<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2020 19:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2020 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ็นทรัลฯแจ้งปิดให้บริการ 9 สาขาในกรุงเทพ แต่เปิดซูเปอร์ฯกับร้านอาหารซื้อกลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค. 2563 นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ศูนย์การค้าพร้อมให้ความร่วมมือและร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยระงับวิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID-19 ตามประกาศกรุงเทพมหานคร

บริษัทฯ จึงขอประกาศปิดให้บริการชั่วคราวศูนย์การค้า 9 สาขาในกรุงเทพฯ ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, ปิ่นเกล้า, รามอินทรา, บางนา, พระราม 2, พระราม 3, แกรนด์ พระราม 9, และเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ มีผลตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม ถึง 12 เมษายน 2563 (สำหรับศูนย์การค้านอกเขตกรุงเทพมหานครยังคงเปิดให้บริการตามปกติ) ทั้งนี้ ยกเว้น เฉพาะบริเวณชั้นซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ยังเปิดให้บริการสำหรับธุรกิจบางประเภทตามประกาศกรุงเทพมหานคร ดังต่อไปนี้

1) ซูเปอร์มาร์เก็ต (เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์)
2) ร้านขายยา รวมทั้ง Boots, Watson
3) ร้านขายอาหารสัตว์ และสินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต (เช่น แฟมิลี่มาร์ท)
4) ร้านอาหารเฉพาะการจำหน่ายเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น (Take Away หรือ Delivery)
5) และอื่นๆ ตามที่อาจจะมีการประกาศเพิ่มเติม

สำหรับร้านอาหารในโซนอื่นที่ศูนย์ฯ ไม่ได้เปิดให้บริการลูกค้า และประสงค์จะให้บริการ Take Away หรือ Delivery ทางศูนย์ฯ ยินดีจัดหาพื้นที่บริเวณชั้นซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อบริการรับและส่งออร์เดอร์สำหรับลูกค้า และอำนวยความสะดวกในการใช้พื้นที่ร้านในการประกอบอาหาร

สำหรับอาคารสำนักงานของบริษัทฯ ทุกแห่ง ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ (โดยร้านค้าในอาคารสำนักงานให้ปฏิบัติตามประกาศจากกรุงเทพมหานคร)

ตลอดระยะเวลาที่ได้ร่วมเผชิญสถานการณ์นี้ร่วมกันมา บริษัทฯ รู้สึกซาบซึ้งและขอขอบคุณเป็นอย่างสูงในความเข้าใจและความร่วมมือในด้านต่างๆ จากท่านพันธมิตรร้านค้าทุกท่าน เรามีความเป็นห่วงในสถานการณ์การดำเนินธุรกิจของท่าน บริษัทฯ จะดำเนินทุกวิถีทางเพื่อที่จะร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตการณ์ครั้งนี้และเป็นกำลังสำคัญให้ประเทศชาติของเราเดินหน้าต่อไปได้อย่างดีที่สุด


&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60457</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา (CPN), ปรีชา เอกคุณากูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190919/image_big_5d8323ecb86cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีพีเอ็น องค์กรยั่งยืนมาตรฐานระดับโลก ติดอันดับดัชนี DJSI World เป็นปีที่ 2 และใน Emerging Markets เป็นปีที่ 6</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ขึ้นแท่นบริษัทยั่งยืนระดับโลก โดยเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกและรายเดียวของไทยที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Index: DJSI) กลุ่ม DJSI World 2019 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และในกลุ่ม Emerging Markets ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายให้ได้รับประโยชน์และเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน จนได้รับการยอมรับในมาตรฐานระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;-webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซีพีเอ็น กล่าวว่า &amp;ldquo;ปีนี้นับเป็นปีที่ 6 แล้ว (2014-2019) ที่ซีพีเอ็น เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์หนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับระดับโลกอย่าง DJSI ในกลุ่ม Emerging Markets และเรายังได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่ม