<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปริญญา’โต้คดี‘ธรรมนัส’ ศาลไม่ให้ความเป็นธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา&amp;quot; กางตำราเห็นแย้งศาลรัฐธรรมนูญคดีธรรมนัส ติงฝ่ายตุลาการของประเทศไทยมีปัญหาการให้ความยุติธรรม ลามถึงผู้พิพากษาถูกตั้งคำถามเรื่องไม่ให้ประกันตัวสามนิ้วหมิ่นสถาบัน อ้างไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่คนรู้สึกกับศาลว่าไม่ให้ความเป็นธรรมมากเท่านี้มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความเห็นโต้แย้งศาลรัฐธรรมนูญในคดีที่วินิจฉัยสถานภาพของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไม่สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (10) และไม่พ้นตำแหน่งรัฐมนตรี ตามมาตรา 170 จากกรณีต้องโทษคดียาเสพติดในต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา ระบุว่า เหตุผลแรกของศาลรัฐธรรมนูญคือ อำนาจตุลาการของไทยไม่อยู่ภายใต้อำนาจตุลาการของประเทศอื่น ถ้าเรายอมรับคำพิพากษาของศาลประเทศอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยไม่มีสนธิสัญญาที่จะยอมรับคำพิพากษาของกันและกัน ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าจะทำให้อำนาจอธิปไตยทางศาลของไทยถูกกระทบกระเทือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นว่าเหตุผลนี้ควรต้องมีการโต้แย้ง ประมวลกฎหมายอาญาของไทยมีหลักให้ยอมรับคำพิพากษาของศาลประเทศอื่น ในกรณีที่ศาลประเทศนั้นพิพากษาให้ลงโทษและผู้ต้องคำพิพากษาได้รับโทษจนพ้นโทษแล้ว ทั้งนี้ เพื่อไม่ต้องมีการลงโทษซ้ำต่อการกระทำที่ถูกลงโทษไปแล้ว และกฎหมายยาเสพติดของประเทศไทยก็กำหนดให้นำหลักนี้มาใช้ โดยไม่ต้องมีสนธิสัญญายอมรับคำพิพากษาระหว่างกัน หรือจะเป็นการกระทบต่ออำนาจอธิปไตยแต่ประการใดครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าง่ายๆ คือถ้าใครต้องคำพิพากษาคดียาเสพติดที่ประเทศอื่นและรับโทษครบแล้ว กฎหมายไทยก็กำหนดไม่ให้มีการดำเนินคดี พิพากษา และลงโทษเขาที่ประเทศไทยอีก แต่ถ้าไปกระทำในต่างประเทศแล้วยังไม่ถูกพิพากษาให้รับโทษ ก็อาจจะถูกดำเนินคดีในประเทศไทย และอาจจะต้อง &amp;ldquo;คำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิด&amp;rdquo; และทำให้เป็นรัฐมนตรีไม่ได้ ดังนั้นการปฏิเสธไม่ยอมรับคำพิพากษาศาลต่างประเทศโดยสิ้นเชิงในการพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของรัฐมนตรีโดยอ้างเหตุผลเรื่องอำนาจอธิปไตยของศาลไทย จึงไม่สอดคล้องกับระบบกฎหมายอาญาของไทย และเป็นประเด็นที่ถูกวิจารณ์มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลของศาลรัฐธรรมนูญประการที่สองคือ กฎหมายอาญาของแต่ละประเทศกำหนดฐานความผิดไว้แตกต่างกัน โดยชี้ว่าการกระทำอย่างเดียวกัน กฎหมายของบางประเทศอาจกำหนดให้เป็นความผิด แต่กฎหมายของไทยอาจไม่กำหนดให้เป็นความผิดก็ได้ ดังนั้นจึงเอาคำพิพากษาของศาลต่างประเทศมาใช้ไม่ได้ ประเด็นนี้อาจรับฟังได้ หากเป็นการต้องคำพิพากษาในต่างประเทศสำหรับการกระทำที่ไม่เป็นความผิดในประเทศไทย แต่เนื่องจากการกระทำนี้ถือเป็นความผิดในประเทศไทยด้วย ประเด็นนี้จึงไม่ใช่เหตุผลที่ฟังขึ้นเช่นเดียวกันครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเด็นที่สามคือ ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า หากตีความว่าเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุด หมายรวมถึงคำพิพากษาของศาลต่างประเทศด้วย อาจทำให้ไม่สามารถกลั่นกรองหรือตรวจสอบความชอบด้วยหลักนิติธรรมของกระบวนการพิจารณาของศาลต่างประเทศดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลข้อนี้ก็จะฟังขึ้นหากเป็นคำพิพากษาจากประเทศเผด็จการที่ศาลถูกแทรกแซงได้ ศาลไทยก็ไม่ควรที่จะยอมรับ แต่เนื่องจากประเทศออสเตรเลียไม่ได้มีปัญหานั้น แล้วความจริงศาลรัฐธรรมนูญจะตรวจสอบคำพิพากษาของศาลประเทศออสเตรเลียว่า พิจารณาโดยชอบด้วยหลักนิติธรรมหรือไม่ ก็สามารถตรวจสอบได้ โดยศาลรัฐธรรมนูญสามารถร้องขอได้โดยตรงจากศาลออสเตรเลียอยู่แล้ว ไม่ใช่เพียงไปขอให้ผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง และกระทรวงต่างประเทศไปขอสำเนาคำพิพากษาแล้วไม่ได้ ก็สรุปไปเลยว่าตรวจสอบไม่ได้เช่นนี้ ดังนั้นการเอาเหตุผลนี้มาใช้จึงเป็นปัญหาเช่นกันที่ทำให้คนรู้สึกเห็นต่างไปจากศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคำกล่าวมาตั้งแต่เกือบร้อยปีมาแล้ว แล้วก็เอามาสอนกันในโรงเรียนกฎหมายกันทั่วไป โดยผู้พิพากษาของอังกฤษชื่อลอร์ด Hewart ในคดี Rex v. Sussex Justices ว่า &amp;ldquo;Justice is not only to be done, but also seen to be done!&amp;rdquo; แปลเป็นไทยได้ความว่า ความยุติธรรมไม่เพียงแต่ต้องทำให้เกิดขึ้นมา แต่ต้องทำให้เห็นด้วยว่าที่ทำลงไปนั้นคือความยุติธรรม!