<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ต.ลงมติ 8 ต่อ 7 ไม่เห็นชอบ &#039;ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์&#039; ดำรงตำแหน่ง &#039;ผู้พิพากษาอาวุโส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&amp;nbsp;ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.64 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมใหญ่ศาลฎีกา &amp;nbsp;สนามหลวง นางเมทินี ชโลธร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.)ครั้งที่ 23/2564 &amp;nbsp;โดยมีวาระน่าสนใจเรื่องการผ่าน นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ช่วยทำงานผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไปดำรงตำเเหน่งผู้พิพากษาอาวุโส วาระ 1 ต.ค.หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนมีการลงมตินางเมทินี ประธานศาลฎีกาได้ออกจากที่ประชุมเนื่องจากก่อนหน้านี้เคยถูกนายปรเมษฐ์ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ (ยกฟ้องไปเเล้ว) โดยมี นางวาสนา หงส์เจริญ &amp;nbsp;รองประธานศาลฎีกาดำเนินการเป็นประธานที่ประชุมเเทนชั่วคราว ผลการลงมติครั้งเเรกก.ต.มีมติ 7 ต่อ 7 เสียงทำให้ประธานในที่ประชุมต้องลงมติชี้ขาด ไม่เห็นชอบ 8 ต่อ 7 ให้ดำรงตำเเหน่งผู้พิพากษาอาวุโสต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับนายปรเมษฐ์ ถูกตั้งกรรมการสอบสวนร้ายเเรง กรณีถูกกล่าวหาว่าเเทรกเเซงคดีในศาลอาญาคดีทุจริต เเละประพฤติมิชอบภาค 1 ซึ่งมีทั้งโจทก์เเละจำเลยเป็นข้าราชการระดับสูงในกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114370</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์, เมทินี ชโลธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_612339a1d50af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปรเมษฐ์&#039;ลุ้นมติ&#039;ก.ต.&#039;นั่งผู้พิพากษาอาวุโสต่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ช่วยทำงานผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 กล่าวถึงกรณีที่วันนี้คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) จะมีการประชุมพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการศาลยุติธรรมประจำปี 2564 ในส่วนที่ยังค้าง และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ที่จะมีผลในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีวาระพิจารณาให้นายปรเมษฐ์ ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสต่อหรือไม่ว่า&amp;nbsp; หวังจะได้รับความเป็นธรรม ในการพิจารณาจาก ก.ต. ในครั้งนี้ เพื่อเป็นแนวบรรทัดฐาน และมาตรฐานของผู้พิพากษาของศาลยุติธรรม ในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งที่ผ่านมาเคยยื่นคำร้องไว้ว่าการพิจารณาแต่งตั้งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส ต้องพิจารณาตามพ.ร.บ.หลักเกณฑ์การแต่งตั้ง และการดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสฉบับที่ 4 พศ 256 มาตรา 6/1 บัญญัติว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้าราชการตุลาการซึ่งมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณใดให้พ้นจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่ เมื่อสิ้นงบประมาณนั้น และให้ไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส จนกว่าจะพ้นจากราชการตามมาตรา 8/1 และมาตรา 9 บัญญัติว่าข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมซึ่งจะมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณใด ให้ ก.ต. จัดให้มีการประเมินสมรรถภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตุลาการ แล้วเสนอผลการประเมินให้ ก.ต. พิจารณาประกอบการแต่งตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายจะได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสแล้ว ก.ต. ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญของสถาบันศาลยุติธรรมในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายและพิจารณาวินัยข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม จะต้องพิจารณาตามบทบัญญัติของกฎหมายโดยให้ความเป็นธรรมแก่ผู้พิพากษาในศาลยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหากใน ก.