<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯประกาศ 3  ทีมชนะเลิศ ต้นแบบใช้เทคโนโลยีปราบโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2564 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT และพันธมิตร จัดการแข่งขันรอบสุดท้าย ของ 5 ทีมที่เข้ารอบ Final Round Demo Day &amp;nbsp;ในกิจกรรม ACTkathon: Anti-Corruption VIRTUAL HACKATHON 2021 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;พลิกเกมโกงให้อยู่หมัด สร้างไอเดียรัฐเปิดเผย&amp;rdquo; ซึ่งได้คัดเลือกผู้เข้าแข่งขันกว่า 100 คน จาก 20 ทีม เหลือ 5 ทีมสุดท้าย โดยถ่ายทอดสด ผ่าน Facebook Page: องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand) ตั้งแต่ เวลา 13.00 &amp;ndash; 18.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวเปิดงานว่า การแข่งขันในครั้งนี้ประโยชน์ที่จะได้สูงสุด คือ การมีส่วนร่วมในเรื่องที่สำคัญในชีวิตของเรา จะทำให้ทุกคนได้ร่วมกันจัดการกับความเบื่อหน่าย ความเป็นกังวลกับปัญหาคอร์รัปชัน ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต การที่สังคมถูกเบียดเบียนด้วยการโกง การกิน การรีดไถ ชักหัวคิวเพื่อประโยชน์พวกพ้อง ฮั้ว ฟอกเงิน หลับตาข้างเดียว บิดบังเบียดเบียนข้อมูล ฉ้อราษฎร์บังหลวงในหลายรูปแบบ หลายท่านอาจจะมีความชินชา น่าเบื่อและสิ้นหวัง แต่เราจะยอม เพิกเฉย ทิ้งให้อนาคตของเราถูกกัดกินต่อไปแบบนี้ไม่ได้ และขอขอบคุณทุกทีมที่ใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการต้านโกงอย่างเป็นระบบ เป็นต้นแบบที่จะถูกนำไปใช้จริง เพื่ออำนวยให้คนไทยอีกจำนวนมาก เข้ามามีส่วนร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หวังว่าจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้คนกลุ่มต่างๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเครื่องมือที่หลากหลายเพื่อแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ผมรู้สึกมีความหวังและคาดหวังการมีส่วนร่วมของทุกท่าน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯถือว่า เรื่องนี้เป็นพันธกิจที่จะร่วมสนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วม กระบวนการที่สร้างสรรค์ สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ได้นำเครื่องมือเหล่านี้ไปขยายผลอย่างจริงจัง ในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันต่อไป&amp;rdquo; นายวิเชียรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการแข่งขันนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายของทั้ง 5 ทีม ปรากฎกว่า 3 ทีม ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ และเงินรางวัล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ได้แก่ &amp;nbsp;ทีม 17: ขิงบ้านเรา รู้จักชุมชนของเราให้ดีกว่าที่เคย &amp;nbsp;แพลตฟอร์มตรวจสอบการใช้งบประมาณของท้องถิ่น, ทีม 1: Application PICA เรดาห์จับโกง แพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ร้องเรียนสิ่งผิดปกติโดยไม่ต้องเปิดผยตัวผู้ร้องเรียน และ ทีม 4 : &amp;nbsp;Corruption Analysis &amp;ldquo;กินยกแก๊ง&amp;rdquo; แพลตฟอร์ม วิเคราะห์ความเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมือง เครือข่ายธุรกิจ และเครือญาติเพื่อหาความผิดปกติในการคอร์รัปชัน &amp;nbsp;สำหรับทีมที่ได้รับรางวัล Popular Vote คือ ทีม 1: Application PICA เรดาห์จับโกง ได้เงินรางวัลด้วย โดยผู้ชมร่วมโหวตตั้งแต่เวลา 15:30 -18.00 น. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางในการใช้เทคโนโลยีจัดการกับการคอร์รัปชันของทีมชนะเลิศทั้ง 3 ทีม &amp;nbsp;มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีม 1: Application PICA เรดาห์จับโกง &amp;nbsp;Application PICA จะทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลโครงการที่มีความสงสัย และส่งข้อมูลเรื่องร้องเรียนได้ทันที รวมถึงสามารถแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อให้มีผู้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ผู้ร้องเรียนต้องยืนยันตัวตน ข้อมูลจะบันทึกบนบล็อกเชน ระบบหลังบ้านจะใช้ทั้ง AI และเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบซ้ำ ข้อมูลที่ได้จากภาคประชาชนจะส่งต่อไปให้องค์กรภาคีต่อต้านคอร์รัปชัน