<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2020 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2020 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายอภิวัฒน์&#039; ขึ้นเหนือแจ้งความเอาผิด &#039;อานนท์&#039; ละเมิดคำสั่งศาล ยุยงปลุกปั่น จาบจ้วงสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.63 - ที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองเชียงใหม่ นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง ได้นำหนังสือพร้อมหลักฐานเป็นแฟลชไดร์ฟที่ได้บันทึกการปราศรัยของนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ และทนายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กรณีชุมนุมที่ข่วงประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายอานนท์เนื่องจากละเมิดคำสั่งศาล พร้อมทั้งผู้ร่วมชุมนุมรายอื่น ที่กระทำการขัดพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ โดยมี พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไพบูลย์ นามทอง รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ และ ร.ต.อ.นิยมรุ่ง มุ่งเมือง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ รับหนังสือหลักฐานการแจ้งความร้องทุกข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิวัฒน์ กล่าวว่า การเดินทางมาในวันนี้เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายอานนท์ ที่ได้กล่าวจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งใครก็แล้วแต่ที่ได้รับฟัง จะมีการเสื่อมเสียสถาบันฯ จะทำให้เกิดความวุ่นวาย เป็นการยุยงปลุกปั่น และก่อนหน้าที่นายอานนท์จะมาปราศรัยที่ จ.เชียงใหม่ ก็ได้ถูกออกหมายจับและศาลก็ได้มีความเมตตาปล่อยตัวชั่วคราวโดยมีการกำหนดเงื่อนไข แต่ก็มากระทำผิดในข้อหาเดิมๆ โดยการยุยงปลุกปั่นในการปราศรัย ใครก็ตามที่ได้ยินได้ฟังเกิดการเข้าใจผิด ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ชน สถาบันพระมหากษัตริย์ ได้รับความเสียหายจากการกระทำของนายอานนท์ จึงได้เดินทางมายื่นคำร้องขอกล่าวโทษให้ทาง สภ.เมืองเชียงใหม่ รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับนายอานนท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตามหลักข้อกฎหมายจริงๆ ก็เข้าความผิดตามมาตรา 112 แน่นอน พระองค์ท่านเมตตาไม่เอาโทษแทนที่จะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กลับใช้อาศัยเป็นช่องทางยุยงปลุกปั่นว่าร้ายสถาบันฯ ซึ่งเมื่อพระองค์ท่านเมตตาไม่เอาโทษ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ข้อหาดังกล่าวก็เป็นหน้าที่ของทางพนักงานสอบสวนที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานและดูประมวลความผิด แต่ส่วนตัวเห็นว่ายังมีความผิดในมาตรา 116 ยุยงปลุกปั่นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และมาตรา 215 เกี่ยวกับการมั่วสุมชุมนุม ซึ่งการกระทำของนายอานนท์ เป็นการเรื่องยุยงปลุกปั่น ทำให้เกิดการกระด้างกระเดื่อง ไม่เคารพสถาบัน ซึ่งเป็นการขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ได้บัญญัติหน้าที่ของปวงชนชาวไทยไว้ว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราจะต้องเทิดทูนไว้&amp;rdquo; นายอภิวัฒน์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ภูวนาถ กล่าวว่า หลังจากรับเรื่องกล่าวโทษ รับเรื่องร้องทุกข์ ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งการชุมนุมในวันที่ 9 ส.ค. 63 นั้น สภ.เมืองเชียงใหม่, ตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ และตำรวจภูธรภาค 5 ได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้ส่วนหนึ่งแล้ว และได้นำเสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินการกับนายอานนท์ พร้อมกับพวก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดูจากพยานหลักฐานที่มีและหาหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ส่วนแกนนำที่เป็นกลุ่มเดิมที่เคยเรียกตัวมาสอบสวนพร้อมแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 และมีนายอานนท์ เข้ามาร่วมด้วย ก็ต้องดำเนินการสอบสวน หากพบว่าเขามีส่วนร่วม ก็จะถือว่าร่วมกันกระทำความผิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูพยานหลักฐานและความเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้องกันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนการชุมนุมในวันดังกล่าว ส่วนแรกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับล่าสุดได้อ้างอิง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะมาบังคับใช้ ในวันที่ 9 ส.