<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์หนุนใช้&#039;FTA&#039;ส่งออกสมุนไพร หลังทั่วโลกมองหาสินค้าดูแลสุขภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค. 2563 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายประเทศมีการตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้พืชสมุนไพรเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย จึงเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการที่จะขยายตลาดสินค้าเครื่องเทศและสมุนไพรไทย โดยใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ไทยมีอยู่จำนวน 13 ฉบับ กับ 18 ประเทศ เพื่อเพิ่มแต้มต่อในการส่งออก ซึ่งสินค้าเครื่องเทศและสมุนไพรของไทยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าแล้วจากประเทศคู่เอฟทีเอ 13 ประเทศแล้ว เหลือเพียง สปป.ลาว จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย ที่ยังเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเครื่องเทศและสมุนไพรจากไทยบางรายการ ขณะที่ยารักษาโรคจากสมุนไพรได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากประเทศคู่เอฟทีเอ 17 ประเทศแล้ว ยังเหลืออินเดียที่คงอัตราภาษีที่ 5%

&amp;ldquo;ถือเป็นโอกาสทองที่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยจะพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มยอดการส่งออก ทั้งในรูปวัตถุดิบ และการแปรรูปใช้เป็นวัตถุดิบในสินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องปรุงรส อาหารเสริม เครื่องสำอาง เป็นต้น และควรให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า โดยในปี 2562 ไทยส่งออกสินค้าเครื่องเทศและสมุนไพรไปทั่วโลก รวมเป็นมูลค่าถึง 196 ล้านเหรียญสหรัฐ &amp;rdquo; นางอรมนกล่าว

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61099</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, การส่งออก, ปรุงยาสมุนไพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c4fee4eb1823.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลวงปู่อิ่นคำ เกจิดังล้านนา ละสังขารแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สิ้นหลวงปู่อิ่นคำ อดีตเจ้าอาวาสวัดไชยสถาน ละสังขารในวัย 90 เผยเป็นพระนักพัฒนา เชี่ยวชาญการบรรยายธรรม สอนวิปัสสนากัมมัฏฐาน และปรุงยาสมุนไพร เป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อเวลา 00.03 น. วันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ หลวงปู่อิ่นคำ หรือครูบาอิ่นคำ อินทวัณโณ หรือท่านเจ้าคุณพระมงคลสิริ อดีตเจ้าอาวาสวัดไชยสถาน ต.ป่าบง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ อายุ 90 ปี พรรษา 71 มรณภาพแล้วด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ขณะพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ หลังจากนั้น พระครูสาทรกิจโกศล เจ้าคณะอำเภอสารภี เจ้าอาวาสวัดสารภี พระครูวิบูลเจติยาทร เจ้าคณะอำเภอบ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ลูกศิษย์ พระครูสังวรวีรานุรักษ์ เจ้าคณะตำบลป่าปง เจ้าอาวาสวัดป่าบงหลวง พระปลัดไพบูลย์ เขมจาโร รักษาการเจ้าอาวาส พร้อมด้วย ร.ต.ท.สมพร ธรรมโม ไวยาวัจกรของวัด ร่วมกันเชิญสรีระของหลวงปู่ออกจากโรงพยาบาลไปตั้งในกุฏิพิพิธภัณฑ์นานาชาติ วัดไชยสถาน และเปิดให้ศิษยานุศิษย์กราบสรีระหลวงปู่เป็นลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.00 น. พระพรหมเสนาบดี เจ้าคณะภาค 7 วัดปทุมคงคา กรุงเทพมหานคร เดินทางเข้ากราบสักการะศพหลวงปู่อินคำ โดยเวลา 15.00 น. เจ้าคณะภาค 7 เป็นประธานสงฆ์ในพิธีสรงน้ำศพ และมอบให้เจ้าคณะอำเภอสารภี แจ้งนายอำเภอสารภี เพื่อรายงานต่อนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รับทราบถึงการมรณภาพของพระราชาคณะต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระครูสังวรวีรานุรักษ์ เจ้าคณะตำบลป่าปง กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาหลังการมรณภาพของหลวงปู่ท่านเจ้าคุณแล้ว ได้มีการประชุมของคณะกรรมการและศิษยานุศิษย์ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน มีรองนายกเทศมนตรี ต.ป่าบง สมาชิกสภาเทศบาล ไวยาวัจกรของวัด และอีกหลายคน ร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งทรัพย์สินของหลวงปู่ที่เป็นเงินทองมีไม่มาก เพราะท่านไม่เป็นพระที่สะสม เมื่อได้รับบริจาคก็นำมาสร้างถาวรวัตถุมากมาย ตั้งแต่กุฏิไม้สักทอง วิหาร-อุโบสถไม้สักทอง ต่อมาได้สร้างศาลาปฏิบัติธรรมหลวงปู่แหวน พร้อมจัดซื้อที่ดินขยายวัดออกไปอีก รวมแล้วในระยะกว่า 10 ปีนี้ มีการก่อสร้างและพัฒนาวัดเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ส่วนวัตถุมงคลของหลวงปู่ที่จัดสร้างขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อวันทอดกฐินสามัคคี เป็นพระผงและเหรียญ ซึ่งก็แจกจ่ายไปส่วนหนึ่งแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านเจ้าคุณพระมงคลสิริ หรือหลวงปู่อิ่นคำ อินทวัณโณ ชื่อเดิม อิ่นคำ สมผ่อง เกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2471 โยมบิดา-มารดาชื่อนายอ้าย-นางเรือน ภูมิลำเนาอยู่เลขที่ 112 หมู่ 1 ต.ไชยสถาน อ.สารภี อุปสมบทเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2492 ณ วัดไชยสถาน มีพระครูสิทธิวรญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์ การศึกษาจบชั้นประถมจาก รร.ไชยสถานวิทยาคม นักธรรมเอกสำนักเรียนวัดไชยสถาน พ.ศ.2494 สอบได้ประกาศนียบัตรครูพิเศษ (พม.) ปี 2502 สำเร็จการอบรมพระสังฆาธิการส่วนภูมิภาค 2520 และได้รับพระราชสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ &amp;ldquo;พระครูวรวรรณาภรณ์&amp;rdquo; ได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมวิทยามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2549 มีความชำนาญในการบรรยายธรรม สอนวิปัสสนากัมมัฏฐาน และปรุงยาสมุนไพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นลูกศิษย์รุ่นสุดท้ายของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ เกจิชื่อดังของล้านนา เคยเข้าศึกษาพระธรรมจากหลวงปู่แหวน 1 พรรษา ในปี 2517 และท่านยังเป็นพระเกจิชื่อดังของล้านนา เป็นพระนักคิด นักพัฒนา เผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในและต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง จีน สหรัฐ จนมีลูกศิษย์มากมาย นิมนต์ท่านไปเทศนายังประเทศต่างๆ นอกจากนี้ท่านยังเชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ผลิตสมุนไพรรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคต่างๆ ทั้งความดัน เบาหวาน โรคเกาต์ ซึ่งระยะหลังประกอบกับอายุที่มากทำให้ต้องเดินทางเข้ารับการรักษาอยู่บ่อยครั้งที่ รพ. กระทั่งได้มรณภาพลงอย่างสงบ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22743</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรยายธรรม, ปรุงยาสมุนไพร, ละสังขาร, วัดไชยสถาน, วิปัสสนากัมมัฏฐาน, หนังสือพิมพ์, หลวงปู่อิ่นคำ, หลวงปู่แหวน สุจิณโณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181125/image_big_5bfaad5fae97e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
