<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลปลดล็อกช่วยแรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดคลังแจงตัดสิทธิ์ผู้ไม่เข้าเกณฑ์ 5,000 บาท 12 ล้านราย &amp;ldquo;ครม.&amp;rdquo; เคาะแล้วมาตรการเยียวยาผู้ประกันตนตามที่แรงงานเสนอ หากปิดกิจการจ่าย 62% ของค่าจ้าง 3 เดือน ส่วนผู้ถูกเลิกจ้างได้สิทธิ์ 70% เป็นเวลา 200 วัน &amp;ldquo;พม.&amp;rdquo; เพิ่มเงินผู้พิการ-ผู้สูงอายุ พลังงานตรึงค่าไฟที่ 3.60 บาทต่อหน่วยยาวถึง มิ.ย. อึ้ง! แม้วส่งเงินให้ ส.ส.เพื่อไทยจัดซื้อแอลกอฮอล์แจก คณาจารย์ มธ.เสนอจ่าย 3 พันบาทให้ผู้มีอายุเกิน 18 ปีขึ้นไปทุกราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp;2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ได้ให้ปลัดกระทรวงเศรษฐกิจแถลงถึงมาตรการต่างๆ ที่ดำเนินการไปแล้วและจะดำเนินการในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง แถลงถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการจ่ายเงินเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 วงเงิน 5,000 บาท ว่ามีประชาชนที่ลงทะเบียนผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com แล้วกว่า &amp;nbsp;27 ล้านคน ซึ่งได้ทยอยจ่ายเงินให้ประชาชนที่ผ่านเกณฑ์แล้วกว่า 3 ล้านคน และจะทยอยจ่ายเงินให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์อย่างต่อเนื่องทุกวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีประชาชนประมาณ 12 ล้านคนที่ถูกตัดสิทธิ์เพราะไม่เข้าข่าย ขณะที่มีประชาชนที่อยู่ระหว่างขอข้อมูลเพิ่มเติมอีก 6 ล้านคนเศษ โดยส่วนนี้ได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามา 1.9 ล้านคน ยังเหลืออีกประมาณ &amp;nbsp;4 ล้านคนเศษ ซึ่งสามารถเข้าไปใน www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อขอทบทวนสิทธิ์ได้ โดยเปิดให้ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.นี้ ส่วนประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัดจะมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พนักงานธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และส่งข้อมูลผ่านระบบออนไลน์เข้ามา หากข้อมูลถูกต้องจะเร่งอนุมัติเงินเยียวยา 5,000 บาทให้ประชาชนที่ผ่านเกณฑ์โดยเร็วที่สุด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินมาตรการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นั้น นายประสงค์กล่าวว่า ส่วนแรกจะมาจากการใช้งบกลางปี 2563 และการปรับปรุงงบประมาณรายจ่ายปี 2564 ในการใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่จำเป็น อีกส่วนจะมาจากการกู้เงินตามพระราชกำหนด &amp;nbsp;(พ.ร.ก.) กู้เงินฉุกเฉิน วงเงิน 1 ล้านล้านบาท โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้ในส่วนเยียวยา 5,000 บาท และมาตรการเยียวยาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องประมาณ 5.55 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงการคลังยืนยันว่า ไม่มีแนวคิดจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาทตามบัญชีครัวเรือน เนื่องจากบางครัวเรือนไม่ได้รับผลกระทบจริง ตรงนี้ยอมรับว่าเป็นประเด็นและเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อน &amp;nbsp;เพราะบางครัวเรือนเป็นเจ้าสัว บางครัวเรือนเป็นข้าราชการ การดำเนินการต้องทำตามกฎหมายกำหนดอย่างชัดเจน เพราะเป็นการกู้เงิน ต้องจ่ายให้ตรงตัวผู้ที่ประสบความเดือดร้อน ถ้าจ่ายไม่ตรงตัวไม่ตรงจุดผู้จ่ายต้องรับผิดชอบ ทำให้ต้องมีการตรวจสอบตามหลังเสมอ เพราะเป็นเงินของประเทศชาติ เงินกู้ที่กู้มาประชาชนทุกคนต้องร่วมใช้หนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แก้ไขกฎกระทรวงแรงงานเพื่อปลดล็อกให้ผู้ประกันตนที่อยู่ในสถานประกอบการที่ปิดตัวลงเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้แก่ สถานประกอบการที่ต้องปิดเนื่องจากเหตุสุดวิสัย ผู้ประกันตนจะได้รับเงินเยียวยาจากกองทุนประกันสังคม 62% ของค่าจ้างเป็นเวลา 90 วัน หรือ 3 เดือน, กลุ่มที่ต้องกักตัวเอง 14 วัน รวมถึงที่ติดเชื้อโควิด-19 และกลุ่มที่ถูกทางการปิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะได้รับเงินเยียวยาจากกองทุนประกันสังคม 62% ของค่าจ้าง, กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งผู้ประกันตนที่ต้องลาออกและถูกเลิกจ้าง โดยผู้ที่ลาออกเองจะได้สิทธิ์เพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 45% เป็นเวลา 90 วัน ส่วนที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับสิทธิ์เพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น &amp;nbsp;70% เป็นเวลา 200 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลัง ครม.