<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BGRIM โชว์กำไรQ3สูงเป็นประวัติการณ์โวลูกค้าอุตสาหกรรมฟื้นตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย. 2563 นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ผู้ผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนชั้นนำของไทย เปิดเผย ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2563 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,245 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นส่วนของบริษัทใหญ่ที่ 745 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเติบโตของกำลังการผลิตไฟฟ้าจากการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในอัตราถึง 28% จากไตรมาสก่อนหน้า การปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง (ทำให้ล่าสุดได้รับรางวัล Power Plant Upgrade of the Year-Thailand จากนิตยสาร Asian Power) ซึ่งผลักดัน EBITDA Margin สู่ระดับสูงสุดที่ 30.4% &amp;nbsp;ทั้งนี้ BGRIM มีการกู้เงินสกุลต่างประเทศเพื่อป้องกันความเสี่ยงในส่วนของรายได้สกุลต่างประเทศ (natural hedge) ทำให้ในช่วงไตรมาส 3/2563 เกิดรายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน 310 ล้านบาท เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเปรียบเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดีรายการดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีที่ไม่กระทบกระแสเงินสด และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 859 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของบริษัทใหญ่ที่ 501 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่เหลือของปี คาดปริมาณการขายไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมนั้นได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม หลังจากนั้นได้มีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่องมาโดยตลอด และกลับสู่ภาวะปกติในเดือนกันยายน-ตุลาคม ด้วยปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมที่กลับมาอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนต่อเนื่องมา 2 เดือนแล้ว อันเป็นการฟื้นตัวจากทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์และโรงงานผลิตยางรถยนต์ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของความต้องการภายในประเทศ รวมถึงจากการย้ายคำสั่งผลิตจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนักของโรคโควิด-19 ขณะเดียวกันกลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ และอิเล็กทรอนิกส์ ยังคงเติบโตตลอดช่วง 9 เดือนในปี 2563 ด้วยปริมาณขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16% และ 12% ตามลำดับ นอกจากนี้แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติยังเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โดยในไตรมาสสุดท้ายของปีตามประมาณการของ ปตท. คาดจะมีราคาลดลงอีกราว 6-7% จากไตรมาส 3/2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Ray Power ในประเทศกัมพูชา ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 39 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมบ่อทอง วินด์ฟาร์ม 1&amp;amp;2 ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 16 เมกะวัตต์ มีความคืบหน้าตามแผน มีกำหนดการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 4/2563 ถึงไตรมาส 1/2564 นอกจากนี้ยังเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 7 โครงการ กำลังการผลิตรวม 980 เมกะวัตต์ มีกำหนดการ COD ในปี 2565-2566 ตามแผนที่วางไว้ มั่นใจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตั้งเป้าการมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาการซื้อไฟฟ้าที่ 7.2 กิกะวัตต์ ภายในปี 2568 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สถานะทางการเงินของบี.กริม เพาเวอร์ ยังคงแข็งแกร่งด้วยเงินสดในมือกว่า 2 หมื่นล้านบาท มีกระแสเงินสดที่มั่นคงจากโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้ว 47 โครงการ มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ระดับต่ำ 1.3 เท่า และได้รับการสนับสนุนจากหลายสถาบันการเงิน ซึ่งเพียงพอในการพัฒนาโครงการที่อยู่ในแผนทั้งหมด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83570</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ. บี.กริม เพาเวอร์, ปรียนาถ สุนทรวาทะ, ผลประกอบการไตรมาส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fac8106b120a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2020 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2020 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BGRIM ปลื้มคว้า 5 รางวัลระดับเอเชีย The Asian Excellence Awards 2020</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;BGRIM ปลื้มคว้า 5 รางวัลยอดเยี่ยมระดับสากล The Asian Excellence Awards 2020 นำทีมโดยปรียนาถ สุนทรวาทะ ได้รับรางวัล &amp;ldquo;ซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย&amp;rdquo; ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านพลังงานของเอเชียควบคู่กับการบริหารจัดการตามหลักธรรมมาภิบาลที่ดีเยี่ยมในระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) &amp;lsquo;BGRIM&amp;rsquo; รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง จากการที่ บี.กริม เพาเวอร์ ได้รับ 5 รางวัล The 10th Asian Excellence Awards 2020 ซึ่งจัดโดยนิตยสาร Corporate Governance Asia ซึ่งเป็นนิตยสารด้านการลงทุนและธรรมาภิบาลชั้นนำของเอเชีย อันเป็นรางวัลที่สนับสนุนและให้เกียรติแก่องค์กรที่มีการบริการจัดการด้านธรรมมาภิบาลที่ดีเยี่ยมในระดับภูมิภาค ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ บี.