ต. มีมติ ว่า ไม่ให้ตนดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส&amp;nbsp; &amp;nbsp; จะมีผลทำให้พ้นจากตำแหน่งและเป็นการลงโทษทางวินัยล่วงหน้า ก็จะต่อสู้ว่า เป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมาย น่าจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนวินัยยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ เป็นแนวบรรทัดฐานและมาตรฐานที่ไม่ถูกต้องของผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมและสถาบันศาลยุติธรรมในอนาคต เกิดความเสียหายยากที่จะเยียวยาได้ในภายหลัง การกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายเช่นนี้มีผลทำให้ผู้ได้รับความเสียหายมีสิทธิทางศาลฟ้องร้อง ทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อไป ตามบทบัญญัติของกฎหมายและตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมในฐานะประชาชนชาวไทยมีสิทธิได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญอย่างเสมอภาคเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายปรเมษฐ์ ถูกตั้งกรรมการสอบสวนร้ายเเรง ถูกกล่าวหาว่าเเทรกเเซงคดีในศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบภาค1 ซึ่งก่อนหน้านี้ ก.ต. มีมติให้อนุกรรมการตุลาการไปพิจารณากลั่นกรองก่อนเสนอ ก.ต. เห็นชอบอีกครั้ง ว่าจะผ่านเป็นผู้พิพากษาอาวุโสหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้นายปรเมษฐ์เคยยื่นฟ้อง 3 กรรมการสอบข้อเท็จจริง เเละปธ.ศาลฎีกาต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯโดยศาลยกฟ้องในสำนวนประธานศาลฎีกาไปเเล้ว โดยโจทก์เตรียมยื่นอุทธรณ์คดีต่อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114227</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต., ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์, ผู้พิพากษาอาวุโส, ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_612339a1d50af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปรเมษฐ์&#039;ลุ้นมติ&#039;ก.ต.&#039;นั่งผู้่พิพากษาอาวุโสต่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ช่วยทำงานผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 กล่าวถึงกรณีที่วันนี้คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) จะมีการประชุมพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการศาลยุติธรรมประจำปี 2564 ในส่วนที่ยังค้าง และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ที่จะมีผลในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีวาระพิจารณาให้นายปรเมษฐ์ ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสต่อหรือไม่ว่า&amp;nbsp; หวังจะได้รับความเป็นธรรม ในการพิจารณาจาก ก.ต. ในครั้งนี้ เพื่อเป็นแนวบรรทัดฐาน และมาตรฐานของผู้พิพากษาของศาลยุติธรรม ในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งที่ผ่านมาเคยยื่นคำร้องไว้ว่าการพิจารณาแต่งตั้งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส ต้องพิจารณาตามพ.ร.บ.หลักเกณฑ์การแต่งตั้ง และการดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสฉบับที่ 4 พศ 256 มาตรา 6/1 บัญญัติว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้าราชการตุลาการซึ่งมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณใดให้พ้นจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่ เมื่อสิ้นงบประมาณนั้น และให้ไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส จนกว่าจะพ้นจากราชการตามมาตรา 8/1 และมาตรา 9 บัญญัติว่าข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมซึ่งจะมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณใด ให้ ก.ต. จัดให้มีการประเมินสมรรถภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตุลาการ แล้วเสนอผลการประเมินให้ ก.ต. พิจารณาประกอบการแต่งตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายจะได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสแล้ว ก.ต. ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญของสถาบันศาลยุติธรรมในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายและพิจารณาวินัยข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม จะต้องพิจารณาตามบทบัญญัติของกฎหมายโดยให้ความเป็นธรรมแก่ผู้พิพากษาในศาลยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหากใน ก.ต. มีมติ ว่า ไม่ให้ตนดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส&amp;nbsp; &amp;nbsp; จะมีผลทำให้พ้นจากตำแหน่งและเป็นการลงโทษทางวินัยล่วงหน้า ก็จะต่อสู้ว่า เป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมาย น่าจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนวินัยยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ เป็นแนวบรรทัดฐานและมาตรฐานที่ไม่ถูกต้องของผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมและสถาบันศาลยุติธรรมในอนาคต เกิดความเสียหายยากที่จะเยียวยาได้ในภายหลัง การกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายเช่นนี้มีผลทำให้ผู้ได้รับความเสียหายมีสิทธิทางศาลฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อไป ตามบทบัญญัติของกฎหมายและตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมในฐานะประชาชนชาวไทยมีสิทธิได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญอย่างเสมอภาคเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายปรเมษฐ์ ถูกตั้งกรรมการสอบสวนร้ายเเรง ถูกกล่าวหาว่าเเทรกเเซงคดีในศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบภาค1 ซึ่งก่อนหน้านี้ ก.ต. มีมติให้อนุกรรมการตุลาการไปพิจารณากลั่นกรองก่อนเสนอ ก.ต. เห็นชอบอีกครั้ง ว่าจะผ่านเป็นผู้พิพากษาอาวุโสหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้นายปรเมษฐ์เคยยื่นฟ้อง 3 กรรมการสอบข้อเท็จจริง เเละปธ.ศาลฎีกาต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯโดยศาลยกฟ้องในสำนวนประธานศาลฎีกาไปเเล้ว โดยโจทก์เตรียมยื่นอุทธรณ์คดีต่อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114226</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต., ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์, ผู้พิพากษาอาวุโส, ฟ้องศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_612339a1d50af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้องกรณี &#039;ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์&#039; ยื่นฟ้องปธ.ศาลฎีกา ประพฤติมิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลยุติธรรม ว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาในคดีแดงที่ 90/2564 ในคดีที่ นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อดีตอธิบดีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ปัจจุบันเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกาและประธานคณะกรรมการตุลาการเป็นจำเลย ฐานเป็นเจ้าพนักงานประพฤติหน้าที่โดยมิชอบ ตามป.อาญามาตรา 157&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อครั้งที่โจทก์ เป็นอธิบดีศาลอาญาคดีทุจริตภาค 1 จำเลยซึ่งเป็นประธานศาลฎีกาได้ออกคำสั่งที่ 333/2564 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ให้สอบสวนเรื่องที่โจทก์ถูกร้องเรียนว่าเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการพิจารณาคดีอาญาเรื่องหนึ่งของศาลอาญาคดีทุจริตภาค1 ระหว่างนั้นประธานศาลฎีกามีคำสั่งให้โจทก์ไปเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต่อมาก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงตามมา &amp;nbsp;ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ตามประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้นกรณีข้าราชการตุลาการถูกกล่าวหาหรือเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย พ.