มีมติเราจะเร่งออกกฎกระทรวงให้เสร็จในสัปดาห์นี้ และจะพยายามเบิกจ่ายให้ผู้ประกันตนให้เร็วที่สุด หากมีปัญหาใดให้ติดต่อสำนักงานประกันสังคมในแต่ละจังหวัด โดยผู้ประกันตนที่ยื่นเอกสารไปที่สำนักงานประกันสังคมแล้วไม่ต้องยื่นผ่านออนไลน์ซ้ำ ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นสามารถยื่นผ่านออนไลน์ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือของ &amp;nbsp;กษ.มีการลดหนี้ ธ.ก.ส.และกองทุนต่างๆ มีการพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย สร้างรายได้ให้ประชาชน ซึ่งกรมชลประทานได้ให้ประชาชนที่ตกงานเข้ามาช่วยงานดูแลเรื่องชลประทาน รวมถึงการหาตลาดสินค้าเกษตรให้เกษตรกร และในระยะที่ 3 จะมีมาตรการออกมาดูแลชัดเจนขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ตั้งแต่ ม.ค.ได้ให้สถานธนานุเคราะห์ขยายอายุตั๋วจำนำจาก 4 เดือน 30 วัน เป็น 4 เดือน 120 วัน หรือประมาณ 8 เดือน เพื่อให้มีสภาพคล่อง นอกจากนั้น พม.ได้รับเงินกู้จากกระทรวงการคลังประมาณ &amp;nbsp;2,000 ล้านบาท เพื่อลดดอกเบี้ยเป็นพิเศษให้ผู้ใช้บริการสถานธนานุเคราะห์เป็น 0.125% ตั้งแต่วันที่ 1 &amp;nbsp;เม.ย. ซึ่งคาดว่ามีผู้ได้รับประโยชน์หลายแสนราย ขณะที่การเคหะแห่งชาติ (กคช.) มีมาตรการพักชำระหนี้ ผู้เช่าซื้อ ผ่อน ผ่อนดาวน์ เป็นระยะเวลา 3 เดือน ขณะที่ผู้เช่าอาคาร สถานที่ร้านค้ากับ กคช.จะยกเว้นค่าเช่าให้ เช่นเดียวกับผู้ค้าตามแผง ในพลาซาที่อยู่ในพื้นที่ของ กคช.จะเจรจาลดค่าเช่าแผง 50% &amp;nbsp;ซึ่งครอบคลุมกลุ่มลูกค้าประมาณ 3 แสนคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กลุ่มคนพิการมีมาตรการที่เริ่มไว้ก่อนไวรัสโควิด-19 จะแพร่ระบาด คือเพิ่มเงินรายเดือนจาก 800 &amp;nbsp;บาท เป็น 1,000 บาท คาดว่าจะได้รับเงินในเดือน พ.ค. รวมถึงมีการพักหนี้ผู้สูงอายุด้วยเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มผู้เดือดร้อน คนเร่ร่อน คนไร้บ้าน และคนตกงาน พม.จะมีสถานที่ให้พักชั่วคราว และจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจว่ามีปัญหาหรือความต้องการอะไร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวว่า นอกจากภารกิจที่ทำร่วมกันกับกระทรวงอื่นๆ แล้ว ในส่วนของ มท.ยังมีภารกิจช่วยเหลือเรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่งมีการลดค่าไฟฟ้า 3% &amp;nbsp;เป็นเวลา 3 เดือนระหว่าง เม.ย.-มิ.ย. ขยายเวลาชำระค่าไฟฟ้าและคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า โดยส่วนนี้จะใช้งบประมาณกว่า 4 หมื่นล้านบาท ส่วนค่าน้ำจะลดค่าน้ำ 3% ในกรอบเวลา 3 เดือนเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;และขยายเวลาชำระค่าน้ำ 3 เดือน และคืนเงินประกันค่าประปา รวมวงเงินที่จะใช้ 3 พันล้านบาท ส่วนที่มีประชาชนเรียกร้องให้ลดค่าไฟเพิ่มเติมนั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่จะเป็นผู้พิจารณา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงได้ตรึงค่าไฟฟ้าไว้ที่ระดับ 3.60 บาทต่อหน่วย จนถึงเดือน มิ.ย.63 รวมทั้งได้ผ่อนผันให้โรงงาน กิจการเอสเอ็มอี โรงแรม เป็นต้น ที่เดิมต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราคงที่ที่กำหนดให้จ่ายตามใช้จริง รวมทั้งลดค่าไฟฟ้า 30% ให้โรงแรม หอพักที่ผันตัวเองเป็นโรงพยาบาลดูแลผู้ป่วย สังเกตอาการ หรือเป็นโรงพยาบาลสนามด้วย&amp;nbsp;
&amp;#39;แม้ว&amp;#39; แจกแอลกอฮอล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของนักการเมืองนั้น นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;(พท.) ระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือประชาชนผ่าน ส.ส.พรรคทั่วประเทศ โดยให้จัดหาแอลกอฮอล์มาแจกจ่ายประชาชนพื้นที่ละ 100-200 ขวด ซึ่งในภาคอีสานนั้นนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าพรรค รวมทั้งนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรค และตนเองได้ร่วมกันสมทบเงินอีกจำนวนหนึ่ง โดยทยอยแจกไปแล้วใน 3 &amp;nbsp;จังหวัด คือ อุบลราชธานี, ยโสธร และอำนาจเจริญ จังหวัดละ 15,000 ขวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แอลกอฮอล์ที่แจกให้ประชาชนนั้นบรรจุในขวดใสเป็นแอลกอฮอล์ 75% โดยมีภาพของนายทักษิณพร้อมกับระบุข้อความว่า &amp;ldquo;เป็นห่วงพี่น้องชาวไทย จากใจทักษิณ ชินวัตร นายกฯ คนที่ 23&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการ พท.กล่าวว่า พรรคได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมากว่าถูกระบบคัดกรองปฏิเสธสิทธิ์ ทำให้ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท ทั้งที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐโดยตรง ซึ่งแม้รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ผู้เดือดร้อนได้อุทธรณ์สิทธิ์ในสัปดาห์หน้า แต่เป็นห่วงว่าการจ่ายเงินช่วยเหลือที่ล่าช้าเกือบเดือนตั้งแต่ประชาชนขาดรายได้ จะทำให้บางครอบครัวอยู่ไม่รอดถึงวันรับเงิน จึงอยากเร่งรัดรัฐบาลให้แก้ปัญหานี้เป็นอันดับแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเจอด้วยตัวเองหลายเคส เช่นแม่ลูกสามที่เกือบใช้เงินก้อนสุดท้ายซื้อยาล้างห้องน้ำฆ่าตัวตายหมู่ ถ้าไม่เจอก่อนป่านนี้จะเป็นยังไงก็ไม่รู้ ซึ่ง ส.ส.หลายคนก็เจอแบบเดียวกัน จึงอยากวิงวอนรัฐบาลอีกครั้งให้จ่ายเงินให้ครอบคลุมทุกกลุ่มโดยเร็ว ก่อนที่เหตุการณ์ต่างๆ จะย่ำแย่ไปกว่านี้&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวและว่า ต้องฝากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ให้เข้าไปดูแลเรื่องการตรึงราคาด้วย เพราะพบว่ามีการขึ้นราคาจำนวนมากนอกเหนือจากไข่ไก่
