<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 07:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 07:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง 2 ป.ป.ช.คนใหม่แทนตำแหน่งที่ว่างลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สุชาติ ตระกูลเกษมสุข,ณัฐจักร ปัทมสิงห์ณ อยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่าตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายปรีชา เลิศกมลมาศและนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตามประกาศลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๓ และวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๘ ตามลำดับ นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ นายปรีชา เลิศกมลมาศ และนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร ได้พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุมีอายุครบเจ็ดสิบปี และวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แทนตำแหน่งที่ว่างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบมาตรา ๙ และมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ณ อยุธยา เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ เป็นปีที่ ๕ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พรเพชร วิชิตชลชัย
ประธานวุฒิสภา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71697</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐจักร ปัทมสิงห์ณ อยุธยา, ป.ป.ช., ปรีชา เลิศกมลมาศ, ราชกิจจา, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข, สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f10ec5c81ef8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉสส.ซื้อโควตางบแปรญัตติโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ยิ้มร่าสบายใจจบคดี &amp;quot;นาฬิกาเพื่อน&amp;quot; ป.ป.ช.ต่อยอดโคราชโมเดล จับทุจริตสร้างสนามฟุตซอลอีสาน-เหนือ ใกล้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม แฉ ส.ส.กว้านซื้อโควตางบแปรญัตติพื้นที่ 5-20 ล้าน องค์กรต้านโกงจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 6 ก.ย. ชู &amp;quot;รวมพลัง อาสาสู้โกง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยกคำร้องข้อกล่าวหา พล.อ.ประวิตร รับทรัพย์สินเกิน 3,000 บาท ในคดียืมนาฬิกาเพื่อนว่า &amp;nbsp;คดีนี้เป็นไปตามขั้นตอนการทำงานของ ป.ป.ช. และดำเนินไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยส่วนตัวตนรู้สึกสบายใจมาตลอด ไม่ได้มีความกังวลตั้งแต่แรกอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังไม่ทราบว่า ป.ป.ช.นำคดีของตนไปเปรียบเทียบกับการยืมรถหรูยี่ห้อเบนท์ลีย์ สีชมพู ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ขอให้ไปสอบถาม ป.ป.ช.เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลังจาก ป.ป.ช.ตีตก ทำให้สบายใจขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรยิ้มรับพร้อมกล่าวว่า &amp;quot;สบายใจในเรื่องนี้มาตลอดอยู่แล้ว ผมก็ทำงานมาโดยตลอด และไม่มีอะไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานอนุกรรมการคดีทุจริตโครงการการก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.ได้รับเบาะแสมาจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยเบื้องต้นพบความไม่ชอบมาพากลในพื้นที่ จ.