<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2ครอบครัวแร้นแค้น ลูกเรียนดีแต่ไม่มีทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบครอบครัวสุดลำเค็ญ 3 พี่น้องวัยเยาว์อยู่กับแม่วัย 43 ในบ้านเพิงหมาแหงน ไร้ไฟฟ้า ประปา กระทั่งห้องน้ำสำหรับขับถ่าย ล่าสุดแม่ป่วยหนักเพิ่งออกจาก รพ. ส่วนอีกครอบครัว 5 พี่น้องดิ้นรนสู้ชีวิต วาดหวังอยากได้ฟูกไว้รองนอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มี 3 พี่น้องเป็นชายคู่แฝด 2 คน อายุ 12 ปี กับน้องสาว 1 คน อายุ 8 ปี ทั้ง 3 คนเป็นเด็กดี เรียนหนังสือเก่ง กำพร้าพ่อตั้งแต่เกิด ครอบครัวมีฐานะยากจน แต่เด็กทั้ง 3 คนมีความขยัน อดทน ทำงานบ้านช่วยแม่ปลูกผักขายหาเงินเลี้ยงครอบครัว ปัจจุบันแม่ป่วยหนักเข้าออกรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นประจำ ต้องทิ้งลูกน้อยทั้ง 3 คนให้อยู่สู้ชีวิตกันตามลำพังในบ้านเพิงหมาแหงนหลังเล็กๆ ที่ญาติให้สร้างอยู่บนที่ดินท้ายสวนเพื่อใช้เป็นที่อาศัยซุกหัวนอน อยู่ห่างจากวัดน้ำผุดประมาณ 1 กิโลเมตร บริเวณซอยหินเลื่อน หมู่ที่ 6 ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการลงพื้นที่พบว่า บ้านหลังดังกล่าวกว้างประมาณ 3 เมตร ยาว 6 เมตร หลังคามุงสังกะสี เตียงนอนทำด้วยแผ่นไม้ระแนงยกพื้นสูงประมาณครึ่งเมตร ใช้เสื่อและผ้าปูรองทับพื้นเป็นที่หลับนอนรวมกันทั้งแม่และลูกๆ 4 คน ภายในบ้านไม่มีไฟฟ้า จึงไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆ ทั้งสิ้น ต้องหุงข้าวและทำกับข้าวด้วยเตาไม้ฟืนที่มีควันไฟเกาะจับดำไปทั่ว ไม่มีห้องน้ำ ต้องใช้ป่าละเมาะเป็นที่ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ ไม่มีน้ำประปา ใช้น้ำในลำห้วยท้ายสวนหลังบ้านสำหรับอาบ ซักเสื้อผ้า ล้างถ้วยล้างจาน ส่วนน้ำดื่มซื้อจากร้านค้าในหมู่บ้านขนาดบรรจุถังละ 20 ลิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้พบกับครอบครัวดังกล่าว โดยหนูน้อยทั้ง 3 คนเป็นชายคู่แฝด 2 คนชื่อ เด็กชายธนาพร ฤทธิอินทร์ &amp;ldquo;น้องกาน&amp;rdquo; อายุ 12 ปี เด็กชายธนากร ฤทธิอินทร์ &amp;ldquo;น้องกร&amp;rdquo; อายุ 12 ปี และเด็กหญิงปรารถนา พลช่วย &amp;ldquo;น้องชิตา&amp;rdquo; อายุ 8 ปี ส่วนผู้เป็นแม่ชื่อ นางสาวปริชาติ พลช่วย อายุ 43 ปี ป่วยเป็นโรคฉี่หนูและติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งอาการดีขึ้นแล้ว แพทย์เพิ่งให้ออกจากโรงพยาบาลกลับมานอนพักฟื้นตัวอยู่ในบ้าน โดยมีลูกๆ ทั้ง 3 คนคอยช่วยเหลือดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวปริชาติกล่าวว่า มีอาชีพปลูกผักสวนครัวไปขายตามตลาดนัดในหมู่บ้าน โดยมีลูกๆ ทั้ง 3 คนคอยช่วยเหลือทั้งทำงานบ้านและช่วยปลูกผักขาย ลูกที่เป็นชายคู่แฝดเรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนวัดน้อมถวาย คนน้องเรียนเก่งสอบได้ที่ 5 ส่วนคนพี่ได้ที่ 9 และน้องสาวคนสุดท้องเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนเดียวกัน เรียนอยู่ในเกณฑ์ดีเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวปริชาติกล่าวอีกว่า ช่วงที่ตนอยู่โรงพยาบาลหลายวันต้องปล่อยให้ลูกๆ ทั้ง 3 คนอยู่บ้านตามลำพัง แต่โชคดียังมีคุณครูและเพื่อนบ้านคอยดูแลรับเลี้ยงพาไปส่งโรงเรียน ตอนนี้ตนยังทำงานปลูกผักไม่ได้ และเป็นช่วงที่โรงเรียนปิดเทอม มีลูกๆ ทั้ง 3 คนคอยช่วยเหลือดูแล ตนสงสารลูกๆ มากที่ต้องมาลำบากอย่างนี้ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใจบุญต้องการช่วยเหลือครอบครัวและทุนการศึกษาของเด็กๆ ทั้ง 3 คน สามารถร่วมบริจาคได้ที่ชื่อบัญชี นางสาวปริชาติ พลช่วย บัญชีเลขที่ 020173929532 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาปฐมพร จ.ชุมพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกราย เป็นชีวิตของเด็กเล็กๆ ที่อยู่กันอย่างลำบากยากแค้น รวม 5 คน อาศัยอยู่กับแม่และยายที่ป่วยเป็นมะเร็งปอด ในห้องเรียนร้าง โรงเรียนบ้านหนองหญ้า หมู่ 8 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มานาน 7 ปี ได้พระสงฆ์เมตตาอาหารจากข้าวก้นบาตร และเงินรายได้จากการขายแรงงานวันละ 300 บาท ประทังชีวิต ส่งหลานให้ได้เข้ารับการศึกษาทุกคน ขณะที่อนาคตไม่แน่นอน ยังไม่รู้จะเผชิญวิบากกรรมอันใด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางฟาติมา สุทธิโสม อายุ 53 ปี ผู้เป็นยาย เปิดเผยว่า ครอบครัวมีฐานะยากจน ตนเองป่วยเป็นมะเร็งปอด ส่วนลูกสาวคือ น.ส.สุธาสินี มุ่งหมาย อายุ 28 ปี อาชีพก่อสร้าง ได้เลิกรากับสามี มีลูกด้วยกัน 5 คน คือ ด.ช.เอส อายุ 12 ปี เรียนชั้น ป.6, ด.ญ.บิช อายุ 12 ปี เรียนชั้น ป.6, ด.ช.เต่า อายุ 10 ปี เรียนชั้น ป.3, ด.ช.อ้น อายุ 9 ปี เรียนชั้น ป.3 และ ด.ช.เจมส์ อายุ 6 ปี เรียนชั้นอนุบาล 3 ทั้งหมดศึกษาอยู่โรงเรียนวัดเขาคันธมาทน์ โดยพระสงฆ์จากวัดทุ่งโปรงที่อยู่ใกล้กัน ท่านได้เมตตาให้อาหารพอประทังชีวิตอยู่รอดกันไปในแต่ละวัน รวมถึงเจ้าของที่ที่มีเมตตาจิต และมีผู้ใจบุญแวะเวียนกันมาช่วยเหลือ ซึ่งทุกคนพร้อมจะสู้ชีวิตต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางฟาติมากล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทุกคนอยู่กันอย่างมีความสุข แต่ก็ต้องหวาดผวา เพราะไม่รู้ว่าวันไหนเจ้าของจะมาไล่ที่ ซึ่งหากถามว่าครอบครัวมีความต้องการอะไร ก็อยากได้ฟูกที่นอน แทนของเดิมที่มีสภาพเก่าและสกปรกมาก นอกจากนี้ หากเป็นข้าวสารอาหารแห้งก็คงดี เพราะอาหารคือสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิต เนื่องจากสามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน และจะช่วยปากท้องของทุกชีวิตได้ยามจำเป็น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84901</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนากร ฤทธิอินทร์, ธนาพร ฤทธิอินทร์, ปรารถนา พลช่วย, ฟาติมา สุทธิโสม, สุธาสินี มุ่งหมาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbcf84131585.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