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท.กล่าวเช่นกันว่า ภาพที่ประชาชนบุกกระทรวงการคลังเพื่อทวงเงินเยียวยา 5,000 บาทนั้น อธิบายสถานการณ์ความรับผิดชอบของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากระบบเอไอที่นำมาใช้คัดกรองไร้ประสิทธิภาพก็ต้องทบทวนปรับปรุง ไม่ใช่แก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก อย่ามัวแต่ไปแนะนำประชาชนตากแดดฆ่าเชื้อโรค เงินมีแล้ว ยิงศรให้ตรงเป้า จ่ายเงินเยียวยาให้ถูกคน ไหนบอกว่าเราไม่ทิ้งกัน แต่ไร้ประสิทธิภาพแบบนี้มีคนถูกทิ้งไว้ข้างหลังจำนวนมาก
ชงจ่าย 3 พันอายุ 18 ปีขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล พร้อมคณะได้ไปยื่นเรื่องที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล โดยเรียกร้องให้เปลี่ยนแนวทางดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มอื่นๆ ให้ครอบคลุมทั้งนอกระบบและในระบบ เพราะหากเยียวยารายละ 5,000 บาทให้แรงงาน &amp;nbsp;14.5 ล้านคนเป็นเวลา 3 เดือน จะใช้งบประมาณ 217,500 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในวิสัยที่จัดสรรได้ ทั้งนี้พรรคจะเปิดเว็บไซต์ www.ทำไมไม่ได้5พัน.com เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและนำเข้าสู่กระบวนการกลไกของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นปากเสียงให้ประชาชนได้รับสิทธิ์อันชอบธรรมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญเลิศ คชายุทธเดช สื่ออิสระ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 2540 ระบุว่า ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าเป็นคนไร้ราก คนจรหมอนหมิ่น ซึ่งไม่เคยอยู่ในทะเบียนหรือสารบบใดๆ ที่คาดว่ามีจำนวนนับพันคน จึงอยากให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าไปดูแล และใช้วิกฤติไวรัสระบาดเป็นโอกาสจัดระเบียบคนไร้รากเหล่านี้
ขณะเดียวกัน คณาจารย์ 18 รายจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ร่วมลงนามในแถลงการณ์หัวข้อ &amp;ldquo;หากไม่มีเสรีภาพจากความอดอยากและความทุกข์ทน (Freedom from &amp;nbsp;hunger and miseries) ย่อมไม่มีสุขภาพที่ดี&amp;rdquo; โดยเรียกร้องให้รัฐบาลปรับการเยียวยา 5,000 บาทที่มีปัญหา มาเป็นการจ่ายเงินช่วยเหลือประมาณ 3,000 บาทต่อคนต่อเดือนให้แก่ประชากรทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ยกเว้นบุคลากรของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา &amp;nbsp;33 โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 440,000 ล้านบาทในเวลา 3 เดือน รวมทั้งจัดให้แจกจ่ายอาหารและปัจจัยเพื่อการดำรงชีพโดยตรงแก่กลุ่มคนเปราะบางทุกกลุ่ม ซึ่งงบประมาณที่ใช้สำหรับถุงยังชีพ 2 &amp;nbsp;ล้านคน 3 เดือนจะคิดเป็นเงิน 7,800 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พวกเราขอเรียกร้องต่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ให้ยุติการเก็บค่าเช่าทั้งต่อที่อยู่อาศัยและสถานประกอบการขนาดเล็ก และขอเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้สถาบันการเงินยุติการคำนวณดอกเบี้ยในสินเชื่อคงค้างของบุคคลและนิติบุคคลขนาดเล็กในตลอดช่วงเวลาวิกฤติครั้งนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63259</URL_LINK>
                <HASHTAG>www.เราไม่ทิ้งกัน.com, กุลิศ สมบัติศิริ, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, บุญเลิศ คชายุทธเดช, ปรเมธี วิมลศิริ, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, สมคิด จันทมฤก, สุทธิ สุโกศล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนันต์ สุวรรณรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e970d1101ec3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผาแล้วน้องไทตัล พม.ช่วยลูกๆรปภ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังจับไม่ได้จ้ะ ตำรวจหน่วยเฟกนิวส์ปล่อยข่าวจับไอ้เหี้ยมชิงทองได้แล้ว แจงต้องทำงานรอบคอบ ขอเวลาอีกระยะ มั่นใจยังกบดานในพื้นที่ ขณะนี้ตีกรอบให้แคบลงแล้ว โรบินสันทำบุญปัดเป่าเหตุร้าย มอบเงินให้คนเจ็บ คนตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.