ศ.2544 ข้อ 11 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่าเมื่อได้รับรายงานผลการสอบสวนในชั้นต้นแล้ว หากประธานศาลฎีกาเห็นว่าพฤติการณ์เป็นความผิดวินัยให้ประธานศาลฎีกามีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยหรือดำเนินการเพื่อให้มีคำสั่งลงโทษทางวินัย ดังนั้นเมื่อมีรายงานผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในชั้นต้นยืนยันว่า การกระทำของโจทก์มีพฤติการณ์เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่นหรือกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้การพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่นซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาขาดความเป็นอิสระ เพื่อให้โจทก์ได้เปรียบในผลแห่งคดีอันมีลักษณะเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับโจทก์ ซึ่งถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการและเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการอันมีลักษณะต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 ถือเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จำเลยจึงมีอำนาจที่จะออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโจทก์ได้ สำนักงานศาลยุติธรรมยังยืนยันว่าการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้นของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นการดำเนินการโดยชอบตามกฎหมาย ดังนี้การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโจทก์จึงไม่ใช่การใช้อำนาจโดยมิชอบตามที่โจทก์กล่าวอ้าง เมื่อการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโจทก์กรณีถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยร้ายแรงของจำเลยตามคำสั่งสำนักงานศาลยุติธรรมที่ 415/2564 ตลอดจนการที่จำเลยมีคำสั่งสำนักงานศาลยุติธรรมที่ 371/2564 ให้โจทก์ไปช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบดำเนินการตามขั้นตอนหลักเกณฑ์ตลอดจนวิธีการสอบสวนตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คดีรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113290</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์, ศาลฎีกา, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1, เมทินี ชโลธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607bc6790bf28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรับไต่สวน &#039;ปรเมษฐ์&#039; อธ.ศาลคดีทุจริตภาค 1 ยื่นฟ้อง 3 กก.สอบข้อเท็จจริง ผิด ม.157</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.64 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซอยสีคาม ถนนนครไชยศรี ศาลนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจฟ้องคดี ที่นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบภาค 1 ปฏิบัติภารกิจชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ยื่นฟ้อง นายอนุวัตร มุทิกากร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, น.ส.มรกต วัฒนรุ่งเรืองยศ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และนายนรินทร์ ทองคำใส รองเลขานุการศาลฎีกา เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อาญา ม.157&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่จำเลยทั้งสาม ในฐานะคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสำนักงานศาลยุติธรรมที่ 333/2564 วันที่ 25 มี.ค. 2564 ลงนามโดยประธานศาลฎีกา สอบสวนนายปรเมษฐ์ โจทก์ ที่ถูกกล่าวหาว่าเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ อท.48/2563 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า วันที่ 25 มี.ค. 2564 สำนักงานศาลยุติธรรมมีคำสั่งที่ 333/2564 &amp;nbsp;โดยประธานศาลฎีกา ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว โดยนายอนุวัตรเป็นประธาน, น.ส.มรกต เป็นกรรมการ และนายนรินทร์เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยจำเลยทั้งสามมีหน้าที่สอบสวนพยานหลักฐาน และเสนอความเห็นเพื่อทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิดของนายปรเมษฐ์ ที่ถูกกล่าวหาว่าผิดวินัยร้ายแรง/ไม่ร้ายแรง/ไม่มีมูลความผิด หลังจากมีคำสั่งสำนักงานศาลยุติธรรมเมื่อวันที่ 25 มี.ค. พบว่า วันที่ 26 มี.ค.จำเลยทั้งสามร่วมเดินทางไปสอบพยานหลักฐานที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบ ภาค 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถัดมาวันที่ 31 มี.ค. นายนรินทร์ โทรศัพท์มาแจ้งนายปรเมษฐ์ว่า ให้มาชี้แจงกับกรรมการในวันที่ 1 เม.