<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอนช.ชี้แม่น้ำสายหลักทั่วปท.มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นยกเว้นภาคเหนือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64-&amp;nbsp; เพจกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 6 ต.ค. 64 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp; แม่น้ำสายหลักทั่วประเทศ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ยกเว้นภาคเหนือมีแนวโน้มลดลง&amp;nbsp; ปริมาณน้ำทั้งประเทศ 55,808 ล้าน ลบ.ม. (68%) แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 49,098 ล้าน ลบ.ม. (69%) เฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 5 แห่ง เฝ้าระวังน้ำมาก จำนวน 16 แห่ง (บึงบอระเพ็ด อ่างฯ แม่มอก อ่างฯ แควน้อยบำรุงแดน อ่างฯ ทับเสลา อ่างฯป่าสักชลสิทธิ์ อ่างฯกระเสียว อ่างฯ จุฬาภรณ์ อ่างฯ อุบลรัตน์ อ่างฯ ลำตะคอง อ่างฯ ลำพระเพลิง อ่างฯ มูลบน อ่างฯ ลำแซะ อ่างฯ ลำนางรอง อ่างฯ ขุนด่านปราการชล อ่างฯ นฤบดินทรจินดา และอ่างฯ หนองปลาไหล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอนช. ติดตามสถานการณ์น้ำหลากจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ ในช่วงวันที่ 23 ก.ย. - 6 ต.ค. 64 พบว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีพื้นที่ประสบอุทกภัย รวม 32 จังหวัด 208 อำเภอ 1,130 ตำบล 7,618 หมู่บ้าน 298,901 ครัวเรือน โดยล่าสุดสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 16 จังหวัด ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ 16 จังหวัด 74 อำเภอ 410 ตำบล 2,176 หมู่บ้าน 101,005 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านมา กอนช. ได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำรวมทั้งได้ วิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ&amp;nbsp; กรมอุตุนิยมวิทยา สสน. กรมชลประทาน กรุงเทพมหานคร จังหวัดและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฯลฯ ในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ โดยการตรวจสอบอ่างเก็บน้ำ อาคารบังคับน้ำ แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมทั้งเตรียมแผนเผชิญเหตุ บุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อบูรณาการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที โดยมีการสื่อสารแจ้งเตือนอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปรับแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดผลกระทบความรุนแรงของอุทกภัยและให้สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118932</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอนช., ปริมาณน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d11287aed6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือน’ชาวขอนแก่น’เตรียมรับน้ำจากชัยภูมิในอีก 2 วัน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;ที่ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบปริมาณน้ำล่าสุดพบว่า เขื่อนอุบลรัตน์มีปริมาณน้ำไหลเข้าพื้นที่วันเดียวมากถึง 74 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ขณะนี้ระดับน้ำในความจุอ่างมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นและมวลน้ำจากลุ่มน้ำพรม-เชิญ ที่มีการระบายน้ำจากเขื่อนจุฬาภรณ์ ผ่าน อ.ชุมแพ-หนองเรือและไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ตามแผนการบริหารจัดการน้ำและการระบายน้ำนั้นมีระดับที่เพิ่มขึ้นประกอบกับน้ำค้างทุ่งได้ไหลมาตามลำน้ำและเส้นทางน้ำอย่างต่อเนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาตลอดทั้งช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้จังหวัดดั่งการให้มีการตรวจความมั่นคงแข็งแรง ทั้งในส่วนของประตูระบายน้ำ อ่างเก็บน้ำ รวมไปถึงเขื่อนกั้นริมตลิ่งต่างๆ ซึ่งล่าสุดมีรายงานจากโยธาธิการจังหวัดว่า เขื่อนกั้นริมตลิ่งของแนวแม่น้ำพอง ที่ ต.บึงเนียม ทรุดตัวลง 1 จุด ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการเสริมคันดินและแก้ไขสถานการณ์จนแล้วเสร็จและพร้อมรับมือมวลน้ำที่จะไหลผ่านพื้นที่ จ.