<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนปฏิรูปตำรวจเรียกร้อง&#039;บิ๊กตู่&#039;สั่งสอบสวนฆาตกรรมอำพราง 20 ศพในจังหวัดกาฬสินธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.61 -&amp;nbsp;เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) รวมกับสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) แถลงการณ์ เรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอให้พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเร่งปฏิรูปงานสอบสวนให้พนักงานอัยการ และฝ่ายปกครองร่วมตรวจที่เกิดเหตุสอบสวนคดีสำคัญ และผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในจังหวัด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถลงการณ์ สืบเนื่องมาจากกรณีที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;๒๕๖๑&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยกฟ้องกลุ่มตำรวจฝ่ายสืบสวนจังหวัดกาฬสินธุ์ ๖ คนที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษจับกุมกรณีร่วมกันฆ่าแขวนคออำพรางศพนายเกียรติศักดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถิตย์บุญครอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อปี ๒๕๔๗ และอัยการได้สั่งฟ้องนำสืบพยานจนศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาประหารชีวิตและจำคุกจำเลยแต่ละคนตามพฤติการณ์กระทำผิดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจและองค์กรสิทธิมนุษยชนเห็นว่า คำพิพากษายกฟ้องที่สร้างความสะเทือนใจให้กับญาติพี่น้องของนายเกียรติศักดิ์ฯ และประชาชนผู้รักความยุติธรรมทั่วประเทศดังกล่าว ได้สะท้อนถึงจุดอ่อนของระบบตำรวจและกระบวนการยุติธรรมอาญาไทยที่ต้องได้รับการปฏิรูปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนตามที่มีเสียงเรียกร้องตลอดมาอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจาก การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง ๖ คนนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นการยืนยันว่า คดีมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าตำรวจกลุ่มดังกล่าวได้ร่วมกันฆ่าและอำพรางศพนายเกียรติศักดิ์ฯ จริงอย่างปราศจากข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การที่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องด้วยเหตุผลว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;คดีมีพยานเพียงปากเดียวและไม่น่าเชื่อถือ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเหตุอันควรสงสัย จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยทุกคนนั้น แม้จะเป็นการให้เหตุผลตามหลักกระบวนการยุติธรรมสากลในเรื่องที่จำเลยจะไม่ถูกลงโทษโดยปราศจากข้อสงสัยว่าเป็นผู้กระทำผิด แต่การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษโดยยึดมาตรฐานการพิจารณาเช่นเดียวกับศาลฎีกา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ย่อมหมายความว่า ทั้งสองศาลแน่ใจว่าจำเลยทั้ง ๖ คนกระทำความผิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากแต่ศาลฎีกามีความเห็นแตกต่างว่ายังไม่มีความชัดเจนเพียงพอโดยปราศจากข้อสงสัย
&amp;nbsp;
แม้คำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งถือว่าถึงที่สุดแล้วจะทำให้จำเลยซึ่งเป็นตำรวจทั้ง ๖&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ต้องรับโทษตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;และกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ไปทันที&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถรับราชการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้รักษากฎหมายได้ตามปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่รัฐบาลก็ต้องมีคำตอบต่อผู้เสียหายและครอบครัวรวมทั้งประชาชนว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ใครเป็นคนฆ่านายเกียรติศักดิ์ฯ และนำไปแขวนคออำพรางศพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และจะมีกระบวนการใดในการสืบสวนสอบสวนนำตัวกลุ่มคนร้ายผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไปอย่างไร&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งเร่งสอบสวนคดีฆาตกรรมอำพรางกว่า ๒๐ ศพในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งบางศพเป็นการฆ่าแขวนคอลักษณะเดียวและช่วงเวลาเดียวกันอีก ๒ - ๓ ศพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งคดีฆาตกรรมอำพราง ๒,๕๐๐ ศพ ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศในช่วงเวลาการปราบยาเสพติดปี ๒๕๔๗ และยังอยู่ในอายุความด้วย ปัญหาการฆาตกรรมอำพรางดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังได้สะท้อนถึงปัญหาตำรวจและกระบวนการยุติธรรมไทยที่มีจุดอ่อนสร้างความเดือดร้อนร้ายแรงต่อประชาชนอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากรัฐไม่สามารถควบคุมตำรวจจำนวนมากมิให้กลายเป็นผู้ร้ายก่ออาชญากรรมเสียเองตามที่ปรากฏเป็นข่าวมากมายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เมื่อเกิดการกระทำความผิดไม่ว่าจะเป็นการประทุษร้ายต่อชีวิตและสิทธิเสรีภาพของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็เป็นเรื่องยากที่ผู้เสียหายหรือแม้แต่รัฐจะสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานนำไปพิสูจน์ให้ศาลลงโทษอย่างปราศจากข้อสงสัยได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุ ก็ไม่มีหน่วยราชการอื่นแม้แต่อัยการผู้มีหน้าที่ฟ้องคดีสามารถเข้าไปตรวจสอบรวมรวมพยานหลักฐานได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;แม้แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็มีอำนาจสอบสวนหลังจากเกิดเหตุนานหลายปี
&amp;nbsp;
จุดอ่อนในระบบงานสอบสวนที่ถูกผูกขาดและขาดการตรวจสอบจากภายนอกดังกล่าว ทำให้คนไทยต้องอยู่กันอย่างหวาดผวาจากการใช้อำนาจโดยมิชอบของตำรวจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการจับกุม ควบคุมตัว และการสอบสวนที่ถูกบิดเบือนทำลายพยานหลักฐานได้ ผู้คนไม่มีความเชื่อมั่นว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมจะสามารถเป็นหลักประกันคุ้มครองความปลอดภัยในสิทธิเสรีภาพให้กับประชาชนทุกคนได้อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
จึงขอเรียกร้องให้พลเอก ประยุทธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนายกรัฐมนตรีเร่งแก้ปัญหาตำรวจและกระบวนการยุติธรรมอย่างเร่งด่วนดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในส่วนที่เกี่ยวกับการสอบสวน
๑.๑ ให้พนักงานอัยการ นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้ได้รับมอบหมายมีอำนาจตรวจสถานที่เกิดเหตุคดีสำคัญหรือเมื่อได้รับการร้องเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยพนักงานสอบสวนมีหน้าที่รายงานให้พนักงานอัยการและนายอำเภอทราบทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ
๑.๒&amp;nbsp;&amp;nbsp;การแจ้งข้อหาหรือเสนอศาลออกหมายจับต้องให้พนักงานอัยการตรวจพยานหลักฐานและให้ความเห็นชอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมั่นใจว่า เมื่อแจ้งข้อหาแล้ว จะสามารถสั่งฟ้องพิสูจน์ให้ศาลพิพากษาลงโทษได้เท่านั้น&amp;nbsp;
๑.๓&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรณีที่มีปัญหาตำรวจไม่รับคำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ผู้เสียหายหรือผู้กล่าวโทษสามารถแจ้งให้พนักงานอัยการดำเนินการสอบสวนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และระเบียบคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย รักษากฎหมายและปกครองตำรวจในจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายหัวหน้าสถานีและสั่งเลื่อนเงินเดือนตำรวจในจังหวัดเมื่อได้รับความเห็นของ กต.ตร.จังหวัด โดยเปลี่ยนชื่อเป็น &amp;ldquo;คณะกรรมการกิจการตำรวจจังหวัด&amp;rdquo; แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นายกรัฐมนตรีจะให้ความใส่ใจในการแก้ไขปัญหาในกระบวนการยุติธรรมอันสำคัญ ปฏิรูปตำรวจ และการสอบสวนนี้อย่างจริงจัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วยสิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญและหลักสากล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19762</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน, คป.ตร., ฆ่าตัดตอน, ปฏิรูปตำรวจ, ปราปปรามยาเสพติด, สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน, เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b9898b5ca373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