ย. เพราะนายอนุวัตร เข้าเวรที่ศาลฎีกาในวันนั้น ซึ่งโดยปกติแล้วในการปฏิบัติราชการของกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในขั้นต้น ต้องมีหนังสือแจ้งนัดโจทก์/ผู้ถูกล่าวหาเข้าชี้แจง และควรได้รับทราบประเด็นร้องเรียน เพื่อให้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการชี้แจง และเข้าสืบแก้ในข้อที่เป็นผลร้ายต่อตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 1 เม.ย. วันนัดโจทก์ปวดท้องมาก มีผู้พิพากษามารายงานตัวและขอพบหลายคน เมื่อเสร็จภารกิจจึงไปพบแพทย์ที่ รพ.สระบุรี แพทย์มีหนังสือความเห็นว่า ตนเป็นกระเพาะอาหารอักเสบควรพักผ่อนในวันที่ 1-2 เม.ย. และก่อนหน้านั้นคือวันที่ 29 มี.ค.ตนไป รพ.ราชวิถี เพราะปวดท้องแพทย์นัดให้ไปรังสีวินิจฉัยวันที่ 12 พ.ค.ด้วย โดยตนทำหนังสือลาป่วยของวันที่ 29 มี.ค. และวันที่ 1-2 เม.ย.ต่อประธานศาลฎีกาแล้ว หลังตนพบแพทย์ที่ รพ.สระบุรี ได้โทรศัพท์ติดต่อนายนรินทร์หลายครั้ง แต่นายนรินทร์บล็อกโทรศัพท์ตน ตนต้องการไปชี้แจงต่อกรรมการซึ่งเป็นจำเลยทั้งสามในคดีที่ตนฟ้องร้องนี้ เพราะตนต้องการทราบว่าผู้ใดร้องเรียนและมีประเด็นใดบ้างเพื่อที่จะได้ทราบสืบแก้ได้ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 2 เม.ย.ตนพยายามติดต่อนายนรินทร์หลายครั้ง แต่โดนบล็อกโทรศัพท์ ตนจึงติดต่อนายอนุวัตร นายอนุวัตร ตอบว่ามีความเห็นไปแล้ว ตนจึงแจ้งนายอนุวัตรว่าตนยังไม่ได้ชี้แจง ไม่ทราบประเด็นการร้องเรียนที่จำเลยทั้งสามสอบสวนและมีผลร้ายแก่ตน นายอนุวัตรให้ตนติดต่อนายนรินทร์ เลขานุการของตนแจ้งนายอนุวัตรว่าตนโทรศัพท์หานายนรินทร์หลายครั้งแต่ติดต่อไม่ได้ จากนั้นตนยังติดต่อนายนรินทร์แต่โดนบล็อกโทรศัพท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนยังพร้อมไปพบกรรมการและชี้แจง เพราะต้องการทราบประเด็นข้อร้องเรียน หากตนได้เข้าชี้แจงต่อกรรมการ และหากกรรมการให้ความเป็นธรรมแก่ตนก็จะทราบความจริงว่าเป็นกรณีที่ตนปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชธรรมนูญศาลยุติธรรมและบทบัญญัติกฎหมาย ไม่ได้แทรกแซงการพิจารณาคดีของผู้พิพากษาผู้ใต้บังคับบัญชาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนเกิดเหตุตนเป็นเจ้าของคดีหมายเลขดำที่ อท.48/2563 มีความเป็นอิสระในการพิพากษาคดี จำเลยทั้งสามได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการในกรณีของตน ต้องสอบสวนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้นฯ เมื่อเสร็จสิ้นการสอบสวนขั้นต้น หากผู้ถูกสอบสวนถูกกล่าวหาและเป็นผลร้ายโดยไม่มีโอกาสชี้แจง หากมีกรณีเช่นนี้ต้องให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กรณีนี้เป็นการกระทำสอบสวนของกรรมการทั้งสามอย่างเร่งรีบ รวบรัด ด่วนสรุปความเห็นเพียงไม่กี่วันหลังได้รับเป็นกรรมการ หากตนได้เข้าชี้แจงเข้าสืบแก้ผลร้ายแก่ตนตามสิทธิและหลักกฎหมายกับกรรมการทั้งสามนั้น กรรมการจะสอบสวนโดยไม่เร่งรีบ ดังนั้น กรรมการทั้งสามที่เป็นจำเลยคดีนี้ร่วมกันงดดำเนินการสอบสวนพยานหลักฐาน ด่วนสรุปความเห็น จึงไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติกฎหมาย และประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าสงสัยว่า เหตุใดจำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำการดังกล่าว ทั้งๆ ที่เมื่อเสร็จสิ้นการสอบสวนชั้นต้นแล้ว จำเลยทั้งสามต้องพิจารณาว่ามีข้อเท็จจริงที่เป็นผลร้ายแก่ผู้ถูกกล่าวหา โดยผู้ถูกกล่าวหายังไม่ไดัชี้แจง จำเลยทั้งสามร่วมกันมีเจตนาไม่ดำเนินการสอบสวนให้เป็นไปตามกฎหมายและประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนมีหนังสือด่วนที่สุดถึงประธานศาลฎีกาและกรรมการชุดนี้เมื่อวันที่ 5 พ.ค.เพื่อขอความเป็นธรรม แต่ประธานศาลฎีกานำความเห็นชั้นต้นของจำเลยทั้งสามเสนอคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมเพื่อขอความเห็นชอบให้ตนไปปฏิบัติภารกิจชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมจึงทราบว่า ตนยังไม่ได้ชี้แจงตามที่ถูกกล่าวหา ทำให้ตนเสียหาย จำเลยทั้งสามจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 81, 93&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาวันนี้ ผู้รับมอบฉันทะโจทก์ มาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลแจ้งให้ทราบว่าสำนักงานศาลยุติธรรมมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงและจัดส่งเอกสาร รายละเอียดปรากฏตามหนังสือสำนักงานศาลยุติธรรม ด่วนที่สุด ที่ ศย 024/996 ฉบับลงวันที่ 21 มิ.