<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 22:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 22:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ธนาคารน้ำใต้ดิน&quot;กู้วิกฤตปัญหาน้ำแล้ง น้ำเค็ม &quot;สวนมะม่วง&quot;บนผืนทราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ยังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำซากในเกือบทุกพื้นที่ในประเทศไทย &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ภาครัฐ และหลายองค์กร มีความตื่นตัวในการแก้ปัญหาอย่างมาก &amp;nbsp;โดยเฉพาะปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้งนั้น เป็นเรื่องทุกข์ยากแสนสาหัสของชาวบ้าน ไม่แตกต่างจากการเจอปัญหาน้ำท่วม เพราะภัยแล้งนับวันจะกินระยะเวลายาวนานขึ้นเรื่อยๆ ตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก
.
และโครงการการบริหารจัดการน้ำใต้ดิน หรือธนาคารน้ำใต้ดิน นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแกัปัญหาภัยแล้ง และเป็นแนวคิดที่มาแรงในในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยการริเริ่มของพระนิเทศศาสนคุณ (หลวงพ่อสมาน สิริปัญโญ) ที่นำเอาแนวคิดการเก็บน้ำไว้ใต้ดินจากประเทศสหรัฐอเมริกามาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มักมีปัญหาน้ำท่วมหนักในฤดูฝนและแล้งมากในฤดูร้อน หลักการคือการเติมน้ำลงไปเก็บไว้ใต้ดินและนำออกมาใช้ได้เมื่อยามต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.) โดยศูนย์วิศวกรรมสารสนเทศภูมิศาสตร์และนวัตกรรม (KGEO) ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์เพื่อมาตรฐานและอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์ มจธ.เป็นหน่วยงานที่ให้บริการงานวิชาการและองค์ความรู้ด้านสารสนเทศภูมิศาสตร์เป็นหลัก ได้นำองค์ความรู้ด้านสารสนเทศภูมิศาสตร์ ผสานกับวิธีการทำธนาคารน้ำใต้ดิน &amp;nbsp;เข้าไปช่วยจัดการเรื่องน้ำใต้ดินนี้มาแล้วที่จังหวัดนครพนม เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในพื้นที่จนประสบผลสำเร็จมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวนมะม่วงของชาวเนินพระ ที่อยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ล่าสุด มจธ.ได้ร่วมมือกับ บริษัทพีทีที โกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ &amp;nbsp;PPTGC &amp;nbsp;เทศบาลเมืองมาบตาพุด &amp;nbsp;ทำธนาคารน้ำใต้ดิน ให้กับชาวบ้านต.เนินพระ เทศบาลเมืองมาบตาพุด จ.ระยอง เพื่อช่วยชาวสวนมะม่วงที่ปลูกบนผืนทราย &amp;nbsp;จากปัญหา น้ำท่วม น้ำแล้งและน้ำเค็ม โดยตั้งเป้าทำระบบน้ำใต้ดินให้กับชาวบ้าน จำนวน 20บ่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ปริเวท วรรณโกวิท หัวหน้าศูนย์วิศวกรรมสารสนเทศภูมิศาสตร์และนวัตกรรม (KGEO) มจธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;quot; ระบบกักเก็บน้ำใต้ดิน หรือธนาคารน้ำใต้ดิน ไม่เพียงช่วยชะลอน้ำท่วม ช่วยกักเก็บน้ำ ในฤดูแล้ง แต่ยังช่วยลดความเค็มและเพิ่มความชุ่มชื้นให้หน้าดินในสวนมะม่วงของชาวสวนในพื้นที่เทศบาลเมืองมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง การร่วมมือนี้ GC สนับสนุนเงินทุน วัสดุหินถมและการขนส่งส่วนทางเทศบาลฯ &amp;nbsp;สนับสนุนเรื่องการประสานพื้นที่&amp;nbsp;เครื่องมือ อุปกรณ์ เช่น รถแม็คโครเพื่อใช้ในการขุด ขณะที่ &amp;nbsp;มจธ. สนับสนุนองค์ความรู้เข้าไปช่วยวิเคราะห์และสำรวจพื้นที่เหมาะสมสำหรับทำบ่อกักเก็บน้ำในแต่ละสวน เนื่องจากเกิดภาวะน้ำท่วมสวนมะม่วงในหน้าฝนและในหน้าแล้งมะม่วงก็ยืนต้นตาย&amp;rdquo; ดร.ปริเวท วรรณโกวิท หัวหน้าศูนย์วิศวกรรมสารสนเทศภูมิศาสตร์และนวัตกรรม (KGEO) มจธ. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารน้ำใต้ดิน สวนมะม่วงของบุญส่ง บุญยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปัญหาเรื่องน้ำของขาวสวนมะม่วงที่ต.เนินพระ ที่มีพื้นที่โดยรวมกว่า 121 ไร่ &amp;nbsp;มาจากการที่สวนมะม่วงแห่งนี้มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากสวนอื่นๆ ตรงที่ปลูกบนที่ดินที่เป็นผืนทราย เพราะพื้นที่แห่งนี้อยู่ติดกับทะเล ในอดีต70-80ปีที่แล้ว เคยปลูกพุทธาสายพันธุ์บอมเบย์ แต่เมื่อพุทธาสายพันธุ์นี้ไม่ได้รับความนิยม ราคาถูก ชาวบ้านจึงหันมาปลูกมะม่วงแทน แต่ก็มีปัญหาตรงที่มะม่วงสายพันธุ์ต่าง ๆ เติบโตได้่ไม่ค่อยดีนัก เพราะที่ตรงนี้เป็นทรายล้วนๆ &amp;nbsp;แต่ลุงชวน วงษ์เนิน ชาวบ้านที่นี่ สังเกตุเห็นว่าในพื้นที่ของตนมีมะม่วงป่าขึ้นเต็มไปหมด ทำไมมะม่วงเหล่านี้ จึงอยู่รอดได้ไม่ตาย ออกดอกออกผลได้ดี โดยไม่ต้องรดน้ำ จึงคิดนำมะม่วงสายพันธุ์อื่น ที่มีขายกันตามท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นเขียวเสวย น้ำดอกไม้ อกร่อง มาเสียบยอด กับตอของต้นมะม่วงป่า ซึ่งพบว่าต้นแข็๋งแรงเติบโต ส่วนผลผลิตที่ได้มีรสชาติหวานอร่อย ผิวภายนอกละเอียด &amp;nbsp;สวย ไม่อมน้ำ มีความกรอบและรสชาติที่ดี แตกต่างจากมะม่วงที่ปลูกบนดิน ล่าสุดมะม่วง ของต.เนินพระ สวนลุงชะลอ เนินวงษ์ ได้รางวัลที่ &amp;nbsp;2การประกวดงานเกษตรแฟร์เมื่อต้นปี 63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้วยเหตุนี้ สวนมะม่วงที่ปลูกบนผืนทราย จึงกลายมาเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้ขาวต.เนินพระ เพราะมะม่วงที่นี่จะออกนอกฤดูราคากิโลละ 100-150 บาท มีชื่อเสียงเป็นที่รับรู้กันในจังหวัดและแถบตะวันออก ในเรื่องรสชาติความอร่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววรรณธิดา แสนศิริ &amp;nbsp;หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชน เทศบาลมาบตาพุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางสาววรรณธิดา แสนศิริ &amp;nbsp;หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชน กองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองมาบตาพุด จังหวัดระยอง ให้ข้อมูลว่าพื้นดินที่นี้เป็นดินทราย ไม่สามารถเก็บกักความชื้นไว้ได้ ชาวสวนมะม่วงจะประสบปัญหาเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้งเกือบทุกปี โดยเฉพาะปี 2562 ที่ผ่านมา เกิดภัยแล้งรุนแรง เกษตรกรประสบปัญหาอย่างมาก ไม่มีน้ำรดสวน ทำให้เกษตรกรต้องมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น จากเดิมที่อาศัยเพียงน้ำฝนสำหรับการทำเกษตรของชาวบ้านเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้สภาพพื้นดินซึ่งเป็นพื้นทราย แต่ชาวบ้านที่นี้ทำสวนมะม่วงกันมากว่า 50 ปีแล้ว การที่มาทำธนาคารน้ำใต้ดิน เพราะเกิดปัญหาภัยแล้งอย่างหนักเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้ต้นมะม่วงยืนต้นตายไปเป็นจำนวนมาก ถือเป็นภัยแล้งที่หนักที่สุด เกษตรกรต้องหาซื้อน้ำมารดสวน พออาจารย์เข้ามาให้คำแนะนำว่ายังมีหนทางที่จะสามารถเอาน้ำลงไปไว้ในใต้ดิน ไม่ให้ระเหยหายไปหมด เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ได้บ้าง ดีกว่าไหลลงคลองลงทะเล ซึ่งยอมรับว่าเรื่องนี้ถือเป็นองค์ความรู้ใหม่ของเราเลย เพราะไม่เคยคิดว่าสภาพพื้นดินที่เป็นดินทรายจะสามารถทำอะไรแบบนี้ได้ หลังจากได้ผลทดลองที่ได้จากสวนต้นแบบ ทำให้เราเกิดความมั่นใจมากขึ้น จึงต้องการให้มีการจัดทำบ่อหรือธนาคารน้ำใต้ดินกระจายไปให้ทั่วทุกสวน&amp;rdquo; นางสาววรรณธิดา กล่าว

พร้อมกับให้ข้อมูลอีกว่า &amp;nbsp;นอกจากปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมและน้ำเค็มที่รุกล้ำพื้นที่สวนมะม่วงแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เทศบาลฯ ยังมีความกังวลคือ ภาคอุตสาหกรรมมีการดึงน้ำจากคลองชลประทานไปใช้ ขณะที่ชาวบ้านไม่ได้ใช้น้ำเพื่อภาคการเกษตร แต่ใช้เพื่อรักษาระดับน้ำผิวดิน เพื่อให้ดินชุ่มชื้น และช่วยในการระบายน้ำเท่านั้น