สร้างไวรัลมาร์เก็ตติ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบและสร้างไวรัลเน็ตเวิร์คสร้างเครือข่ายการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกของทีม ประกอบด้วย &amp;nbsp;วสันต์ เวียนรุ่งเรือง,ปัณณธร นันทิประภา และ วรพัชชา บุญมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีม 4: Corruption Analysis &amp;ldquo;กินยกแก๊ง&amp;rdquo; การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมือง เครือข่ายธุรกิจ และเครือญาติ การค้นหาความจริงจากเครือข่ายทุจริต มีความยุ่งยากในการเชื่อมโยงข้อมูล Corruption Analysis เชื่อมโยงเชิงปริมาณทั่วประเทศ โดยเอาข้อมูลมาวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ และแสดงแนวโน้มการทุจริต ตั้งแต่วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง การทุจริตเชิงนโยบาย และการทุจริตในกระบวนการประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกของทีม ประกอบด้วย ณัฐพงษ์ พัฒนผล, ศุภฤกษ์ พิสิฐศุภกานต์, นภา วงศ์ไชยบริหาร คำนันท์ และ ถมทอง นาถมทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และทีม 17: ขิงบ้านเรา รู้จักชุมชนของเราให้ดีกว่าที่เคย &amp;nbsp;แพลตฟอร์มเน้นไปที่การตรวจสอบการใช้งบประมาณของท้องถิ่น โดยพัฒนาแพลตฟอร์มต่อยอดแอปพลิเคชั่น ACT Ai ในการทำให้การนำเสนอข้อมูลของงบประมาณท้องถิ่นเข้าใจง่าย เพื่อให้คนช่วยกันติดตามการใช้งบประมาณอย่างสะดวก โดยจะวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งบประมาณโครงการในท้องถิ่น เริ่มจากการรวบรวมงบประมาณในท้องถิ่นเพื่อให้คนในท้องถิ่นได้รับรู้ว่ามีโครงการอะไรบ้าง สามารถตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างในพื้นที่ วงเงินงบประมาณ รายละเอียดการใช้จ่ายเงินงบประมาณ อนาคตสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากแพลตฟอร์มไปยังหน่วยงานของรัฐเพื่อตรวจสอบหาความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้องได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกของทีม ประกอบด้วย &amp;nbsp;ยุทธนา ศรีสวัสดิ์,เมธวิน เมธาววีนิจ, จรรยนนท์ โลหอุ่นจิตร, พิมพ์อร เสนากัสป์ และอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114108</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริตคอร์รัปชัน, ปราบโกง, ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, พลิกเกมโกงให้อยู่หมัด สร้างไอเดียรัฐเปิดเผย, เทคโนโลยี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6121b7eaafccb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 07:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 07:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบในโพสต์เดียว!ก้าวไกลเชื่อแล้ว รัฐธรรมนูญ 60 ปราบโกงจริง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.64- &amp;nbsp;เพจพรรคก้าวไกล - Move Forward Party เผยแพร่แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าสรุปจบในโพสต์เดียว! ร่างรัฐธรรมนูญฉบับพลังประชารัฐ เปิดช่องให้ ส.ส. - ส.ว. แทรกแซงการทำงานของข้าราชการ และการจัดสรรงบประมาณอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิวาทะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังร้อนแรงกันอยู่ในเวลานี้ มีหนึ่งเรื่องที่ดูเหมือนจะถูกพูดถึงน้อย คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 และ 185 ของพรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโพสต์นี้ พรรคก้าวไกลจะชวนทุกท่านไปดูกัน ว่าร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 144 และ มาตรา 185 ในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับพรรคพลังประชารัฐ จะทำให้ ส.ส. และ ส.ว. เข้าไปแทรกแซงงบประมาณได้ง่ายขึ้นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มาตรา 144 ยังคงห้าม ส.ส. และ ส.ว. แปรญัตติเพิ่มงบประมาณ แต่ตัดกลไกตรวจสอบ และบทลงโทษทิ้ง ]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องเท้าความกันก่อนว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 144 มีทั้งหมด 6 วรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วรรคแรก ในการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี, ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม (หรือที่เรียกว่า &amp;quot;งบกลางปี&amp;quot;), และ ร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณ &amp;nbsp;