นครราชสีมา หลังจากนั้นเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเรื่องใหญ่ หากทำเพียงคณะเดียวจะลำบาก จึงแบ่งคณะอนุกรรมการไต่สวนออกเป็นหลายคณะด้วยกัน โดยตนรับผิดชอบดูแลการไต่สวนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอีกคณะดูแลรับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรีชากล่าวว่า ตนรับผิดชอบในส่วน จ.นครราชสีมา จ.อุบลราชธานี จ.อำนาจเจริญ จ.มุกดาหาร ซึ่งในส่วนพื้นที่ จ.นครราชสีมานั้นมีทั้งหมด 7 เขต เบื้องต้นมี 2 เขตที่ไต่สวนพบนักการเมืองชื่อดังเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง กระทั่งมีการชี้มูลความผิดตามที่ป.ป.ช.แถลงข่าวไปแล้ว ส่วนจังหวัดอื่นๆ อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยเอาแนวทางของ จ.นครราชสีมาเป็นโมเดลสอบ เพื่อคัดเอาเฉพาะตัวการที่เกี่ยวข้องจริง ๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีนักการเมืองใช้เครื่องมือ พลังอำนาจ ในการจัดสรรงบแปรญัตติมาดำเนินการกรณีนี้ เราดำเนินการชี้มูลความผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีเคยมีใครแตะต้องมาก่อน ใช้เวลาถึง 4 ปีจึงสำเร็จ และส่งสำนวนให้อัยการแล้ว&amp;rdquo; นายปรีชาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจาก ป.ป.ช.แจ้งว่า ในส่วนพื้นที่ภาคเหนือ เช่น จ.เชียงใหม่ จ.น่าน จ.เชียงราย จ.แพร่ จ.พะเยา มีอยู่อย่างน้อย 2 คดีที่ไต่สวนไปจนใกล้จะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้แล้ว อย่างไรก็ตาม จากการไต่สวนพบว่า หลังจากสภาผู้แทนราษฎรมีการแปรญัตติวงเงินงบประมาณเมื่อปี 2555 เพื่อนำงบเข้าสู่ สพฐ.นั้น มี ส.ส.บางรายไปกว้านซื้อโควตางบแปรญัตติจาก ส.ส.รายอื่น วงเงินโควตาละ 5-20 ล้านบาท แล้วแต่พื้นที่ เพื่อรวบรวมเอาโควตาแปรญัตติให้ได้มากที่สุด เพื่อไปดำเนินโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอล ตามแผนที่วางไว้แล้วกับข้าราชการในพื้นที่และกลุ่มเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตามที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และองค์กรสมาชิก กำหนดให้วันที่ 6 ก.ย.ของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชัน และได้จัดงานต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา สำหรับปีนี้ได้กำหนดจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;รวมพลัง..อาสาสู้โกง&amp;rdquo; ในวันศุกร์ที่ 6 ก.ย.2562 ตั้งแต่เวลา 07.30-12.15 น. ณ อีเวนต์ฮอลล์ 101 ชั้น G ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การจัดงานในครั้งนี้ มุ่งส่งเสริมกระตุ้นให้เกิดการ รวมพลังคนไทยทุกภาคส่วน ที่เสียสละและร่วมมือเป็นพลังอาสาสู้โกง พร้อมต่อสู้ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตามบทบาทและบริบทของตนเอง &amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นพลังสังคมที่ปฏิเสธการคดโกงชาติทุกรูปแบบ และร่วมต่อสู้ไม่ให้คนโกงมีที่ยืนในสังคม นอกจากนี้ยังมุ่งขยายเครือข่ายความร่วมมือต่อต้านคอร์รัปชันทั้งในภาคประชาชน ภาคราชการ และภาคเอกชนให้เข้มแข็ง มีพลังมากยิ่งขึ้นด้วย&amp;rdquo; นายวิเชียร ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงานปีนี้มีกิจกรรมที่สำคัญมากมาย ได้แก่ &amp;nbsp;ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ &amp;ldquo;รวมพลังคนไทย อาสาสู้โกง&amp;rdquo; โดย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี, Special Talk เปิดโปงคดีโกง กับ จั๊ด ธีมะ กาญจนไพริน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง รวมทั้งการรวมพลังประชาชน...อาสาสู้โกง เปิดตัว ACT Ai : จะอาสาทั้งทีต้องมีอาวุธ! &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีการรวมพลังเครือข่าย...