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุญส่ง บุญยั่งยืน เจ้าของสวนมะม่่วงที่ให้โครงการทำบ่อสาธิตธนาคารน้ำใต้ดิน ในสวนมะม่วงของเขา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
บุญส่ง บุญยั่งยืน ขาวต.เนินพระ เป็นสวนมะม่วงที่ทางโครงการเลือกให้เป็นจุดนำร่องการทำธนาคารน้ำใต้ดิน &amp;nbsp;3 จุด เมื่อประมาณ 2เดือนที่แล้ว เพื่อให้เป็นบ่อสาธิต ให้ชาวบ้านเข้าใจระบบกักเก็บน้ำรูปแบบนี้ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่สวนของบุญส่ง ก็มีสภาพเช่นเดียวกับสวนมะม่วงรายอื่นๆ ที่เป็นดินทรายเวลาฝนตกมากๆ จะระบายไม่ทัน น้ำท่วมสูงประมาณ 15-20 ซม. แต่หลังจากทำระบบกักเก็บน้ำหรือธนาคารน้ำใต้ดิน บุญส่งยืนยันว่า ไม่มีปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำขังอีก ขณะที่มวลน้ำยังถูกเก็บลงไปใต้ดิน ทำให้พื้นดินชุ่มชื้นมากขึ้น สังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงของต้นมะม่วง ที่เขียวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;แต่ก่อนพวกเราก็คิด ทำสวนแก้ปัญหากันไปตามยถากรรม เพราะได้รับผลกระทบเรื่องน้ำน้อย และน้ำเค็ม เพราะน้ำทะเลหนุนเข้ามาตลอด แต่ก่อนเคยมีเจ้าหน้าที่และหลายหน่วยงานมาสอบถามโน่นนี่ มาแล้วก็หายไป ไม่เหมือนโครงการนี้ ที่อาจารย์ มจธ.ทางจีซีและเทศบาลเข้ามาดำเนินการพูดคุยต่อเนื่อง ซึ่งต่อไปเมืองโดยรอบจะขยายตัว ทำให้พวกเราชาวบ้านจะมีปัญหาเรื่องน้ำมากขึ้น หลายคนอาจมองไม่เห็นปัญหาตอนนี้ แต่ต่อไปผมว่าจะเกิดปัญหาเรื่องน้ำขึ้นแน่ ซึ่งถ้าเราไม่ทำ เตรียมการไม่กักเก็บน้ำไว้ ก็คงจะแย่ในอนาคต&amp;quot;บุญส่งกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ปริเวท ให้ข้อมูลเกี่ยวกับธนาคารน้ำใต้ดินให้ชาวบ้านเข้าใจ ประโยชน์ที่จะได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
ธนาคารน้ำใต้ดินที่ ต.เนินพระ ต้องทำเป็นระบบปิดเท่านั้น เนื่องจากข้อจำกัดของพื้นที่ &amp;nbsp;ดร.ปริเวท กล่าวว่า &amp;nbsp;ก่อนทำทาง มจธ. ได้เข้าไปทำการสำรวจ พื้นที่่ก่อน &amp;nbsp;ซึ่งสวนมะม่วงของเกษตรกรที่เนินพระ ต้องทำเป็นบ่อระบบปิด ขนาดเล็ก มีขนาด ลึก-กว้าง-ยาว 2x2x2 เท่านั้น เนื่องจากสภาพพื้นที่ไม่สามารถทำบ่อระบบเปิดได้ &amp;nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จทันในช่วงหน้าฝนนี้พอดี โดยหลังจากผ่านไป 1 เดือน ก็พบว่า 1.ช่วยระบายน้ำท่วมให้ลดลงเร็ว ไม่ท่วมสวน 2. มวลน้ำเหล่านี้ไปช่วยลดความเค็มที่อยู่ในดิน ให้ชะล้างออกไป ซึ่งถือเป็นการจัดการน้ำชายฝั่งได้อีกด้วย &amp;nbsp;เนื่องจากเทศบาลเมืองมาบตาพุดอยู่ติดทะเลและด้วยสภาพของเมืองที่เปลี่ยนไปพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นผิวคอนกรีตทำให้ความเค็มยิ่งรุกล้ำ &amp;nbsp;และ 3.ทำให้ผิวดินในพื้นที่สวนมะม่วงชุ่มชื้นช่วยให้ต้นมะม่วงเจริญเติบโตในภาวะแล้งได้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เราตั้งเป้าทำธนาคารน้ำใต้ดินที่สวนมะม่วงของเนินพระไว้ 20 บ่อ ให้เกษตรกรประมาณ 17 ราย ซึ่งชาวบ้านบางคนยังไม่ยินยอมให้เข้าไปทำ เพราะอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่เมื่อวันนี้ ได้มีการพูดคุยอธิบายให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำใต้ดินตามโครงการเพิ่มศักยภาพแหล่งน้ำต้นทุนด้วยระบบธนาคารน้ำใต้ดิน 8 ขั้นตอน (ตามมาตรฐาน American Groundwater Solution: AGS) ให้กับเกษตรกรชาวสวนในพื้นที่ตำบลเนินพระ ชาวบ้านก็เข้าใจแล้ว และพี่บุญส่ง ที่ทำบ่อสาธิตในสวนของเขา ก็ช่วยยืนยันเรื่องข้อดีต่างๆ ขาวบ้านที่เหลือ ก็ตกลงแล้วว่าจะให้เราเข้าไปทำธนาคารน้ำใต้ดิน ในที่ดินของเขา แต่บางสวนเข้าไปยากมาก ยังเป็นปัญหาที่จะต้องร่วมมือกันดำเนินการ&amp;quot; อาจารย์ปริเวท กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะของธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนข้อจำกัดของการทำธนาคารน้ำใต้ดินนั้น อาจารย์ปริเวทกล่าวว่า &amp;nbsp;ในประเทศไทยไม่ใช่ทำได้ทุกพื้นที่ &amp;nbsp;เพราะแต่ละภูมิภาคมีชั้นหินที่ต่างกัน จึงต้องศึกษาข้อมูลก่อนว่าสามารถทำได้หรือไม่ และอะไรที่ต้องระมัดระวัง เพราะฉะนั้นข้อมูลด้าน GIS จึงมีความสำคัญ โดยใช้ฐานข้อมูลของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และกรมทรัพยากรธรณี ซึ่งจะมีแผนที่ชั้นหินต่าง ๆและแผนที่ศักยภาพน้ำบาดาล &amp;nbsp;เช่น ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเป็นชุดหินมหาสารคาม ลึกประมาณ 7 เมตร สามารถขุดได้ แต่ควรระวังแผ่นเกลือที่มีกระจายอยู่ทั่วภูมิภาค พื้นที่ภาคเหนือมีความแตกต่างทางธรณีวิทยา บางพื้นที่เป็นหินแกรนิตที่มีการเก็บน้ำได้ที่ต่างกัน น้ำจะซึมผ่านตามรอยแตกให้ปริมาณต่างกัน แต่ถ้าเป็นชั้นหินที่มีรูพรุนจะมีการซึมผ่านของน้ำตามช่องรูพรุนนั้น จึงทำให้บางพื้นที่ขุดแล้วมีน้ำมากน้อยต่างกัน ฉะนั้นก่อนทำการขุดจะต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานตามขั้นตอนของโครงการเพิ่มศักยภาพแหล่งน้ำต้นทุนด้วยระบบธนาคารน้ำใต้ดิน 8 ขั้นตอน (มาตรฐาน American Groundwater Solution: AGS) ควรดำเนินการทั้งก่อนและตามขั้นตอนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;สำหรับ ที่เนินพระ เขาสำรวจแล้วพบว่า มีชั้นทรายลึกถึง 5เมตร หลังจากนั้นก็เป็นซากปะการังโบราณ ซึ่งบ่งบอกว่าพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นทะเลเก่ามาก่อน แต่ก็สามารถทำธนาคารน้ำใต้ดินให้ชาวบ้านได้ เพราะสวนมะม่วงที่นี่ถือว่ามีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร &amp;nbsp;และการมีสวนมะม่วง ที่อยู่ใกล้ชายฝั่งยังช่วยเรื่องการกัดเซาะของน้ำทะเลไม่ให้รุกเร็ว เมื่อเปรียบเทียบพื้นที่ที่นี่กับที่อื่นที่อยู่ใกล้ ๆบริเวณเดียวกัน จะมีการกัดเซาะที่มากกว่า และมาบตาพุดไม่ไกลจากกรุงเทพ หากมีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสวนมะม่วง และสวนพุทรา ก็จะเพิ่มมูลค่าด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้กับคนในพื้นที่ได้อีกด้วย&amp;quot;นักวิชาการายนี้กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวนมะม่วงปลูกบนผืนทราย โดยใช้วิะีเสียบกิ่งกับตอมะม่วงป่า ทำให้ต้นมีความแข็งแรง ทนกับสภาพน้ำน้อยได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลผลิตที่ได้รสฃาติอร่อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มะม่วงอกร่องอายุ 50ปี&amp;nbsp; ปลูกบนผืนทราย ต้นใหญ่มาก ขนาด5คนโอบ ที่เติบโตมีอายุยืนยาว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเสียบต่อกิ่งกับตอมะม่วงป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มะม่วงของสวนชาวเนินพระ รสชาติดร่อยมาก ได้รางวัลที่ 2การประกวดเกษตรแฟร์ปี 63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76110</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ระยอง, ต.