<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดาราจอห์นสันร้อง ตุ๋นบิตคอยน์42ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดารา &amp;quot;จอห์นสัน เทวินธวิ์&amp;quot; พาพวกร้องตำรวจดำเนินคดีบริษัท ไลฟ์ไทม์ฯ หลอกลงทุนเงินบิตคอยน์ เสียหายแล้ว 42 ล้าน เผยหลงเชื่อเพราะเคยลงทุนลักษณะนี้มาก่อน และเห็นว่าบริษัทน่าเชื่อถือ สุดท้ายออกลาย ด้านคดี 3 พี่น้องสกุล &amp;quot;จารวิจิต&amp;quot; ร่วมกันฟอกเงิน ศาลเลื่อนตรวจพยานหลักฐานเป็น 13 พ.ค.ศกนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ กลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกลงทุนเงินสกุลบิตคอยน์ ประมาณ 30 คน รวมตัวเข้าร้องเรียนกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หลังร่วมลงทุนบิทคอยท์ผ่านเว็บไซต์ cryptominingfarm ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท ไลฟ์ไทม์ เทคโนโลยี จำกัด มีนายพิมงคล ท้าวภิบาล เป็นเจ้าของ เบื้องต้นมีผู้เสียหายแล้วกว่า 140 คน โดยร่วมลงทุนตั้งแต่หลักพันถึงหลักล้านบาท มีมูลค่าความเสียหายแล้วประมาณ 42 ล้านบาท โดยมี พ.ต.อ.ชัยฤิทธิ์ ศรีวารีรัตน์ ผกก.สส.บก.น.5 รับมอบหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวินธวิ์ คุณารัตนวัฒน์ หรือจอห์นสัน เทวินธวิ์ อายุ 36 ปี ดารานักแสดง หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะเข้ามาร่วมลงทุน ก็มีการตรวจสอบบริษัทนี้ว่ามีสำนักงานทั้งที่เมืองทองธานีและจังหวัดเชียงใหม่ ดูน่าเชื่อถือ อีกทั้งเคยลงทุนลักษณะนี้มาก่อน จึงร่วมลงทุนและได้รับผลตอบแทนกลับมาจึงลงทุนเพิ่ม แต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมาเริ่มระแคะระคาย เมื่อไม่มีการจ่ายผลตอบแทนตามที่ได้รับสัญญา จึงรวมตัวกับผู้เสียหายอื่นๆ เข้าร้องเรียน พร้อมฝากถึงประชาชนว่า ปัจจุบันการลงทุนมีทั้งได้รับผลตอบแทนจริงและลักษณะหลอกลวง จึงควรศึกษาให้รอบคอบ และพร้อมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่หนึ่งในผู้เสียหายซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม กล่าวว่า เริ่มแรกได้รับการชักชวนจากคนรู้จักให้ลงทุนในเงินสกุลบิตคอยน์ผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวตั้งแต่ช่วงปี 2560 โดยมีการรับประกันผลตอบแทนว่าจะได้ร้อยละ 70 ต่อ 1 สัญญา ซึ่งแต่ละสัญญามีช่วงระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี ไปจนถึงตลอดชีวิต และสามารถถอนได้ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข ทว่าตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2561 ทางบริษัทเริ่มเพิ่มเงื่อนไขในการถอนเงิน กระทั่งวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ทางบริษัทแจ้งว่าจะทยอยจ่ายเงินคืนผู้ลงทุนเป็นระยะเวลา 84 งวด หรือประมาณ 7 ปี ในสกุลเงินอื่นที่ไม่ได้มีการรับรองตามกฎหมายไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายเทวินธวิ์ ดาราหนุ่ม เคยแสดงภาพยนตร์มาหลายเรื่อง อาทิ รักบี้ วี้ดบึ้ม, ว้ายบึ้ม เชียร์กระหึ่มโลก, หอผี, รับน้องสยองขวัญ และละครหลายเรื่อง ทั้ง เจ้าชายหัวใจเกินร้อย, ลูกผู้ชายไม้ตะพด, วิมานมะพร้าว รวมทั้งละครซิตคอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีแก๊งบิตคอยน์ ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้องนายปริญญา จารวิจิต อายุ 37 ปี, นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม อายุ 27 ปี นักแสดงซีรีส์ชื่อดัง และ น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิต อายุ 32 ปี จำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้กระทำผิดฐานฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 9, 60
