภาคประชาสังคม ซึ่งสามารถนำผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัด 190,394 ราย รับบริการเพื่อลดอันตรายจากยาเสพติด 35,083 ราย ติดตามดูแลผู้ผ่านการบำบัด 193,003 ราย และให้ความช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัด 3,030 ราย

5.มาตรการบริหารจัดการอย่างบูรณาการที่สำคัญ เช่น 1)การพัฒนาพืชกระท่อมให้เป็นพืชเศรษฐกิจ โดยเสนอร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 2)การขับเคลื่อนการดำเนินการกัญชง โดยปี 2563 มีพื้นที่ขออนุญาตปลูกกัญชงของหน่วยงานรัฐ เพื่อวิจัยสำหรับการใช้สอยในครัวเรือนและเมล็ดพันธุ์ รวม 601 ไร่ 156 ตารางเมตร ซึ่งอยู่ใน 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ 131 ไร่ เชียงราย 94 ไร่ ตาก 376 ไร่ ปทุมธานี 156 ตารางเมตร และ 3)การขับเคลื่อนนโยบายกัญชา โดยเน้นพัฒนาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์การวิจัย และเป็นทางเลือกแก่ผู้ป่วย โดยมีการขออนุญาตจาก 13 หน่วยงาน เพื่อนำของกลางกัญชาที่ยึดได้ไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาวิจัยรวม 3,866 กิโลกรัม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91776</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ปราบยาเสพติด, รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffdb1279cfac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ &#039;ลูแปงไต้หวัน&#039; ขณะผสม &#039;เคนมผง&#039; เตรียมส่งเอเย่นต์ค้ายาทั่วกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.64 -&amp;nbsp;ที่คอนโดชื่อดังย่านอโศก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.มนูเมฆหมอก รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. เข้าสอบปากคำ&amp;nbsp;นายโช วาย เชิน ผู้ต้องหาชาวไต้หวัน ฉายา &amp;ldquo;ลูแปงไต้หวัน&amp;rdquo; หลังตำรวจปราบปรามยาเสพติดสืบทราบว่า มีผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับของประเทศไต้หวัน คดียาเสพติดหลายคดี โดยใช้ชื่อปลอม และหนังสือเดินทางหลายสัญชาติ หลบมาอาศัยที่คอนโอดังกล่าว จึงเข้าจับกุมไว้ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร.เปิดเผยว่า หลังตำรวจสืบทราบว่า มีตัวการใหญ่จำหน่ายยาเคนมผง จึงสืบสวนกระทั่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา ชาวไต้หวัน อายุ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ปี ได้ที่ห้องพัก พร้อมยึดยาเสพติดประเภทต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังขยายผลตรวจค้นที่พักของผู้ต้องหารายนี้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง ทั้งที่จังหวัดเชียงใหม่ ห้องพักย่านสุขุมวิท&amp;nbsp;50&amp;nbsp;และห้องพักย่านอโศก ขณะที่การสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เข้ามาอยู่ในประเทศไทย เพื่อจำหน่ายยาเสพติด ซึ่งมีการผสมสูตรเป็นของตัวเอง ด้วยการนำยาเสพติดหลายประเภทมาผสมกัน พร้อมอ้างว่า ผู้เสพนำไปเสพผิดวิธี จึงอาจส่งผลให้ถึงแก่ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเข้ามาประเทศไทย ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2555&amp;nbsp;โดยเชื่อว่าเข้าไทยอย่างไม่ถูกต้อง และอยู่เมืองไทยมาตลอด โดยยังพบผู้ต้องหา ดำเนินการเพียงคนเดียว แต่ตำรวจจะประสานไปยังตำรวจไต้หวัน เพื่อขยายผลถึงเครือข่าย พร้อมหาความเชื่อมโยงถึงกลุ่มผู้ค้ารายย่อย และลูกค้า หลังพบว่า ผู้ต้องหากระจายยาเสพติดส่วนหนึ่งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และจำหน่ายตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ พร้อมเชื่อว่า มีบางส่วนถูกส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศ โดยหลังจากนี้ ก็จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากตรวจค้นห้องพักของผู้ต้องหา พบคีตามีนกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กิโลกรัม,&amp;nbsp;เฮโรอีน ประมาณ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กิโลกรัม,&amp;nbsp;ไอซ์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กิโลกรัม,&amp;nbsp;ยาอี&amp;nbsp;379&amp;nbsp;เม็ด,&amp;nbsp;โคเคน น้ำหนักกว่า&amp;nbsp;11&amp;nbsp;กรัม, LSD&amp;nbsp;หรือ แสตมป์มรณะ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;แผ่น,&amp;nbsp;ยานอนหลับกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;เม็ด พร้อมเครื่องมือ อุปกรณ์ผสมสารเสพติดเป็นเคนมผง และอาวุธปืน ขนาด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม. เครื่องกระสุนปืน จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;นัด ที่อยู่ภายในห้อง ซึ่งขณะเข้าจับกุม ตำรวจพบผู้ต้องหากำลังผสมยาเคนมผง เตรียมจำหน่ายให้กับเอเย่นต์ค้ายาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น ตำรวจสอบสวน และจะเร่งขยายผลว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีผู้เสียชีวิตจากการเสพเคนมผง ในพื้นที่อื่น ๆ ของกรุงเทพมหานครก่อนหน้านี้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ท.