<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้ผ้า&#039;ธนาธร&#039;สร้างภาพหาเสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;Blind Trust&amp;rdquo; ธนาธรฆ่าตัวเองซะแล้ว &amp;nbsp; นักวิชาการชำแหละแค่พีอาร์ไม่มีผลทางกฎหมาย โลกออนไลน์เปิดเอ็มโอยูไม่ตรงกับที่เจ้าตัวแถลงเพราะเป็นแค่หลักการตามกฎหมายจัดการหุ้นรัฐมนตรี &amp;ldquo;ธีระชัย-กรณ์&amp;rdquo; รุมสับ ชี้ไม่เชื่อป้องผลประโยชน์ทับซ้อนได้เพราะเป็นหุ้นกงสี ซ้ำร้ายมองไม่เห็นยิ่งน่ากลัว แนะแน่จริงต้องขายทิ้ง &amp;ldquo;ศรีสุวรรณ&amp;rdquo; ฟ้อง กกต.แล้วโม้เกินจริงหวังสร้างภาพลวงคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ยังคงมีกระแสกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้แถลงถึงการจัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด ดูแลทรัพย์สินในรูปแบบ Blind Trust มูลค่า 5,000 ล้านบาท และนายธนาธรได้แถลงเรื่องดังกล่าวว่า หนึ่งในข้อสัญญาที่จะเขียนไว้คือไม่ซื้อหุ้นไทยทุกตัวเพื่อจำกัดข้อครหาว่านโยบายที่ออกไปจะไม่เอื้อผลประโยชน์ให้ และกำหนดว่า 3 ปีหลังจากออกจากตำแหน่งจะได้กรรมสิทธิ์กลับมาเป็นของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในโลกออนไลน์ได้มีการนำเอ็มโอยูดังกล่าวของนายธนาธรมาเผยแพร่กันอย่างมาก และพบว่าไม่ตรงกับที่นายธนาธรกล่าวอ้างแต่ประการใด เพราะในเอ็มโอยูดังกล่าวในเรื่องการจัดการทรัพย์สินก็ไม่ได้มีการระบุมูลค่าไว้ แต่ที่สำคัญคือ ในข้อ 2.4 เรื่องการจัดการทรัพย์สินนั้นได้แบ่งเป็น 2 กรณี คือกรณีเป็น ส.ส.ก็ระบุเพียงว่าห้ามมิให้จัดการทรัพย์สินของลูกค้าโดยการลงทุนเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ตลอดจนกิจการอื่นอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และกรณีดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีก็กำหนดว่า ห้ามมิให้จัดการทรัพย์สินที่กำหนดไว้สำหรับกรณีเป็น ส.ส.ทุกประการ และห้ามมิให้คงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทต่อไปตามตามจำนวนที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด&amp;nbsp;
ทั้งนี้ เนื้อหาเอ็มโอยูไม่ได้มีความแตกต่างหรือพิเศษไปจากพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนหรือหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ.2543 แต่ประการใด และที่สำคัญก็ไม่มีการกำหนดเวลา 3 ปีตามที่นายธนาธรได้แถลงไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกริกฤทธิ์ เชาว์ปัญญานนท์ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โพสต์เฟซบุ๊กอธิบายและวิเคราะห์เอ็มโอยูว่า เป็นบันทึกที่บอกว่าจะเข้าทำสัญญา แปลว่ายังไม่มีการทำตอนนี้ ยังไม่มีผลอะไร ไม่มีผลเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน ไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย ซึ่งถ้านายธนาธรไม่ได้รับเลือกตั้งเอ็มโอยูนี้ก็ไม่มีผลอะไร และถ้านายธนาธรได้เป็น ส.ส. แล้วเปลี่ยนใจไม่ทำสัญญาฉบับเต็มตามเอ็มโอยูนี้ก็ไม่มีผลบังคับอะไร และในสัญญาฉบับจริง อาจไม่นำมาแสดงต่อสาธารณะ ด้วยเงื่อนไขความลับของผู้ให้บริการก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อ่านดูแล้วข้อความสวยงามดี แต่ยังไม่เห็นข้อความที่แสดงความรับผิดชอบ ถ้าไม่ทำตามเอ็มโอยูก็แค่เอกสารประชาสัมพันธ์ความเป็นเทพบุตรของตัวเอง โดยไม่มีผลบังคับตามกฎหมายนั่นแหละ&amp;rdquo; นายเกริกฤทธิ์ระบุ
หุ้นกงสีป้องทับซ้อนไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) โพสต์เฟซบุ๊กในเรื่องนี้ว่า ไม่สามารถแก้ปัญหาประโยชน์ทับซ้อนได้จริงกรณีเป็นธุรกิจครอบครัว เช่น ประธานาธิบดีทรัมป์โอนหุ้นในบริษัททรัมป์ที่เดิมอยู่ในชื่อของตนเข้าไปในกอง Blind Trust นั้น ถึงกติกากำหนดว่า ผู้บริหารกอง Blind Trust จะเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องการลงทุนทรัพย์สินส่วนนี้แทนทรัมป์ก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติ ในฐานะผู้ถือหุ้น วันเดียวที่จะมีอำนาจคือวันประชุมผู้ถือหุ้น คือจะออกเสียงอะไรก็ไม่ต้องไปถามทรัมป์ ส่วนวันอื่นไม่มีอำนาจอะไรเลย เขาจะมีอำนาจมากขึ้น ถ้าหากผู้ถือหุ้นอื่นในครอบครัวเลือกให้ไปเป็นกรรมการบริษัทแทนทรัมป์ แต่ก็ไม่มีกติกาใดที่บังคับเรื่องนี้ นอกจากนี้ ต่อให้เข้าไปเป็นกรรมการก็มีเพียงเสียงเดียวในคณะกรรมการเท่านั้น ส่วนในทางทฤษฎีที่เขามีสิทธิที่จะขายหุ้นในบริษัททรัมป์ออกไป และเอาเงินที่ได้ไปลงทุนอื่นแทนนั้น ในทางปฏิบัติก็ไม่มีวันเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณีทรัพย์สินของนักการเมืองเป็นหุ้นในกิจการครอบครัว นอกจากไม่สามารถป้องกันประโยชน์ทับซ้อนได้จริงแล้ว ยังจะมีปัญหาอีกด้วย เนื่องจากมีภาพภายนอกเสมือนว่ามีเกราะป้องกัน นักการเมืองจึงอาจแอบส่งผ่านข้อมูล เพื่อให้กิจการครอบครัวรู้ข้อมูลภายในก่อน และปรับตัวได้ก่อนคู่แข่ง รวมทั้งนักการเมืองอาจออกนโยบายที่เป็นประโยชน์แก่กิจการครอบครัว โดยทำทีว่าตนเองไม่รู้ว่านโยบายจะมีผลออกมาเช่นนั้น ดังนั้น ในกรณีกิจการครอบครัว ป.ป.ช.จึงต้องคิดอ่านกำหนดข้อบังคับให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกิจที่ละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะการทำธุรกรรมกับภาครัฐ และที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของรัฐ เพื่อให้สื่อมวลชนและภาคประชาชนติดตามป้องปรามประโยชน์ทับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง&amp;rdquo;นายธีระชัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีต รมว.การคลัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันในหัวข้อ &amp;ldquo;ยิ่งมองไม่เห็น ยิ่งตรวจสอบไม่ได้&amp;rdquo; ระบุถึงการแถลงข่าวเรื่อง blind trust ของนายธนาธรว่าเป็นครั้งแรกที่มีการทำเช่นนี้ เป็นการอ้างไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เคยมีนักการเมืองอีกหลายท่าน รวมทั้งตนเองเคยทำมาก่อนแล้ว ส่วนเรื่อง Blind Trust นั้น ยังไม่มีจริงในไทย เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะฉะนั้นที่นายธนาธรลงนามไปนั้นไม่ใช่ blind trust และไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คุณธนาธรได้โอนทรัพย์สินให้สถาบันการเงินดูแล อันนี้หลายคนน่าจะเคยทำเหมือนกัน ผมก็เคยและวันนี้ก็ยังมีอยู่ โดยที่ผมก็ได้ลงนามสัญญาให้เขาบริหารโดยอิสระเช่นเดียวกัน และผมเองเคยมี Trust อยู่ที่ต่างประเทศ และรายงานรายละเอียดทั้งหมดกับ ป.ป.ช.ตามกฎหมาย แต่หลายปีมาแล้วได้ตัดสินใจทำสวนทางกับที่คุณธนาธรพยายามทำคือ ผมยกเลิก Trust ที่มีอยู่ เพราะคิดว่าความโปร่งใสสำคัญกว่า&amp;rdquo;นายกรณ์ระบุ
ฟ้อง กกต.โม้สร้างภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรณ์โพสต์อีกว่า ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในสิ่งที่นายธนาธรได้ประกาศคือ ไม่ใช่ว่าเป็นคนแรกหรือไม่ แต่ที่บอกว่าทรัพย์สินที่โอนไปนี้จะมองไม่เห็น เพราะเมื่อทุกคนบอดสนิทกับข้อเท็จจริงว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้าง การตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจะเกิดขึ้นไม่ได้ จริงๆ แล้ววิธีที่ชัดเจนที่สุดที่จะปลดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนคือการขายขาด แต่อย่าขายให้นอมินีกันอีก แต่หากไม่ขาย วิธีที่ดีที่สุดคือเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะว่าเรามีทรัพย์สินอะไรบ้าง เพื่อให้มีการตรวจสอบได้ และที่ไม่ควรคือการโอนเข้าไปในที่ที่มองไม่เห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่ากรณีนายธนาธรแถลงข่าวโอนทรัพย์สินไปให้กองทุน หรือ trust เป็นผู้ดูแล โดยแอบอ้างว่า เป็นนักการเมืองคนแรกที่ได้ดำเนินการในเรื่องนี้ ด้วยความสมัครใจ ไม่มีใครมาบังคับ ว่าข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างที่นายธนาธรได้นำเสนอ เพราะกฎหมายบังคับว่าต้องทำ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ การที่กฎหมายกำหนดว่าต้องโอนหุ้นให้กองทุนดูแลมีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 และมีนักการเมือง 14-15 คนแล้วที่โอนหุ้นให้กองทุนดูแล ไม่ใช่นายธนาธรเป็นคนแรก และที่นายธนาธรทำ เพราะกฎหมายบังคับ ไม่ได้สมัครใจ ไม่ได้สร้างบรรทัดฐานคนรุ่นใหม่ เพราะตามรัฐธรรมนูญปี 2560 หมวด 9 มาตรา 187 ที่กำหนดว่ารัฐมนตรีต้องไม่มีหุ้นส่วน หรือถือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนของบริษัท และต้องไม่เป็นลูกจ้างของผู้ใด และหากประสงจะได้รับประโยชน์ ก็ให้แจ้งต่อ ป.