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อต้นเดือน มิ.ย.-30 ธ.ค.2560 ต่อเนื่องกัน จำเลยกับพวกได้วางแผนและสมคบกันหลอกลวงชักชวนให้นายเออาร์นีย์ โอตาวา ซาริมา มหาเศรษฐีชาวฟินแลนด์ ผู้เสียหาย มาร่วมลงทุนทำธุรกิจซื้อหุ้นของบริษัท 3 บริษัท จนนายเออาร์นีย์หลงเชื่อ โอนเงินสกุลบิตคอยน์หลายครั้ง จำนวน 500 ล้านหุ้น เข้ากระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ของจำเลยทั้งสาม กับพวก ที่เปิดรองรับไว้แล้วเป็นจำนวนเงิน 797,408,454.33 บาท จากนั้นพวกจำเลยนำเงินไปซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหลายแห่ง อันเป็นการกระทำผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ นายปริญญา, นายจิรัชพิสิษฐ์ และ น.ส.สุพิชฌาย์ ที่ได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล เมื่อถึงเวลา ทนายจำเลยที่ 2, 3 ยื่นคำร้องให้จำหน่ายคดีชั่วคราว เพื่อรอฟังผลพิจารณาคดีของศาลแขวงดุสิต ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 24 ธ.ค.2561 ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้จำหน่ายคดีชั่วคราว เพื่อรอฟังผลการพิจารณาคดีที่ศาลแขวงดุสิต ฉบับลงวันที่ 11 ก.พ.2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยที่ 1 ทนายจำเลยที่ 1 ทนายจำเลยที่ 2 และ 3 แถลงร่วมกันว่า คดีที่ศาลแขวงดุสิตยังอยู่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง และยังต้องไต่สวนพยานโจทก์อีก 2 ปาก รวมถึงทนายจำเลยที่ 1-3 แถลงเพิ่มเติมประสงค์จะถามค้านพยานโจทก์ด้วย ซึ่งอาจใช้เวลานาน เป็นเหตุให้ต้องยื่นคำร้องขอให้จำหน่ายคดีชั่วคราวก่อน สอบโจทก์แล้วแถลงไม่ค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นสมควรให้รอสั่งเพิ่มเติมในนัดหน้า พร้อมนัดตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยยังไม่อนุญาตให้จำหน่ายคดีเพื่อรอฟังผลพิจารณาคดีที่ศาลแขวงดุสิต ตามคำร้องทั้ง 2 ฉบับข้างต้น จึงเลื่อนไปตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 13 พ.ค.นี้ เวลา 10.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29427</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์นสัน เทวินธวิ์, จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต, ปริญญา จารวิจิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทวินธวิ์ คุณารัตนวัฒน์, เทวินธวิ์ ดาราหนุ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6aba4cdf74c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่บูมรับข้อหา ร่วมฟอกเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ธนสิทธิ์&amp;quot; พี่ชาย &amp;quot;บูม&amp;quot; เข้ารับทราบข้อหาร่วมกันฟอกเงินจากพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ให้การปฏิเสธ ยันไม่เคยรับโอนเงิน 100 ล้านจากนักธุรกิจชาวฟินแลนด์ดังที่เป็นข่าว ส่วนการโอนเงินจากบริษัทบิตคอยน์ เป็นการทำธุรกิจปกติ ลุ้นพ่อแม่เข้ารับทราบข้อหา 1 พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมนี้ นายธนสิทธิ์ จารวิจิต พี่ชายคนรองของนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม ดารานักแสดง เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา &amp;quot;ร่วมกันฟอกเงิน&amp;quot; ในคดีหลอกนายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา นักธุรกิจชาวฟินแลนด์ ลงทุนซื้อหุ้นด้วยเงินสกุลบิตคอยน์ จำนวน 797 ล้านบาท โดยตำรวจพบมีเงินกว่า 100 ล้านบาทจากผู้เสียหายโอนเข้าบัญชีนายธนสิทธิ์ และมีการโอนเงินไปที่บัญชีนายปริญญา เบื้องต้นนายธนสิทธิ์ให้การปฏิเสธและยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ โดยวันนี้ได้เตรียมพยานหลักฐาน เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในคดีมามอบให้พนักงานสอบสวนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนายธนสิทธิ์เดินทางไปถึงกองปราบฯ ก็เข้าไปในห้องสอบสวนให้ปากคำเกี่ยวกับคดี โดยขั้นตอนคือตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหาและปล่อยตัวกลับ เนื่องจากเป็นการเข้าพบตามหมายเรียก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อนายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา นักธุรกิจชาวฟินแลนด์ เข้าแจ้งความกองปราบฯ ว่าถูกนายปริญญา จารวิจิต และพวก หลอกลงทุนซื้อหุ้นด้วยเงินสกุลบิตคอยน์ จำนวน 797 ล้านบาท ซึ่งต่อมาศาลออกหมายจับนายปริญญา น.