ชินภัทร ผช.ผบ.ตร. ระบุว่า ข้อมูลของผู้ต้องหาพบเคยทำและเคยผลิตยาเสพติดส่งออกต่างประเทศมาก่อนหน้านี้ แล้วมีพฤติการณ์หลบหนีเจ้าหน้าที่อยู่เรื่อยมากระทั่งมาอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งทางตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ติดตามแกะรอยมาตลอดไม่ใช่เพราะมีประเด็นเรื่องยาเคนมผงเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยทราบอีกว่าผู้ต้องหามีการผสมยาเคนมผงหลายสูตรเพื่อส่งจำหน่ายขายทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.ท.มนตรี ผบช.ปส. เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะขยายผลจากผู้ต้องหา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส่วนคือ แหล่งที่มาของยาเสพติด โดยจะตรวจสอบว่ามาจากที่ไหน และ สูตรยาเคนมผง ผู้ต้องหาได้ส่งให้ใครและเครือข่ายใดบ้าง โดยจะประสานกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจเข้มข้นว่ามีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีการจับกุมผู้ต้องหาในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้การจับกุมนั้นถือเป็นผู้ค้ารายย่อยหากสืบทราบมีความเชื่อมโยงก็จะเร่งดำเนินการทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90942</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปราบยาเสพติด, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, ลูแปงไต้หวัน, เคนมผง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e6d9f81a3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ฮือฮา!ตรวจฉี่ยกศาลากลางอุบลฯ ผู้ว่าฯนำร่องปัสสาวะหายาเสพติด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.62- เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศาลากลาง จ.อุบลราชธานี สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ฝ่ายปกครองจังหวัด พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด ร่วมกันปฏิบัติการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามมาตรการ &amp;ldquo;กวาดบ้าน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนการประชุมกรมการจังหวัดประจำเดือนมกราคม ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และมีหัวหน้าส่วนราชการจากทุกส่วนเข้าร่วมประชุม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ให้มีการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ของข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปฏิบัติงานในอาคารศาลากลางจังหวัดทุกราย ทั้งชาย และหญิง กว่า 800 ราย โดยการให้ทุกคนปัสสาวะใส่ถ้วยและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทำได้ใช้เครื่องมือตรวจหาสารเสพติดโดยทันที ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ทุกราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะในครั้งนี้ นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนำร่องเป็นแบบอย่างให้ดูเป็นคนแรก ซึ่งการตรวจฉี่ผู้ว่าฯ ในครั้งนี้ ดูท่าทางหน้าตาผู้ว่าฯ จะเฉยๆไม่มีความวิตกกังวลใดๆเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่าสำหรับการปฏิบัติการตามแผนการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามมาตรการ &amp;ldquo;กวาดบ้าน&amp;rdquo; เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดในห้วง 3 เดือน ระหว่างเดือน พฤศจิกายน 2561 ถึง เดือนมกราคม 2562 จะเป็นการตรวจปัสสาวะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทุกหน่วยงาน ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหาร สมาชิกท้องถิ่น เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องยาเสพติด หรือหากมีจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด และแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยาเพสติดโดยเฉพาะในพื้นที่ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงเรียน สถานบริการ เรือนจำ และแหล่งมั่วสุมต่าง ๆ และจากปฏิบัติการดังกล่าวไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะของหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ แต่อย่างใด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27750</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจฉี่ผู้ว่าฯ, ตรวจฉี่ยกศาลากลาง, ปราบยาเสพติด, มาตรการกวาดบ้าน, อุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c4faf50b87ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2018 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2018 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองกำลังผาเมืองผนึกกำลังแม่ทัพเมียนมาร์ เปิดยุทธการปราบยาเสพติด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค.61- ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง&amp;nbsp;ภายในค่ายเม็งรายมหาราช พลตรีวิชิต วงศ์สังข์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง แถลงความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง ปปส.และฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;ได้ตรวจยึดยาบ้าจำนวน18,760,000เม็ดพร้อมรถยนต์สองคัน เหตุเกิดบนถนนสายเชียงราย-เวียงเชียงรุ้ง บริเวณหน้าโบราณสถานเวียงกือนา &amp;nbsp;หมู่ 8 ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย เมื่อคืนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการตรวจสอบรถของกลางทั้งสองคันคือรถยนต์กระบะโตโยต้า รีโว สีขาว ติดป้ายหมายเลขทะเบียน ผข 9816 เชียงราย และโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ติดป้ายหมายเลขทะเบียน บย 1470 ชุมพร ขบวนการค้ายาเสพติดติดได้ใช้ป้ายทะเบียนปลอมมาติดรถยนต์ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดทั้งสองคัน และพบว่าที่ห่อยาบ้ามีการประทับตรา 999 และตราสัญลักษณ์มีประทับบนห่อยาเป็นตราเลียนแบบทีมฟุตบอลชื่อดังของต่างประเทศ ซึ่งผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองระบุว่าเป็นยาเสพติดของกลุ่มว้าเหนือและว้าใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลติดตามจับกุมคนที่หลบหนีเพื่อนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายและเพิ่มความเข้มข้นในการสกัดกั้นยาเสพติดให้ได้บริเวณชายแดนในส่วนความร่วมมือของเมียนมาร์ตอนนี้ก็ได้จัดกำลังกว่า300นายลาดตะเวนสกัดกั้นยาเสพติดตลอดแนวชายแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตรีวิชิต ระบุด้วยว่า นอกจากนั้น&amp;nbsp;พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาค 3 จะเดินทางไปพูดคุยกับแม่ทัพภาคสามเหลี่ยมของสหภาพเมียนมาร์ถึงความร่วมมือในการสกัดกั้นยาเสพติดร่วมกัน ซึ่งขณะนี้พบว่ามีการลำเลียงยาเสพติดทางน้ำแทนทางบกก่อนจะนำมาใส่รถที่ขนไปยังตัวเมืองชั้นใน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24429</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังผาเมือง, ค้ายาบ้า, จังหวัดเชียงราย, ปราบยาเสพติด, เมียนมาร์, แม่ทัพภาค3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181217/image_big_5c175c4c9c598.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้เลือกตั้ง!&#039;บิ๊กป้อม&#039;งานเยอะสัปดาห์หน้าบูรณาการปราบยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.61- พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวย้ำถึงมาตรการการดูแลและปราบปรามปัญหายาเสพติด โดยระบุว่าจากการเข้าตรวจค้นพื้นที่ภายในโรงงาน จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 22 ล้าน เม็ด ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่มากขณะการตรวจยึดยาภาพรวมได้กว่า 100 ล้านเม็ด โดยเป็นผลมาจากการตรวจค้นอย่างเข้มงวดมาตลอด โดย หลังจากนี้ภายในสัปดาห์หน้าจะมีการ ประชุมร่วมกันแบบบูรณาการ ทั้งส่วนของ กอ รมน. เหล่าทัพ รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจ และสถานศึกษา เพื่อวางมาตราป้องกัน ปราบปราม และเข้มงวดการตรวจค้นรวมถึงการจับกุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยืนยันว่ามาตรการปราบปรามยาเสพติดได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและมีปริมาณลดลงก่อนหน้านี้ แต่ที่ตรวจยึดได้มากขึ้นอาจเป็น เพราะราคาของยาถูกลง และมีการแบ่งขนาดปริมาณยา ทำให้ง่ายต่อการจำหน่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามนอกจากการหารือเพื่อวางมาตราการป้องกันแล้ว ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่กองกำลังตามแนวชายแดน ในการสกัดกั้น และให้เพิ่มมาตรการตรวจค้นให้มากขึ้น ป้องกันการลักลอบยาเข้าประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20103</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ปราบยาเสพติด, รองนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc6d6a409e08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