อาสาสู้โกง ประกาศจุดยืนรวมพลังบนเวที ของผู้แทนเครือข่ายพันธมิตร ซึ่งประกอบด้วย องค์กรอิสระ : นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช., &amp;nbsp;ภาคการศึกษา : รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ &amp;nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, นักวิชาการ : ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยนโยบายด้านการกำกับดูแลที่ดี ทีดีอาร์ไอ, กลุ่มโซเชียลมีเดีย : นายพีรพล อนุตรโสตถิ์ รักษาการผู้จัดการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท, ภาคประชาสังคม : น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, &amp;nbsp;สื่อมวลชน : นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิศรา และศิลปิน : นายนที เอกวิจิตร (อุ๋ย บุสด้าเบลส) &amp;nbsp;ศิลปินคนรุ่นใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ กล่าวว่า เนื่องจากประเทศเราได้มีการเลือกตั้งใหม่ มีทั้งพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านแล้ว จึงได้เชิญนักการเมืองรุ่นใหม่มาร่วมแสดงจุดยืนและแนวคิดในการต่อต้านคอร์รัปชัน โดยร่วมเสวนา &amp;ldquo;จับตาการโกงประเทศ ในมุมมองของพรรคการเมือง&amp;rdquo; มีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ พรรคประชาธิปัตย์, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ &amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ, น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร พรรคเพื่อไทย, นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล พรรคภูมิใจไทย, น.ส.เพชรชมพู กิจบูรณะ พรรครวมพลังประชาชาติไทย และ ดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ จากพรรคอนาคตใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44604</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีมะ กาญจนไพริน, ปรีชา เลิศกมลมาศ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์, วรวิทย์ สุขบุญ, วิเชียร พงศธร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d67dbc660148.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 21:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุภายันคดี&#039;นาฬิกาหรู&#039;ยังไปไม่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อน&amp;quot; ติดต่อผ่านสถานทูต 4 ประเทศ ตอบกลับ 3 บริษัท ให้ข้อมูลไม่ได้ เพราะไม่ใช่เรื่องทุจริต เผยที่มาปิดคดียืมเพื่อนหลังบุกบ้าน &amp;quot;เสี่ยคราม&amp;quot; พบนาฬิกาหรูถึง 137 เรือน มี 22 เรือนที่ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ยืมรวมอยู่ด้วย ส่วน &amp;quot;สุภา&amp;quot; ยืนยันในฐานะนักบัญชีคดียังไปไม่สุด &amp;nbsp;เป็นที่มาเสียงข้างน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่ห้องประชุมผู้บริหารชั้น 3 อาคาร 1 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ สถาบันอิศรา ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. จัดกิจกรรมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบสื่อมวลชนระดับบรรณาธิการ โดยมี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วยกรรมการ ป.ป.ช. รวม 9 ราย เลขาธิการ ป.ป.ช. และรองเลขาธิการ ป.ป.ช. 3 ราย รวมถึงผู้บริหารระดับสูงในสำนักงาน ป.ป.ช. และมีสื่อมวลชนระดับบรรณาธิการอีก 16 รายเป็นผู้ร่วมกิจกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า &amp;nbsp;กฎหมายใหม่ค่อนข้างมีบริบทบีบคั้นการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่หวั่นไหวพอสมควร จากเดิมมีอิสระค่อนข้างมาก แต่ในกฎหมายใหม่มีกรอบเวลาเข้ามาหมด ดังนั้นต้องดำเนินการให้รองรับกับกฎหมาย นี่เป็นปัญหาที่ท้าทาย ป.