เมืองลพบุรี เมื่อวันที่ 13 มกราคมนี้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ชี้แจงกรณีมีข่าวแพร่สะพัดในโลกโซเชียลตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายปล้นทองได้แล้ว ว่า ขอยืนยันตำรวจยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ ในส่วนของพยานที่เข้ามาให้ข้อมูลนั้น ทางเราได้รวบรวมและประเมินเพื่อนำมาตรวจสอบ คดีนี้ไม่มีความหนักใจ แต่หนักใจกระแสข่าวที่ไม่เป็นความจริง มีการปล่อยข่าวลวงว่าจับผู้ต้องหาคดีนี้ได้แล้ว จึงขอให้ผู้ไม่ประสงค์ดีหยุดการกระทำดังกล่าว ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานสักระยะ เพราะคดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญพี่น้องประชาชน จึงต้องทำงานอย่างรอบคอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร ผบก.ภ.จว.ลพบุรี กล่าวว่า ได้สอบปากคำพยานและผู้อยู่ในเหตุการณ์ไปกว่า 20 ปาก และยังมีบุคคลที่ต้องสอบเพิ่ม ขณะนี้คาดว่าคนร้ายยังกบดานอยู่ในพื้นที่ ขอความร่วมมือประชาชนที่อาจจะเห็นเส้นทางหลบหนีหรือรู้จักกับผู้ที่ก่อเหตุ ช่วยแจ้งเบาะแสให้ตำรวจได้ทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนาเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า คดีคนร้ายชิงทอง ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยทางชุดสืบสวนสามารถพิสูจน์กลุ่มผู้ลงมือก่อเหตุและตีกรอบกลุ่มบุคคลให้แคบลงแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะจะทำให้เป็นอุปสรรคในการสืบสวนคดี โดยขณะนี้ยังไม่ขอตัดประเด็นหรือแรงจูงใจใดๆ ทิ้ง และยังคงมุ่งขยายผลต่อทั้งในเรื่องส่วนตัวและสาเหตุชิงทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้า ที่ห้างโรบินสันสาขาลพบุรี คณะผู้บริหารได้จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย รวมทั้งสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พนักงาน คู่ค้า ผู้เช่าพื้นที่ รวมถึงครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้ โดยมี พระครูจันทสิริธร หรือหลวงพ่อสารันต์ เจ้าอาวาสวัดดงน้อย ต.กกโก อ.เมือง จ.ลพบุรี เกจิอาจารย์ชื่อดังเป็นประธานในพิธีสงฆ์ หลังเสร็จพิธี หลวงพ่อสารันต์เมตตามอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 5 พันบาท ก่อนประพรมน้ำมนต์ให้กับผู้ที่มาร่วมในพิธี ขณะที่ห้างโรบินสันมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า เหตุร้ายดังกล่าวที่มีผู้เสียชีวิต 3 คน หนึ่งในนั้นคือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อายุ 32 ปี เป็นหัวหน้าครอบครัว มีลูก 3 คน กำลังเรียนหนังสือ ทำให้ครอบครัวสูญเสียเสาหลักครอบครัว โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้เร่งให้ความช่วยเหลือ โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวให้กำลังใจและประเมินทางสังคม เพื่อให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นตามภารกิจด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว พร้อมนำเรื่องเข้าพิจารณาให้ความช่วยเหลือบุตรทั้ง 3 คน ในลักษณะครอบครัวอุปถัมภ์ โดยจ่ายเงินให้เดือนละ 4,000 บาท จนกว่าเด็กอายุ 18 ปีบริบูรณ์ นอกจากนี้ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม. ยังมอบเงินส่วนตัวเป็นทุนการศึกษาแก่ครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดหัวช้าง จ.ลพบุรี มีพิธีฌาปนกิจ ด.ช.ภานุวิชญ์ วงศ์อยู่ หรือน้องไทตัล เหยื่อกระสุนคนร้ายชิงทอง บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า มีประชาชนมาร่วมงานจำนวนมาก นายอนุชา วงศ์อยู่ พ่อของน้องไทตัลกล่าวว่า ขณะนี้ได้รับกำลังใจจากทุกคนเยอะมาก แต่หลังจากนี้ไป ตนและภรรยาก็ต้องให้กำลังใจกันเองแล้ว พอหมดงานก็ต้องเป็นเรื่องของเราสองคนที่ต้องสู้กันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายเอกฐวีป คงคาวารี อายุ 36 ปี อดีตผู้ต้องหาคดีปล้นร้านทองห้างย่านปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อปี 2556 เข้าแจ้งความ ร.ต.อ.หญิงณัฐชยา วงศ์รุจิไพโรจน์ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. หลังมีผู้นำภาพหมายจับเก่าและข้อมูลส่วนตัวของตนเองไปโพสต์ในโลกโซเชียล โดยอ้างว่าเป็นผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุฆ่า 3 ศพ ชิงทองอุกอาจในห้างโรบินสัน จ.ลพบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกฐวีปกล่าวว่า ขอยืนยันว่าผู้ก่อเหตุครั้งล่าสุดที่ จ.ลพบุรีนั้นไม่ใช่ตนแน่นอน เพราะมีหลักฐานภาพวงจรปิดว่าตนทำงานอยู่ในวันที่เกิดเหตุ หลังเกิดเรื่องพี่ชายที่อยู่ จ.กำแพงเพชร แจ้งว่ามีตำรวจได้โทรศัพท์มาสอบถาม ซึ่งหากจะเรียกไปสอบปากคำเกี่ยวกับคดี ตนก็ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ ทั้งนี้ คดีที่ตนร่วมกับพวกก่อขึ้น ศาลตัดสินจำคุก 25 ปี ตนรับสารภาพ ลดโทษเหลือ 11 ปี และลดโทษเรื่อยมาจนเหลือ 7 ปี เพิ่งจะพ้นโทษออกมาเมื่อ 10 เดือนก่อน ตอนนี้ได้มาเริ่มชีวิตใหม่ ทุกอย่างกำลังจะไปได้ดี เพราะตนมีงานทำและเรียนไปด้วย แต่กลับเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ซึ่งมันกระทบกับครอบครัวคนรอบข้างและงาน เพราะหัวหน้าที่ให้โอกาสตนทำงานยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวว่า ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางและจุดต่างๆ ทั่วเมืองลพบุรี และมีการตรวจสอบสนามยิงปืนของหน่วยทหารในพื้นที่ เพื่อดูหัวกระสุนตกหล่นที่อาจจะสามารถเทียบเคียงกับกระสุนของคนร้ายได้ นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบลักษณะของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับของคนร้าย พบว่ามีอยู่ใน จ.