DJSI World หรือ บริษัทยั่งยืนระดับโลก ต่อเนื่องเป็นปีทื่2 อีกด้วย ซึ่งซีพีเอ็น เป็น 1 ใน 12 บริษัทของไทยที่ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มระดับโลกนี้ ดัชนี DJSI เป็นเครื่องชี้วัดการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทชั้นนำระดับโลก ประเมินจากผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนครอบคลุม 3 มิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงในการพิจารณาการลงทุนซึ่งเป็นที่ยอมรับในแวดวงธุรกิจทั่วโลก ว่าบริษัทที่ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิก DJSI จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืนให้กับผู้ลงทุนได้ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ และความภาคภูมิใจของพนักงานและคณะผู้บริหารซีพีเอ็นทุกคน จากความมุ่งมั่นในการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ตั้งแต่ลูกค้า คู่ค้า ไปจนถึงชุมชน และสิ่งแวดล้อม สร้างการพัฒนาเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน จนได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิก DJSI ตอกย้ำความเป็นผู้นำของซีพีเอ็นที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและได้รับการยอมรับจากทั่วโลก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46128</URL_LINK>
                <HASHTAG>DJSI World, บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา (CPN), ปรีชา เอกคุณากูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190919/image_big_5d8323ecb86cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ็นทรัลเฮ!เปิดบริการได้ ศักดิ์สยามบี้สรุป1สัปดาห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซ็นทรัลเฮ! เปิดบริการเอาท์เล็ต หลังศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราว สั่ง &amp;quot;ทอท.&amp;quot; รื้อสิ่งกีดขวาง &amp;quot;ศักดิ์สยาม&amp;quot; มอบรองปลัดฯ ถก 4 หน่วยงาน เคลียร์ปมทางเชื่อมเซ็นทรัล วิลเลจ ภายใน 1 สัปดาห์ รับอยู่นอกพื้นที่ท่าอากาศยานฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ศาลปกครองกลางมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราว ก่อนการพิพากษาในคดีที่บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซีพีเอ็น วิลเลจ จำกัด ยื่นฟ้อง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ตั้งเต็นท์ขวางทางเข้า-ออกโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ต ทำให้ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนาเสียหาย โดยศาลมีคำสั่งให้ ทอท.รื้อถอนสิ่งกีดขวางใดๆ ออกไปจากเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 บริเวณทางเข้า-ออกหน้าโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ต และยุติการดำเนินการใดๆ อันเป็นการขัดขวาง รบกวน หรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการใช้ประโยชน์ใดๆ ของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง และการดำเนินการของหน่วยงานสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว ทั้งนี้ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลเห็นว่า บริเวณดังกล่าวเป็นเขตทางซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 อยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงแผ่นดิน โดย ทอท.เคยมีหนังสือลงวันที่ 16 พ.ย.61 ขออนุญาตกรมทางหลวงเพื่อก่อสร้างท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินและบ่อพัก เมื่อพิจารณาข้อกำหนดและข้อตกลงดังกล่าว เห็นว่า ทอท.เป็นเพียงหน่วยงานที่ได้รับสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุที่อยู่ในการครอบครอง ควบคุม ดูแลของกรมการบินพาณิชย์ และมีหน้าที่ดูแล ระวังรักษาแนวเขตที่ราชพัสดุที่ได้รับมอบหมายไม่ให้บุคคลใดมารบกวนการครอบครอง หรือใช้สิทธิ์ครอบครองโดยปรปักษ์เท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจอื่นเกี่ยวกับที่ราชพัสดุดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้ง บจม.