<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตบิ๊กข่าวกรอง ขำกลิ้ง &#039;เชิดชูแปลก&#039; ลืมไปว่า &#039;จอมพล​ ป.&#039; โค่น &#039;ปรีดี&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.63 -&amp;nbsp;นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ถึงกรณีแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศษสตร์และการชุมนุม &amp;nbsp;เชิดชู จอมพล แปลก พิบูลสงคราม หรือ ป. พิบูลสงคราม ว่า &amp;quot;ยกย่องแปลก ลืมไปหรือเปล่า จอมพล​ ป.เป็นคนโค่นล้มปรีดี ออกจากอำนาจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	นักประวัติศาสตร์ชื่อดังเฉลยทำไม&amp;#39;เพนกวิน&amp;#39;ยกย่อง&amp;#39;จอมพลป.&amp;#39;ผู้ล้มล้างราชบัลลังก์!
	&amp;#39;แก้วสรร&amp;#39; ออกบทความ &amp;#39;19 กันยา...อย่าควักปืนยิงแมงสาบ!&amp;#39;
	&amp;#39;ส.ว.สมชาย&amp;#39; เปิดข้อมูลหน่วยข่าวกรอง 10 เครือข่ายขนคนร่วมม็อบ 19 กันยา
	

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77628</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ข่าวกรอง, จอมพลป., นันทิวัฒน์ สามารถ, ปรีดี, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f35e35ad8c49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;ข้องใจ&#039;สุพัฒนพงษ์-ปรีดี&#039;ไม่ค้านซื้อเรือดำน้ำ! เย้ยทีมศก.ใหม่ไร้น้ำยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค. 63 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า การส่งออกในเดือนกรกฎาคมมีแนวโน้มที่จะติดลบหนัก ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 น่าจะยังคงติดลบหนักอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ที่ติดลบหนักถึง 12.2% ซึ่งเป็นผลให้รัฐบาลไม่สามารถเก็บภาษีได้ตามเป้า จึงต้องกู้เงินเพิ่มขึ้นอีก เลยเป็นสาเหตุที่มีข่าวบอกว่ารัฐบาลถังแตก ซึ่งก็จริงเพราะรายได้ไม่พอกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นมาก แม้รัฐบาลจะพยายามจะปฏิเสธว่าไม่ได้ถังแตก แต่ความจริงคือสถาวะที่เป็นอยู่นี้จะหนักยิ่งกว่าถังแตกเสียอีก โดยอาจจะถึงขั้นล้มละลายเลย เพราะปัจจุบันรัฐบาลทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นถึง 8.21 ล้านล้านบาท หรือ คิดเป็น 51.64% ของจีดีพี และรัฐบาลจะต้องกู้เงินเพิ่มมากขึ้นอีกเรื่อยๆ ในขณะที่จีดีพีจะติดลบ เปรียบเหมือนครอบครัวที่ต้องกู้หนี้ยืมสินเพิ่มขึ่้นเรื่อยๆ แต่รายได้กลับลดลงก็คงจะรอวันล้มละลาย โดยรัฐบาลจะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีเพิ่มสูงเกิน 60% ของจีดีพี ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดที่ประเทศกำลังพัฒนาไม่ควรมีหนี้เกิน เพราะจะทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ โดยเฉพาะที่ประเทศไทยมีสัดส่วนการเก็บภาษีได้เพียง 16-17% ของจีดีพีเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การมีหนี้ชนเพดานจะทำให้ประเทศไทยไม่สามารถกู้เงินเพิ่มเพื่อมาพัฒนาประเทศ หรือ ช่วยเหลือประชาชนได้อีก เพราะจะเสี่ยงต่อสถานะการเงินการคลังของประเทศ&amp;nbsp; ดังนั้นปัญหาที่เป็นอยู่จะหนักกว่าการถังแตกมาก โดยหมายถึงอนาคตที่ประเทศจะมีหนี้สาธารณะเกินกำหนด