ห้าม&amp;quot; ส.ส. แปรญัตติเพิ่มงบ
&amp;nbsp;อนุญาตให้ตัดงบได้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วรรคที่สอง ย้ำเพิ่มเติมจากวรรคแรกว่าห้าม ส.ส. - ส.ว. และ กมธ. งบประมาณ &amp;quot;แปรญัตติ&amp;quot; หรือ &amp;quot;กระทำการด้วยประการใดๆ&amp;quot; ให้มีส่วนในการใช้งบประมาณไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วรรคนี้แหละ ที่เป็นปัญหาทำให้ ส.ส. ทำงานยาก ว่าตกลงอะไรคือ &amp;quot;กระทำการด้วยประการใดๆ ให้มีส่วนในการใช้งบประมาณไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม&amp;quot; การอภิปรายเพิ่มงบสวัสดิการประชาชนผิดไหม? เห็นว่างบประมาณกระทรวงศึกษาน้อยไปอยากให้เพิ่มได้ไหม? หรือ แม้แต่เห็นถนนในเขตขาดการดูแล อภิปรายขอให้หน่วยงานเอาโครงการมาแก้ปัญหาทำได้ไหม??? ‼️&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการที่ไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนนี้เอง ที่ให้อำนาจดุลยพินิจอย่างล้นฟ้า ไม่ชอบหน้าใครก็มาดักคอเขาว่าอย่าตัดงบนะ ระวังผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และวรรคที่สาม คือวรรคที่ให้อำนาจล้นฟ้ากับองค์กรที่ใหญ่คับประเทศอย่าง &amp;quot;ศาลรัฐธรรมนูญ&amp;quot; เพราะให้อำนาจ ส.ส. - ส.ว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของแต่ละสภา สามารถเข้าชื่อกันร้องศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในรัฐธรรมนูญ 2560 เพิ่มโทษของคนที่กระทำความผิดเอาไว้ว่า ถ้า ส.ส. - ส.ว. คนไหนทำผิดให้พ้นสมาชิกภาพและตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี กันเลยทีเดียว ส่วนถ้าคณะรัฐมนตรีทำผิด ให้หลุดจากตำแหน่งยกคณะ (ก็น่าคิดว่าที่ขึ้นป้ายขอบคุณท่านรัฐมนตรีคนนั้นคนนี้ที่ผลักดันโครงการต่างๆ ในหลายจังหวัดนี่ศาลรัฐธรรมนูญหายไปไหน ไม่เห็นทำงานเร็วเหมือนเวลายุบพรรคบ้าง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เหลือจะว่าด้วยการตรวจสอบ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วรรคที่สี่ ให้ข้าราชการที่รู้เห็นต้องบันทึกข้อโต้แย้งเป็นลายลักษณ์อักษร
วรรคที่ห้า ว่าด้วยการเรียกเงินคืน&amp;nbsp;
วรรคที่หก ว่าด้วยการที่ ป.ป.ช. ได้รับแจ้งแล้วต้องสืบสวนในทางลับแล้วส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วร่างไพบูลย์แก้อะไรในมาตรานี้? สิ่งที่ร่างของพรรคพลังประชารัฐทำ คือการนำบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2550 มาใช้ ซึ่งสาระสำคัญก็คือ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกเลิกบทกำหนดโทษนักการเมือง ที่ให้พ้นจากตำแหน่งและถูกตัดสิทธิ์ 10 ปี
ยกเลิกวรรค 4-6 ที่ว่าด้วยการตรวจสอบทั้งหมด
เพิ่มข้อความขึ้นมาอีก 1 วรรค ให้รัฐสภา, ศาลรัฐธรรมนูญ, ศาลยุติธรรม, องค์กรอิสระ สามารถขอแปรงบเพิ่มได้ (ความจริงมาตรานี้ รัฐธรรมนูญ 2560 มีเขียนไว้แล้วใน ม.141 แต่ตอนยื่นร่าง คุณไพบูลย์ไม่ได้อ่านรัฐธรรมนูญหรืออย่างไรไม่ทราบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังๆๆ ไม่จบ นอกจากจะแก้มาตรา 144 แล้ว อีกมาตราที่สำคัญไม่แพ้กัน และต้องดูกันเป็นแพ็คเกจ คือมาตรา 185&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แก้มาตรา 185 : ต่อไปนี้ ไม่ห้าม ส.ส. - ส.ว. แทรกแซงข้าราชการ งบประมาณ และโครงการของรัฐแล้วนะ ??? ]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญ มาตรา 185 อยู่ในหมวด 9 ว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งในรัฐธรรมนูญ 2560 เขียนเอาไว้ว่า ส.ส. และ ส.ว. ต้องไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งกระทำการเพื่อผลประโยชน์ของตน ผู้อื่น พรรคการเมือง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) แทรกแซงการปฏิบัติราชการ หรือทำงานในหน้าที่ของข้าราชการ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ทำให้ตนมีส่วนในการใช้งบประมาณหรือเห็นชอบโครงการของหน่วยงานรัฐ ยกเว้นรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) แทรกแซงการแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนเงินเดือน ให้ออกจากราชการของข้าราชการ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐจะแก้ ก็คือการตัดข้อห้ามใน (1) และ (2) ที่ห้ามแทรกแซงการทำงานของข้าราชการ และทำให้ตนมีส่วนในการใช้งบประมาณ คงไว้เฉพาะ (3) เรื่องห้ามแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันนี้สอดคล้องกับที่แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ที่ยกเลิกบทกำหนดโทษของ ส.