เซ็นทรัลฯ และพวกได้รับอนุญาตให้ทำทางเชื่อมและใช้ทางเชื่อมดังกล่าวเป็นทางเข้า-ออก และการใช้สาธารณูปโภคพื้นฐาน ไม่ได้มีลักษณะเป็นการรบกวนการครอบครอง หรือใช้สิทธิ์ครอบครองโดยปรปักษ์ในที่ดินพิพาท จึงถือได้ว่าคำฟ้องของ บจม.เซ็นทรัลฯ และพวกมีมูล และการที่ ทอท.ให้ถ้อยคำยืนยันว่า ทอท.มีอำนาจที่จะกระทำตามฟ้อง แสดงให้เห็นว่า ทอท.จะกระทำซ้ำหรือทำการดังกล่าวต่อไป และปรากฏข้อเท็จจริงด้วยว่าการกระทำดังกล่าวของ ทอท. ทำให้ บจม.เซ็นทรัลฯ และพวก ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ จึงเป็นกรณีที่บจม.เซ็นทรัลฯ และพวก จะได้รับความเดือดร้อนเสียหายต่อไป เนื่องจากการกระทำของ ทอท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแม้ ทอท.จะอ้างว่าหากให้ บจม.เซ็นทรัลฯและพวกใช้ทางเชื่อมดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 เสียหายด้านการเงิน ด้านเศรษฐกิจของประเทศ และด้านการให้บริการสาธารณะ รวมถึงศักยภาพการให้บริการของสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ศาลเห็นว่าข้อกล่าวอ้างเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น และในขณะนี้การที่ บจม.เซ็นทรัลฯ และพวกใช้ที่ดินบริเวณพิพาทเป็นทางเข้า-ออกและใช้สาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อประกอบกิจการโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ต ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายตามที่ ทอท.อ้างแต่อย่างใด ดังนั้นการที่ศาลจะกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา จึงไม่เป็นการเสียหายหรืออุปสรรคต่อการบริหารงานของ ทอท.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจม.เซ็นทรัล พัฒนา หรือซีพีเอ็น เปิดเผยว่า บริษัท พันธมิตรร้านค้ากว่า 150 ร้าน และพนักงานกว่า 1,000 คน ขอขอบคุณภาครัฐ ศาลปกครอง ประชาชน สื่อมวลชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่มีความจริงใจ ช่วยสนับสนุนให้เกิดความเป็นธรรม และช่วยคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ ให้โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ตระดับโลกแห่งแรกของไทย สามารถเปิดให้บริการได้ตามกำหนดวันที่ 31 ส.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 10.39-22.00 น. ตามที่ได้ตั้งใจไว้ โดยมุ่งหวังประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของชาติเป็นสำคัญ โดยมีที่จอดรถ 1,500 คัน และบริการรถ ชัตเติลบัสรับ-ส่งฟรี 2 จุดจากในเมือง เซ็นทรัลเวิลด์ และบีทีเอส อุดมสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เปิดเผยภายหลังการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเด็นข้อพิพาทระหว่าง ทอท.กับซีพีเอ็นว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วว่าพื้นที่การก่อสร้างของโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ของ ซีพีเอ็นอยู่นอกเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของ ทอท. ซึ่งอยู่ในความรับผิดของกรมท่าอากาศยานและกรมธนารักษ์ โดยปัญหาเรื่องที่ 1 คือการขอเชื่อมทางบนทางหลวงหมายเลข 370 ที่ยังไม่มีความชัดเจน หน่วยงานที่มีอำนาจอนุญาตให้เชื่อมเส้นทางดังกล่าว ซึ่งมี 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมทางหลวง กรมธนารักษ์ ทอท. และจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เบื้องต้นได้มอบหมายให้นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม เชิญทั้ง 4 หน่วยงานเข้ามาหารือและสรุปความชัดเจน ว่าหน่วยงานใดมีอำนาจในการอนุญาตให้เชื่อมเส้นทางหลวงหมายเลข 370 และให้โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ได้ไปขออนุญาตโดยตรง คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ขณะนี้สำนักการบินพลเรือน (กพท.) อยู่ระหว่างส่งหนังสือรายงานความปลอดภัยทางการบินไปยังองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยทางอากาศของโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ว่าผ่านมาตรฐานของ ICAO หรือไม่ ใน 4 ด้านคือ 1.ปล่อยแสงเลเซอร์ 2.คลื่นเสียง และคลื่นวิทยุ 3.ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไฟฟ้า และ 4.กิจกรรมอื่นๆ ที่ผู้อำนวยการ กพท.เป็นผู้กำหนด ซึ่งจะต้องไม่สร้างภาระให้แก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้มีมติให้ กพท.