ย. 2564 ตรวจฟ้องและคำร้องขอแก้ไขเพิ่มฟ้องฉบับลงวันที่ 4 มิ.ย. 2564 และฉบับ ลงวันที่ 5 ก.ค. 2564 แล้ว ฟ้องเป็นไปตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติ มิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง ให้นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 8 ก.ย. 2564 เวลา 9.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหมายนัดไต่สวนมูลฟ้อง พร้อมส่งสำเนาฟ้อง คำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องดังกล่าว และเอกสารแจ้งสิทธิจำเลยในการต่อสู้คดีในชั้นไต่สวนมูลฟ้องตามกฎหมาย ทั้งมีสิทธิแถลงให้ศาลทราบถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายอันสำคัญที่ศาลควรสั่งว่าคดีไม่มีมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การส่งให้ส่งทางไปรษณีย์ตอบรับด่วนพิเศษ หากส่งไม่ได้ ให้โจทก์แถลงต่อศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันส่งไม่ได้ มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฟ้องและให้โจทก์ดำเนินการดังต่อไปนี้ภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. หากโจทก์ประสงค์จะระบุพยานเพิ่มเติม ให้ยื่นบัญชีระบุพยานชั้นไต่สวนมูลฟ้องเพิ่มเติมให้ครบถ้วน พร้อมคำแถลงเหตุผลความจำเป็นในการอ้างพยานและวิธีการได้มาซึ่งพยานนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2. ส่งพยานเอกสารหรือพยานวัตถุที่ประสงค์จะอ้างอิงในชั้นไต่สวนมูลฟ้องต่อศาล &amp;nbsp;เพื่อรวบรวมใช้เป็นแนวทางในการไต่สวนมูลฟ้องและการพิจารณาคดี หากโจทก์ประสงค์จะอ้างเอกสารในสำนวนซึ่งโจทก์หรือบุคคลภายนอกส่งมา ให้ระบุชัดเจนว่าเป็นเอกสารใดและมีที่มาอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ในกรณีที่เป็นพยานเอกสารหรือพยานวัตถุใดอยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอก ให้โจทก์ตรวจสอบสำนวนก่อนว่ามีพยานเอกสารหรือพยานวัตถุที่ประสงค์จะอ้างอิงหรือไม่ หากไม่มี ให้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกพยานหลักฐานดังกล่าวมาจากผู้ที่ครอบครองโดยแสดงเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องได้พยานหรือพยานวัตถุนั้นโดยละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เสนอแนวทางการไต่สวนพยานบุคคลที่จะนำเข้าไต่สวนมูลฟ้องว่าเบิกความเกี่ยวกับเรื่องใดโดยย่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ให้โจทก์ตรวจสอบหนังสือสำนักงานศาลยุติธรรม ด่วนที่สุด ที่ ศย 024/996 ฉบับลงวันที่ 21 มิถุนายน 2564 หากประสงค์จะโต้แย้งคัดค้านประการใด ให้ยื่นคำแถลงต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้ หากไม่ดำเนินการภายในกำหนดให้ถือว่าไม่คัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากโจทก์ไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลในข้อหนึ่งข้อใดให้ถือว่าไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ซึ่งถือเป็นเหตุทิ้งฟ้องได้เพื่อให้การไต่สวนมูลฟ้องเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนอันเป็นประโยชน์แก่การไต่สวนมูลฟ้อง จึงมอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีช่วยควบคุม แนะนำคู่ความในการดำเนินกระบวนพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมาย หากมีข้อบกพร่องหรือขัดข้อง ให้รายงานต่อศาลพร้อมแนวทางแก้ไขและให้เจ้าพนักงานคดีตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อใช้เป็นแนวทางในการไต่สวนมูลฟ้อง แล้วจัดทำสรุปข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่สำคัญในคดี เพื่อให้ศาลใช้เป็นแนวทางในการไต่สวนมูลฟ้องก่อนวันนัดพร้อมเพื่อกำหนดแนวทางการไต่สวนมูลฟ้องไม่น้อยกว่า 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้นัดพร้อมเพื่อกำหนดแนวทางการไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 26 ส.ค.เวลา 9.00 น.แจ้งวันนัดนี้ให้จำเลยทั้งสามทราบพร้อมกับหมายนัดไต่สวนมูลฟ้อง มีหนังสือสอบถามพร้อมส่งสำเนาคำฟ้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อตรวจสอบว่ามีการกล่าวหาจำเลยทั้งสามในเรื่องเดียวกันกับที่โจทก์ยื่นฟ้องหรือไม่ แล้วแจ้งให้ศาลทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ เนื่องจากศาลมีคำสั่งรับฟ้องไว้ไต่สวนมูลฟ้อง จึงมีคำสั่งรับบัญชีพยานโจทก์ที่ยื่นต่อศาลเมื่อวันที่ 3 ก.