ส.สุพิชย์ฌา และนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม ดารานักแสดงหนุ่ม สามพี่น้อง ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากพบนายปริญญาโอนเงินที่หลอกลวงมาได้ไปเข้าบัญชี น.ส.สุพิชฌาย์ และนายจิรัชพิสิษฐ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาตำรวจออกหมายเรียกนายธนสิทธิ์ เนื่องจากพบความเชื่อมโยงทางบัญชีการเงิน โดยนายธนสิทธิ์รับโอนเงินจากนายเออาร์นีโดยตรงกว่า 100 ล้านบาท ก่อนที่เงินดังกล่าวจะถูกโอนเข้าบัญชีนายปริญญา พี่ชาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีร่วมกันฉ้อโกง ตำรวจกองปราบฯ สรุปสำนวนส่งฟ้องผู้ต้องหา 4 คน คือ นายปริญญา น.ส.สุพิชย์ฌา นายธนสิทธิ์ และนายจิรัชพิสิษฐ์ ต่ออัยการไปก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่คดีร่วมกันฟอกเงิน มีการดำเนินคดีรวม 6 คน คือนายปริญญา น.ส.สุพิชย์ฌา นายธนสิทธิ์ นายจิรัชพิสิษฐ์ นายสุวิทย์และนางเลิศฉัตรกมล จารวิจิต บิดาและมารดา มีการแจ้งดำเนินคดีแล้ว 4 คน เหลือพ่อและแม่ที่จะมารับทราบข้อหาวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบฯ นานกว่า 2 ชั่วโมง นายธนสิทธิ์กล่าวว่า วันนี้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฟอกเงินตามหมายเรียก ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว หรือเป็นล่ามให้พี่ชายเจรจากับนายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา ผู้เสียหายเรื่องการลงทุน และมั่นใจในพยานหลักฐานที่นำมายื่นต่อพนักงานสอบสวนในวันนี้ ว่าจะสามารถตอบข้อสงสัยให้กับพนักงานสอบสวนได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนสิทธิ์ชี้แจงกรณีมีข่าวว่ามีเงินจากบัญชีนายเออาร์นีโอนเข้าบัญชีตนเองกว่า 100 ล้านบาท ยืนยันไม่มีการโอนเงินเข้าบัญชีตนเอง และที่ผ่านมาก็ไม่เคยพูดคุยกับผู้เสียหายในเรื่องของการลงทุน แต่ยอมรับว่ามีเงินโอนมาจากบัญชีของบริษัท บิทคอยน์ ประเทศไทย จำกัด ซึ่งขึ้นตรงกับธนาคารแห่งประเทศไทย ผ่านเข้ามาที่บัญชี ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจบิตคอยน์ที่จะมีเงินเข้า-ออกมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ครอบครัวอยู่ระหว่างเตรียมนำเอกสารจากสถานกงสุล ที่พี่ชายได้ทำไว้ว่าจะเดินทางกลับมามอบตัวสู้คดีในประเทศไทย ยื่นประกอบคำขอประกันตัวต่อศาล และขอความเป็นธรรมว่าพี่ชายไม่ได้หลบหนี เชื่อว่าหากพี่ชายได้ประกันตัวจะแก้ไขปัญหาหรือพูดคุยกับผู้เสียหาย ทำให้คดีคลี่คลายและจบลงได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21042</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต, ธนสิทธิ์ จารวิจิต, ปริญญา จารวิจิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd8648f4eed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบบูมกล่อมเหยื่อ ได้มาเกือบ500ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บูมกับพี่ชายเข้ารับทราบข้อหาร่วมกันฉ้อโกงคดีบิตคอยน์ ถูกเค้นสอบ 2 ชั่วโมง ยืนกรานปฏิเสธ ส่วน &amp;quot;ปริญญา&amp;quot; พี่ชายคนโตยังหายตัว ตำรวจเตรียมออกหมายจับ ด้านพ่อแม่ก็ส่อไม่รอด รอง ผบก.ป.เผยครอบครัว &amp;quot;จารวิจิต&amp;quot; ได้เงินจากเหยื่อเกือบ 500 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) วันที่ 29 สิงหาคมนี้ นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม ดารานักแสดง ผู้ต้องหาร่วมกันฟอกเงิน คดีหลอกลวงนายเออาร์นี ออตตาวา ซาอ์มิมาอ์ สัญชาติฟินแลนด์ ลงทุนธุรกิจค้าเงินดิจิตอลบิตคอยน์ สูญเงินกว่า 797 ล้านบาท พร้อมนายธนสิทธิ์ จารวิจิต พี่ชาย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม คือร่วมกันฉ้อโกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้บูมกับนายธนสิทธิ์ และนายปริญญา จารวิจิต พี่ชายคนโต, นายชาคริส อาห์มัด ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เอ็กเปย์ และนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เจ้าพ่อตลาดหุ้น เข้าพบในวันที่ 29 ส.