เนินพระ, ธนาคารน้ำใต้ดินเนินพระ, บุญส่ง บุญยั่งยืน, ปริเวท วรรณโกวิท, มจธ., มาบตาพุด, วรรณธิดา แสนศิริ, ศูนย์วิศวกรรมสารสนเทศภูมิศาสตร์และนวัตกรรม (KGEO) มจธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4d0b5954cea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2019 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2019 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>”ธนาคารน้ำใต้ดินหนองมะโมง”โมเดล&quot; แก้น้ำท่วม-น้ำแล้ง &quot;ซ้ำซาก       </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธนาคารน้ำใต้ดิน (Groundwater Bank) &amp;nbsp;หรือการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำไว้ เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยอาศัยการดูดซึมของหินใต้พื้นผิวดินที่มีน้ำหรือการส่งต่อน้ำบาดาลผ่านบ่อซึม &amp;nbsp;ซึ่งธนาคารน้ำใต้ดินมี 2แบบ คือ การเติมน้ำลงในแอ่งน้ำ (Basin) โดยตรง กับการใช้การแทนที่เพื่อเติมน้ำลงในแอ่งน้ำ ซึ่งจากทั้ง 2 วิธี จะทำให้ได้น้ำบาดาลที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ภายหลัง &amp;nbsp; ธนาคารน้ำใต้ดินจึงนับว่าเป็น&amp;ldquo;ทางเลือกใหม่ต้านภัยแล้ง&amp;rdquo;ที่ดี ซึ่งรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ดินแดนแหล่งผลิตอาหารหลักของสหรัฐอเมริกา มักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ได้นำ&amp;quot;ธนาคารน้ำใต้ดิน&amp;quot;มาใช้ &amp;nbsp;และกลายเป็นตัวอย่างความสำเร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเทศไทย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;ได้มีการนำแนวคิดการทำ&amp;quot;ธนาคารน้ำใต้ดิน&amp;quot;มาใช้ โดยองค์กรปกครองท้องถิ่นหลายแห่ง(อปท.) หลายจังหวัด ได้สร้างธนาคารน้ำใต้ดิน ไว้เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วม แต่บางแห่งก็ประสบความสำเร็จ แต่ก็มีอีกหลายแห่งทำแล้วแต่ล้มเหลว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการรับมือปัญหาน้ำท่วม ซึ่งปีนี้ถล่มอีสานหลายจังหวัดอ่วมอรทัย &amp;nbsp;ล่าสุด &amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) ไปศึกษาแนวทางจัดการน้ำ รวมถึงแผนการทำแก้มลิงบริเวณที่น้ำท่วมซ้ำซาก โดยจะต้องมีมาตรการเยียวยาประชาชน &amp;nbsp;รัฐบาลอนุมัติงบกลางปี 62 กรณีฉุกเฉินกว่า 2.6 แสนล้านบาท ตามที่ สทนช.เสนอเพื่อทำโครงการแก้ไขและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือของกรมชลประทานและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) รวม 78 โครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง สทนช.ก่อนหน้านี้ ได้ชูเรื่องการแก้ปัญหาพื้นที่อย่างเป็นระบบ แบ่งเป็น 66 พื้นที่ทั่วประเทศ &amp;nbsp;หรือ &amp;nbsp;Area Based 66 ทั้งพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำซ้ำซาก พื้นที่ที่ต้องพัฒนาเรื่องน้ำอย่างเร่งด่วน ซึ่งการแก้ปัญหาลดทุกข์ร้อนชาวบ้านมีเครื่องมือหลากหลายทั้งแก้มลิง ประตูระบายน้ำ อ่างเก็บน้ำ การผันน้ำ สร้างระบบป้องกันน้ำท่วม ขึ้นกับสภาพปัญหาของพื้นที่ &amp;nbsp; แต่ในแผนของสทนช. ยังไม่มีเรื่องการทำ&amp;quot;ธนาคารน้ำใต้ดิน&amp;quot; รวมอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อเร็วๆนี้ &amp;nbsp;สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน)หรือ NIA ได้เสนอโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน(ระบบปิด) และโครงการการบริหารจัดการธนาคารน้ำใต้ดินด้วยเทคโนโลยีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์พื้นที่ ณ ชุมชนหนองมะโมง อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท &amp;nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบการทำธนาคารน้ำใต้ดินแก่พื้นที่อื่นๆ &amp;nbsp; นำคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้าของทั้งสองโครงการเมื่อวันก่อน &amp;nbsp;หลังเทศบาลตำบลหนองมะโมง ที่ทำธนาคารน้ำใต้ดินมา ตั้งแต่ปี 2560 ประสบความสำเร็จ &amp;nbsp; เพราะสามารถช่วยแก้น้ำท่วมน้ำแล้งในพื้นที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ประสบปัญหาซ้ำซากทุกปีได้ &amp;nbsp;และพลิกพื้นที่จากแห้งแล้งกลับอุดมสมบูรณ์มีน้ำใช้ตลอดปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจกล่าวได้ว่า &amp;nbsp;ธนาคารน้ำใต้ดิน ที่ชุมชนหนองมะโมง มีความก้าวหน้ามากกว่าธนาคารน้ำใต้ดิน แห่งอื่นๆ เพราะมีการผนวกเอาเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาใช้ร่วมด้วย ทำให้การบริหารจัดการน้ำ ที่มาจากธนาคารน้ำใต้ดินในชุมชน มีประสิทธิภาพสูง ได้ผลสมบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิเชียร สุขสร้อย รองผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือNIA กล่าวว่า โครงการธนาคารน้ำระบบปิดเป็นนวัตกรรมเพื่อสังคม โดยประยุกต์ใช้ความคิดใหม่ๆและเทคโนโลยีที่เหมาะสมแก้ปัญหาสังคมยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นสำหรับชุมชนหนองมะโมงมีนวัตกรรมต้นแบบที่สำเร็จแล้วขยายผลสู่ชุมชน &amp;nbsp;4 โครงการ &amp;nbsp;มี 2 ผลงานนวัตกรรมแก้น้ำท่วมและแห้งแล้ง คือโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน(ระบบปิด) เป็นการจัดการน้ำทั้งระบบใช้เทคโนโลยีด้านธรณีวิทยาสำหรับทิศทางการไหลของน้ำประยุกต์ใช้กับระบบธนาคารน้ำใต้ดินกักเก็บน้ำที่เหลือบนผิวดินในฤดูฝนลงใต้ดิน ทำให้มีแหล่งน้ำธรรมชาติ ชาวบ้านนำน้ำขึ้นมาใช้หน้าแล้งได้ &amp;nbsp;อีกโครงการเป็นการบริหารจัดการธนาคารน้ำใต้ดินด้วยเทคโนโลยีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในชุมชนหนองมะโมงเพื่อวางแผนและออกแบบการทำธนาคารน้ำใต้ดิน จัดสรรการใช้น้ำให้ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ทุกโมเดลมาจากการวิเคราะห์ปัญหาชุมชน ไม่ได้ยัดเยียด พบปัญหาน้ำซ้ำซากจึงใช้วิทยาศาสตร์และข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์พื้นที่เพื่อออกแบบแก้ปัญหาเกิดนวัตกรรมธนาคารน้ำใต้ดินสำหรับเทศบาลตำบลหนองมะโมงถือเป็นตัวอย่าง ทำแล้วได้ผล มีแผนจะขยายผลส่งเสริมกับชุมชนต่างๆโดยประสานกับกระทรวงมหาดไทยนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม &amp;nbsp;&amp;ldquo; วิเชียร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่นำมาใช้กับธนาคารน้ำใต้ดินหนองมะโมงนี้ &amp;nbsp; NIA ได้รับความร่วมมือจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มธจ.)เข้ามาติดตั้งระบบ &amp;nbsp; ดร.ปริเวท วรรณโกวิท หัวหน้าศูนย์วิศวกรรมสารสนเทศภูมิศาสตร์และนวัตกรรม(KGeo)&amp;nbsp; มธจ. &amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ตั้งเป้าให้ธนาคารใต้ดินหนองมะโมง &amp;nbsp;ให้เป็นจุดถ่ายทอดความรู้ เพราะเป็น &amp;nbsp;อบต.ที่เก่งจริงเจ๋งจริง &amp;nbsp; ในพื้นที่มีข้อมูลด้านต่างๆ มีการพัฒนาต่อยอด นำมาสู่การเก็บคุณภาพน้ำและจัดทำแผนที่แสดงข้อมูลต่างๆ อนาคตจะต่อยอดทำบัญชีน้ำแต่ละตำบล หากรู้และผนวกกับข้อมูลกรมอุตนิยมวิทยาจะบริหารจัดการน้ำได้ง่ายขึ้นและคัดเลือกพืชมาเพาะปลูกอย่างเหมาะสม ขณะนี้มีการอบรมธนาคารน้ำใต้ดิน อปท. ทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากกางแผนที่ประเทศไทย พื้นที่ตรงไหน สามารถทำงธนาคารน้ำใต้ดินได้บ้าง หัวหน้าศูนย์ KGeo กล่าวว่า &amp;nbsp;ภาคเหนือมีแนวเทือกเขาหรือชั้นหินแกรนิตขุดเจาะยาก ต้องใช้งบเยอะ ภาคอีสานระดับชั้นหินอุ้มน้ำไม่ลึกมาก บางพื้นที่มีแผ่นเกลือ ควรหลีกเลี่ยง ส่วนภาคใต้พื้นที่แคบและติดชายฝั่งทะเล 2 ฝั่ง ภาคกลางมีปัญหาดินเหนียวหรือดินดาน ทำได้ถ้าขุดให้ทะลุก็ลึกหน่อย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ก่อนทำธนาคารน้ำใต้ดิน &amp;nbsp;แต่ละพื้นที่จะต้องมีการศึกษาเก็บข้อมูลพื้นฐานด้านทรัพยากรธรณี การสำรวจชั้นดิน และข้อมูลด้านน้ำในชุมชน รวมทั้ง ทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน ในพื้นที่ลุ่มน้ำระดับชุมชนการเจาะสำรวจชั้นดิน &amp;nbsp; ต้องมีการวางแผนและกำหนดจุดระบบการเติมน้ำลงในแผน &amp;nbsp;ซึ่งในอนาคตการออกแบบระบบธนาคารน้ำใต้ดิน &amp;nbsp; ควรมีการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมมากำหนดจุด &amp;nbsp; เพราะจะสามารถเจาะจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การทำธนาคารน้ำใต้ดิน ปัจจุบันยังเป็นข้อมูลกระจัดกระจายเฉพาะพื้นที่ ขณะนี้กำลังปรึกษากรมทรัพยากรน้ำบาดาลจัดทำข้อมูลเหล่านี้ออกมา &amp;nbsp;ซึ่ง คีย์เวิร์ด หลักการสำคัญ คือ การหน่วงน้ำ การผันน้ำในพื้นที่ รวมน้ำที่ท่วมหลากนำมาเก็บไว้และใช้ยามแล้ง ปราชญ์ชาวบ้านในแต่ละชุมชนฉลาดกว่านักวิชาการ สามารถชี้เป้าได้ว่า จุดรวมน้ำอยู่ที่ไหนเพราะอยู่กับพื้นที่มายาวนาน &amp;nbsp;&amp;ldquo; ดร.ปริเวท กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หัวหน้าศูนย์KGeo &amp;nbsp;ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้เสนอให้ สทนช.พิจารณาผนวก&amp;quot;ธนาคารน้ำใต้ดิน &amp;quot;ให้เป็นหนึ่งในวิธีการปัญหาเรื่องน้ำ ทั้งน้ำแล้ง หรือน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่ง NIA เองยังยอมรับ และให้การสนับสนุนเพราะเห็นว่าเป็นนวัตกรรมแก้ปีญหาเรื่องน้้ำ &amp;nbsp;ที่ลงทุนน้อย ประหยัด สามารถทำได้ระดับชุมชน &amp;nbsp;ซึ่งไม่จำเป็นต้องนำโครงการใหญ่ระดับพันล้านมาแก้ปัญหา &amp;nbsp; แต่สามารถนำนวัตกรรมชุมชนไปประยุกต์ใช้ &amp;nbsp;แล้วเอางบที่เหลือมาส่งเสริมการเกษตรหรือพัฒนานวัตกรรมอื่นๆต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; สทนช. มีระบบแก้ปัญหาน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ไข่แดง &amp;nbsp;66 Area Based ที่ท่วม-แล้งซ้ำซาก จะเป็นการระดมงบฯจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทำเป็นโครงการขนาดใหญ่ หรือเมกะโปรเจ็ค &amp;nbsp;ซึ่งบางพื้นที่ไม่จำเป็นต้องทำถึงระดับนั้น เป็นการเปลืองงบฯไปเปล่า ๆ &amp;nbsp; ซึ่งโครงการขนาดเล็กๆ ได้ผลประโยชน์สูงอย่างธนาคารน้ำใต้ดิน &amp;nbsp;มีประสิทธิภาพเติมระบบจัดการน้ำให้ยั่งยืน &amp;nbsp;มีความน่าสนใจในตัวเอง &amp;nbsp;ล่าสุด สทนช.ตอบรับมาว่าสนใจที่จะมาดูโครงการแล้ว &amp;nbsp;และวันที่ 26 กันยายนนี้ &amp;nbsp; ดร.สมเกียรติ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. จะลงพื้นที่เยี่ยมธนาคารน้ำใต้ดิน ที่ จ.นครพนม &amp;nbsp;เพื่อจะนำแนวทางนี้ ทำในพื้นที่ อบต.ที่มีปัญหาน้ำซ้ำซากกว่า 400 แห่ง &amp;ldquo; ดร.ปริเวท กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยจุดเด่นธนาคารใต้ดินหนองมะโมง &amp;nbsp;หลักๆต้องให้เครดิตกับท้องถิ่น ที่มีความเข้มแข็ง สามารถเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์ และนำความรู้ที่ได้ &amp;nbsp;ไปใช้วางแผนบริหารจัดการน้ำได้อย่างดี &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งแผนขั้นต่อไปของชุมชน ดร.ปริเวทเผยว่า &amp;nbsp;เมื่อมีน้ำประกอบอาชีพอย่างเพียงพอ &amp;nbsp;ชุมชนก็มีแผนจะศึกษาการปลูกส้มโอ มัลเบอร์รี่ ข้าว เพื่อพัฒนาสู่สินค้าที่มีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(GI) ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ มีการทำเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่จะต้องลุยต่อหาช่องทางทางการตลาดสร้างเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจาะลึกธนาคารน้ำใต้ดินหนองมะโมง โมเดลกักเก็บน้ำที่หลากท่วมไว้ใช้ยามแห้งแล้ง สายัณห์ ฉุนหอม วิทยากรธนาคารน้ำใต้ดิน อปท.ต้นแบบ ภาคกลาง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อำเภอหนองมะโมง พื้นที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของ จ.