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญได้สร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นมาแล้วหรือไม่ และรัฐมนตรีคนนี้ควรพ้นตำแหน่งหรือไม่ เป็นประเด็นหนึ่ง แต่ประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กัน และอาจจะสำคัญกว่าด้วยซ้ำคือประโยคหลังครับ Justice is seen to be done คือ ศาลรัฐธรรมนูญได้ทำให้คนเขาเห็นหรือไม่ ว่าที่ทำลงไปนั้นคือความยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเห็นว่าในขณะนี้ฝ่ายตุลาการของประเทศไทยดูจะมีปัญหาตรงนี้อยู่มากในเรื่องทำให้คนเห็นว่าศาลได้ให้ความยุติธรรมแล้ว แล้วก็ไม่ได้มีแต่ศาลรัฐธรรมนูญที่ถูกตั้งคำถามทั้งคดีนี้และคดีก่อนหน้านี้อีกหลายคดี แต่ศาลยุติธรรมก็ถูกตั้งคำถามมากในขณะนี้ในเรื่องการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาในคดีบางคดีด้วยครับ ไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่คนรู้สึกกับศาลว่าไม่ให้ความเป็นธรรมมากเท่านี้มาก่อน ซึ่งกระทบต่อความเชื่อถือของผู้คนที่มีต่อฝ่ายตุลาการ และหลักการปกครองโดยกฎหมายที่ทุกคนและทุกฝ่ายเสมอกันภายใต้กฎหมาย และดังนั้น ด้วยความเคารพ จึงเป็นเรื่องด่วนที่ศาลควรต้องแก้ไขครับ&amp;quot; ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันไม่ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล เพราะต้องทำหน้าที่ที่มีอยู่ร่วมคลี่คลายปัญหาต่างๆ แม้มีสมาชิกพรรคเรียกร้องให้ถอนตัว เพราะไม่อยากให้พรรคเสียหายร่วมงานกับรัฐมนตรีที่มีคดีความว่า นายจุรินทร์อ้างสารพัดอย่าง โดยลืมสิ่งที่พูดไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้ง เป็นประเภทได้หน้าแล้วลืมหลัง พรรคประชาธิปัตย์ต้องรับผลในการตัดสินในเกาะอยู่กับอำนาจครั้งนี้ เมื่อมีการเลือกตั้งประชาชนเขาจะตัดสินท่านเอง จะเป็นสิ่งพิสูจน์การกระทำของพรรคท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีที่เกิดขึ้นมองว่าจะเป็นรอยร้าวของรัฐบาลหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ลักษณะแบบนี้เป็นรอยร้าวในรัฐบาลอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าต่างหาจังหวะช่วงชิงโอกาส ทั้งโอกาสทางผลประโยชน์และโอกาสถอนตัวออกจากรัฐบาล เมื่อมันถึงทางตันเดินหน้าไม่ได้จริงๆ กรณีที่เกิดขึ้นคนที่เสียโอกาสจริงๆ คือประชาชนชาวไทย อยากเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลพิจารณาว่าจะเดินหน้าต่อไปกับรัฐบาลนี้ได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของร้อยเอกธรรมนัสนั้น พบว่าลงพื้นที่ร่วมบริจาคเพื่อสมทบทุนค่าภัตตาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค ในโครงการ &amp;quot;โรงทานวัดอรุณ&amp;quot; ที่สำนักงานกลางวัดอรุณราชวราราม สำหรับกำหนดการจัดตั้ง &amp;quot;โรงทานวัดอรุณ&amp;quot; ดังกล่าว จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9-31 พฤษภาคม 2564 โดยคณะสงฆ์วัดอรุณราชวราราม นำโดย พระธรรมรัตนดิลก กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค 9 เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม เพื่อเป็นการสนองพระดำริเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อจัดภัตตาหารถวายแด่พระภิกษุ-สามเณรในพระอาราม และสงเคราะห์ประชาชนในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19).&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102461</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีธรรมนัส, ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_609943277ea73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2021 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2021 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ทุกคนโปรดทราบ &#039;ดร.ปริญญา&#039; ให้โหวตโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.64 - ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยขะมีการลงมติภายในวันนี้ ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.ทุกคนเป็น #ผู้แทนปวงชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประโยชน์ของปวงชนจึง #มาก่อนประโยชน์พรรค และ #ประโยชน์ของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามหลักการที่ควรจะเป็นของ &amp;lsquo;ระบอบประชาธิปไตยแบบผู้แทน&amp;rsquo; ในระบบรัฐสภา ที่ให้ ส.ส. เลือกนายกรัฐมนตรีแทนประชาชนนั้น ยิ่งเป็น &amp;ldquo;ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล&amp;rdquo; ยิ่งควรต้องตรวจสอบรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เป็นคนเลือกนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจึงยิ่งต้องรับผิดชอบต่อประชาชนในการทำหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีที่ตนเลือกเข้าไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญ ส.ส. เป็น &amp;ldquo;ผู้แทนปวงชน&amp;rdquo; ดังนั้น ส.ส.ทุกคนไม่ว่าฝ่ายไหน หรือสังกัดพรรคใด จึงต้องปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงประโยชน์ของปวงชนมากกว่าประโยชน์ของพรรคการเมืองที่สังกัด และดังนั้น แม้จะสังกัดพรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องเห็น #ประโยชน์ของปวงชนมาก่อนประโยชน์ของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีปัญหามาก ก็ยังรู้จักและรับรองหลักนี้ และให้เสรีภาพในการทำหน้าที่ผู้แทนปวงชนไว้ ไม่ให้ใครมาครอบงำโดยบัญญัติไว้ที่มาตรา 114 ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร &amp;ldquo;ย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงําใด ๆ ..