<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2018 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2018 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถไฟสายบูดาเปสต์–บูคาเรสต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สะพานโซ่&amp;nbsp;Szechenyi&amp;nbsp;เชื่อมเปสต์ฝั่งตรงข้ามกับปราสาทบูดา โดยมีจัตุรัส&amp;nbsp;Clark Adam&amp;nbsp;และรถกระเช้าส่งต่อขึ้นมาอีกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมตั้งใจเก็บ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ปราสาทบูดา&amp;quot;&amp;nbsp;(Buda Castle)&amp;nbsp;ที่เป็นทั้งปราสาทและราชวังไว้เยี่ยมชมในช่วงขากลับก่อนจบทริป ซึ่งก็เป็นไปตามแผน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้อมปราการเมืองเป็นสิ่งแรกที่ถูกก่อสร้างขึ้นบน &amp;ldquo;เนินเขาบูดา&amp;rdquo; เมื่อปี ค.ศ.&amp;nbsp;1247&amp;nbsp;ก่อนที่ปราสาทและราชวังส่วนแรกจะเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1265&amp;nbsp;ซึ่งต่างอยู่ในช่วงระยะเวลาการครองราชย์ของสมัยกษัตริย์บีลา ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่งฮังการีและโครเอเชีย จากนั้นก็มีการก่อสร้างเพิ่มเติมเรื่อยมา จากสถาปัตยกรรมโกธิคมาเป็นเรเนซองส์ ก่อนที่จะถูกจักรวรรดิออตโตมันยึดครองในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1541&amp;nbsp;อันกินเวลาต่อจากนั้นถึง&amp;nbsp;145&amp;nbsp;ปี ราชวงศ์ฮับสบวร์กพยายามอยู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ครั้งกว่าจะแย่งชิงมาได้ในสมัยจักรพรรดิลีโอโพล ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมื่อปี ค.ศ.&amp;nbsp;1686&amp;nbsp;จากการรวมพลังกันของพันธมิตรคริสเตียนหลายประเทศเพื่อขับไล่กองทัพเติร์ก แต่ก็ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับตัวปราสาท โดยเฉพาะจากกระสุนปืนใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ราชวังสไตล์บาโร้กขนาดมหึมาที่เห็นกันอยู่ในทุกวันนี้ถูกสร้างขึ้นในกลางคริสต์ศตวรรษที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;และการก่อสร้างส่วนขยายเพิ่มเติมเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1905&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเสียหายครั้งใหญ่ต่อปราสาทบูดาได้เกิดขึ้นอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง นั่นคือระหว่างการปฏิวัติฮังการี ในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1849&amp;nbsp;เพื่อปลดแอกฮังการีจากราชวงศ์ฮับส์บวร์กแห่งออสเตรียที่จบลงด้วยความล้มเหลว และอีกครั้งระหว่างสงครามโลกครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ช่วงปลายซึ่งฮังการีอยู่ข้างเดียวกับเยอรมนีของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ การถูกรุกคืบและโอบล้อมโดยกองทัพโซเวียตที่เรียกว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ซีจ ออฟ บูดาเปสต์&amp;rdquo;&amp;nbsp;ระหว่างธันวาคม ค.ศ.&amp;nbsp;1944&amp;nbsp;ถึง กุมภาพันธุ์ ค.ศ.