<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวทีถกแก้หนี้ครู สหกรณ์ออมทรัพย์ ลุกขึ้นโวย ไม่ควรให้สกสค.เป็นเจ้าภาพ แต่ควรให้สหกรณ์เจ้าหนี้จัดการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8ธ.ค.63-ที่หอประชุมคุรุสภา คณะอนุกรรมาธิการพิจรณาหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ได้เชิญประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกว่า 108 แห่งทั่วประเทศ ร่วมประชุม เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบ ทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปรีดา บุญเพลิง ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครู สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หลังจากคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ศึกษา สำรวจและออกรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนครู ผู้นำองค์กรวิชชีพครู เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิตครู ชมรมข้าราชการครูบำนาญ ตัวแทนสถาบันการเงินและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั่วประเทศมาระยะหนึ่ง ทั้งนี้สามารถสรุปเป็นแนวทางแก้ไขปัญหา ได้ 2 แนวทาง คือ ระยะเร่งด่วน และระยะยั่งยืน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องนำมาพูดคุยและหารือกับกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศซึ่งถือว่าเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของครู อีกทั้งจะต้องหาแหล่งเงินทุนตั้งเป็นกองทุนพัฒนาครูไทย เพื่อเปิดช่องให้ครูได้กู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูก เพื่อนำไปล้างหนี้เดิม ตนเชื่อว่าวิธีดังกล่าวจะสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สิ้นให้ครูได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปรีดา กล่าวต่อว่า สำหรับการหารือกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศ ทำให้ได้รับความคิดเห็น ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข ความเป็นไปได้และที่มีประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบจากประธานและผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทุกแห่ง โดยประเด็นที่น่าสนใจ คือ รัฐต้องมีความจริงใจที่จะแก้ไข จัดหาแหล่งทุนที่มีดอกเบี้ยต่ำ อีกทั้งต้องมีการรวมหนี้สินครูไว้ที่เดียว มีสวัสดิการที่ดีในการดูแลช่วยเหลือครู มีการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขหนี้สินครู และมีมาตรการควบคุมวินัยการใช้จ่ายเงินของสมาชิกที่เข้าโครงการอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต้องมีการกำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำรงชีวิตที่ดี อย่างต่อเนื่อง และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศเห็นด้วย พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการฯ จะได้นำผลการประชุมสัมมนาวันนี้ไปสรุปและเสนอที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ พิจารณา เพื่อสรุปเป็นแนวทางแก้ไขหนี้สินครูอย่างเป็นระบบ ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นต่อไปโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศในครั้งนี้ มีตัวแทนจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต่าง ๆ ได้ลุกขึ้นอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูมีมายาวนานแต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้สำเร็จ เพราะขาดความจริงใจจากรัฐบาล และไม่ควรใช้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เป็นหน่วยงานในการแก้ไขปัญหานี้ เนื่องจาก สกสค.ไม่มีเม็ดเงินที่จะเข้ามาดำเนินการได้โดยตรง แต่ควรให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของครูเป็นผู้ดำเนินการ ดังนั้นการที่คณะอนุกรรมาธิการฯเข้ามาพูดคุยและดึงสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเข้ามาร่วมระดมความคิดในการแก้ไขปัญหาจึงเป็นเรื่องที่ดี และถือว่ามาถูกทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86288</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะทำงานแก้หนี้ครู, ปรีดา บุญเพลิง, สหกรณ์ออมทรัพย์แก้หนี้ครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf3648bc076.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรุป 7  ข้อ&quot;แก้หนี้ครู&quot; ลงลึกถึงราก ให้บรรจุวิชาเศรษฐศาสตร์ ในหลักสูตรเรียนครู ต้องผ่านอบรมทักษะชีวิตก่อนบรรจุ    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24พ.ย.63- นายปรีดา บุญเพลิง ประธานคณะอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ในคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและแนวทางบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้มีการสรุปสาเหตุการเกิดปัญหาหนี้สินครูและวิเคราะห์สาหตุของการเป็นหนี้ พบว่าหนี้สินครูโดยรวมอยู่ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์และจากสถาบันการเงินอื่น ๆ แบ่งครูที่เป็นหนี้ 3 กลุ่ม คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1.