&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไปเข้าใจว่าฝ่ายค้านเท่านั้นที่มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลมีหน้าที่ต้องปกป้องรัฐบาล จึงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และเป็นจุดอ่อนของระบบรัฐสภาที่สร้างปัญหากับหลักการแบ่งแยกอำนาจและการตรวจสอบถ่วงดุลของประเทศไทยมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลไม่ใช่แค่หน้าที่ของฝ่ายค้าน แต่เป็น #หน้าที่ของผู้แทนปวงชนทุกคน ไม่ว่าจะสังกัดพรรคไหน ถ้านายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีคนใด ยิ่งทำหน้าที่ต่อไป บ้านเมืองยิ่งมีปัญหา ก็ต้องสมควรไม่ไว้วางใจ เพื่อให้มีคนใหม่ที่ไม่มีปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาทำหน้าที่แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านจะลงมติไว้วางใจหรือไม่ เป็นเสรีภาพของท่าน แต่พึงตัดสินใจด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริงที่เอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่ยังไงก็ต้องไว้วางใจเพราะเป็น &amp;ldquo;ฝ่ายรัฐบาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส. ทุกคนคือ &amp;ldquo;ฝ่ายปวงชน&amp;rdquo; ไม่ใช่แค่ &amp;ldquo;ฝ่ายรัฐบาล&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ฝ่ายค้าน&amp;rdquo; ที่จริงผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าท่านผู้แทนปวงชนของเราส่วนใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นฝ่ายรัฐบาลจะเข้าใจความข้อนี้หรอกครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างน้อยขอเพียงบางคนเข้าใจ และทำหน้าที่ &amp;ldquo;ผู้แทนปวงชน&amp;rdquo; อย่างแท้จริง ประชาธิปไตยที่มีปัญหาของเราก็จะเริ่มเกิดการ #เปลี่ยนแปลง ได้ครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93643</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, ลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210220/image_big_6030831ad35af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปริญญา&#039; ป้องการ์ดวีโว่มีสิทธิชุมนุม อัดตำรวจจับกุมเกินกว่าเหตุ สลายชุมนุมไม่ขออำนาจศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ.64 - จากกรณีกลุ่มการ์ดวีโว่ร่วมชุมนุมต้านการรัฐประหารในประเทศเมียนมา ที่หน้าสถานทูตเมียนมาในประเทศไทย จนมีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 14 นายจากการถูกทำร้ายร่างกายทั้งขว้างปาก้อนหินและใช้ท่อนเหล็กตี รวมทั้งใช้สิ่งของต่างๆเป็นอาวุธ จนทำให้ถูกตำรวจจับกุมตัวดำเนินคดีผู้ต้องหา&amp;nbsp;3 ราย&amp;nbsp;ทั้งนี้เนื่องจาก ผกก.สน.ยานนาวา ได้แจ้งกลุ่มผู้ชุมนุมคนอื่นให้เลิกตามเวลาที่กำหนดแล้ว แต่ปรากฏว่าผู้ต้องหากับกลุ่มผู้ชุมนุมฝ่าฝืนไม่ยอมเลิกการชุมนุมในเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจึงได้ทำการกระชับพื้นที่ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการใช้กำลังประทุษร้ายจนเกิดความวุ่นวาย ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และ&amp;nbsp;ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ&amp;nbsp;พ.ศ.2548 มาตรา 9 (2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก Prinya Thaewanarumitkul ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมและจับกุมโดยไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ที่ต้องขอศาลก่อน แม้ว่าพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 จะกำหนดว่า การจัดชุมนุมจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนอย่างน้อย 24 ชั่วโมง (มาตรา 10) โดยหากไม่แจ้งก่อนจะถือเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (มาตรา 14)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การดำเนินการต่อการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะต้องมีการประกาศให้เลิกชุมนุมก่อน (มาตรา 21 วรรคหนึ่ง(1)) หากผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตาม เจ้าหน้าที่ก็จะต้องไปร้องขอต่อศาลเพื่อมีคําสั่งให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุม โดยศาลที่ต้องไปขอคือศาลแพ่งหรือศาลจังหวัด (มาตรา 22) ต่อเมื่อศาลมีคำสั่งให้เลิกชุมนุม แล้วผู้ชุมนุมยังไม่เลิกชุมนุม เจ้าหน้าที่จึงจะมีอำนาจ &amp;ldquo;ดำเนินการให้มีการเลิกชุมนุม&amp;rdquo; โดยประกาศพื้นที่ตรงนั้นให้เป็น &amp;ldquo;พื้นที่ควบคุม&amp;rdquo; และให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ในเวลาที่กำหนด (มาตรา 23) เมื่อเวลาครบกำหนดแล้วผู้ชุมนุมยังไม่ออกจากพื้นที่ถึงจะไปจับกุม และดำเนินการอื่นๆ ให้เลิกชุมนุมได้ (มาตรา 24)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วสำหรับ การชุมนุมที่หน้าสถานทูต จริงๆ แล้วพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะก็ไม่ได้ห้าม เพียงแต่กำหนดว่า &amp;ldquo;ต้องไม่กีดขวางทางเข้าออก หรือรบกวนการปฏิบัติงาน หรือการใช้บริการสถานที่&amp;rdquo; (มาตรา 8(4)) และหากมีการกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ก็ต้อง &amp;ldquo;ประกาศให้แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด&amp;rdquo; ก่อน (มาตรา 21 วรรคหนึ่ง(2)) หากผู้ชุมนุมไม่แก้ไข ถ้าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการต่อไปก็ต้องไปขออำนาจศาลก่อนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าง่ายๆ คืออยู่ดีๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปสลายการชุมนุมและจับกุมผู้ชุมนุมเลยไม่ได้ แม้จะเป็นการชุมนุมที่ไม่แจ้งก่อน หรือเป็นการชุมนุมที่เจ้าหน้าที่เห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายคือ 1 ต้องมีคำสั่งให้เลิกชุมนุมก่อน 2 ต้องไปขอศาลให้มีคำสั่งให้เลิกชุมนุม ต่อเมื่อศาลสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก จึงจะ 3 ดำเนินการให้มีการเลิกชุมนุม โดย 4 ต้องประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมและกำหนดเวลาให้ออกจากพื้นที่ก่อน เมื่อเวลาครบกำหนดแล้วผู้ชุมนุมยังไม่ออกจากพื้นที่ ถึงจะไปจับกุมได้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 คือ ต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นก่อน โดยการสลายการชุมนุมต้องเป็นวิธีท้ายที่สุด และดังนั้นจึงต้องยากที่สุด คือต้องไปขอศาลก่อน จนบางท่านสงสัยว่ามัวแต่ต้องไปขอศาลก่อนจะไปทันเวลาได้อย่างไร ก็สงสัยไม่ผิดหรอกครับ เพราะการชุมนุมแบบแฟลชม็อบ หรือไม่ค้างคืน ไม่ยืดเยื้อ พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะไม่ต้องการให้ไปสลายครับ เพราะเค้าไม่ได้ยืดเยื้อและเลิกกันเองอยู่แล้ว การสลายการชุมนุมจึงใช้เฉพาะการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ไม่ยอมเลิกเท่านั้นครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วถ้าจะบอกว่าสถานการณ์ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ต้องใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ไม่ต้องใช้พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 อันนี้ก็ไม่ถูกครับ เพราะการชุมนุมที่ฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็เป็นแค่ประเด็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่การควบคุมหรือสลายก็ต้องทำตามขั้นตอนตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะอยู่ดีครับ และถ้าหากจะอ้าง พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ผมก็ขอให้เจ้าหน้าที่ดูมาตรา 17 ของ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินด้วยครับ คือการปฏิบัติหน้าที่ก็ต้อง &amp;ldquo;ไม่เกินสมควรแก่เหตุหรือไม่เกินกว่ากรณีจำเป็น&amp;rdquo; ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่รัฐมักจะเรียกร้องให้ประชาชนทำตามกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่ก็ต้องทำตามกฎหมายด้วยเช่นกัน กรณีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และรวมถึงในวันนี้ที่มีการสลายการชุมนุมและจับกุมโดยไม่ไปผ่านศาลและทำตามขั้นตอนต่างๆ ตามกฎหมายก่อน ผมเห็นว่า #เจ้าหน้าที่ตำรวจทำผิดกฎหมาย และสำหรับตามภาพนี้ผมเห็นว่า #ทำเกินกว่าเหตุด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก กปปส.ลุมพินี ได้โพสต์รูปประจานกลุ่มการ์ดวีโว่ใช้ก้อนหินและสิ่งของขว้างปาเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมระบุว่า &amp;quot;สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91756</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดวีโว่, ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, พรบ.ชุมนุมสาธารณะ, สลายการชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210202/image_big_6018f9e9e2693.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา &#039;สนธิ&#039; ชงชื่อ 4 คนดังเป็นแกนนำ 3 นิ้วรุ่น 2 สานต่อภารกิจ 2475</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณรูปภาพจาก&amp;nbsp;sondhital&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค.63 - นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด &amp;ldquo;SONDHI TALK&amp;rdquo; ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk เมื่อ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาช่วงหนึ่งดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;....ท่านผู้ชมครับ เมื่อประมาณ 11 วันที่แล้ว คือวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เคยพูดไปแล้วครั้งหนึ่้ง แต่ผมจะทวนความจำอีกที เฟซบุ๊ก เยาวชนปลดแอก หรือที่เขาเรียกว่า Fee YOUTH ได้ลงโลโก้สีแดง พร้อมข้อความว่า &amp;quot;แรงงานสร้างชาติ มิใช่มหาราชองค์ใด&amp;quot; โดยเนื้อหาในโพสต์ประกาศเปิดตัว RT ก็คือ Restart Thailand แต่สัญลักษณ์กลับเป็นรูปค้อนและเคียว ก็ปรากฏว่าเกิดความวุ่นวายกันหมดในบรรดาหมู่คนที่สนับสนุนม็อบเด็ก และตลอดจนสื่อมวลชน นักวิชาการ เขาออกมาโวยวาย โดยผู้ที่สนับสนุนม็อบก็บอกว่า เด็กพวกนี้เขาไม่ใช่กลุ่มแกนนำ ไม่ได้มีความฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การชูค้อนและเคียวทำให้คนที่อยู่เบื้องหลังคนหนึ่ง คือ คุณสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์ธรรมศาสตร์ ตอนนี้ลี้ภัยอยู่ที่ฝรั่งเศส ออกมาแก้ต่างให้เด็กพวกนั้น หลังจากที่มีการ์ตูน โดยบัญชา คามิน ออกมาให้เห็น ในการ์ตูนท่านผู้ชมคงจะเห็นว่า การ์ตูนภาพแรกคือภาพที่อเมริกาโกรธเพนกวิน บอกว่า &amp;quot;ไอ้กวิ้น กูเสียแรงเลี้ยงชีสเค้ก สนับสนุนเงิน แถมจะให้ทุนไปเรียนต่อ มึงดันกลายมาเป็นคอมมิวนิสต์เสียนี่ ไอ้บ้า!