แต่จีดีพีกลับไม่เพิ่มและยังติดลบหนักอีก จากความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลมาตลอดหลายปีนี้ และรัฐบาลในอนาคตจะไม่สามารถกู้เงินมาฟื้นเศรษฐกิจได้เพราะหนี้เต็มวงเงินแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ในภาวะเช่นนี้ รัฐบาลจะต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์อย่างระมัดระวังเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและต้องจ่ายแล้วจีดีพีจะต้องเพิ่ม ความสุขของประชาชนจะต้องเพิ่ม ไม่จ่ายสะเปะสะปะแบบไม่มีทิศทางเหมือนที่ผ่านมาที่ถึงขนาดต้องเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจยกชุด แต่ถึงกระนั้น ล่าสุด&amp;nbsp; ส.ส. ฝั่งรัฐบาลยังกล้าโหวตที่จะอนุมัติซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ จำนวนเงิน 22,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองและไม่มีเหตุผล ในภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนลำบากกันอย่างมากนี้ รัฐบาลทำเหมือนไม่สนใจและไม่แคร์ต่อความรู้สึกของประชาชนเลย ทั้งๆ ที่สังคมเพิ่งจะตำหนิการซื้อเครื่องบินสำหรับวีไอพีของกองทัพจำนวนเงิน 1,348.5 ล้านบาท กระแสต่อต้านการซื้อเรือดำน้ำนี้จึงมีอย่างมาก เพราะจะเป็นการใช้เงินอย่างไม่เกิดประโยชน์ รัฐบาลน่าจะนำเงินดังกล่าวมาฟื้นฟูเศรษฐกิจหรือช่วยประชาชนที่กำลังลำบากมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การโหวตอนุมัติการซื้อเรือดำน้ำของ ส.ส. ฝั่งรัฐบาลครั้งนี้ นอกจากจะแสดงความไม่ฉลาดของรัฐบาลที่ทำให้ประชาชนไม่พอใจกันอย่างมากแล้ว ยังเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของทีมเศรษฐกิจที่ปรับเปลี่ยนใหม่ของรัฐบาลอย่างหมดสิ้นตั้งแต่เพิ่งจะเริ่มทำงาน เพราะประชาชนต้องสงสัยว่าเหตุใดทีมเศรษฐกิจใหม่ เช่น นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน และ นายปรีดี ดาวฉาย รมว.คลัง จึงไม่คัดค้านเรื่องดังกล่าว ถ้าจะอ้างว่าไม่เกี่ยวข้องก็ยิ่งหมดความน่าเชื่อถือไปกันใหญ่ เพราะถ้าทีมเศรษฐกิจใหม่ไม่สามารถจะคัดค้านการใช้เงินอย่างสูญเปล่าได้ ทีมเศรษฐกิจก็ไม่มีทางที่จะฟื้นเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาที่ยากลำบากกว่านี้ได้ และควรจะลาออกไปตั้งแต่ตอนนี้เลย เพราะอยู่ต่อไปเศรษฐกิจก็จะยิ่งแย่กว่านี้&amp;quot; นายพิชัย ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ทีมเศรษฐกิจใหม่ขายฝันว่าจะทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่ม 1 ล้านคน ซึ่งก็ไม่รู้จะสร้างงานมาจากไหน และถ้ายังหยุดการใช้เงิน 22,500 ล้านบาทแบบมั่วๆ นี้ไม่ได้ ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำอะไรได้ และประชาชนจะไม่ให้ความสนใจและหมดความมั่นใจกับทีมเศรษฐกิจใหม่นี้ทันทีเลย ซึ่งทุกวันนี้พูดอะไรก็ไม่มีใครฟังกันอยู่แล้ว จนแทบไม่รู้เลยว่าทีมเศรษฐกิจใหม่มีทิศทางอย่างไร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75367</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมเศรษฐกิจ, ปรีดี, พิชัย นริพทะพันธุ์, รัฐบาล, สุพัฒนพงษ์, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9527f71d85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