ลพบุรี กว่า 140 คัน ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบผู้ครอบครองรถทั้งหมด และหากพบว่าเจ้าของคันใดมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะเรียกตัวมาสอบสวนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54460</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรเมธี วิมลศิริ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนาเจริญ, พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร, พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, ภานุวิชญ์ วงศ์อยู่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c6c6eb52b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บ้านบางแค&#039;นำร่องยุคดิจิตอล ใช้เทคโนโลยีช่วยดูแลผู้สูงอายุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย &amp;ldquo;การขยายผลการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ ในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ&amp;rdquo; เพื่อเป็นการยกระดับการดูแลและการให้บริการผู้สูงอายุในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ (ศพส.) ไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รองรับสังคมสูงอายุคุณภาพในอนาคต โดยมีนายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานและสักขีพยาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรเมธี วิมลศิริ เปิดเผยว่า ในปี 2562 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สวทช. ได้มีการผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนตามมาตรการขับเคลื่อนระเบียบวาระแห่งชาติ เรื่อง &amp;ldquo;สังคมสูงอายุ&amp;rdquo; มาตรการหลักที่ 2 การยกระดับขีดความสามารถสู่การบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 มาตรการย่อยที่ 4 ในการพลิกโฉมนวัตกรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมสูงอายุ โดยการนำนวัตกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมบริการ มานำร่องในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ (ศพส.) 12 แห่ง ภายใต้สังกัดกรมกิจการผู้สูงอายุ ซึ่งจะส่งผลให้คุณภาพการให้บริการของ ศพส.มีการพัฒนาขึ้นทั้งในด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางสังคมในปัจจุบันที่ประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และบางส่วนก็ยังขาดโอกาสที่จะเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ จากเครือข่ายนักวิจัย เพื่อสร้างอุตสาหกรรมสังคมสูงวัยจากนวัตกรรมไทย ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ และสร้างประโยชน์แก่สังคมโดยรวมร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางไพรวรรณ พลวัน อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวเสริมว่า จากข้อมูลในปี 2560 มีประชากรของโลกประมาณ 7,550 ล้านคน ในจำนวนนี้มีผู้สูงอายุจำนวน 862 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 12.7 ของประชากรทั้งโลก ส่วนประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2558 โดยมีประชากรสูงอายุร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ และในอีก 2 ปีข้างหน้าคือ ปี 2564 ประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะมีประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด และในปี 2574 จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด มีประชากรสูงอายุมากถึงร้อยละ 28
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย &amp;ldquo;การขยายผลการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ ในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ&amp;rdquo; ครั้งนี้ กรมกิจการผู้สูงอายุ และ สวทช. ได้หารือแนวทางความร่วมมือในการขับเคลื่อนนวัตกรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมสูงอายุ โดยได้จัดทำงบประมาณประจำปี 2563 ภายใต้แผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย กำหนดกรอบการดำเนินงานในระยะ 3 ปี (ปี 2563-2565) เพื่อนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมบริการ 15 รายการ มานำร่องใช้ในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ (ศพส.) ทั้ง 12 แห่ง และขยายผลไปยังสถานดูแลผู้สูงอายุอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ สวทช. โดยทีมนักวิจัยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ (ศพส.) 12 ศูนย์ และ ศพส.