&amp;quot; แล้วรูปข้างล่างลงมาก็บอกว่า &amp;quot;อ้าว ก็คนให้มาบอกเราไม่ใช่เหรอว่าชูสองสิ่งนี้ คนจะเข้าม็อบมากขึ้น&amp;quot; จริงๆ แล้วมันก็เป็นอย่างที่การ์ตูนเขียนล่ะครับ คือตอนนี้ม็อบเด็กกลายเป็นม็อบที่ไม่มีมุกจะเล่นต่อไปแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป วันนี้ผมจะไม่พูดเรื่องนี้ยาวครับ เพราะมันมีเรื่องราวต่างๆ หลายอย่างที่จะต้องพูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ก็อ้างว่า ความคิดนี้ไม่ใช่ความคิดของแกนนำ เป็นความคิดของเด็กแค่ 2-3 คน แค่นั้นเอง ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะว่าท่านผู้ชมต้องรู้นะว่าเฟซบุ๊กเพจ เยาวชนปลดแอก เป็นเพจหลักเลยของผู้ชุมนุมในการสื่อสารต่างๆ การเรียกให้ชุมนุม ตลอดจนการตอบโต้ข่าวสารข้อมูล รวมทั้งเผยแพร่ข้อความต่างๆ ผู้ที่จัดทำต้องมีความเชื่อมโยงกับนายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือ ฟอร์ด ซึ่งเป็นเลขาธิการเยาวชนปลดแอก - Free YOUTH ส่วนผู้ทำกราฟฟิกชื่อ นายภาณุมาศ สิงห์พรม หรือ เจมส์ ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของนายฟอร์ด อย่างไรก็ตาม เรื่องไม่ได้จบแค่วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม เจ็ดวันต่อมา กลุ่มเยาวชนปลดแอกพวกนี้ก็มีการโพสต์เพจ มีดอกกุหลาบสีแดง มีเนื้อหาข้อความว่า &amp;quot;พรรคสีฟ้าไม่เท่ากับประชาธิปไตยฉันท์ใด Communist ก็ไม่เท่ากับเผด็จการฉันท์นั้น&amp;quot; ฉะนั้น จีน เกาหลีเหนือ ก็ไม่อาจเรียกตัวเองว่าเป็นคอมมิวนิสต์ได้ หากพูดถึงคำว่า &amp;quot;คอมมิวนิสต์&amp;quot; ภาพจำของหลายคนคงเป็นดั่งปิศาจร้าย น่ากลัว ไม่ควรยุ่งเกี่ยว และอาจจะนึกถึงประเทศเผด็จการอย่างจีน เกาหลีเหนือ แต่แท้จริงแล้วความหมายของคอมมิวนิสต์หาได้เป็นไปตามที่โลกทุนนิยมเผด็จการหลอกลวง คอมมิวนิสต์คือชื่อของสังคมประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจที่เหล่านายทุนเผด็จการต่างหวาดกลัว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือสรุปง่ายๆ ว่า คอมมิวนิสต์ในโลกนี้ คอมมิวนิสต์ที่แท้จริงมันไม่มี ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลีเหนือ หรือเวียดนาม หรือลาวนั้น เป็นคอมมิวนิสต์จอมปลอมทั้งสิ้น คอมมิวนิสต์ที่แท้จริงก็คือเด็กพวกนี้ที่กำลังจะชูเรื่องคอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีนี้ โพสต์นี้มันทำคนสติแตกไปเยอะเลย คือมันเหลวไหลมาก ให้กับกลุ่มแนวร่วมม็อบปลดแอก ม็อบราษฎร เพราะมันแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าเป็นม็อบที่ฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์อย่างชัดเจน โดยมิอาจจะแก้ตัวได้อีก ความเคลื่อนไหวดังกล่าวก็เลยทำให้นายเพนกวิน หรือนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ต้องออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีจุดยืนเกี่ยวกับเยาวชนปลดแอก ออกมาระบายความในใจในเฟซบุ๊ก ซึ่งมันยาวเหลือเกิน ผมไม่พูดให้ท่านผู้ชมฟังก็แล้วกันนะครับ แต่สรุปก็คือ การแก้ตัวนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ แล้วเพจเยาวชนปลดแอก มันเป็นเนื้อหาเดียวกันกับพวกม็อบราษฎร 63 สังเกตอย่างหนึ่งนะท่านผู้ชม ช่วงหลังม็อบราษฎร 63 ไม่ได้ใช้ว่า ม็อบ 2475 ให้มันจบในยุคเรา เพราะว่า 2475 ถูกเปิดโปงไปแล้วว่ามันเป็นคณะมหาโจร ไม่ใช่คณะราษฎร พวกนี้ก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็น ราษฎร 2563 สรุปง่ายๆ ท่านผู้ชมครับ นี่คือความไร้ทิศไร้ทาง สะเปะสะปะ ซึ่งนำไปสู่ความล่มสลายของม็อบ ท่านผู้ชมครับ แกนนำเด็กๆ ก็คงจะถูกดำเนินคดีอย่างที่ทราบมา เป็นพรวนเลย ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วมั้งท่านผู้ชมที่อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงแกนนำ นี่ผมไม่ได้พูดเล่นนะท่านผู้ชม เดี๋ยวจะหาว่าผมแดกดัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมว่าเรื่องของเรื่อง ในวันนี้ผมจะต้องขอโทษท่านผู้ชมด้วย ด้วยความจริงใจและจริงจัง ว่า ท่านผู้ชมต้องอดหลับอดนอนมาฟังผมพูดในกรณีข้อเท็จจริงที่มันตรงกันข้ามกับม็อบเด็ก แต่ละเรื่องๆ ไม่ว่าจะเป็น 2475 คณะราษฎร หรือมหาโจร ? จอมพล ป. พิบูลสงคราม วีรบุรุษ หรือมหาโจร ? การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ 10 ข้อนั้น เป็นการปฏิรูป หรือการทำลายล้าง ? ท่านผู้ชมอดทนฟังผมมาตลอด จนในที่สุดมาถึงวันนี้แล้ว ผมเพิ่งรู้ว่าผมกำลังทะเลาะกับคนบ้าอยู่ เด็กบ้า ท่านผู้ชมจำได้หรือเปล่า อาทิตย์ที่แล้วผมบอกว่าพวกนี้เหมือนใครรู้ไหม ? เหมือนเด็กไร้เดียงสานุ่งผ้าอ้อม แล้วขี้แตกเต็มผ้าอ้อม แล้วก็วิ่งร้องไห้ไปมา วันนี้ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากจะพูดว่าม็อบนี้คงจะไม่มีอีกแล้ว แต่เอาเป็นว่า ตอนนี้มันไร้สาระจนกระทั่งผมสงสารตัวเองว่า ผมหลงต่อสู้กับคนบ้าแบบนี้ได้อย่างไร เขาถึงบอกว่า &amp;quot;คบเด็กสร้างบ้าน คบหัวล้านสร้างเมือง&amp;quot; คำพูดอุปมาอุปไมยนี้ไม่มีวันผิดไปเลยแม้แต่นิดเดียว