ส. และ ส.ว. ที่เข้าไปยุ่งกับงบประมาณประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้รัฐธรรมนูญใน 2 มาตราเฉพาะส่วนที่ว่าด้วยการกำหนดโทษของการเข้าไปแทรกแซงงบประมาณจึงแสดงให้เห็นเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ของการแก้รัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นการแก้เพื่อตนเองและพรรคพวก ไม่ใช่แก้เพื่อเพิ่มอำนาจประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้ำอีกครั้ง!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าหลงประเด็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ เป็นการแก้เพื่อให้ ส.ส. สามารถแปรญัตติเพิ่มงบประมาณได้ หรือให้ ส.ส. ผลักดันโครงการพัฒนาพื้นที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงแล้วในรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ยังคงบทบัญญัติห้าม ส.ส. และ ส.ว. เข้าไปมีส่วนในการใช้งบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่รัฐธรรมนูญฉบับพลังประชารัฐแก้ คือ การยกเลิกส่วนของกลไกการตรวจสอบและบทกำหนดโทษ******&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่าบทบาทของ ส.ส. ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย ควรต่อสู้เชิงประเด็นและผลักดันกฎหมายในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ หรือควรมีบทบาทในการต่อรองทรัพยากรเข้าสู่พื้นที่ ยังเป็นข้อถกเถียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐทำ ไม่ใช่การทำให้บทบาทในการต่อรองทรัพยากรเข้าสู่พื้นที่ทำได้อย่างเป็นระบบ เปิดเผย โปร่งใส แต่เป็นการทำลายกลไกการตรวจสอบ และทำให้การการส่งอิทธิพลต่อโครงการและงบประมาณของ ส.ส. ยังคงไม่ถูกกฎหมาย อยู่ในพื้นที่สีเทา แต่ไม่มีการตรวจสอบ และเอื้อต่อการทุจริตคอรัปชั่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และคนที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้ย่อมต้องเป็น ส.ส. และ ส.ว. ฝ่ายรัฐบาลที่ใกล้ชิดผู้มีอำนาจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น และมีการมองกันว่าการแก้รัฐธรรมนูญ 2 มาตรานี้ เป็นไปเพื่อ &amp;quot;หาเงินเลือกตั้ง&amp;quot; สำหรับ ส.ส. บางกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราคงต้องจับตากันว่าพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่บอกกับประชาชนว่าต่อต้านระบอบ คสช. อย่างเต็มที่ และ ส.ว. ที่ชอบอ้างนักอ้างหนาว่าเข้ามาเพื่อปราบโกง พอเจอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปิดทางให้เกิดการ &amp;quot;โกง&amp;quot; อย่างเปิดหน้าขนาดนี้ สุดท้ายจะลงมติว่าอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;‼️ อย่าลืมนะ ‼️ ว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะผ่านได้ ต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 และ 20% ของ ส.ส. ฝ่ายค้านด้วย...&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107168</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปราบโกง, พรรคก้าวไกล, พลังประชารัฐ, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d12360cc10a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 20:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 20:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039; ถึงกับอึ้ง! &#039;ประยุทธ์&#039; ถืออำนาจมาเกือบ 7 ปี เพิ่งคิดจะปราบโกง ย้อนแสดงว่าทจุริตมโหฬารเพิ่งเกิดในยุคนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.64 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ peace talk ว่า &amp;nbsp;ประยุทธ์ ประกาศปราบทุจริตเป็นวาระแห่งชาติภายหลังการยึดอำนาจเมื่อ 22 พ.ค. 2557 โดยในช่วง 7 ปีที่มีอำนาจทั้ง พรก.ฉุกเฉิน และ ม. 44 ดังนั้น การพูดเรื่องทุจริตจึงเป็นการทุจริตที่เกิดในช่วงสมัยที่เป็นนายกฯ นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การมาประกาศเป็นวาระแห่งชาติในปีที่ 7 นี้ จึงสะท้อนว่า ตลอด 7 ปีมีการทุจริตคอรัปชั่นมโหฬาร แต่ปล่อยปละละเลย และสงสัยว่ารู้เห็นด้วยหรือไม่ หรือไม่รู้อะไรเลยว่า ครม.