ค. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาร่วมฉ้อโกงเพิ่มเติม แต่ช่วงบ่ายวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา นายชาคริสและนายประสิทธิ์ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาก่อนวันนัดของพนักงานสอบสวน โดยมีผู้เสียหายเดินทางมาด้วย และมีการเจรจาทำบันทึกข้อตกลงจะจ่ายทรัพย์สินคืนให้ต่อหน้าพนักงานสอบสวน ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายสามารถตกลงกันได้ โดยคดีฉ้อโกง เมื่อสามารถตกลงกันได้ ผู้เสียหายสามารถถอนคำร้องทุกข์กล่าวโทษได้ ขณะนี้จึงยังคงเหลือเพียงนายปริญญา ผู้ต้องหาคนสำคัญ ที่มีข่าวว่ายังอยู่ในสหรัฐอเมริกา และพนักงานสอบสวนแจ้งว่า หากพ้นจากวันนัดตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ก็จะขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บูมและพี่ชายคนรองได้ให้ปากคำต่อ พ.ต.ต.กำธร นิยม สารวัตรสอบสวน กก.1 บก.ป. เป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ หลังจากนั้น บูมกล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาตามหมายเรียกที่พนักงานสอบสวนกองปราบฯ เชิญตัวมารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนในเรื่องของคำให้การนั้น ตนได้ให้การปฏิเสธ และยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดร่วมกับนายปริญญา ที่ผ่านมานับจากเกิดเรื่องก็ยังไม่ได้มีการติดต่อหรือพูดคุยกับนายปริญญาแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนสิทธิ์ ภายหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและให้ปากคำเสร็จสิ้นแล้ว ก็ได้รีบไปขึ้นรถเดินทางกลับทันที โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. กล่าวว่า ที่พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม และนายธนสิทธิ์เข้ารับทราบข้อกล่าวหา เพราะเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนทราบว่า ทั้งคู่ได้ร่วมกับนายปริญญาเดินทางไปเจรจาชักชวนนายเออาร์นีนำเงินบิตคอยน์มาร่วมลงทุนด้วย โดยใช้ความเป็นดารานักแสดงพอมีชื่อเสียงของนายบูมมาร่วมชักจูงใจ ทั้งนี้ พบว่าครอบครัวจารวิจิตได้เงินจากนายเออาร์นีมาเกือบ 500 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชาคริตกล่าวว่า ในส่วนพ่อแม่ของนายบูม ขณะนี้ทางพนักงานสอบได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกในคดีร่วมกันฟอกเงิน หลังเรียกทั้งคู่มาให้ปากคำในฐานะพยานก่อนหน้านี้ แต่ทั้งคู่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าที่ควร โดยให้การว่า เงินจำนวน 90 ล้านบาท ที่นายปริญญาโอนมาให้นั้น เป็นเงินที่มาจากการทำธุรกิจของครอบครัว ทั้งอสังหาริมทรัพย์และร้านอาหาร ซึ่งทางเราได้ตรวจสอบแล้วพบว่าครอบครัวนี้มีเพียงธุรกิจร้านอาหารที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ร้านเดียว รายได้ตกวันละ 5,000 บาทเท่านั้น แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเงินโอนเข้า-ออกบัญชีหลายสิบล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เร็วๆ นี้จะมีการออกหมายจับนายปริญญา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันฟอกเงินอย่างแน่นอน&amp;quot; พ.ต.อ.ชาคริตกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16440</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต, ชาคริส อาห์มัด, ธนสิทธิ์ จารวิจิต, ปริญญา จารวิจิต, พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เออาร์นี ออตตาวา ซาอ์มิมาอ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b869fe71b03e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