ในขณะนี้หลายๆ คนที่แอบสนับสนุนเด็กอยู่ ไม่ว่าจะเป็นท่านอาจารย์ ส.ศิวรักษ์ แน่นอนที่สุด ท่านอุตส่าห์ไปยืนปราศรัยอยู่ข้างๆ รถบรรทุกเลย ในขณะที่เด็กพวกนี้กำลังรุกเข้าไปที่ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ท่านไปพูด ท่านไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านแสดงออกอย่างชัดเจน หรือแม้กระทั่งคนๆ หนึ่งซึ่งเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังของทุกๆ คนเลย แต่เก็บตัวเงียบ คืออาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ท่านก็คือ Architect สถาปนิกตัวดีเลย ตัวสำคัญที่สุดในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสมศักดิ์ เจึยมธีรสกุล ก็เป็นคนที่อาจารย์ชาญวิทย์ ปั้นขึ้นมา หรือคุณปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ก็เป็นคนที่สนิทสนมกับอาจารย์ชาญวิทย์ ถึงขนาดที่เรียกว่ามีรูปเจอกันที่ญี่ปุ่น ส่วนจะสนิทสนมกันขนาดสนมแล้วก็สนิทกันขนาดไหน ผมไม่ทราบ ก็เอาเป็นว่าเป็นคนที่อยู่ในลักษณะที่ชอบในสิ่งเดียวกัน ที่คล้ายๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกคนหนึ่งก็คือ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี คือท่านอานันท์ ปันยารชุน ปีนี้อายุ 88 ปีแล้ว อาจารย์ ส.ศิวรักษ์ 87 คุณชาญวิทย์ เกษตรศิริ 79 ก็ 3-4 คนนี้รวมๆ กันแล้วหลายร้อยปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเสนออย่างนี้ได้ไหมท่านผู้ชม ผมเสนอว่า ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมอยากจะให้เสนอแกนนำรุ่น 2 มา โดยมีอาจารย์ ส.ศิวรักษ์ เป็นหนึ่งในแกนนำ ต่อด้วยชาญวิทย์ เกษตรศิริ ต่อด้วยคุณอานันท์ ปันยารชุน และอีกคนซึ่งขาดไม่ได้ ...&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณอานันท์ ปันยารชุน นั้นมีวีรกรรมอันหนึ่งซึ่งผมไม่เคยลืมเลย ท่านผู้ชมคงไม่ทราบว่าคุณอานันท์ ปันยารชุน สมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น คุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นคนที่ยกเลิกพระราชอำนาจการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งแต่ก่อนอยู่ในพระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คุณอานันท์ บอกว่าไม่ได้แล้ว ให้ยกอำนาจนี้ออกไป รัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านก็ไม่พูดอะไรทั้งสิ้น เพราะว่าแทนที่จะมาปรึกษาหารือหรือแทนที่จะคิดให้ละเอียดถี่ถ้วนว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณอานันท์ บอกว่า เอาล่ะ จากนี้ไปมหาเถรสมาคมเสนอใครมาก็ตาม ก็จะเสนอมาที่รัฐบาล รัฐบาลก็มีหน้าที่ส่งไปให้พระเจ้าอยู่หัวลงพระปรมาภิไธย ซึ่งในที่สุดคุณอานันท์ ก็ใช้หลักการแบบเลือกตั้ง ก็คือว่า มหาเถรสมาคมมีเสียงว่าอย่างไร ก็เอา ซึ่งคุณอานันท์ ก็คงอาจจะไม่ได้คิดถึง หรือคิดแล้ว แต่ว่าช่างมัน ว่ามหาเถรสมาคมนั้น มันก็เหมือนสภาผู้แทนราษฎร คนที่ขึ้นมาเป็นสมเด็จได้ ต้องจ่ายเงินจ่ายทอง ต้องมีสินบาทคาดสินบน ต้องมีบารมี แล้วบารมีสร้างมาจากไหน ถ้าไม่ใช่มาจากเงินจากทอง ด้วยเหตุนี้ สมัยก่อนเขาถึงให้พระราชอำนาจในการตั้งสมเด็จพระสังฆราช ให้อยู่ในมือของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วสิ่งที่คุณอานันท์ ทำไปนั้น ต่อมาคุณทักษิณ ชินวัตร ก็เอาผลงานของคุณอานันท์ นั้น มาพยายามที่จะตั้งสมเด็จเกี่ยว หรือสมเด็จพุฒาจารย์ ที่วัดสระเกศ ให้ขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ว่าในขณะนั้นเนื่องจากว่าสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ พระองค์ท่านยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ ก็เลยหาเรื่องว่าพระองค์ท่านทำงานไม่ได้แล้ว เอาสมเด็จเกี่ยว หรือสมเด็จพุฒาจารย์ วัดสระเกศ เป็นคนที่ขึ้นมารักษาการตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช และตั้งแต่สมเด็จเกี่ยว ขึ้นมา หรือแม้กระทั่งก่อนสมเด็จเกี่ยว ขึ้นมาก็ตาม เพราะสมเด็จพระญาณสังวร พระองค์ท่านเป็นคนที่ไม่พูดอะไรทั้งสิ้น ใครอยากจะทำอะไรก็ทำ ช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่ธัมมชโย และเครือข่ายสายธรรมกายทั้งหลาย ก็ถูกสมเด็จเกี่ยว แต่งตั้งเข้ามานั่งอยู่ในมหาเถรสมาคม แล้วถ้าเกิดสมเด็จญาณฯ มีอะไรที่ไม่สบาย เพราะว่าพระองค์ท่านทรงประชวรหนักพอสมควร หลังจากนั้นมาแล้ว ไม่ใช่ตอนที่ตั้งรักษาการสมเด็จพระสังฆราชนะครับ ตอนที่ตั้งรักษาการสมเด็จพระสังฆราช ในช่วงนั้น เป็นช่วงที่อ้างว่าสมเด็จพระสังฆราชปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ แต่วันที่ตั้ง เป็นวันที่พระองค์ท่านไปแจกประกาศนียบัตรอยู่ในงานๆ หนึ่งในทางพระพุทธศาสนา เพราะฉะนั้นแล้ว คุณอานันท์ ปันยารชุน ก็เป็นคนที่มีวีรกรรมนี้ที่ผมไม่เคยลืมเรื่องนี้ ผมก็เลยคิดว่า ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เอามาอยู่รวมกันเลยก็แล้วกัน เอาตั้งแต่คุณ ส.ศิวรักษ์ มา อาจารย์ ส. อายุก็ 87 คุณอานันท์ 88 แล้วก็เอาเพิ่มเติม คุณชาญวิทย์ เกษตรศิริ ทำไมต้องเป็นชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตเปนอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อยู่เบื้องหลังทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในธรรมศาสตร์ทุกวันนี้ ทุกอย่าง เบื้องหลังที่เกิดขึ้นกับม็อบทั้งหลายนั้น เกิดขึ้นจากคุณชาญวิทย์ เกษตรศิริ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ก็เป็นเด็กสร้างของคุณชาญวิทย์ เกษตรศิริ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณชาญวิทย์ เกษตรศิริ สมัยที่มีอำนาจอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็โยกย้ายแต่งตั้ง หรือให้ตำแหน่ง รศ. , ผศ. รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ให้กับคนที่อยู่ในเครือข่ายตัวเอง ให้ขึ้นมาเป็นใหญ่ แล้วสั่งสอน แล้วก็ใช้ข้อมูลที่ผิดพลาดสอนเด็กไปในแนวทางที่ตัวเองต้องการ เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่า คุณชาญวิทย์ เกษตรศิริ ไม่ค่อยมีใครพูดถึง แต่จริงๆ คนนี้ล่ะคือหัวใจที่สำคัญที่สุดที่อยู่เบื้องหลังในการเริ่มม็อบนี้ และในการชุมนุม และอุปมาอุปไมยเหมือนเป็นคนที่วางเกม แพลนอะไรต่ออะไรหลายอย่าง คนไม่ค่อยพูดถึง มี ดร.