มีการทุจริต จึงสงสัยว่าถ้าบ้านเมืองมีความสุจริตแล้ว ประยุทธ์จะประกาศปราบทุจริตทำไม จึงแปรความโดยหนีสัจธรรมเช่นนี้ไปไม่พ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กังขาว่า ที่เข้ามาเป็นรัฐบาลจะปราบโกง แล้วเขียน รธน.อ้างเป็นฉบับปราบโกง แล้วท้ายที่สุดยุคใครมีอำนาจแล้วโกง ดังนั้น แสดงว่ามีการโกง จึงต้องประกาศปราบโกงเป็นวาระแห่งชาติ จึงเป็นเรื่องตลกอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกอย่าง การไม่สามารถแก้ไขปัญหาประเทศได้นั้น ไม่ใช่เรื่องฉลาดหรือโง่ แต่เป็นเรื่องประสิทธิภาพการใช้อำนาจเพื่อแก้ไขปัญหาไม่ได้เลย โดยเฉพาะแก้ปัญหาการคอรัปชั่น ดังนั้น การใช้อำนาจจึงใช้ไม่ได้เลย โดยสิ่งที่ตัวเองประกาศมานั้น ไม่ได้ทำตามสัญญาแม้แต่เรื่องเดียว และเรื่องที่เป็นวาระแห่งชาติล้วนล้มเหลวทั้งสิ้น เพราะไม่พยายามบริหารวิกฤตสร้างโอกาสจัดการในการแก้ปัญหาชาติในช่วงมีอำนาจ 7 ปี ตรงกันข้าม กลับใช้โอกาสนั้นทำให้เกิดวิกฤตซ้ำเติมอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในการชำแหละประยุทธ์บริหารประเทศ โดยช่วง เสาร์-อาทิตย์ นี้ และต่อเนื่องกันทุกวันไปจนถึง 30 พ.ค. จะเริ่มด้วยประเด็นเงินกู้ 7 แสนล้านบาท ซึ่งจะชี้ว่าเป็นการกู้เพื่อนักการเมือง จึงต้องเขียนเสือให้วัวกลัวไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตนพยายามตอกย้ำมาต่อเนื่องว่า ทำไมประยุทธ์ ไม่เข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายรายงานกรณีโควิดระบาดและขอพระราชทานคำปรึกษา ชี้แนะแก้ไขปัญหา ดังเช่นอดีตนายกฯคนอื่นได้กระทำมาตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง เมื่อมีข่าวปล่อยถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ จนกลายเป็นข่าวลือ แล้วทำไมประยุทธ์ จึงไม่ออกมาหยุดข่าวลือเหล่านั้น เพราะนายกฯ สามารถตรวจสอบข่าวได้ทุกอย่าง แต่ทำไมจึงปล่อยให้ข่าวลือสร้างผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลายคนมีข้อสงสัยว่า ประยุทธ์ กำลังคิดอะไรอยู่ เหมือนเราตั้งคำถามว่า อยู่ดีๆทำไมเปลี่ยนชุดรักษาความปลอดภัย เอาชุด ร.21 มา ซึ่งอะไรเกิดขึ้นกับประยุทธ์ แต่นิ่งเฉยไม่ออกมาชี้แจงกรณีข่าวลือที่กระทบสถาบันฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เพียงเท่านั้น กรณีที่มีการสงสัยถึงประเทศมหาอำนาจจะใช้พื้นที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางบัญชาการสงครามในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ยังมีความสงสัยถึงการตั้งฐานยิงหัวรบนิวเคลียร์อยู่ที่เชียงใหม่ สิ่งเหล่านี้ต้องการให้ประยุทธ์ ตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนเพื่อความปลอดภัยของประเทศไทย โดยเฉพาะคนเชียงใหม่ และคนภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งกล่าวว่า ตนตอกย้ำเรื่องเหล่านี้ ไม่ได้เป็นการปรักปรำ แต่ต้องการคำชี้แจง เพราะเราต่างมีภาระหน้าที่ในการปกป้องชาติบ้านเมือง วันนี้ตราบใดประยุทธ์ ยังเป็นนายกฯ อยู่ เราไม่มีทางแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นได้ ถึงอ้างมาจากเลือกตั้งก็ตาม แต่เป็นการเลือกตั้งจอมปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้ เมื่อมีอำนาจมาถึง 7 ปี แล้วมาประกาศปราบทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ จึงเป็นเรื่องตลกและน่าอาย น่าอัปยศอดสูที่สุด ถามว่าที่ประกาศวาระแห่งชาติเคยสำเร็จสักเรื่องหรือไม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า คนไทยทุกฝ่ายรู้ถึงความยากลำบากและต้องมาแบกรับภาระเงินกู้อีก โดยคนรุ่นลูกหลานต้องใช้หนี้กัน หากประเทศจะมีวาระแห่งชาติกันจริงแล้วต้องเป็นการขับไล่ประยุทธ์ หรือประยุทธ์ออกไปเป็นวาระแห่งชาติที่จะเกิดคุณูประการของคนไทยอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ตนอยากให้แต่ละฝ่ายทำภาระหน้าที่ แม้เป็นความยากลำบาก แต่ถ้าต้องการให้ประเทศพลิกฟื้น เพื่อเปลี่ยนวิกฤตนี้ให้กลายเป็นความหวังแล้ว ก็ต้องรวมมือกันขับไลประยุทธ์ ออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตลอดช่วงการอภิปรายขับไล่ประยุทธ์ใน 9 วัน เริ่มตั้งแต่ เสาร์ที่ 22 พ.ค. ไปถึงอาทิตย์ที่ 30 พ.ค.