ป.ช. เพราะยังมีคดีที่คั่งค้างอยู่ประมาณ 13,000 เรื่องเศษ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องมาดูว่าเป็นเรื่องร้ายแรงหรือไม่ หากไม่ร้ายแรง ให้ส่งหน่วยงานอื่นทำแทนได้ ดังนั้นต้องเร่งระดมปรับกลยุทธ์ในการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวอีกว่า ปัจจุบันยังมีประเด็นติดขัดอยู่ประเด็นหนึ่ง คือกรณีการขอความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ เช่น กรณีการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐไทย ที่มีในมือ ป.ป.ช. ประมาณ 20 เรื่อง ตรงนี้ต้องผ่านทางอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอข้อมูล แต่ขึ้นอยู่กับประเทศที่ร้องขอด้วยว่าจะมีอนุสัญญาระหว่างประเทศกับไทย หรือเป็นการต่างตอบแทนผลประโยชน์ด้วยกันหรือไม่ เนื่องจากไทยมีโทษประหารชีวิต อาจทำให้ล่าช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีบางช่วงบางตอน บรรณาธิการสื่อหลายสำนักซักถามคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถึงสาเหตุในการตีตกคดีนาฬิกาหรู ที่มีการกล่าวหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้สรุปข้อเท็จจริงว่า การตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรู เริ่มต้นจากการตรวจสอบว่า นาฬิกาดังกล่าวถูกขายผ่านตัวแทนจำหน่ายไทยหรือไม่ เบื้องต้นจากการตรวจสอบตัวแทนจำหน่ายในไทยกว่า 13-15 บริษัท ตอบว่า ไม่มีข้อมูลเรื่องพวกนี้ ต่อมา ป.ป.ช. คิดว่าน่าจะนำเข้าทางกรมศุลกากร กรมศุลกากรตอบมาว่าไม่สามารถให้ข้อมูลเรื่องพวกนี้ได้ ทำให้ต้องตรวจสอบไปยังต่างประเทศ พบว่ามีอยู่ 4 ประเทศที่มีบริษัทผู้ผลิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การขอความร่วมมือกับต่างประเทศ มี 2 ช่องทาง ช่องทางแรก ต้องผ่านเรื่องไปยังอัยการสูงสุด โดยใช้ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ. 2535 ต้องเป็นความผิดทางอาญา แต่กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องทุจริต แต่เป็นเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ช่องทางที่สองคือ การใช้ระเบียบว่าด้วยการตรวจสอบทรัพย์สิน คือ ขอข้อมูลผ่านทางสถานทูตในต่างประเทศ เป็นการใช้วิธีทางการทูต แต่สถานทูตในประเทศต่างๆ จะมีข้อจำกัดด้านกฎหมายในการขอข้อมูล เนื่องจากไม่ใช่ความผิดทางอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์กล่าวว่า เมื่อสถานทูตทั้ง 4 ประเทศไปสอบถามกับบริษัทผู้ผลิต มี 3 บริษัทตอบกลับมาตรงๆ ว่าไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เนื่องจากกรณีนี้ไม่ใช่กรณีการทุจริต ส่วนบริษัทอีกแห่งตอบกลับมาว่า ขอให้ใช้วิธีการขอข้อมูลอย่างถูกต้องตามช่องทางกฎหมาย โดยใช้ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาความอาญาฯ ซึ่งอย่างที่อธิบายไปแล้วว่า กรณีนี้ไม่ใช่คดีอาญาเกี่ยวกับการทุจริต จึงไม่สามารถใช้ช่องทางนี้ได้ ทำให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เสียงข้างมาก วินิจฉัยว่า ไม่สามารถทำได้ แต่ถ้าจะใช้ช่องทาง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาความอาญาฯ จริง คงใช้เวลาเพิ่มเติมอีกไม่ต่ำกว่า 6 เดือน-1 ปี ท้ายที่สุดเสียงข้างมากจึงวินิจฉัยตามพยานหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งทำหน้าที่ประธานชั่วคราวในที่ประชุมวันลงมติคดีนาฬิกาหรู ยอมรับว่า ตนเป็นหนึ่งในเสียงข้างมาก และการพิจารณากรณีนี้ เป็นเรื่องพยานหลักฐานที่ปรากฏกับบุคคลที่ให้การ ทั้งหมดยืนยันว่าตัวนาฬิกาเป็นของผู้เสียชีวิต (นายปัฐวาท ศรีสุขวงศ์) เมื่อตรวจสอบในเรื่องสภาพ ฐานะ หรือความเป็นอยู่ พบข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียชีวิตชอบสะสมเรื่องนี้ มีอุปนิสัยเอื้อเฟื้อให้เพื่อนฝูงหยิบยืมของ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการตรวจสอบบ้าน ผ่านการร่วมมือจากทายาท แสดงให้เห็นถึงทุนทรัพย์ในส่วนของนาฬิกาหรูว่ามีถึง 137 เรือน โดยจำนวน 22 เรือนที่เป็นประเด็นก็รวมอยู่ในนี้ด้วย เมื่อเชื่อในลักษณะอย่างนั้น แต่ว่ากรณีนี้จะตรวจสอบต่อไปได้หรือไม่ ในเมื่อไม่มีหลักฐานจากต่างประเทศและข้อกฎหมายที่จะไปต่อได้ เสียงข้างมาก จึงเห็นว่าควรจะหยุดเพียงเท่านี้ เพราะพยานหลักฐานไปต่อไม่ได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรีชาเผยว่า เรื่องการเปรียบเทียบกับกรณีการครอบครองรถโฟล์คตู้ของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจนเป็นที่ยุติแล้วว่าเงินและรถคันดังกล่าวเป็นของนายสุพจน์ ศาลฎีกาพิพากษาในคดีแพ่งด้วยว่า นายสุพจน์ร่ำรวยผิดปกติ เนื่องจากได้รับรถมาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร จุดต่างคือ ลักษณะการครอบครองหรือได้มาต่างกัน คือกรณีรถโฟล์คตู้ ปรากฏข้อเท็จจริงว่านายสุพจน์ครอบครองต่อเนื่องระหว่างปี 2552-2554 กระทั่งถึงวันที่เกิดเหตุการณ์ปล้นบ้าน และเงินที่จัดซื้อจัดหา ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนักธุรกิจที่ให้เงินไป พบว่านายสุพจน์เป็นผู้เลือกรุ่น เลือกสี ที่สำคัญครอบครองเป็นเวลาถึง 2 ปี 4 เดือน และเลขรถตรงกับเลขทะเบียนบ้านของนายสุพจน์ รวมถึงการบำรุงรักษาที่ใช้ประโยชน์มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่า ในการพิจารณา เป็นไปโดยอิสระ ไม่มีอะไรกดดัน ขณะเดียวกันหากชี้แจงมากอาจกลายเป็นการแก้ตัวของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และอาจกระทบกับครอบครัว ส่วนข้างน้อยยืนยันว่าควรตรวจสอบต่อไป เพราะไม่มีอะไรชัดเจน ก็เป็นดุลพินิจของแต่ละคน&amp;quot; นายปรีชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. หนึ่งในเสียงข้างน้อยเผยว่า ตนจบบัญชีมา ทำคดีเกี่ยวกับการร่ำรวยผิดปกติและยึดทรัพย์สินไปเยอะ กระบวนการไต่สวนอาจเข้มกว่าวิชาชีพอื่น การรับฟังข้อมูลต้องเป๊ะ ในฐานะนักบัญชี และนางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช.อีกรายที่เป็นเสียงข้างน้อย เป็นนักบัญชีเช่นกัน เลยเห็นตรงกันว่า ไล่ไปสุดสายได้แค่ไหน ก็จบแค่นั้น แต่มุมเรา ความรู้สึกของนักบัญชีคิดว่ามันไล่ต่อได้ เพราะว่าเขาให้ไปถามหากระบวนการ M Lab ตามมาตรา 138 และ 139 ใน พ.ร.บ.ป.ป.ช. ได้ หากได้คำตอบจากหน่วยงานต่างประเทศ ผ่านทางอัยการแล้ว หากเขา (ต่างประเทศ) บอกว่าไม่ให้ ก็จบ แต่วันนี้มันยังไม่ถึงจุดนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดิฉันเลยคิดว่าเอาให้สุดสายเลยดีไหม ทำให้ประชาชนสิ้นสงสัยในการวินิจฉัยของเรา แม้จะช้า เรายอมโดนด่า แต่เราสามารถชี้แจงได้ สิ่งที่ดิฉันพยายามทำให้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า นาฬิกาทั้งหมดเป็นของใคร ยืมจริงหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ของคนที่ให้ยืมแล้วเป็นของใคร มันยังมีคำถามต่อ นี่คือสิ่งที่นักบัญชีคิดและทำ ต้องตรงเป๊ะ อยากให้ทุกฝ่ายได้รับข้อมูลครบถ้วน เพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยว่าจะตีตกหรือไต่สวน ถ้าไต่สวนแล้วจะออกมาในรูปแบบใด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับคนทั้งหมด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอกล่าวว่า &amp;quot;ปัจจุบันก็ยังไม่รู้ว่านาฬิกาที่ครอบครองเป็นของผู้ที่ถูกอ้างหรือไม่ ข้อมูลไม่สุดสาย เป็นเรื่องของการชั่งน้ำหนักแต่ละกลุ่ม แล้วมีมติยอมรับ จบก็จบ แต่ว่าในส่วนที่ความเห็นวินิจฉัยส่วนตนก็ยังมี ดิฉันจะเขียนคำวินิจฉัยส่วนตน เพราะว่าการใช้ดุลพินิจในทุกเรื่องต้องมีมาตรฐาน ถ้าใช้ดุลพินิจที่ไม่มีเหตุและผล ไร้มาตรฐาน อาจมีคำถาม แล้วกฎหมายนี้ มีสิทธิให้ประชาชนตรวจสอบได้ เรียนว่าพวกเราทุกคนระวังกันหมด มีเหตุผลในการชี้แจง ดิฉันมีเหตุผลในส่วนของนักบัญชี แต่เคารพความเห็นกรรมการท่านอื่นเช่นกัน ดังนั้นขอให้เชื่อมั่นในการทำงานของ ป.