ทำหนังสือแจ้งซีพีเอ็นทราบว่าผลการตรวจสอบโครงการปลอดภัยหรือไม่ และให้ซีพีเอ็นทำหนังสือรายงาน กพท. ในประเด็นข้อสังเกตถึงกิจกรรมที่มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย นอกจากนี้ ให้ กพท.เร่งจัดทำรายงานความปลอดภัยทางการบินให้ ICAO อนุมัติ และจัดส่งให้เอกชนในพื้นที่รับทราบเป็นแนวทางเดียวกัน และให้ ทอท.นำสิ่งกีดขวางออกนอกพื้นที่โครงการ รวมถึงให้ ทอท.และซีพีเอ็นทำความเข้าใจกับประชนให้รับทราบตรงกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้แก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวอย่างถูกต้องตามหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ควบคู่กัน ตอนนี้กระทรวงพูดถึงเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอย่างเดียว โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยทางการบิน แต่ก็พบว่ามีกฎหมายที่บังคับใช้เรื่องเดียวในปัจจุบันคือ การก่อสร้างอาคารที่มีความสูงต้องผ่านมาตรฐาน ซึ่ง กพท.จะต้องไปตรวจสอบซ้ำ ส่วนเรื่องอื่นๆ ตอนนี้ กพท.ยังร่างรายละเอียดอยู่ และเตรียมส่งไปให้ ICAO ตรวจสอบ ซึ่งยังไม่เป็นผลบังคับใช้ ดังนั้นยังไม่ถือเป็นประกาศ ยังไม่มีบทกำหนดชัดเจน&amp;rdquo; นายศักดิ์สยามระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. เปิดเผยว่า หลังจากศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองแล้ว ทอท.จะเร่งรื้อย้ายสิ่งกีดขวางออกทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมนึก รงค์ทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการทดสอบเครื่องบินขึ้นลงช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเซ็นทรัล วิลเลจ ก่อสร้างตัวอาคารแล้ว พบว่าจุดที่ตั้งโครงการอยู่ทิศใต้ของสนามบินสุวรรณภูมิไม่ส่งผลกระทบต่อการนำเครื่องบินขึ้นลง หรือกระทบอุปกรณ์นำร่องและนำร่อนของอากาศยานในช่วงการขึ้นลง ทั้งนี้ ปกติเครื่องบินขึ้นลงสนามบินสุวรรณภูมิแต่ละปีส่วนใหญ่จะบินขึ้นลงทิศทางเหนือ โดย 1 ปี จะมีระยะเวลา 11 เดือนที่เครื่องบินขึ้นลงทิศเหนือ ส่วนทิศใต้จะนำเครื่องบินขึ้นลงตามทิศทางของลมไม่เกิน 1 เดือนเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันปัจจัยความสูงและตัวโครงการจะไม่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์จราจรทางอากาศก็ตาม แต่ต้องเฝ้าระวังเรื่องการจัดกิจกรรมในพื้นที่ โดยเฉพาะอุปกรณ์แสงสีเสียง ยอมรับว่าหากจัดกิจกรรมลักษณะดังกล่าว จะส่งผลกระทบรบกวนการปฏิบัติงานของนักบิน ซึ่ง กพท.ต้องไปออกประกาศควบคุมไม่ให้เกิดปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายโชคชัย อ่างแก้ว อาชีพทนายความ ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ เลขาธิการ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบและลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับอนุญาตให้ดำเนินโครงการการก่อสร้างศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ต ที่มีการก่อสร้างในพื้นที่สีเขียว ที่ดินประเภทชนบท และเกษตรกรรม (ก.1-10).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44662</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิตินัย ศิริสมรรถการ, ปรีชา เอกคุณากูล, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, สมนึก รงค์ทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190830/image_big_5d6928072cadc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ็นทรัล วิลเลจ ลั่นไม่ถอยเปิดแน่ 31 ส.ค. นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.2562 นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอดการดำเนินธุรกิจของบริษัทมาเป็นระยะเวลา 39 ปี บริษัทมีความเป็นมืออาชีพ ยึดมั่นอยู่ในหลักธรรมมาภิบาล และความถูกต้องมาตลอด แต่ในช่วงที่ผ่านมาได้มีข่าวที่ทำให้เกิดความสับสนหลายด้านเกี่ยวกับโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ซึ่งได้ดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้ว โดยขอยืนยันว่ามีขั้นตอนที่ถูกต้อง และได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจรับผิดชอบโดยตรง นับจากปี 2558 บริษัทฯ ได้ทำการตรวจสอบที่ดินว่าที่ดินดังกล่าวนั้น สามารถพัฒนาโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ได้ตาม พ.