กริม เพาเวอร์ ในดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานของหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ภายใต้วิสัยทัศน์ที่จะสร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี &amp;ldquo;Empowering the World Compassionately&amp;rdquo; ตามแนวทางของ บี.กริม กว่า 142 ปี ในการดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โดย 5 รางวัลอันทรงเกียรตินี้ ประกอบด้วย 1. รางวัล &amp;ldquo;ซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย&amp;rdquo; (Asia&amp;rsquo;s Best CEO): นางปรียนาถ สุนทรวาทะ 2. รางวัล &amp;ldquo;ซีเอฟโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย&amp;rdquo; (Asia&amp;rsquo;s Best CFO): นายนพเดช กรรณสูต 3. รางวัล &amp;ldquo;ซีเอสอาร์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย&amp;rdquo; (Best CSR Company) ซึ่งสะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร โดยยึดหลักการดำเนินกิจการภายใต้หลักจริยธรรมและการจัดการที่ดี 4. รางวัล &amp;ldquo;บริษัทนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย&amp;rdquo; (Best Investor Relations Company) และ 5. รางวัล &amp;ldquo;นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย&amp;rdquo; (Best Investor Relations Professional): นางศลยา ณ สงขลา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ รางวัล Asian Excellence Awards มีการพิจารณารางวัลจากข้อมูลองค์กรร่วมกับผลสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้ทรงคุณวุฒิ ทั่วภูมิภาคเอเชีย ซึ่งพิจารณามอบให้กับองค์กรที่มี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธรรมาภิบาลที่ดี มีแนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืน มีการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส และมีการดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างดีเยี่ยม ในส่วนของรางวัลประเภทบุคคลนั้น เป็นการพิจารณามอบให้ผู้นำองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถนำพาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงมีการบริหารจัดการด้านการเงิน ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงด้านความสัมพันธ์กับนักลงทุนที่ดีเยี่ยมในระดับสากล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81426</URL_LINK>
                <HASHTAG>BGRIM, The Asian Excellence Awards 2020, ปรียนาถ สุนทรวาทะ, รางวัล.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201022/image_big_5f9102191eca8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘BGRIM’ ปลื้มติดลิสต์ดัชนีFTSE</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค. 2563 นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ เปิดเผยว่า การที่ บี.กริม เพาเวอร์ ได้รับคัดเลือกในการคำนวณดัชนีจากประเภท Mid Cap ไปเข้าสู่การคำนวณประเภท Large Cap ดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัททั้งในด้านผลประกอบการและแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท จึงหุ้น BGRIM มีสภาพคล่องในการซื้อขายรวมถึงมีมูลค่าการตลาดเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ การได้รับการคัดเลือกดังกล่าวนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อนักลงทุนทั้งรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้บริษัทยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก &amp;ldquo;FTSE4Good Index Series&amp;rdquo; การประเมินอันดับความน่าเชื่อถือ MSCI ESG Rating ในระดับ BBB การได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน Thailand Sustainability Investment (THSI) การได้รับคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG 100 ตลอดจนการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลด้านความยั่งยืนจากสถาบันและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียและสอดคล้องกับแนวทางการลงทุนอย่างยั่งยืนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บี.กริม เพาเวอร์ &amp;lsquo;BGRIM&amp;rsquo; เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนของประเทศไทยมาต่อเนื่องยาวนานกว่า 24 ปี ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ บริษัทได้ขยายธุรกิจและมีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนโดยมุ่งเน้นการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคมโดยรอบ อันนำไปสู่การเจริญเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75514</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ. บี.กริม เพาเวอร์, ปรียนาถ สุนทรวาทะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebb55f1a3de2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BGRIM โตสวนกระแส โชว์กำไร Q2/63 พุ่ง 62.5% แถมปันผลระหว่างกาล 0.15 บาทต่อหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค. 2563 นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM &amp;nbsp;ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนชั้นนำของไทย เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 ยังเติบโตแข็งแกร่ง แม้มีสถานการณ์เศรษฐกิจจะชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็ตาม โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,682 ล้านบาท เป็นส่วนของบริษัทใหญ่ที่ 1,017 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,102 ล้านบาท เป็นส่วนของบริษัทใหญ่ที่ 674 ล้านบาท เติบโต 17.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญจากการเติบโตของกำลังการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องสู่ 3,019 เมกะวัตต์ ณ กลางปี 2563 โดยตั้งแต่ต้นปีที่แล้วเป็นต้นมามีเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โรงไฟฟ้า 4 โครงการ และการเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้า 2 โครงการ คือ โครงการบี.