ป.ช.&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26869</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรีชา เลิศกมลมาศ, วรวิทย์ สุขบุญ, สุภา ปิยะจิตติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c408ea41b7e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอวัง!สอบนาฬิกาหรูป้อม&#039;ปปช.&#039;ยื้อต่ออ้างข้อมูลยังไม่สมบูรณ์  สั่งคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค. 61 - รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า เมื่อวันที 29 มี.ค.มีการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. &amp;nbsp;โดยมีวาระให้คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีครอบครองนาฬิกาหรูและแหวนเพชร ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่ไม่ได้แจ้งไว้ในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต่อคณะกรรมการป.ป.ช. โดยเมื่อเข้าสู่สาระการประชุมดังกล่าวพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ได้ขอถอนตัวจากการร่วมประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นกรรมการทั้ง 8 คนจึงได้เสนอชื่อนายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการป.ป.ช.ที่อาวุโสสูงสุดให้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมในการพิจารณาวาระดังกล่าว ซึ่งเมื่อคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงฯ ดังกล่าวรายงานข้อสรุปพร้อมรายละเอียดทั้ง 38 แผ่นให้ที่ประชุมกรรมการทราบเพื่อขอความเห็นจากที่ประชุมว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า หลังจากประชุมนานถึง 1 ชั่วโมงเศษ ในที่สุดที่ประชุมกรรมการได้ให้ความเห็นว่า ให้คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงไปดำเนินการหาข้อเท็จจริงต่อ เพราะข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะรายละเอียดของนาฬิกาหรูแบรนด์ต่างประเทศ ที่จะต้องมีหมายเลขประจำเครื่องนาฬิกา (ซีเรียล นัมเบอร์) ให้ครบทั้ง 22 เรือน เนื่องจากคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงฯตรวจสอบทั้ง 25 เรือนแล้วพบว่า มีนาฬิกาบางเรือนซ้ำกันอยู่ ทำให้เหลือตรวจสอบ 22 เรือน ซึ่งที่ประชุมได้ให้คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงไปหาข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาเรือนนั้นๆ ต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่จะต้องเชิญตัว พล.อ.ประวิตร มีให้ถ้อยคำด้วยตัวเองหรือไม่นั้น ที่ประชุมเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปถึงขั้นตอนดังกล่าว สำหรับประเด็นแหวนเพชรนั้น ได้ข้อยุติแล้วว่า เป็นแหวนที่มีมูลค่าไม่ถึง 2 แสนบาทจึงไม่จำเป็นต้องแจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องยื่นต่อป.ป.ช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6063</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาฬิกาหรู, บิ๊กกุ้ย, บิ๊กป้อม, ป.ป.ช., ปรีชา เลิศกมลมาศ, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, พล.อ.ประวิตร, ยื้อเวลา, แหวนเพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171210/5a2ce947aac3d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