ชัยนาท ลักษณะเป็นที่ราบสูงไม่ได้รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาแต่ได้รับน้ำจากอ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี โดยต้องรอฝนตกทางอุทัยธานีทำให้พื้นที่ประสบปัญหาความแห้งแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากมายาวนานเป็นร้อยปี เวลาฝนตกได้รับมวลน้ำมหาศาลจากอุทัยธานี ปราการธรรมชาติคือต้นไม้ถูกตัดทำลายบวกกับแหล่งน้ำตื้นเขิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิทยากรธนาคารน้ำใต้ดิน กล่าวว่าก่อนหน้านี้มีสระเก็บน้ำขนาดใหญ่และสระพวงกระจายหลายจุดเพื่อเก็บน้ำในหนองมะโมงไว้ให้มากที่สุด แต่ก็ค้นหาวิธีเก็บน้ำผิวดินมาไว้ใต้ดิน จึงเริ่มศึกษาโครงการธนาคารน้ำใต้ดินโดยไปศึกษาดูงานที่อบต.เก่าขาม อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี &amp;nbsp;แต่สภาพชั้นดินสภาพภูมิประเทศและการผันน้ำในชุมชนนำมาสู่การทดลองทำธนาคารน้ำใต้ดิน เพราะมีมวลน้ำจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถบริหารจัดการได้จะไหลลงแม่น้ำและทะเล หน้าแล้งขาดแคลนน้ำ นี่คือการน้อมนำการจัดการน้ำตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ&amp;rdquo;ในหลวง&amp;rdquo; รัชกาลที่9 โดยหาที่ให้น้ำอยู่ สร้างฝาย หาที่ให้น้ำไป สร้างคลองระบายน้ำ และกักเก็บน้ำ ทำธนาคารน้ำใต้ดิน &amp;nbsp;สำหรับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านนี้มีถ้ำห้วยลึกเชียงใหม่และถ้ำน้ำฮูรายทางเชียงรายทำให้เกษตรกรมีน้ำใช้ทำเกษตร ธนาคารน้ำใต้ดินต้องทำระบบปิดและระบบเปิดควบคู่กันถึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการศึกษาข้อดีธนาคารน้ำใต้ดินสายัณห์ กล่าวว่า ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมขังแก้ปัญหาพื้นที่แห้งแล้ง ช่วยเพิ่มระดับน้ำใต้ดินบาดาลน้ำตื้น เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดินทำให้ต้นไม้และพืชเขียวทั้งปี ลดการระเหยของน้ำลดน้ำเสียในชุมชน ช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำและดินไปในตัว &amp;nbsp;ลดความเสียหายด้านโครงสร้างพื้นฐานเพราะถนนขวางทางน้ำกัดเซาะของถนนหรือน้ำป่าไหลหลาก ช่วยป้องกันไฟป่า ปีนี้ไม่มีไฟไหม้ในพื้นที่ &amp;nbsp;นอกจากนี้ แก้ปัญหาน้ำเค็ม &amp;nbsp;โดยส่งน้ำจากผิวดินลงไปกดทับน้ำเค็มที่มีความถ่วงจำเพาะมากกว่าไม่ให้ขึ้นมาปนเปื้อนน้ำเพื่อกินน้ำใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ธนาคารน้ำใต้ดินสามารถเติมน้ำลงชั้นใต้ดินได้ไม่น้อยกว่า 6 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง หรือ 6,000 ลิตรต่อชั่วโมง แต่ก็มีข้อจำกัดของการทำธนาคารน้ำใต้ดินก็ศึกษา &amp;nbsp;ไม่สามารถทำได้ในเขตอุตสาหกรรม มีบ่อบัดน้ำเสียโรงงาน หรือพื้นที่พบการใช้สารเคมียาฆ่าแมลงสูง และต้องศึกษาข้อมูลบริบทพื้นที่ สภาพธรณีวิทยา ลักษณะชั้นดินตามธรรมชาติหลักการทำธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิดสำรวจจุดรวมน้ำหรือที่เป็นทางไหลของน้ำจากนั้นขุดหลุมให้ทะลุชั้นดินเหนียวเพื่อให้น้ำซึมสู่ชั้นใต้ดินได้รวดเร็วขึ้นปลูกแฝกรอบบ่อเพื่อดักตะกอนสำหรับวัสดุอุปกรณ์ที่ทำไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;&amp;ldquo; สายัณห์กล่าวในท้าย &amp;nbsp;ก่อนจะพาชมธนาคารน้ำใต้ดินที่มีกระจายเต็มพื้นที่ ปัจจุบันหนองมะโมงกลายเป็นศูนย์ต้นแบบธนาคารน้ำใต้ดินมีผู้สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ดูงานอย่างต่อเนื่องเป็นการชี้ทางออกดีๆ อีกทางหนึ่งแก้วิกฤตน้ำท่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45688</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารน้ำใต้ดินหนองมะโม, ปริเวท วรรณโกวิท, วิเชียร สุขสร้อย ร, สถาบันนวัตกรรมแห่งชาติ, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7b9db71c964.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