นี้ ตนจะอภิปรายนำในเวลาประมาณเที่ยงของทุกวัน แล้วสลับกับวิทยากรคนอื่น เพื่อฉายภาพเรื่องราวต่างๆในกรอบหัวข้อ &amp;quot;7 ปีการรัฐประหาร&amp;quot; แล้วมาครบรอบกับการกู้เงินอีก 7 แสนล้านบาท ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาชาติได้เลยในช่วงการกู้เงินผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การประกาศให้ปราบโกงนั้น สะท้อนว่าที่ผ่านมามีการโกง และรู้ว่ากำลังจะมีการโกงกันใหม่ จึงต้องเอาวาระปราบโกงมาบังหน้าไว้ก่อน ซึ่งคิดป็นอย่างอื่นไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เวลารัฐบาลนี้นับวันได้ถอยลงแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการติดเชื้อโควิดนั้น เป็นเรื่องปกติไปแล้วในเรือนจำ และคงรอดจากการติดเชื้อได้ยากที่จะป้องกัน สิ่งสำคัญคือจะรักษากันอย่างไร จึงน่าสนใจมาก ดังนั้น มาตรการต่างๆอยู่ที่การเข้าถึงยาในการรักษาจึงควรเปิดกว้างให้กับประชาชนทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนจึงต้องบอกประยุทธ์ว่า ไม่ใช่เอาการปราบทุจริตมาเป็นวาระแห่งชาติเพื่อกลบเรื่องราว แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ มาตรการต่างๆของประเทศอื่นที่ประสบสำเร็จ แล้วนำมาแก้ปัญหาในประเทศไทย ซึ่งตนเชื่อว่าทุกฝ่ายจะให้ความร่วมมืออย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนวาระแห่งชาติปราบทุจริตนั้น เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อถือ เป็นเรื่องทางการเมือง เป็นละครการเมืองขั้นเวลาให้คนลืมเรื่องอื่นๆ เพราะเงินกู้มา ถ้าไม่คิดโกง ก็คงไม่เอาเรื่องปราบโกงมาบังหน้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เมื่อประยุทธ์ ไม่ยอมลาออก พวกเราจึงต้องอยู่ด้วยความยากลำบากต่อไป และเราต้องจัดการผู้ปกครองที่ไม่ยอมออก เพราะประเทศนี้เป็นของเรา และเราก็ต้องอยู่บนพื้นดินแห่งนี้ ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน สามัคคีกันก็ชนะเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103612</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ปราบโกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a6500057aa7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกษียร&#039;เหน็บ&#039;มีชัย&#039;ชูคำขวัญรธน.ปราบโกง 3ปีผ่านไปสังคมไทยได้เห็นหลักฐานแห่งผลสัมฤทธิ์แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.63- นายเกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kasian Tejapira ว่า หลักฐานความสำเร็จของรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในปี พ.ศ.​๒๕๕๙ กรธ.ซึ่งมีชัยเป็นประธานได้เน้นย้ำคำขวัญปราบโกงต่าง ๆ เพื่อเป็นจุดขายอย่างหนึ่งของร่างรธน.ในเอกสารเผยแพร่ของกรธ. ได้แก่ &amp;quot;สกัดคนโกงเข้าสภาด้วยกติกาในรัฐธรรมนูญ&amp;quot;, &amp;quot;ปราบโกงอย่างจริงจัง&amp;quot;, &amp;quot;การเมืองไทยจะเป็นการเมืองที่เปิดเผยและโปร่งใสยิ่งขึ้น&amp;quot; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ผ่านไปสามปีกว่า สังคมไทยได้เห็นหลักฐานชัดเจนยิ่งแห่งผลสัมฤทธิ์และภาพจำของรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงแล้วววววว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องขอขอบคุณ กรธ.และคุณมีชัยแทนรองนายกฯประวิตรและรมต.ธรรมนัสไว้ ณ ที่นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54223</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ปราบโกง, รัฐธรรมนูญ, ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190301/image_big_5c7888265e391.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป.ป.ช.&#039;ส่งสารปีใหม่ลั่นปี&#039;63เร่งเครื่องปราบโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.62- นายวรวิทย์ &amp;nbsp;สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช.) ส่งสารสารอวยพรปีใหม่ 2563 ข้อความว่า เนื่องในศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563 ขอส่งความสุข ความห่วงใย และความปรารถนาดีอย่างจริงใจมายังข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงาน ป.ป.ช. และครอบครัวทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงาน ป.ป.ช. ในปัจจุบันเป็นองค์กรขนาดใหญ่และเติบโตอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงตามรัฐธรรมนูญใหม่ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และกฎหมายใหม่ของ ป.