ป.ช.ทราบ และโอนหุ้นให้แก่นิติบุคคล ซึ่งจัดการทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่คุณธนาธรออกมาแถลงอวดอ้างความดีในเรื่องดังกล่าว เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 อนุ 5 ในเรื่องการจูงใจ หลอกลวง ให้เข้าใจ ในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เป็นการสร้างประเด็น เพื่อให้เกิดความนิยมในตัวคุณธนาธร มีเจตนาสร้างภาพลักษณ์ของตนเองให้ดูดีกว่านักการเมืองคนอื่นๆ เพื่อหวังผลทางการเมือง ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ล่วงรู้ความจริงอาจหลงผิดไปเชื่อถ้อยแถลงของนายธนาธร โดยฐานความผิดตามมาตรา 73 ต้องจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับ 20,000- 200,000 บาท และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า การโอนทรัพย์สินเข้าไปไว้ใน Blind Trust เป็นการบริหารจัดการทรัพย์สินปกติเหมือนกองทุนต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้น ซึ่งต้องขออนุญาตจาก ก.ล.ต. โดยเฉพาะเรื่องรายได้ ผลประโยชน์ผลตอบแทน จากการโอนทรัพย์สินไปไว้ในกองทุน ผู้ที่บริหารจัดการต้องทำหน้าที่นำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษี เงินปันผลทุกประเภท&amp;nbsp;
เรื่องปกติตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและส่งเสริมความรู้ผู้ลงทุน สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวว่า การที่บุคคลทั่วไปประสงค์จะจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคลเพื่อการบริหารจัดการทรัพย์สินก็สามารถทำได้ โดยแต่งตั้งบริษัทที่มีใบอนุญาตจัดการ แต่หากเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งรัฐมนตรี การดำเนินการในลักษณะดังกล่าวต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนหรือหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ.2543&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายธนาธรได้ลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.สุราษฎร์ธานีและกระบี่ โดยยืนยันว่า มีความมั่นใจว่าพรรคจะมี ส.ส.เขตในพื้นที่ภาคใต้แน่นอน และเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงในภาคใต้ เพราะมีแต่พรรคเท่านั้นที่มีเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจนว่าจะหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. พร้อมนำอำนาจกลับคืนสู่มือประชาชน ขจัดรัฐราชการรวมศูนย์ ซึ่งจะผลักดันประเทศไทยออกไปให้พ้นจากทั้ง คสช.และการเมืองแบบเก่าได้
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค.ลงพื้นที่ภาคอีสาน โดยได้เดินสายปราศรัยถึง 5 เวทีรวด ซึ่งแทบทุกเวทีมีประชาชนจำนวนมากมารอต้อนรับ ฟังการปราศรัย และขอถ่ายรูปด้วย โดยบรรยากาศคึกคักเป็นอย่างยิ่ง โดยนายปิยบุตรระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นเวทีไหนก็ได้ดอกดาวเรืองเต็มคอ ผ้าขาวม้าเต็มเอว นั่นแสดงว่าพ่อแม่พี่น้องชาวอีสานต้องการความเปลี่ยนแปลง ต้องการอนาคตใหม่ ซึ่งเราได้เตรียมนโยบายสำหรับคนอีสานไว้โดยเฉพาะ นั่นคือนโยบายที่เรียกว่าอีสานคืนถิ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนอีสานมีความสามารถ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เหมือนมีก้อนหินใหญ่ๆ กดทับไว้ เหมือนมีแอกติดคอคนอีสานไว้ ทำให้ยืนตรงไม่ได้ พรรคเราจะทำให้ดูว่ามีวิธีการฟื้นชีวิตคนอีสานอย่างไร เราจะพาคนอีสานคืนถิ่นได้อย่างไร จึงขอโอกาสพ่อแม่พี่น้องคนอีสาน ขออาสาจะเข้าไปยกก้อนหินและปลดแอกเหล่านี้ เพราะเชื่อว่าถ้าปลดปล่อยศักยภาพของคนอีสาน เท่ากับปลดปล่อยศักยภาพประเทศไทย&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31773</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล, ปริย เตชะมวลไววิทย์, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกริกฤทธิ์ เชาว์ปัญญานนท์, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c9100aaef869.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