กริม เพาเวอร์ (เอไออี-เอ็มทีพี) (ชื่อเดิม เอสพีพี 1) และโครงการโรงไฟฟ้าอ่างทอง เพาเวอร์ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มขึ้นของลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 25 เมกะวัตต์ ในปีก่อนหน้า และอีก 15 เมกะวัตต์ ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ และมีการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังนี้ นอกจากการทยอยเชื่อมเข้าระบบของลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่แล้ว ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมรายเดิมเริ่มส่งสัญญานฟื้นตัว โดยในเดือนกรกฎาคม ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 17% จากปริมาณการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยต่อเดือน ในช่วงไตรมาส 2/2563 นอกจากนี้แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติยังเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมของเรา โดยในเดือน กรกฎาคม มีราคาลดลง 8% จากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในไตรมาส 2/2563 เป็น 241 บาท/ล้านBTU ซึ่งมีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีตามประมาณการของ ปตท.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ยังเดินหน้าในการก่อสร้างโครงการ โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Ray Power ในประเทศกัมพูชา ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 39 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟาพลังงานลมบ่อทอง วินฟาร์ม 1&amp;amp;2 ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 16 เมกะวัตต์ มีกำหนดการ COD ในช่วงไตรมาส 4/2563 ถึงไตรมาส 1/2564 มั่นใจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ที่จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาการซื้อไฟฟ้าที่ 5 พันเมกะวัตต์ ภายในปี 2565&amp;nbsp;
ตอกย้ำความสำเร็จด้วยรางวัลมากมาย โดยในเดือน มิถุนายน 2563 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิก &amp;ldquo;FTSE4Good Indexes Series&amp;rdquo; ประกาศโดย FTSE Russell ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนว่า บี.กริม เพาเวอร์ มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างโดดเด่น ตามมาตรฐานชี้วัดระดับสากล และในเดือนกรกฎาคม 2563 ได้รับ 3 รางวัลจาก &amp;ldquo;Institutional Investor Corporate Awards 2020&amp;rdquo; จัดโดย Alpha Southeast Asia ประกอบด้วยรางวัล &amp;ldquo;Strongest Adherence to Corporate Governance&amp;rdquo; , &amp;ldquo;Most Organized Investor Relations&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;Most Consistent Dividend Policy&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.15 บาทต่อหุ้น โดยวันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record Date) คือวันที่ 31 สิงหาคม 2563 และกําหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลใน วันที่ 11 กันยายน 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74398</URL_LINK>
                <HASHTAG>BGRIM, บมจ.บี.กริม เพาเวอร์, ปรียนาถ สุนทรวาทะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f3600a6be881.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 22:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 22:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BGRIM ย้ำ ADB ขายหุ้นไม่กระทบแผนธุรกิจในอนาคต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.2563 นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า ประเด็นการขายหุ้นของ ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ Asia Development Bank (ADB) ออกมา 68 ล้านหุ้น (คิดเป็นสัดส่วน 2.61% ของหุ้น BGRIM) จากที่ ADB ถือหุ้นทั้งหมด 123 ล้านหุ้น (4.72% ของหุ้น BGRIM) นั้นเป็นนโยบายภายในของ ADB และเป็นสิทธิ์ของผู้ถือหุ้นเองซึ่งบริษัทไม่ได้ทราบเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องของการบริหารพอร์ตการลงทุน และเป็นการบริหารวงเงินภายในของ ADB เพื่อเตรียมสนับสนุนหรือลงทุนในในโครงการของ BGRIM อาทิเช่น Green bond 5,000 ล้านบาทที่ผ่านมา โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในเวียดนาม และโครงการอื่นในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อการดำเนินงานของ BGRIM เนื่องจาก ADB เป็นผู้ถือหุ้นในลักษณะ passive investor พื้นฐานของ BGRIM ยังคงมีความแข็งแกร่ง พร้อมกันนี้ เดินหน้าขยายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากปัจจุบันมีโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว 47 โครงการรวม 3,019 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาอีกหลายโครงการรวมเป็นกำลังการผลิตทั้งหมด 3,547 เมกะวัตต์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคงมุ่งเน้นการลงทุนอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ควบคู่ไปกับเป้าหมายเติบโตไปสู่การมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าหรือ PPA 5,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2565 &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาการลงทุนหลายโครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การควบรวมกิจการ (M&amp;amp;A) ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านรวมโอกาสไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์ , โรงไฟฟ้าพลังงานลมในหลายประเทศรวม 300-400 เมกะวัตต์ และ โครงการโรงไฟฟ้าจากก๊าซ LNG ในเวียดนามด้วยโอกาสไม่ต่ำกว่า 3,000 เมกะวัตต์ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในปีนี้เอง ยังเชื่อว่ายังผลการดำเนินงานสามารถเติบโตในกรอบ 10-15% ด้วยการขยายกำลังการผลิตและขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโปรแกรมการเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าและการบริหารค่าใช้จ่ายด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายหุ้น, ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ Asia Development Bank (ADB), บมจ. บี.