ป.ช. จะเห็นได้ว่า สำนักงาน ป.ป.ช. เป็นความคาดหวังของประชาชนในการที่ทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริต นั่นหมายถึง สำนักงาน ป.ป.ช. ต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความรวดเร็ว สุจริต และเที่ยงธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ศรัทธา และได้รับการยอมรับจากสังคม ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้สำนักงาน ป.ป.ช. มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและกระบวนทัศน์ในการทำงาน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนควรยึดมั่นในการปฏิบัติงานร่วมกันนั่นก็คือ วัฒนธรรมองค์กร &amp;ldquo;ซื่อสัตย์ เป็นธรรม มืออาชีพ&amp;rdquo; มุ่งประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน และดำรงตนด้วยความพอเพียง มีจิตอาสา ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะมาจากพื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างกัน แต่ก็เปรียบเสมือนคนในครอบครัว อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ที่ประกอบด้วย ความรัก และความสามัคคี
​
ตลอดปี 2562 ที่ผ่านมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท อย่างเต็มศักยภาพ และได้มีการพัฒนาและปรับปรุงการทำงานตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ขอขอบคุณในความตั้งใจดังกล่าว สำหรับในปี 2563 เป็นปีแห่งความท้าทายที่พวกเราจะต้องก้าวข้ามความเปลี่ยนแปลง และเร่งเครื่องให้ผลผลิตของงานสูงขึ้น โดยที่คุณภาพไม่ด้อยลง และมีความสุขในการทำงาน หากพบปัญหาอุปสรรคใดๆ พวกเราจะฝ่าฟันไปด้วยกัน เพื่อนำพาองค์กรของพวกเราและประเทศชาติไปสู่เป้าหมาย ให้เป็นที่ยอมรับศรัทธาทั้งภายในและต่างประเทศต่อไป
&amp;nbsp;
เนื่องในศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563 ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดดลบันดาลให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านและครอบครัวจงประสบแต่ความสุขความเจริญ ความสำเร็จความปรารถนาในสิ่งอันพึงประสงค์ทุกประการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53410</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรวิทย์  สุขบุญ, ป.ป.ช., ปราบโกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191228/image_big_5e06c4a481cfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุโค่ย!เพื่อไทยออกแคมเปญหาเสียงปราบโกงทุกหย่อมหญ้า แต่...ใช้สื่อสารเฉพาะสมาชิกพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค.61- เพจเฟซบุ๊ก พรรคเพื่อไทย ออกแคมเปญรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พร้อมคลิปความยาว 1.16 นาที อธิบายถึงปัญหาที่จะแก้ไขว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หยุดวิกฤตเศรษฐกิจทุกระดับชั้น
หยุดปัญหายาเสพติดทุกชุมชน
หยุดปัญหาคอรัปชั่นทุกหย่อมหญ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*สำหรับใช้ในการสื่อสารกับสมาชิกพรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23417</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปราบโกง, พรรคเพื่อไทย, เคมเปญหาเสียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c05e54b8cbb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา &#039;คกก.ปราบโกง&#039; ชุดใหม่   &#039;ต่อตระกูล–บิ๊กป้อม&#039; ใครหลุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; เคยเป็นประเด็นใหญ่มาแล้วครั้งหนึ่ง สำหรับคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ที่มี &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ในช่วงเกิดกรณีนาฬิกาหรูของ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจาก &amp;quot;ต่อตระกูล ยมนาค&amp;quot; 1 ในกรรมการ คตช. ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; แสดงถึงความกังวลต่อเรื่องดังกล่าว และเรียกร้องให้พิจารณาปลด &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ออกจากกรรมการ คตช. เพราะต้องการให้เป็นแบบอย่างในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แต่ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; กลับไม่นำพา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนที่เดือนเมษายนที่ผ่านมา นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) และ 1 ในอนุกรรมการ ภายใต้ &amp;ldquo;คตช.