นิว ได้เขียนข้อความมา ไม่ได้ระบุว่าเป็นอาจารย์ชาญวิทย์ แต่ผมอ่านแล้ว ผมเห็นว่าเป็นอาจารย์ชาญวิทย์ ก็ไม่เสียหายอะไร เพราะว่าถ้าอาจารย์ชาญวิทย์ กล้าพอที่จะสนับสนุนเด็ก ก็ต้องกล้าพอที่จะเป็นหัวหน้า เพราะฉะนั้น มาวันนี้ ท่านอาจารย์ ส. ท่านอานันท์ ปันยารชุน ท่านอายุ 88 ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านมีศักดิ์ศรีเหมือนเดิม ให้ท่านเป็นแกนนำรุ่นที่ 2 คนแรก คนที่สอง ก็คือ ส.ศิวรักษ์ แกนนำรุ่นที่ 2 คนที่สอง คนที่สามก็คือ อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วคนที่สี่ที่ผมอยากจะเสนอ ไม่ทราบว่าท่านผู้ชมจะเห็นด้วยไหม คือ อาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ซึ่งเป็นรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คนๆ นี้ว่ากันว่า แนวโน้มก็น่าจะเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อไปอีก ทำไมต้องเป็นอาจารย์ปริญญา ? เพราะอาจารย์ปริญญา เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าอยู่เบื้องหลังม็อบเด็กสามนิ้วมาตลอด แล้วก็อยู่เบื้องหลังของอะไรก็ตามที่เป็นการคัดค้านระบบระเบียบอะไรก็ตาม อาจารย์ปริญญา เป็นคนที่ดี ใช้ได้ แต่อาจารย์ปริญญา ก็เป็นอีกลักษณะหนึ่ง ก็คือ เหมือนอาจารย์ชาญวิทย์ ชอบทำตัวเป็นอีแอบ ตอนนี้ไม่ต้องแอบ ผมเปิดออกมา เปิดไพ่ 4 ใบนี้ให้ท่านผู้ชมดู ไม่ต้องแอบแล้ว อาจารย์ ส.ศิวรักษ์ ท่านนายกฯ ทำไมคุณอานันท์ ปันยารชุน สมควรเป็นแกนนำรุ่นที่ 2 ? ท่านยืนข้างเด็ก แล้วไม่สังเกตเหรอครับ ท่านเป็นคนที่สนิทสนมกับคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาธร นั้น เวลาไปพูดกับใคร จะยืนตัวตรง พูดง่ายๆ ว่าไม่ยอมค้อมหัวให้ใคร แต่พอมาถึงอานันท์ ปันยารชุน โก้งโค้งอย่างนอบน้อม เพราะรู้ว่าคิดในแนวเดียวกัน เมื่อคุณเอาอานันท์ เข้ามาแล้ว อีกคนหนึ่งก็ คุณชาญวิทย์ เกษตรศิริ แล้วก็ตบลงด้วยอาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหมว่า 4 คนนี้น่าจะเป็นแกนนำรุ่นที่ 2 ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เอาขึ้นมาเลยดีกว่า มันจะได้ไม่ต้องเป็นข้อถกเถียงกันอีกต่อไป ไม่ต้องแอบอยู่ข้างหลังเด็กอีกต่อไป และผมมีข้อคิดอยู่อย่างหนึ่งครับ พวกเด็กๆ ทั้งหลายที่เรียนอยู่ที่ราชภัฏ ที่ไม่ได้เรียนธรรมศาสตร์ ผมดูการประท้วงรุ่นนี้และดูการต่อสู้ครั้งนี้ เด็กธรรมศาสตร์ทั้งนั้น รุ้ง เพนกวิน ธรรมศาสตร์หมด....อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87669</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คุยทุกเรื่องกับสนธิ, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, สนธิ ลิ้มทองกุล, สุลักษณ์ ศิวรักษ์, อานันท์ ปันยารชุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201222/image_big_5fe17fa4b978d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาอบรม &#039;ปริญญา&#039; ไม่ยึดถือหลักกฎหมาย แล้วสังคมไทยจะยึดถืออะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย.63 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng มีเนื้อหา ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล เรียนจบนิติศาสตร์ เป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์และเป็นรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่เห็นว่ารัฐบาลไม่ควรใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ดำเนินคดีแก่ผู้พูดจาไม่เหมาะสมหรือหยาบคายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๓ กลุ่มผู้ชุมนุมทำลายประตูรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เสียหายแล้วร่วมกันบุกรุกเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘ ,๓๖๒ และ ๓๖๕ แต่คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยมีมติมิให้ดำเนินคดีอาญาแก่ผู้กระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ถ้าผู้ที่เรียนจบกฎหมายแล้วสอนกฎหมายในคณะนิติศาสตร์และเป็นรองอธิการบดีกับมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนวิชากฎหมายมาตั้งแต่ปี ๒๔๗๗ ไม่ยึดถือหลักกฎหมายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....สังคมไทยจะยึดถืออะไรเป็นหลักและจะดำรงอยู่ได้อย่างไร ?&lt;/p&gt;


	เดือด!&amp;#39;ราเมศ&amp;#39;โต้&amp;#39;ปริญญา&amp;#39;ทำให้สังคมสับสน
	อดีตผู้พิพากษาอบรม&amp;#39;ปริญญา&amp;#39;ไม่ยึดถือหลักกฎหมายแล้วสังคมไทยจะยึดถืออะไร
	&amp;#39;ดร.นิว&amp;#39;เปรียบคนที่ตกเป็นแนวร่วมของม็อบราษฎรคือ&amp;#39;เหยื่ออธรรม2563&amp;#39;
	ตอนมาก็มาเอง &amp;#39;บิ๊กป้อม&amp;#39; เมิน &amp;#39;เต้&amp;#39; ถอนตัวพ้นพรรคร่วมรัฐบาล
	&amp;#39;โรม&amp;#39; โวย &amp;#39;ไพบูลย์&amp;#39; มัดมือ ส.ส.ร.
	&amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; แขวะ 3 นิ้วเปลี่ยนมาหลายอย่าง มีอยู่อย่างเมื่อไหร่จะเปลี่ยน?