ขอนแก่นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จังหวัดยังคงเน้นย้ำ 3 มาตรการสำคัญ คือการเน้นหนักในเรื่องของการคมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะ ถ.มิตรภาพ และ ถ.มะลิวัลย์ ที่หากมีสถานการณ์น้ำท่วม พื้นที่อำเภอที่รับผิดชอบจะต้องเร่งกู้ถนนให้กลับคืนมาเป็นสิ่งเร่งด่วน ซึ่งจะต้องทำแนวกั้นน้ำ หรือการเจาะเกาะกลางถนนหรือการผันน้ำไปในจุดใดก็สามารถดำเนินการได้ทันที ตามด้วยเส้นทางถนนสายรอง ที่หากประเมินแล้วสามารถกู้คืนกลับมาได้ก็ขอให้ทำทันที แต่ประเด็นที่พบคือการระบายน้ำผ่านที่ดินส่วนบุคคลส่วนใหญ่เจ้าของทีไม่ยินยอม ทำให้การดำเนินงานต้องหยุดชะงักซึ่งมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วที่ อ.ชุมแพ ขณะเดียวกันการกำหนดพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง คนสูงอายุ ที่จะต้องอพยพออกมาไว้ในจุดที่อำเภอและจังหวัดได้จัดเตรียมไว้ทันทีเราจะให้เกิดการสูญเสียกับคนขอนแก่นไม่ได้ ซึ่งขณะนี้พื้นที่อำเภอที่เกิดน้ำท่วมขังโดยเฉพาะ อ.มัญจาคีรี ได้มีการจัดตั้งโรงครัวสภากาชาดไทยในการให้บริการอาหารกับผู้ประสบภัยทั้ง 3 มื้อแล้วและสุดท้ายคือพื้นที่ทางการเกษตรที่จะต้องเร่งสำรวจและตรวจสอบความเสียหายหากจะต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตก็ให้ประสานขอรับการสนับสนุนกำลังพลจากหน่วยงานของรัฐได้โดยทันทีเช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า อ.มัญจาคีรี ที่ขณะนี้ยังคงเกิดน้ำท่วมจังในเขตเมืองและขยายตัวเป็นวงกว้างซึ่งมีผลมาจากน้ำในแม่น้ำชีที่สูงขึ้น ประกอบกับน้ำค้างทุ่งและมวลน้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาซึ่งได้ไหลมาบรรจบกัน ทำให้ขณะนี้การบริหารจัดการเหตุการณ์ได้ส่งเรือท้องแบน 8 ลำ และรถบรรทุกจาก มทบ.23 รวม 2 คันประจำการในพื้นที่ตลอดทั้ง 24 ชม.เพื่อเร่งอพยพประชาชนออกมาไว้ในจุดที่ปลอดภัยพร้อมกันกับการจัดสายตรวจทางน้ำคอยรักษาความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ตลอดทั้ง 24 ชม. อย่างไรก็ตามจากกาคาดการณ์พบว่ามวลน้ำก้อนใหญ่จาก จ.ชัยภูมิ ที่จะไหลเข้าสู่ขอนแก่น ตามเส้นทางการระบายน้ำต้นทางจากชัยภูมิผ่านขอนแก่นเข้ามหาสารคาม-ร้อยเอ็ด และไหลลงแม่น้ำมูล ที่ จ.ยโสธร และ ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่ จ.อุบลราชธานี นั้นพบว่า มวลน้ำก้อนใหญ่จะมาถึงขอนแก่นในอีก 2 วันต่อจากนี้จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เส้นทางน้ำและตามแนวแม่น้ำชีเตรียมการรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์ในระยะนี้อย่างเข้มงวดด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118190</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์  จังตระกุล, ปริมาณน้ำ, ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, เขื่อนอุบลรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153dc582a57b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 17:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมชลฯคาด 2เดือน สุดท้ายฤดูฝน น้ำชุ่มฉ่ำ สามารถใช้และเก็บสำรองได้เพียงพอ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6ก.ย.64-นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ภายใต้แผนบริหารจัดการน้ำฤดูฝน 2564ที่กรมชลประทานดำเนินการอยู่เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีปริมาณน้ำใช้อย่างเพียงพอนั้นได้ดำเนินการในหลายส่วนไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการโดยกรมชลประทานเอง หรือการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานของกรมชลประทานด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการให้เพียงพอทั่วถึงและเป็นธรรม รวมทั้งการสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาและการบริหารจัดการน้ำในระดับพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อธิบดีกรมชลฯ กล่าวต่อว่า ปริมาณฝนที่เกิดขึ้นทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางรวม &amp;nbsp;ภายใต้การดูแลของกรมชลประทานทั้ง 447 แห่ง ขณะนี้มีปริมาณน้ำ 38,931 ล้าน ลบ.ม คิดเป็น 51% ของความจุอ่างฯ เป็นน้ำใช้การเพียง 15,001 ล้านลบ.