กลุ่มหนี้ปกติ คือ ครูที่เป็นหนี้สามารถส่งคืนหนี้ได้ปกติทุกเดือน และมีเงินเดือนเหลือพอใช้จ่ายเพียงพอในแต่ละเดือนได้ปกติ มีจำนวนปานกลางจากจำนวนครูที่เป็นหนี้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;2.กลุ่มหนี้ที่กำลังเข้าขั้นวิกฤติ คือ ครูที่เป็นหนี้สามารถส่งคืนได้ปกติทุกเดือน แต่ไม่มีเงินเหลือเพียงพอที่จะใช้จ่ายแต่ละเดือน ต้องวิ่งหากู้ยืมเงินนอกระบบมาใช้จ่ายให้เพียงพอ ซึ่งในกลุ่มนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3.กลุ่มหนี้เข้าขั้นวิกฤติ คือ ครูที่เป็นหนี้ไม่สามารถส่งคืนเงินกู้ได้ปกติ เงินใช้แต่ละเดือนไม่เพียงพอส่วนใหญ่ตกเป็นภาระผู้ค้ำประกันหนี้ ต้องรับภาระชำระหนี้แทน กลุ่มนี้แม้จะมีน้อย แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยจากสาเหตุ และสภาพหนี้ปัจจุบันของการเป็นหนี้ดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน ขาดการยอมรับนับถือในสังคม การแก้ปัญหาหนี้จึงจำเป็นต้องแก้ไขอย่างเป็นระบบและการจะทำให้เกิดประสิทธิผลได้นั้น คงไม่สามารถดำเนินการกับกลุ่มครูที่เป็นหนี้ทั้งหมดในคราวเดียวกันได้ เพราะครูที่เป็นหนี้มีเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องเริ่มต้นที่กลุ่มครูที่เป็นหนี้วิกฤติก่อน &amp;nbsp;แล้วจึงขยายผลไปยังกลุ่มอื่นโดยระยะเร่งด่วนให้ดำเนินการกับกลุ่มหนี้เข้าขั้นวิกฤติ ซึ่งถูกฟ้องร้องบังคับคดียืดทรัพย์ หรืออาจนำไปสู่การเป็นบุคคลล้มละลาย ควรได้รับการแก้ไขโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปรีดา กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการการแก้ไขมีดังนี้ 1.การประนอมหนี้ หรือปรับโครงสร้างหนี้แก่ครูที่เป็นหนี้ขั้นวิกฤติและกำลังเข้าขั้นวิกฤติ มีการกำหนดแผนการชำระหนี้และเจรจาประนอมหนี้ 2.รัฐต้องพักชำระหนี้ให้แก่ครู อย่างน้อย 2 ปี หรือยืดระยะเวลาการชำระหนี้ตามความเหมาะสม 3.ลดดอกเบี้ยเงินกู้ไม่เกินร้อยละ 4 บาทต่อปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว จะต้อง 1.เสนอให้มีการเพิ่มรายวิชาในหลักสูตรการเรียนครู คือวิชาเศรษฐศาสตร์การเงิน การลงทุน การดำเนินชีวิตด้วยวิถีเศรษฐกิจแบบพอเพียง ปลูกฝังจิตสานึก ความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ และสังคม ให้กับนักศึกษาครู &amp;nbsp;
2.กระบวนการผลิตครู รัฐต้องกำหนดให้มีสถาบันการผลิตครูโดยตรง กระจายอยู่ภูมิภาคต่าง ๆ จบแล้วสามารถบรรจุรับราชการครูในท้องถิ่นของตนเองได้ทันที ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาการบรรจุห่างไกลภูมิลำเนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3.ให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดหลักสูตรและสนับสนุนงบประมาณเพื่อการพัฒนา บุคคลก่อนบรรจุแต่งตั้งครูผู้ช่วย เพื่อหล่อหลอมและเพิ่มพูนประสบการณ์ให้ผู้ที่จะบรรจุครูผู้ช่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4.การจัดสวัสดิการ สวัสดิภาพครู รัฐต้องจัดโดยเท่าเทียมกับอัยการ ทหาร ตำรวจ มีสวัสดิการเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้ เช่น ค่าสอนล่วงเวลา ค่าสอนเกินชั่วโมงที่กำหนด ค่าเบี้ยเลี้ยงพาหนะในการไปราชการ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5.รัฐต้องปรับปรุงอัตราเงินเดือนครู โดยให้ฐานเงินเดือนครูเริ่มต้นควรเพียงพอต่อการดำรงชีวิตประจาวัน 6.รัฐควรลดภาระงานครูให้เหลือแต่หน้าที่สอนอย่างเดียว7.ปรับปรุงพระราชกฤษฎีกค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2547 และแก้ไขเพิ่มเติมในท้องถิ่นอำเภอ หรือ เขต ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของตัวเองได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้เพื่อให้การขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบประสบความสำเร็จโดยเร็ว ที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ จึงมีความเห็นให้มีการออกรับข้อมูลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องวิชาชีพครู และเครือข่ายพัฒนาวิชาชีพครูทั่วประทศใน 4 ภูมิภาค เพื่อหลอมรวมปัญหาและแก้ไขปัญหาครั้งสุดท้ายภายในเดือนธันวาคมนี้ ก่อนเสนอแนวทางให้คณะกรรมาธิการวิสามัญฯได้พิจารณาและเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป&amp;rdquo; นายปรีดา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84876</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรีดา บุญเพลิง, แก้ปัญหาหนี้สินครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbcc8e57014b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