&amp;rdquo; ออกมาตอกลิ่มอีกคำรบว่า รัฐบาลยังเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้อยู่หรือไม่ เพราะช่วงแรกมีการประชุมกันแทบจะทุกเดือน แต่ปัจจุบันไม่มีการประชุมมานานแล้วร่วม 8 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทั่งมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2561 เรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของ &amp;ldquo;คตช.&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ &amp;ldquo;คตช.&amp;rdquo; เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้อนกลับไปการประชุมครั้งสุดท้ายของ &amp;ldquo;คตช.&amp;rdquo; เกิดขึ้นปีที่แล้ว เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2560 มี &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะ โดยเป็นการประชุมเพื่อรับทราบข้อเสนอของอนุกรรมการชุดต่างๆ จากนั้นก็ไม่มีการประชุมอีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาล โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เคยออกมาเคลียร์ประเด็นดังกล่าวว่า หลายคนเกษียณอายุราชการ ลาออก ทำให้ร้างลาการประชุม แต่ไม่ได้เพิกเฉยต่อการดำเนินการปราบปรามการทุจริต เพราะมีศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ซึ่งเป็นฝ่ายปฏิบัติขับเคลื่อนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่กระนั้น เครื่องหมายคำถามเกี่ยวกับความจริงจังในเรื่อง &amp;ldquo;รัฐบาลปราบโกง&amp;rdquo; ยังคงอยู่ เพราะแต่เดิมมีการพักงานข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้บริหารท้องถิ่นต่อเนื่อง มีการคลอดมาตรการป้องกันและปราบปรามออกมามากมาย แต่ที่ผ่านมากลับนิ่งลงไปมาก ในขณะที่รัฐบาลเองมีเรื่องราวเหล่านี้เข้ามาพัวพันกับบุคคลที่เกี่ยวข้องมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำสั่ง คสช.ฉบับล่าสุด จึงน่าจะตั้งขึ้นมาเพื่อขันนอตกันอีกครั้งเพื่อลดกระแสดังกล่าวลง อีกทั้งยังถือโอกาสปรับเปลี่ยนหลายตำแหน่งที่ว่างลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะตำแหน่งกรรมการ คตช. ในสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ได้มาโดยตำแหน่ง แต่จะมาจากการแต่งตั้งของ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; จำนวนไม่เกิน 9 คน ที่จะออกมาหลังจากมีคำสั่งฉบับนี้ ต้องจับตาเป็นพิเศษว่า นายต่อตระกูลจะยังคงอยู่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือจะเป็น &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; คนที่นายต่อตระกูลเรียกร้องให้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เอาออกไปก่อนจนกว่าคดีจะได้สรุป จะยังเป็นกรรมการ คตช.อยู่หรือไม่ เพราะในคำสั่ง คสช.ที่ 2/2561 ไม่ได้ระบุว่า รายชื่อบุคคลหรือตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพียงกำหนดโครงสร้างใหม่ ประกอบด้วย 1.หัวหน้า คสช. เป็นประธาน 2.รองนายกรัฐมนตรีที่นายกฯ มอบหมาย เป็นรองประธาน 3.หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เป็นกรรมการ 4.ผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช.ที่หัวหน้า คสช.มอบหมาย จำนวนไม่เกินสามคน เป็นกรรมการ 5.ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งหัวหน้า คสช.แต่งตั้ง จำนวนไม่เกิน 9 คนเป็นกรรมการ 6.เลขาธิการ ป.ป.ท. เป็นเลขานุการ 7.ผู้แทนสำนักงานเลขาธิการ คสช. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ และ 8.ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่ ครม.มอบหมาย เป็นผู้ช่วยเลขานุการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เหมือนโครงสร้างเดิมที่ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; นั่งเป็นที่ปรึกษาประธานกรรมการ ที่ตอนนี้ไม่มีตำแหน่งดังกล่าวแล้ว จึงต้องจับตาดูว่า ระหว่าง &amp;ldquo;ต่อตระกูล&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ใครจะอยู่หรือไป!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11339</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คตช., ต่อตระกูล ยมนาค, บิ๊กป้อม, ปราบโกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b21d3ba3310d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