กริม เพาเวอร์, ปรียนาถ สุนทรวาทะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebb55f1a3de2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี.กริม เพาเวอร์ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.2563 นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ &amp;lsquo;BGRIM&amp;rsquo; กล่าวว่า พนักงาน บี.กริม เพาเวอร์ รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิก FTSE4Good Index Series &amp;nbsp;นับเป็นความสำเร็จที่สะท้อนให้เห็นว่า บี.กริม เพาเวอร์ เป็นองค์กรชั้นนำด้านพลังงานระดับโลกที่มีความมุ่งมั่นต่อการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ยังได้รับการประเมินอันดับความน่าเชื่อถือ MSCI ESG Rating ในระดับ BBB การได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน Thailand Sustainability Investment (THSI) การได้รับคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG 100 ตลอดจนการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลด้านความยั่งยืนจากสถาบันและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียและสอดคล้องกับแนวทางการลงทุนอย่างยั่งยืนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บี.กริม เพาเวอร์ &amp;lsquo;BGRIM&amp;rsquo; เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนของประเทศไทยมาต่อเนื่องยาวนานกว่า 24 ปี ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ บริษัทได้ขยายธุรกิจและมีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนโดยมุ่งเน้นการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคมโดยรอบ อันนำไปสู่การเจริญเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71280</URL_LINK>
                <HASHTAG>BGRIM, FTSE4Good Index Series, บมจ. บี.กริม เพาเวอร์, ปรียนาถ สุนทรวาทะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebb55f1a3de2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BGRIM ยิ้ม Q1/กำไรพุ่งโต 54% เงินสดล้นมือ 2.1 หมื่นล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.2563 นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM &amp;nbsp;ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า บริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2563 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ เติบโต 9.4% ที่ 11,223 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องถึง 944 เมกะวัตต์ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา จากสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ 4 โครงการ ในปีที่แล้ว และการเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 2 แห่งได้แก่ โครงการ SPP1 ในปี 2562 และล่าสุดโครงการโรงไฟฟ้าอ่างทองเพาเวอร์ &amp;nbsp;ขนาด 123 เมกะวัตต์ ในเดือนมีนาคม 2563 โดยปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมยังคงมีความแข็งแกร่งในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยผลจากการมีสัดส่วนอุตสาหกรรมที่หลากหลาย มีกลุ่มลูกค้ามีการเติบโต ได้แก่ เช่น กลุ่มบรรจุภัณฑ์ โต 15.1% กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 13.2% จากลูกค้าใหม่ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเพิ่มขึ้น 8.0% กลุ่มยางรถยนต์เพิ่มขึ้น 3.2% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมีการทยอยจ่ายไฟให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมใหม่ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟใหม่รวม 26 เมกะวัตต์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อัตรากำไร EBITDA เพิ่มสู่ระดับสูงสุดที่ 29.2% จากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ผลจากทยอยปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซเป็นโครงการที่ 3 ในช่วงต้นปีนี้ และการรับรู้ผลการดำเนินงานโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนามที่ให้อัตรากำไร EBITDA ที่สูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (ไม่รวมผลกำไร/ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากมูลค่าทางบัญชีของเงินกู้สกุลต่างประเทศ) อยู่ที่ 1,158 ล้านบาท เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ 682 ล้านบาท เติบโตถึง 54.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากปัจจัยบวกดังที่กล่าวมา อย่างไรก็ดี เนื่องจากบริษัทกู้เงินสกุลต่างประเทศเพื่อป้องกันความเสี่ยงในส่วนของรายได้สกุลต่างประเทศ (natural hedge) โดยในช่วงไตรมาส 1/2563 เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเปรียบเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จึงเกิดรายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน 886 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีที่ไม่กระทบกระแสเงินสด เป็นสาเหตุหลักทำให้กำไรสุทธิจากอยู่ที่ 159 ล้านบาท และ 81 ล้านบาทในส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการรับมือกับวิกฤตโควิค-19 นั้น บริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่งมีเงินสดในมือถึง 2.1 หมื่นล้านบาท มีการประเมินกระแสเงินสดอย่างละเอียดภายใต้สมมติฐานสถานการณ์ต่างๆ มั่นใจแข็งแกร่งต่อเนื่อง ไม่ส่งผลกระทบต่อการชำระหนี้ และแผนการลงทุน ขณะเดียวกันบริษัทยังได้รับวงเงินสำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม 4 พันล้านบาทรวมเป็น 9 พันล้านบาท พร้อมรับหากวิกฤตโควิค &amp;ndash; 19 มีความยืดเยื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65790</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ.บี.กริม เพาเวอร์, ปรียนาถ สุนทรวาทะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebb55f1a3de2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