ม. ซึ่งถือว่ามีปริมาณน้ำน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ ทางกรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำในเขื่อน เพื่อให้ประชาชนภาคการเกษตรมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ &amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และพื้นที่ภาคเหนือในบางโซน &amp;nbsp;ตลอดจนพื้นที่ภาคกลางลุ่มเจ้าพระยา ที่ยังมีความต้องการน้ำอยู่แม้จะมี 4 เขื่อนใหญ่อย่างเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ &amp;nbsp; เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพราะบางพื้นที่อยู่นอกเขตชลประทาน &amp;nbsp;ต้องอาศัยน้ำฝนเพื่อใช้ในการเกษตรและชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเมื่อเทียบเมื่อปีที่แล้วมีน้ำน้อยกว่าปีนี้ถึง 1,273 ล้าน ลบ.ม.แต่ยังทำให้เกษตกรที่ปลูกข้าวนาปีในลุ่มน้ำเจ้าพระยามากกว่าปี 2563 ประมาณ 25%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะเดียวกันปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกข้าวนาปี 16.83 ล้านไร่ ดำเนินการไป 14.28 ล้านไร่ มีการเก็บเกี่ยวอยู่1.91 ล้านไร่ ที่ผ่านมากรมชลประทานให้หาวิธีเพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอในช่วงหน้าแล้ง &amp;nbsp;โดยได้ขอความร่วมมือเกษตรกรในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้ง 22 จังหวัด &amp;nbsp;ที่ทำการเพาะปลูกข้าวนาปีไปแล้ว &amp;nbsp;ให้ใช้น้ำฝนเป็นหลัก ใช้น้ำชลประทานเสริมและบริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับเกษตรกรที่ทำการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีไปแล้วได้ขอความร่วมมือให้งดทำการเพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่องพร้อมกำชับให้ปฏิบัติตามมาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนปี 2564 อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา &amp;nbsp;ได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำและการใช้น้ำระหว่างทาง พร้อมทั้งได้ประสานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ในการพิจารณาการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำของลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งทางสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา (สบอ.)ได้ปรับการระบายเข้าคลองตามความต้องการใช้น้ำ และปรับระบายเขื่อนเจ้าพระยาให้เหมาะสมกับท้ายน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของฤดูฝน กรมชลประทานคาดว่าประชาชนจะมีน้ำสำหรับใช้อย่างเพียงพอและสามารถเก็บกักน้ำสำรองเพื่อใช้ในฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง &amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังได้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝน 10 มาตรการของรัฐบาลเพื่อลดผลกระทบไม่ให้ไปซ้ำเติมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;quot;อธิบดีกรมชลประทานกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ จากการติดตามสภาพภูมิอากาศของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) พบว่า ในเดือนกันยายนพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นเกือบทั่วไปเฉลี่ย 60-80% ของพื้นที่ &amp;nbsp;กรมชลประทานได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปประจำพื้นที่เสี่ยง รวมถึง &amp;nbsp;เตรียมความพร้อมของเครื่องจักรด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เพราะบทบาทของกรมชลประทานนั้นมากกว่าการบริหารจัดการน้ำ แต่เป็นการบริหารความยั่งยืนให้กับประเทศโดยพัฒนาแหล่งน้ำทั่วประเทศเพื่อให้เกษตรกรและประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด มีน้ำกิน น้ำใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และมีน้ำเพียงพอสำหรับใช้ในภาคการเกษตร และอุตสาหกรรมโดยกรมชลประทานทำงานภายใต้แนวคิด RID TEAM เราจะก้าวไปด้วยกันและยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี(พ.ศ. 2561 &amp;ndash; 2580)&amp;rdquo; นายประพิศ กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115814</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฤดูฝน, กรมชลประทาน, นายประพิศ จันทร์มา, ปริมาณน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135f01e90316.