	สส.ก้าวไกล จวก &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; ใช้มาตรา 112 ขัดหลัก &amp;#39;พระเมตตา&amp;#39;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85195</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, มาตรา112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5754d98ee5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือด!&#039;ราเมศ&#039;โต้&#039;ปริญญา&#039;ทำให้สังคมสับสนชี้ม.112ยังมีผลบังคับใช้เมื่อทำผิดชัดไม่มีทางเลือกอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย.63 - นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกฎหมายพรรค กล่าวถึงกรณีนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความเห็นต่อการดำเนินคดี มาตรา 112 กับผู้ชุมนุม ว่า ความเห็นของนายปริญญา อาจทำให้สังคมสับสนได้ว่า หากการบังคับใช้กฎหมาย มาตรา 112 แล้วจะเกิดปัญหากับกลุ่มบุคคลที่ต้องการปฏิรูปสถาบัน ดังนั้น ตนจึงมีความจำเป็นต้องมีความเห็นแย้ง เพื่อให้เห็นถึงหลักการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.หลักการในเรื่องมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา ที่มีใจความสำคัญว่าผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี สถานะกฎหมายมาตรานี้ ยังมีผลใช้บังคับ มีเจตนารมณ์ชัดเจนในเรื่องการป้องกันเพื่อไม่ให้มีผู้ที่มีเจตนา ใส่ความด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ต่อพระมหากษัตริย์ หรือดูหมิ่น หรืออาฆาตมาดร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นประจักษ์ชัดว่า การกระทำทั้งใช้วาจา โฆษณาวาดเขียน มีลักษณะเข้าข่ายความผิดมาตรา 112 ทั้งสิ้น เมื่อปรากฎความผิด แม้ว่าจะไม่มีใครแจ้งความ เจ้าหน้าที่ที่รู้เห็นการกระทำดังกล่าวไม่มีทางอื่นที่ที่จะต้องดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ดำเนินการตามหน้าที่ ก็ต้องถือว่ามีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.บ้านเมืองจะสงบ ถ้ามีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากทำผิดกฎหมายแต่คิดว่ากลุ่มที่ทำผิดมีคนจำนวนมาก หากดำเนินการตามกฎหมายคนเหล่านี้จะโกรธ จะทำให้บ้านเมืองวุ่นวายไม่สงบ หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่ควรมีกฎหมาย ต้องยกเลิกกฎหมายทุกฉบับให้หมด แล้วก็ให้ทุกคนทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ตนคิดว่าคงไม่ต้องให้นักกฎหมายบอกว่าผิดไม่ผิด แต่ทุกคนดูออกว่า ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ มีความผิดหรือไม่ ไปไกลมากกว่าการใช้วาจาหยาบคายไม่เหมาะสมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ที่บอกว่าอาจจะทำให้เกิดปัญหาระหว่างประชาชนที่เรียกร้องเรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ กับสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้นเมื่อบังคับใช้มาตรา 112 นั้น ผมคิดว่าการบังคับใช้กฎหมายแล้วทำให้เกิดปัญหา ก็ถือว่าผิดหลักการของรัฐที่ปกครองด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทำไมไม่กลัวว่าปัญหาจะเกิดกับประชาชนที่อยู่ในเรือนจำที่เขาทำความผิดอื่นบ้าง เพราะที่เขาอยู่ในเรือนจำนั้นก็ล้วนเกิดมาจากการบังคับใช้กฎหมายทั้งสิ้น คนในสังคมอย่าไปคิดอะไรแบบฉาบฉวยตามกระแส เพราะไม่มีสิ่งไหนหนีหลักการความถูกต้องไปได้ อาจไม่สะใจใคร แต่นั่นคือสิ่งที่ยั่งยืน และสนันสนุนการบังคับใช้กฎหมาย ภายใต้หลักนิติรัฐ&amp;quot;นายราเมศ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85190</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายราเมศ รัตนะเชวง, ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, มาตรา112, หลักนิติรัฐ-นิติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc05d3ee9655.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2020 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2020 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปริญญา&#039;แนะรัฐบาลไม่ควรใช้ มาตรา 112 แม้จะมีผู้ปราศรัยที่ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม หรือถึงกับหยาบคาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.63 - นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Prinya Thaewanarumitkul ว่า &amp;quot;แม้จะมีผู้ปราศรัยที่ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม หรือถึงกับหยาบคาย แต่รัฐบาลไม่ควรใช้ มาตรา 112 ในการดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะนายกรัฐมนตรีเคยกล่าวว่า พระมหากษัตริย์มีพระราชประสงค์ไม่ทรงให้ใช้มาตรา 112 ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะใช้มาตรา 112 อีก จะถูกตีความได้ว่า ท่านทรงเปลี่ยนพระราชประสงค์ และอาจจะทำให้เกิดปัญหาระหว่างประชาชนที่เรียกร้องเรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ กับสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ และแก้ปัญหา ไม่ใช่ทำให้เกิดปัญหาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้นเช่นนี้ และดังนั้น ต้องใช้วิธีแก้ปัญหาแบบอื่น ไม่ใช่การใช้มาตรา 112&amp;quot;&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39; ซัดกลับ &amp;#39;ถาวร&amp;#39; ใช้การเมืองเก่าโหนสถาบัน ใช้ ม.112 ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น
	&amp;#39;ถาวร&amp;#39; ท้า &amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39; ฟ้องศาลพิสูจน์ความจริง&amp;nbsp;
	เกมตื้นๆ &amp;#39;ปารีณา&amp;#39; ชี้เปรี้ยง 3 นิ้วยิงกันเอง หวังสร้างสถานการณ์
	แห่แชร์คลิป &amp;#39;อย่าให้สื่อรู้ ถ้าสื่อรู้เราเสียกันหมด&amp;#39; หลังเกิดเหตุยิงปืน-ปาระเบิดปิงปอง
	&amp;#39;เต้&amp;#39; เปิดใจเหตุถอนตัวพ้นพรรคร่วมรัฐบาล &amp;#39;มองไม่เห็นอนาคต การที่พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อไป&amp;#39;
	&amp;#39;เทพมนตรี&amp;#39;แฉ&amp;#39;ส.ศิวรักษ์&amp;#39;เนรคุณ&amp;#39;ในหลวง&amp;#39;คนเยี่ยงนี้ตายไปก็มีแต่คนสาปแช่ง!
	รุ่นใหญ่มาแล้ว! &amp;#39;สมศักดิ์ โกศัยสุข&amp;#39; ยิงคำถามตีแสกหน้าเป็น &amp;#39;ปราชญ์&amp;#39; หรือ &amp;#39;เปรต&amp;#39;
	&amp;#39;เต้&amp;#39; เปิดใจเหตุถอนตัวพ้นพรรคร่วมรัฐบาล


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85096</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, มาตรา112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8ef9c8dcf13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