&amp;nbsp;1945&amp;nbsp;ทำให้ปราสาทบูดาพังจนแทบไม่เหลือชิ้นดีและบางส่วนกลายเป็นกองเพลิง สิ่งของมีค่าจำนวนมากถูกปล้นสะดมไปโดยทั้งฝ่ายทหารนาซีผู้แตกพ่ายและทหารโซเวียตผู้มาใหม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปราสาทบูดา มุมมองจากถนน&amp;nbsp;F&amp;ouml;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังสงครามในยุคที่ฮังการีกลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์การซ่อมแซมและสร้างใหม่ก็ค่อยๆ ดำเนินไปจนกลับมาดูดีอีกครั้ง และได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1987&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน ภายในพื้นที่เกือบ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตารางกิโลเมตรของปราสาทบูดา มีโบราณสถานสำคัญอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น หอศิลป์แห่งชาติ, โบสถ์มัทธิอัส, โบสถ์อีแวนเจลิค, วังประธานาธิบดี, หอจดหมายเหตุแห่งชาติ, พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์บูดาเปสต์, พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางด้านดนตรี, พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางด้านการทหาร, พิพิธภัณฑ์ทางด้านเภสัชศาสตร์, พิพิธภัณฑ์โทรศัพท์ และพิพิธภัณฑ์ฮูดินี ยอดนักมายากลชาวฮังกาเรียน ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีราคาค่าเข้าชมที่แตกต่างกันไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปราสาทบูดายังถูกใช้เป็นสถานที่จัดเทศกาลเฉลิมฉลองประจำปีอีกหลายงาน อาทิ เทศกาลไวน์, เทศกาลเบียร์, เทศกาลช็อกโกแลต, เทศกาลหนังสือ, เทศกาลงานฝีมือ, เทศกาลปาลิงกาและไส้กรอก ซึ่ง&amp;nbsp;&amp;ldquo;ปาลิงกา&amp;rdquo;&amp;nbsp;ก็คือบรั่นดีจากผลไม้หลากหลายชนิด คล้ายๆ&amp;nbsp;&amp;ldquo;รัคเคีย&amp;rdquo;&amp;nbsp;ของเซอร์เบียและบอสเนีย และ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุยกา&amp;rdquo;&amp;nbsp;ของโรมาเนีย ซึ่งทุกเทศกาลจะมาพร้อมกับคอนเสิร์ตและอาหารการกิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปปั้นพระแม่มารี&amp;nbsp;(Virgin Mary Statue)&amp;nbsp;ยื่นออกมาจากกำแพงปราสาทบูดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผมเองทราบแต่เพียงว่าเทศกาลเบียร์ของปี ค.ศ.&amp;nbsp;2018&amp;nbsp;นี้จะมีขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;15 &amp;ndash; 18&amp;nbsp;มิถุนายน ผู้จัดงานจะนำเบียร์ของฮังการีกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;เจ้า และอีกบางยี่ห้อจากประเทศชั้นนำด้านการผลิตเบียร์มาให้บริการ ส่วนเทศกาลไวน์นั้นจะมีขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายนอันเหมาะกับสภาพอากาศที่จะดื่มไวน์กลางแจ้งมากกว่าฤดูกาลอื่นๆ แต่จะว่าไปการดื่มไวน์กันอย่างหัวราน้ำแบบบรั่นดีหรือเบียร์นั้นเป็นสิ่งที่พิสดารอยู่หน่อยๆ นอกเสียจากว่าจับคู่กับอาหารบางชนิดและดื่มกินอย่างมีศิลปะแบบเรื่อยๆ เอื่อยๆ ก็ว่าไปอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออกจากปราสาทโดยใช้ลิฟต์ภายในอาคารหลังหนึ่ง เดินเลียบแม่น้ำไปทางด้านทิศใต้แล้วข้ามสะพานเอลิซาเบธไปยังฝั่งเปสต์ จากนั้นก็เดินเลียบแม่น้ำไปไปยังทิศใต้อีกจนถึงเชิงสะพานลิเบอร์ตี เลี้ยวซ้ายไปยังถนนที่พุ่งตรงมาจากสะพาน เดินอีกนิดก็ถึง&amp;nbsp;For Sale Pub&amp;nbsp;(อยู่ตรงข้ามกับ &amp;ldquo;ตลาดกลาง&amp;rdquo;&amp;nbsp;หรืออาจเรียก&amp;nbsp;Great Market Hall&amp;nbsp;ตลาดในร่มที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในกรุงบูดาเปสต์)&amp;nbsp;หวังจะกินกูลาสให้จงได้ แต่ปรากฏว่าคิวนอกร้านยาวเหมือนเดิม จึงเดินผ่านร้านนี้ไป