บ้านบางแค จะพัฒนาระบบบริหารจัดการภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งสามารถเชื่อมกับศูนย์ข้อมูลกลางผู้สูงอายุของกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยในปี 2563 จะนำร่องใช้ระบบบริหารจัดการข้อมูลภายในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค โดยใช้เทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ได้แก่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ระบบบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพของผู้สูงอายุ (ผู้รับบริการ) ข้อมูลทางสุขภาพของผู้สูงอายุภายในศูนย์จะได้รับการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ผ่านเครื่องตรวจวัดสุขภาพอัตโนมัติ ที่ผู้สูงอายุที่ยังมีกำลังวังชาสามารถตรวจวัดได้ด้วยตนเอง หรือผ่านเครื่องตรวจวัดสุขภาพแบบพกพา สำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจวัดสุขภาพผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง 2.ระบบบริหารจัดการด้านโภชนาการของผู้สูงอายุ เพื่อคำนวณอาหารที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ที่ได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์และครบถ้วน 3.ระบบบริหารการดูแลผู้สูงอายุ (Care Plan Management) เป็นเครื่องมือในการช่วยการวางแผน ติดตาม การดูแลผู้สูงอายุในศูนย์ 4.ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินและสื่อสารทางไกล โดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ช่วยติดตามผู้สูงอายุเมื่อพลัดหลง หรือเดินออกนอกพื้นที่ดูแล รวมถึงเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวป้องกันการหกล้ม และให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ณรงค์กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นแล้วยังมีนวัตกรรมจากผลงานวิจัยของพันธมิตรของ สวทช.ที่ชนะการประกวด ซึ่งเกิดขึ้นมาภายใต้ศูนย์วิจัย CED ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์และเครื่องจักรกลที่ใช้ประโยชน์ได้จริง โดยสิ่งประดิษฐ์ที่จะนำมาใช้ที่ บ้านบางแคเพื่อดูแลผู้สูงอายุ เช่น อุปกรณ์ช่วยเดินแบบพยุงน้ำหนักบางส่วน (Space Walker) ซึ่งได้รับการออกแบบมาสำหรับการช่วยเหลือและฟื้นฟูการฝึกเดินของผู้ป่วยที่มีปัญหาความผิดปกติของรูปแบบการเดินแบบต่างๆ เช่น ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งท่อนล่าง ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผู้ที่มีปัญหาการทรงตัว และมีความเสี่ยงในการหกล้ม รวมถึงผู้สูงอายุที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเป็นอุปกรณ์ช่วยฝึกเดินสำหรับผู้ป่วยที่ผ่านการกายภาพบำบัดที่มีระบบพยุงน้ำหนักแบบไดนามิก (Dynamic Body Weight Support) ตัวแรกของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันอุปกรณ์ดังกล่าวได้เริ่มกระจายการใช้งานไปยังที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟู สถาบันประสาทวิทยา โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลสวนผึ้ง โดยอัตราส่วนการใช้งานในบ้านต่อโรงพยาบาล คือ 70:30 ผลการนำไปทดสอบเป็นที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างมากจากผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยเดินได้ไกลแบบที่ไม่เคยเดินได้มาก่อน หรือมีความมั่นใจไม่กลัวล้ม ทำให้โฟกัสไปที่การฝึกเดินหรือลงน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ดูแล นักกายภาพ ให้สามารถดูแลการฝึกให้ง่ายขึ้น ทำให้ประชาชนคนไทยมีโอกาสเข้าถึงอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับต่างประเทศโดยไม่จำเป็นต้องนำเข้าแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40366</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล, ปรเมธี วิมลศิริ, โลกวัยเกษียณ, ไพรวรรณ พลวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190707/image_big_5d21e7e19819a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงรับจำนำรัฐครบ 63 ปีจัดประมูลของหลุดครั้งใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.2561- นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานงานแถลงข่าวการจัดงาน &amp;quot;มหกรรมประมูล สธค.โรงรับจำนำของรัฐ ประจำปี 2561&amp;rdquo; โดยระบุว่า สำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) หรือโรงรับจำนำของรัฐ ได้ยืนหยัดเคียงคู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน 63 ปี ปัจจุบันมี 39 สาขา โดยการจัดงาน &amp;quot;มหกรรมประมูล สธค.โรงรับจำนำของรัฐ ประจำปี 2561&amp;rdquo; กำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2561 ณ ลานกิจกรรม ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ตั้งแต่เวลา 10.00&amp;ndash;22.