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2019 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2019 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลห่วงอีสานแล้งหนัก!เผย 7 เขื่อนน้ำลดฮวบ-วอนใช้อย่างประหยัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย. 62 &amp;ndash;  พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้ง ว่า ตอนนี้เรามีปริมาณน้ำในเขื่อนโดยรวมอยู่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าดี แต่ถ้าดูลงในรายละเอียด จะพบว่าเขื่อนบางแห่งมีน้ำมาก บางแห่งมีน้ำน้อย และสิ่งที่น่าระมัดระวังคือพบว่าจำนวนเขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของความจุทั้งหมดนั้น มี 20 เขื่อน หมายความว่าการบริหารจัดการน้ำในแต่ละเขื่อนจะต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น ส่วนปริมาณน้ำที่มีน้อยในขณะนี้เทียบเคียงได้กับเมื่อปี 2558 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสาน โดยมี 7 เขื่อนที่มีน้ำน้อยมาก โดยการที่น้ำในเขตชลประทานลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะมีการปลูกพืชผลทางการเกษตรจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าว ประมาณ 1.3 ล้านไร่ ซึ่งทำให้ต้องใช้น้ำจำนวนมากไปดูแลพืชผล เพื่อไม่ให้เกษตรกรเสียประโยชน์ ส่วนพื้นที่นอกเขตชลประทานมีการปลูกพืชจำนวนมากเกินเช่นกัน ประมาณ 1.4 แสนไร่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น ผมได้ประชุมและกำหนดแนวทางกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วว่าต้องจัดลำดับการบริหารจัดการน้ำใหม่ทั้งหมด โดยต้องระมัดระวังไม่ควรให้มีการปลูกพืชในช่วงฤดูแล้งนี้ แต่ถ้าพื้นที่ใดมีการปลูกพืชแล้ว ก็ต้องพยายามดูแลให้ดี ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงการรักษาระบบนิเวศด้วย รวมถึงต้องไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค และดูแลเรื่องน้ำสำหรับภาคอุตสาหกรรมด้วย ถ้าพื้นที่ใดที่มีน้ำในผิวดินและน้ำใต้ดินไม่เพียงพอ ต้องมีการขนน้ำมาจากแหล่งน้ำอื่นไปช่วยประชาชน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รองนายกฯ &amp;nbsp;คาดการณ์ว่าในฤดูแล้งนี้พอจะผ่านไปได้ เพราะยังคงมีพื้นที่ 10 อำเภอใน 4 จังหวัดซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง แต่ต้องระวังเรื่องของฤดูฝนที่กำลังจะมา แม้กรมอุตุนิยมวิทยาจะประเมินว่าจะมีฝนตกในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน พ.ค.นี้ แต่เรายังไม่ค่อยไว้วางใจ เพราะข้อมูลจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. และข้อมูลที่เกี่ยวกับการพยากรณ์อากาศของต่างประเทศ มีความเห็นตรงกันว่าในปี 2562 มีโอกาสที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งถ้ามาเกิดในประเทศไทย จะทำให้เรามีปริมาณฝนน้อย ส่งผลให้เราต้องระมัดระวังอย่างเต็มที่ในเรื่องของน้ำในพื้นที่เขตชลประทานและพื้นที่นอกเขตชลประทาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้ได้ขอร้องประชาชนทั่วไปใช้น้ำอย่างประหยัดและระมัดระวัง นอกจากนี้ ได้สั่งการส่วนราชการต่างๆด้วยว่าให้นำรูปแบบเมื่อปี 2558 ที่มีปริมาณน้ำน้อยเช่นกัน มาใช้แก้ปัญหาเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตภัยแล้งไปได้ อย่างไรก็ตาม หลังผ่านช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้ว ตนจะไปลงพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ง เพื่อกำกับดูแลการแก้ปัญหานี้อย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เมื่อถามว่าการใช้น้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีผลกระทบในเรื่องการใช้น้ำโดยรวมหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ไม่มีผลกระทบ เพราะช่วงเทศกาลสงกรานต์ประชาชนส่วนใหญ่ใช้น้ำในแหล่งน้ำที่มีอยู่แล้ว แต่ขอให้ประชาชนทุกคนใช้น้ำอย่างระมัดระวังด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33548</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเกษตรกรรม, ปริมาณน้ำ, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, ฤดูร้อน, แล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a447d8e857.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