กะว่าเจอร้านอาหารฮังกาเรียนร้านถัดไปก็จะเข้าไปทันที ไม่จำเป็นต้องพิจารณาให้มากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเจอร้านชื่อ&amp;nbsp;Pesti Sorcsarnok&amp;nbsp;ผมก็เปิดประตูเข้าไป บรรยากาศในร้านดีกว่า&amp;nbsp;For Sale Pub&amp;nbsp;หากว่าตั้งใจมาดินเนอร์ โดยเฉพาะผู้ที่มากับคนรักหรือมาเป็นครอบครัว ส่วน&amp;nbsp;For Sale Pub&amp;nbsp;นั้นเหมาะแก่การดื่มมากกว่า เพียงแต่ว่ากูลาสของเขาขึ้นชื่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มนักท่องเที่ยวใช้บริการเช่า &amp;ldquo;เซกเวย์&amp;rdquo; ในการทัวร์ปราสาทบูดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมสั่ง&amp;nbsp;&amp;ldquo;กูลาส&amp;rdquo;&amp;nbsp;(Goulash)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นซุปเนื้อต้มรวมกับมะเขือเทศ, มันฝรั่ง, พริกปาปริก้า และผักอีกบางชนิด เสิร์ฟมาในหม้อสเตนเลสซึ่งวางบนเตาไฟเล็กๆ มีหูหิ้วอีกที หลายคนเข้าใจผิดว่ากูลาสเป็นสตูว์เนื้อข้นๆ แล้วเรียกกูลาสว่าเป็นซุปกูลาส ซึ่งความจริงแล้วสตูว์ดังกล่าวเรียกว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;เปอคอยต์&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กูลาสเสิร์ฟพร้อมขนมปังแผ่นในตะกร้า และเมื่อกินกับไวน์แดงท้องถิ่นแบบดราย ยี่ห้อ&amp;nbsp;Egri Bikaver&amp;nbsp;รสชาติเข้ากันได้ดีเพราะในหม้อกูลาสมีเนื้อหั่นขนาดเท่าลูกเต๋าอยู่หลายชิ้น นอกจากนี้ผมก็ยังสั่งสเต็กเนื้อที่หั่นเป็นชิ้นเรียบร้อยแล้ว โรยด้วยหอมทอดกรอบชิ้นบางๆ ทั้งเป็นริ้วและเป็นวงกลม จะเรียกว่าโรยก็คงไม่ถูก ควรเรียกว่าโปะมามากกว่าเพราะหอมทอดพูนชามจนไม่เห็นเนื้อด้านล่าง ผมเลือกกินเนื้อจนหมดเหลือหอมทอดไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วเรียกเก็บเงินก่อนเดินกลับโฮสเทล &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากอาบน้ำเก็บเสื้อผ้าเสร็จ มีเวลาเหลือก่อนรถไฟออกผมจึงนำเทนเนสซีวิสกี้ที่เหลือประมาณครึ่งขวดออกมาดื่มกับเกย์หนุ่มอัลเบิร์ตและรีเซ็พชั่นสาวเสมือนการบอกลา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่เอาขวดนี้ไปด้วยหรือ ?&amp;rdquo;&amp;nbsp;รีเซ็พชั่นสาวถาม ผมตอบเธอว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับคุณทั้งสองคน&amp;rdquo;&amp;nbsp;พวกเขาขอบคุณเป็นการใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านหน้าของตัวประสาทบูดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหลือเวลาอีกประมาณ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;นาทีเมื่อผมไปถึงสถานีรถไฟที่จะออกเดินทางในเวลา&amp;nbsp;22.50&amp;nbsp;น. มีคณะของเด็กเยอรมันเบียดเสียดหาห้องหรือตู้ของตัวเองกันอยู่เต็มโบกี้ บางคนที่ได้ห้องแล้วก็ยังไม่เดินเข้าไป ผมมองเห็นห้องของตัวเองแล้วแต่พวกเด็กวัยรุ่นเยอรมันออกันเต็มทางเดินไม่สามารถเดินเข้าห้องได้ จึงเดินไปซื้อน้ำเปล่ากับตู้กด เมื่อกลับมารถไฟก็เคลื่อนออกจากสถานีแต่เด็กเยอรมันยังคงอยู่ที่เดิม ผมวางกระเป๋าสะพายหลังและกระเป๋าล้อเลื่อนบรรจุของฝากเจ้ากรรมไว้ตรงใกล้ๆ ทางเชื่อมระหว่างโบกี้แล้วถือกระเป๋าใบเล็กซึ่งใส่ของมีค่าไว้ฝ่าฝูงเด็กเยอรมันไปเข้าห้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องในรถไฟชั้นสองนี้สำหรับผู้โดยสาร&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน โบกี้รถไฟมีทางเดินแคบๆ อยู่ด้านขวามือของตัวรถแบบคนเดินสวนกันได้พอดีโดยไม่แบกหามสัมภาระ หากใครมีสัมภาระก็ต้องหลบเข้าไปในห้องโดยสารห้องใดห้องหนึ่งก่อนเพื่อคอยให้อีกฝ่ายเดินสวนไป ห้องโดยสารที่ซอยย่อยหลายห้องเรียงกัน ขนาดห้องประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตารางเมตร (หรืออาจจะน้อยกว่า) เมื่อเข้าไปได้ก็รู้สึกว่าค่อนข้างคับแคบ มีเตียงนอนเรียงกัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝั่ง ซ้ายขวา ฝั่งละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เตียง เรียงกันขึ้นไปตามแนวดิ่งคล้ายรถไฟชั้นสองของอินเดีย&amp;nbsp; ชั้นล่างสุดนอนสะดวกที่สุด ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต้องปีนโดยใช้เท้าเหยียบชั้นล่างขึ้นไป ส่วนชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นั้นก็ต้องใช้เท้าเหยียบทั้งชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และอาจจะเหยียบชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของฝั่งตรงข้ามด้วย แต่ก็มีบันไดเคลื่อนที่สามารถยกมาเทียบไว้แล้วปีนขึ้นไปได้ ซึ่งจะเป็นภาระคนชั้นล่างในการยกเข้าที่เก็บอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดบางส่วนของสถาปัตยกรรมแบบบาโร้ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บนเบาะที่นอนมีผ้าปู ผ้าห่ม และปลอกหมอนวางไว้ให้สำหรับทำเตียงด้วยตัวเอง คนอยู่ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จะทำได้ยากมาก ขนาดของเตียงนอนดูแล้วเล็กกว่าของอินเดีย แต่สะอาดกว่า มีที่วางสัมภาระอยู่เหนือศีรษะตรงประตูและที่วางเหนือหน้าต่าง หากผู้โดยสารเต็มห้องทั้งหกคน ก็จะไม่เพียงพอ ผมต้องวางใต้เตียงชั้นล่าง ซึ่งสตรีชาวโรมาเนียนอายุประมาณสี่สิบต้นๆ ที่นอนอยู่ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝั่งตรงข้ามแนะนำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขึ้นนอนโดยที่ยังมีกระเป๋าสะพายใส่เสื้อผ้าอยู่ข้างนอก ถามสตรีคนเดิมว่าจะปลอดภัยไหม เธอพูดเหมือนสั่ง จับใจความได้ว่าให้ไปเอาเข้ามา แต่ผมจำต้องวางกระเป๋าใบนี้ตรงพื้นระหว่างเตียงสองฝั่ง ยัดใต้เตียงไม่ได้แล้วเพราะมีของคนอื่นเบียดเสียดอยู่เต็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตียงชั้นล่างฝั่งของผมคืออาจารย์ผู้หญิง ชั้นบนสุดคืออาจารย์ผู้ชายที่นำคณะเด็กมัธยมปลายจากเยอรมนีไปออกค่ายอาสาในประเทศโรมาเนีย ทราบภายหลังว่าพวกเขาจะออกค่ายที่หมู่บ้านเดิมทุกปี ส่วนอีกฝั่ง เตียงชั้นล่างคือป้าโรมาเนียผู้พูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก (แต่แกเริ่มพูดตอนเช้าอีกวัน) ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คือเจ๊ใจดี พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่ฟังรู้เรื่อง ชั้นบนสุดคือนักเรียนหญิงเยอรมัน เธอเข้ามานอนหลังสุดหลังจากออกไปโม้กับเพื่อนอยู่จนราวตีหนึ่ง ตอนที่เจ้าหน้าที่ขึ้นมาตรวจพาสปอร์ตตอนที่สองกว่าๆ เธอไม่ตื่น อาจารย์ชายต้องเอื้อมมือไปเขย่าตัวอยู่นานกว่าจะตื่นได้ แล้วควานหาพาสปอร์ตอย่างงัวเงียยื่นให้เจ้าหน้าที่โดยไม่ได้ลืมตา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตัวผมนั้น ตอนตรวจ &amp;ldquo;คนออกเมือง&amp;rdquo; ใช้เวลาไม่นาน คงเพราะเจ้าหน้าที่ฮังการีคิดว่าไหนๆ ก็ออกไปแล้ว แต่ตอนที่เจ้าหน้าที่ฝั่งโรมาเนียขึ้นมาตรวจ &amp;ldquo;คนเข้าเมือง&amp;rdquo; ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะประทับตราลงในพาสปอร์ต โดยมีการเรียกเจ้าหน้าที่อีกคนที่มีเครื่องมือทันสมัยกว่ามาช่วยดู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมนอนหลับลงไปได้อย่างยากลำบากก็คือตั๋วโดยสารได้หายไป ผมรู้ตัวว่าตั๋วหายตอนที่จัดเตียงเสร็จ แต่เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วได้ตรวจไปแล้วก่อนจะขึ้นรถในตอนแรก ผมถามเจ๊ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ว่าจะเดือดร้อนไหม เธอใช้แอพแปลภาษาจากมือถือแล้วยื่นให้ผมอ่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ต้องกังวล&amp;rdquo;&amp;nbsp;แอพแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หอศิลป์แห่งชาติฮังการี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตื่นเช้าขึ้นมามีคนเดินขายกาแฟและชาแบบรถไฟบ้านเรา แต่ไม่แน่ใจว่ามีตู้เสบียงหรือเปล่า เตียงอื่นๆ ตื่นกันหมดแล้ว เจ๊ใจดีกับป้าพูดภาษาอังกฤษเก่งฝั่งตรงข้ามปรับเตียงเป็นที่นั่ง ซึ่งเตียงชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สามารถปรับเป็นที่นั่งได้ ความจริงแล้วต้องพูดว่าที่นั่งปรับเป็นเตียงได้มากกว่า เมื่อคุยกับเจ๊และป้าโรมาเนียว่าอาจจะไม่ไปถึงบูคาเรสต์ แต่จะลงที่เมืองบราชอฟเพราะอยากแวะทักทาย &amp;ldquo;จูดี้&amp;rdquo; แมวอ้วนแห่งโรลลิ่งสโตนโฮสเทล แล้วพรุ่งนี้ค่อยนั่งรถบัสตรงไปยังสนามบิน&amp;nbsp;Henri Coanda&amp;nbsp;ชานกรุงบูคาเรสต์ ซึ่งใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั่วโมง และผมก็มีเวลาเหลือเฟือเพราะเที่ยวบินออกหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ทั้งคู่สนับสนุนความคิด อยากให้ผมเที่ยวต่างเมืองมากกว่าบูคาเรสต์ ว่าแล้วป้าก็ยื่นลูกพีชให้ผมกินเป็นมื้อเช้า อีกทั้งกรอกน้ำจากขวดตัวเองเติมให้ขวดของผม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการกลัวเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋วยังไม่หายไป เพราะเมื่อวานเจ้าหน้าที่คนนั้นบอกว่า&amp;nbsp;11&amp;nbsp;โมงจะมีการตรวจอีกครั้ง และไม่รู้ว่าตัวแกจะยังอยู่บนรถคันนี้หรือลงไปก่อนแล้ว พอเห็นแกโผล่หน้ามาก็ใจชื้นหน่อยเพราะอย่างน้อยแกเคยเห็นตั๋วผมแล้ว แต่ก็ไม่บอกว่าตั๋วหาย ถ้ามีการตรวจเมื่อไหร่ค่อยอธิบายอีกที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมาณบ่ายสองโมงรถไฟใกล้จะถึงบราซอฟและยังไม่มีการตรวจตั๋วรอบที่สอง เจ้าหน้าที่คนเดิมเดินมาใกล้ๆ ผมจึงชิงถามแกก่อนว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;อีกห้านาทีได้ไหมกว่าจะถึงสถานีบราชอฟ&amp;rdquo;&amp;nbsp;แกตอบ&amp;nbsp;&amp;ldquo;สามนาที&amp;rdquo;&amp;nbsp;ผมได้แต่ภาวนาว่าอย่าเล่นพิเรนทร์ตรวจตั๋วกันตอนนี้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อรถไฟผ่อนความเร็วลงเตรียมจอด แกสะกิดผมที่แขนแล้วพูดขึ้นว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;จะเอาตั๋วคืนไหม&amp;rdquo;&amp;nbsp;พร้อมหยิบตั๋วออกมายื่นให้ ผมถามว่าตั๋วไปอยู่ที่แกตั้งแต่เมื่อไหร่ แกบอกว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp;ไม่ทันได้ถามว่าแกหยิบไปจากผมตอนไหน หรือมีคนเจอแล้วเอาไปให้ รถไฟก็เทียบจอด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5717</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, บูดาเปสต์, ปราสาทบูดา, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาส, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