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปรเมธีกล่าวอีกว่า ประชาชนผู้ร่วมงานจะได้พบกับสินค้าคุณภาพมากมายและหลากหลายมากกว่า 200 ชิ้น อาทิ เครื่องประดับ ทองคำรูปพรรณ ทองคำเจือประดับอัญมณีเพชรพลอย สินค้าแบรนด์เนม เครื่องใช้ไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค อีกทั้งการจัดแสดงนวัตกรรมการบริการรูปแบบสมัยใหม่ที่ทันสมัย ด้วยการพัฒนาระบบ Pawn Shop On Mobile ซึ่งเป็นระบบแจ้งเตือนทรัพย์จะหลุดจำนำ ในรูปแบบ Mobile Application เพื่อรักษาทรัพย์ของลูกค้าไม่ให้หลุดจำนำ หรือหลุดจำนำน้อยที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปรเมธี กล่าวอีกว่า ยังมีการจัดกิจกรรมที่เป็นการคืนกำไรสู่สังคม ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้เด็กเรียนดี ทุนละ 3,000 บาท จำนวน 89 ทุน ให้กับบุตรหลานของผู้มาใช้บริการ ซึ่งผ่านการคัดเลือกตามคุณสมบัติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16813</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ปรเมธี วิมลศิริ, ปลัดกระทรวง, พม., สธค., โรงรับจำนำของรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8a4618ab353.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอนเฟิร์ม ปลัดคลังถูกย้ายข้ามห้วยไปนั่งเลขาธิการ สศช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขุนคลัง&amp;rdquo; คอนเฟิร์ม ครม. โยก &amp;ldquo;สมชัย&amp;rdquo; นั่งเลขาธิการ สศช. แจงยิบดึงคนเก่งนั่งควบเลขาธิการสภาปฏิรูปประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 61 - นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว. การคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ที่ประชุมครม.มีมติย้ายนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ไปนั่งเลขาสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ แทนนายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ สศช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตำแหน่งเลขาธิการ สศช. จะต้องนั่งควบตำแหน่งเลขาธิการสภาปฏิรูปประเทศด้วย ดังนั้นในตำแหน่งนี้เราต้องการคนเก่ง จึงต้องดึงคนของกระทรวงการคลังไป ก็อาจจะทำให้กระทรวงการคลังต้องหาคนใหม่ ซึ่งยังไม่มีชื่อในตอนนี้ ก็ต้องรอเสนออีกครั้ง ก็อาจจะทำให้กระทรวงการคลังอ่อนไปบ้าง เพราะการปฏิรูปประเทศต้องการคนเก่งไปขับเคลื่อน&amp;rdquo;นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า ครม. มีมติให้นายปรเมธี ไปดำรงตำแหล่งปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6836</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ครม., ปรเมธี วิมลศิริ, ปลัดกระทรวงการคลัง, สมชัย สัจจพงษ์, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์, แต่งตั้งโยกย้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a64aa312e660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บุพเพฯ&#039;หนุนท่องเที่ยว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังคงกระแสแรงดีไม่มีตก เรียกว่าแรงเสมอต้น เสมอปลายจริงๆ สำหรับละครเรื่อง &amp;ldquo;บุพเพสันนิวาส&amp;rdquo;&amp;nbsp; ด้วยเรตติ้งที่ดีวันดีคืน ดันกระแสการแต่งชุดไทยไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตรงนี้ไม่เพียงแค่ช่อง 3 เท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากความร้อนแรงของละครยอดฮิตเรื่องนี้ แต่ในมุมของ &amp;ldquo;การท่องเที่ยว&amp;rdquo; ในช่วงนี้ก็พลอยฟ้าพลอยฟ้า ได้รับอานิสงส์จากละคร &amp;ldquo;บุพเพสันนิวาส&amp;rdquo; ไปด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่าสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่ปรากฏอยู่ในหลายฉากสำคัญของละครเรื่องนี้ต้องได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก โดยเฉพาะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่โดยปกติก็จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ประวัติศาสตร์ วัดเก่าแก่ โบราณสถาน แต่ยิ่งเจอกระแสของละครเรื่องนี้เข้าไป ยิ่งทำให้สถานการณ์การท่องเที่ยวตามสถานที่ดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างมากเข้าไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลากหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยง ไม่เพียงแค่การท่องเที่ยวเท่านั้น ธุรกิจการให้เช่าชุดไทย ธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม ของที่ระลึก ไปจนถึงธุรกิจที่จอดรถ เชื่อว่าต้องได้รับผลประโยชน์จากกระแสความร้อนแรงของละครบุพเพสันนิวาสอย่างแน่นอน เพราะออเจ้าจากทั่วสารทิศต่างก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่ซึ่งเป็นเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือประโยชน์อีกมุมหนึ่งของละครที่จะลืมเสียไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งละครฉายนานมากขึ้น กระแสนิยมก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่พบว่า สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ยังคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว กลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่ไปทัศนศึกษาตามสถานที่โบราณทางประวัติศาสตร์ ภาพของพ่อค้าแม่ค้าในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่ขนสินค้ามาขาย ก็ยังไม่วายที่จะเกาะกระแสออเจ้า แม่การะเกด คุณพี่หมื่น ตรงนี้กลายเป็น &amp;ldquo;จุดขาย&amp;rdquo; ให้กับสินค้าในพื้นที่ดังกล่าวไปด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปรเมธี วิมลศิริ&amp;rdquo; เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์&amp;nbsp; เป็นอีกเสียงที่ออกมาให้ข้อมูลยืนยันถึงกระแสความร้อนแรงของละครบุพเพสันนิวาส ที่ช่วยให้การท่องเที่ยวและจีดีพีของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาขยายตัวอย่างมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กระแสละครบุพเพสันนิวาสได้รับความนิยม และช่วยสร้างให้เศรษฐกิจมีเม็ดเงินสะพัดมากขึ้น ต่อไปอาจจะมีละครย้อนยุคที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของพื้นที่ในจังหวัดอื่นขยายตัวได้ดี เช่น บุพเพสุโขทัย ก็จะทำให้คนสนใจเรื่องหลักศิลาจารึก และไปเที่ยวจังหวัดสุโขทัยมากขึ้น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นสัญญาณที่ดีทีเดียวกับกระแสละครที่มาช่วยคืนชีพในหลายภาคส่วน ทั้งการท่องเที่ยว ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ไปจนถึงกระแสนิยมความเป็นไทย ชุดไทยในรูปแบบต่างๆ ถูกหยิบยกขึ้นมา แม้จะใส่เพียงเพื่อการถ่ายรูป แต่ก็ถือเป็นภาพที่สวยงาม สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ขณะนี้เต็มไปด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว ก็ตื่นขึ้นจากก่อนหน้าที่อาจจะไม่ได้รับความนิยมเท่าขณะนี้ ทั้งหมดถือเป็นเรื่องที่ดีจากกระแสของละครบุพเพสันนิวาส ส่วนหลังจากนี้เมื่อละครจบแล้วกระแสจะเป็นอย่างไร คงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปนั่นเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครองขวัญ รอดหมวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5930</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, การท่องเที่ยว, ครองขวัญ รอดหมวน, บุพเพสันนิวาส, ปรเมธี วิมลศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2018 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2018 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาพัฒน์มองเศรษฐกิจไทย 61 ยังร้อนแรง ลุ้นโต 4.1%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพัฒน์ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2561 ยังร้อนแรง ลุ้นโต 4.1% รับอานิสงส์เศรษฐกิจโลกโตแตะ 3.8% สูงสุดในรอบ 7 ปี ห่วงค่าบาทยังผันผวน แนะผู้ประกอบการระมัดระวัง เชื่อมือ ธปท. คุมเกมส์อยู่หมัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ. 61 - นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2561 จะขยายตัวได้ที่ระดับ 4.1% ขณะที่มูลค่าการส่งออก ขยายตัวที่ระดับ 6.8% สูงขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ 5% โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.8% เร่งตัวขึ้นเป็นปีที่ 2 และขยายตัวได้สูงสุดในรอบ 7 ปี ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวได้เร่งขึ้นและสนับสนุนเศรษฐกิจในภาพรวมได้มากขึ้น รวมถึงการเร่งลงทุนของภาคเอกชน และถาครัฐ รวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะงบกลาง วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ส่วนการจ้างงานนอกภาคเกษตรก็มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2560 ขยายตัวได้ 3.9% มูลค่าการส่งออก ขยายตัวได้สูงที่ระดับ 9.7% ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2560 ขยายตัวที่ระดับ 4% ถือเป็นระดับที่น่าพอใจ โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากการเร่งตัวขึ้นของการบริโภคภาคเอกชน การลงทุนของภาคเอกชน ส่วนสถานการณ์การแข็งค่าของเงินบาทนั้น มองว่ายังไม่ส่งผลกระทบกับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ แต่จะมีผลในแง่รายได้ในรูปเงินบาท ดังนั้นอยากให้ผู้ประกอบการระมัดระวังความผันผวนจากสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนที่ยังจะมีอยู่ โดยเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พยายามดูแลเรื่องความผันผวนอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคมากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3402</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเงินบาท, จีดีพี, ปรเมธี, ปรเมธี วิมลศิริ, สศช., ส่งออก, เศรษฐกิจ, เศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8a4618ab353.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