ร.บ. ผังเมือง และติดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ไม่ใช่ที่ดินตาบอดแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ในวันที่ 22 ธ.ค. 2559 บริษัทฯ ได้รับหนังสือรับรองการใช้ประโยชน์ที่ดินตาม พ.ร.บ. ผังเมือง ว่า พื้นที่สีเขียวบริเวณ ก1-10 ของผังเมืองสมุทรปราการ ยังมีพื้นที่เพียงพอให้บริษัทฯ สร้างโครงการนี้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และวันที่ 30 ม.ค. 2560 และ 25 ก.ค. 2562 บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างและแบบปรับปรุงภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) โดยวันที่ 24 เม.ย. 2561 ได้ใบอนุญาตการก่อสร้างอาคาร (อ1) จาก อบต. บางโฉลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปรีชา กล่าวต่อว่า วันที่ 24 เม.ย. 2561 บริษัทฯ ได้แถลงข่าวเปิดตัวโครงการต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก ซึ่งเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2562 กรมทางหลวงได้อนุญาตให้การประปา ใช้พื้นที่ไหล่ทางในการดำเนินการวางท่อเข้าโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ และวันที่ 24 ก.ค. 2562 กรมทางหลวงได้อนุญาตให้ทำทางเชื่อมเข้าออก ขยายผิวจราจร และปรับปรุงทางเท้า ซึ่งรวมไปถึงไหล่ทางด้วย เช่นเดียวกับที่เคยได้อนุมัติเชื่อมทางให้กับผู้ร้องขอรายอื่นบนถนนสายนี้ทั้งสิ้น 37 ราย รวมถึง ทอท. ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เคยขออนุญาตจากกรมทางหลวงมาโดยตลอด และล่าสุดเมื่อ 14 พ.ค. 2562 ได้มีหนังสือจากกรมทางหลวงอนุญาตให้ ทอท. เดินท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินและบ่อพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในวันที่ 14 ส.ค. &amp;nbsp;2562 บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเปิดใช้อาคาร (อ6) จาก อบต. บางโฉลง ต่อมาในวันที่ 22 ส.ค. 2562 ทอท. มาปิดกั้นทางเข้าออก หน้าโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ และมีกำหนดการเปิดให้บริการในวันที่ 31 ส.ค. 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราพยายามหาทางออกหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการเจรจา เพราะการหาข้อยุติตามกฎหมาย ต้องใช้เวลา การดำเนินงาน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นอาจไม่เป็นประโยชน์ และไม่ได้เกิดความเสียหายแก่บริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีคู่ค้าและแบรนด์ต่างๆ ขณะที่ผู้รับเหมาก็ไม่สามารถเข้ามาทำงานได้ และทำงานลำบากมาตลอดหนึ่งอาทิตย์ หวังว่าทุกฝ่ายจะหาทางออกอย่างถูกต้อง โดยยังต้องการเปิดให้บริการในวันที่ 31 ส.ค. นี้ คงมีการเจรจาให้เอาเต้นท์ออกหรือรื้อถอนสิ่งกีดขวางออกไปก่อน หากมีสิ่งที่ติดใจให้มาคุยกัน แต่หากศาลฯ ชี้ว่าเราได้ประโยชน์ตรงนี้ การฟ้องกลับนั้นก็ต้องดูต่อว่าได้รับความเสียหายมากน้อยขนาดไหน ไม่ใช่แค่บริษัท แต่ยังมีความเสียหายจากแบรนด์ต่างๆ &amp;nbsp;โดยคำสั่งศาลปกครองไม่ว่าจะออกมาอย่างไรก็มีแผนสำรอง และพร้อมเจรจากับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การตีความฝ่ายเดียวโดยพละการ นับเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง&amp;rdquo; นายปรีชา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ขอวิงวอนให้ภาครัฐให้ความเป็นธรรม และช่วยคลี่คลายสถานการณ์ปัญหาต่างๆ โดยโครงการมีมูลค่าร่วมลงทุนของซีพีเอ็น และร้านค้ากว่า 150 ร้านค้า รวมกว่า 5,000 ล้านบาท โดยหลังจากเปิดให้บริการคาดว่า จะมีการจ้างงานพนักงานร้านค้าที่เช่าพื้นที่ กว่า 1,000 คน และคาดว่า จะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในประเทศกว่า 30,000 ล้านบาท หากเปิดให้บริการในวันที่ 31 ส.ค. นี้ คาดว่าจะสามาระเปิดให้บริการได้ 70%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44487</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา (CPN), ปรีชา เอกคุณากูล, เซ็นทรัล วิลเลจ, เปิด 31 ส.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d6645c7ef81f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