ค. 63 ที่ผ่านมาไม่ได้มีการแจ้งการชุมนุมต่อเจ้าพนักงาน ก็ถือว่าผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุม ที่ไม่ได้มีการแจ้งก่อนภายใน 24 ชั่วโมง และยังผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ไม่ได้จัดให้มีการควบคุมโรค ไม่มีจุดคัดกรอง วัดอุณหภูมิ ก็เสี่ยงทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคได้ ส่วนกฎหมายอื่นๆ ก็อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินการต่อไป&amp;rdquo; พ.ต.อ.ภูวนาถ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74116</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, จาบจ้วงสถาบัน, ปราศัยก้าวล่วงสถาบัน, มาตรา 112, ม็อบนักศึกษา, อภิวัฒน์ ขันทอง, อานนท์ นำภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f327491c21b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายอภิวัฒน์&#039; ร้องตำรวจเอาผิด &#039;อานนท์ นำภา&#039; ปราศัยก้าวล่วงสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.63 - ที่ สน.สําราญราษฎร์ นายอภิวัฒน์ ขันทอง ทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง และเพื่อน เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นายอานนท์ นำภา อาชีพทนายความ ฐานจัดการชุมนุมและปราศรัยที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน เมื่อวันที่ 3 ส.ค.63 มีเนื้อหายุยง ปลุกปั่น บิดเบือน และล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมี พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผู้กำกับการ (ผกก.) สน.สำราญราษฎร์ เป็นผู้รับมอบหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิวัฒน์ กล่าวถึงสาเหตุที่เข้ากล่าวโทษนายอานนท์ว่า ในฐานะที่ตนมีอาชีพเป็นทนายความเช่นกัน ไม่ได้เห็นด้วยกับการกระทำของนายอานนท์ เพราะมีการก้าวล่วง ละเมิด ให้ร้าย เสียดสี ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งยังเชิญชวนให้มีการวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ในที่สาธารณะ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหาย และความขัดแย้งแตกแยกของคนในชาติ ซึ่งเชื่อว่าประชาชนคนไทยจำนวนมากก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามด้วย จึงได้มากล่าวโทษนายอานนท์และพวก เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับนายอานนท์และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตนได้ยื่นคำร้องพร้อมด้วยหลักฐานบันทึกข้อมูลการกล่าวปราศรัยก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ทั้งภาพและเสียงอย่างครบถ้วน ส่วนจะเข้าข่ายการกระทำผิดข้อหาใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 6, ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) เป็นหลายกรรมหลายความผิด ที่เชื่อว่าจะดำเนินคดีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิวัฒน์ กล่าวว่า​ ฝากไปถึงนายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้วยว่า ขอให้สอดส่องพฤติกรรมของนายอานนท์ เพราะการเป็นทนายความมีหลักว่า ต้องประพฤติตนมีศีลธรรมอันดี ดังนั้นการที่นายอานนท์กล่าวจาบจ้วงสถาบันฯ ทั้งที่สภาทนายความอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงเป็นการไม่ถูกต้องและเสื่อมเสียเกียรติภูมิของสภาทนายความฯด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.อิทธิพล กล่าวว่า หลังจากนี้จะทำการรวบรวมพยานหลักฐานพร้อมทำการสอบสวน ซึ่ฃพนักงานสอบสวนจะเป็นผู้พิจารณาว่าจำเป็นต้องเชิญผู้ที่ถูกกล่าวโทษมาสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ โดยเบื้องต้นทราบว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น เกิดขึ้นในพื้นที่ สน.ชนะสงคราม และทาง สน.ชนะสงคราม ได้มีการบันทึกไว้แล้วเช่นกัน หาก สน.สำราญราษฎร์ ดำเนินการแล้วเสร็จก็จะส่งเรื่องไปที่ สน.ชนะสงคราม เพื่อดำเนินการ และส่งความเห็นทางคดีส่งไปยังอัยการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73510</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปราศัยก้าวล่วงสถาบัน, สภาทนายความ, หมิ่นสถาบัน, อานนท์ นำภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2a8b7d1cb78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