ค.64 สำเนาให้จำเลยทั้งสามพร้อมกับหมายแจ้งนัดไต่สวนมูลฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ กรณีนี้ นายปรเมษฐ์ ถูกร้องเรียนกล่าวหาว่าเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการพิจารณาคดีหมายเลขดำ ที่ อท.84/2563 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่นายประหยัด พวงจำปา อดีตรองเลขาธิการ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. , น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. และนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จึงถูกย้ายไปช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ตามคำสั่งลับที่ 333/2564 ลงวันที่ 25 มี.ค. 2564 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเเละผลสอบสวนระบุให้ย้ายนายปรเมษฐ์ ไปปฏิบัติภารกิจชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์, ศาลอาญา, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607bc6790bf28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107205</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ต.มีมติ 9 ต่อ 6 ไม่พักราชการ &#039;ปรเมษฐ์&#039; อธิบดีศาลอาญาคดีทุจริตภาค 1 ถูกกล่าวหาเเทรกเเซงพิจารณาคดี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมาที่ห้องประชุมชั้น 3 ศาลฎีกา สนามหลวง นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการครั้งที่ 14/2564 โดยมีการพิจารณา เเละมติที่น่าสนใจดังนี้
&amp;nbsp;
โดยที่ประชุมมีมติตามที่มีการเสนอให้พักราชการนาย ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีศาลอาญาคดีทุจริตฯภาค1 &amp;nbsp;ที่ถูกย้ายช่วยราชการในตำเเหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1ระหว่างสอบสวน ซึ่งเป็นไปตาม พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543มาตรา 74 เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูก ตั้งกรรมการสอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ถ้า ก.ต. เห็นว่าจะให้อยู่ในหน้าที่ราชการระหว่างสอบสวนหรือ พิจารณาจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ประธานศาลฎีกาจะสั่งให้พักราชการก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ ก.ต.เคยมีมติว่ากรณีที่เป็นวินัยร้ายเเรงให้ส่งให้ ก.ต.พิจารณาในเรื่องการสั่งพักราชการทุกกรณี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการลงมติในครั้งนี้มีการยื่นร้องให้ นางเมทินีประธานศาลฎีกา ไม่มีสิทธิลงมติเนื่องจากเป็นผู้มีส่วนได้เสีย กรณีที่เคยถูกนายปรเมษฐ์ยื่นฟ้อง เเต่ที่ประชุมก.ต.มีมติเห็นว่าไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียอนุญาตให้ลงมติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุม ก.ต.มีมติ 9 ต่อ 6ไม่เห็นชอบพักราชการ นายปรเมษฐ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายปรเมษฐ์ ถูกร้องเรียนกล่าวหาว่าเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการพิจารณาคดีหมายเลขดำ ที่ อท.84/2563 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่นายประหยัด พวงจำปา อดีตรองเลขาธิการ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. , น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. และนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จึงถูกย้ายไปช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้สำนักงานศาลยุติธรรมได้มีคำสั่งลับที่ 333/2564 ลงวันที่ 25 มี.ค. 2564 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยก่อนหน้านี้ นายปรเมษฐ์ได้ยื่นฟ้อง 3 คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงต่อศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งอยู่ในชั้นตรวจคำฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ &amp;nbsp;อธิบดีศาลอาญาคดีทุจริตฯภาค 1&amp;nbsp; กล่าวว่า รู้สึกดีใจ และขอขอบคุณ ก.ต. เสียงข้างมาก ที่ยังพิจารณาให้ความยุติธรรมและเป็นธรรมการเป็นเจ้าของสำนวนคดีดังกล่าว ย่อมต้องมีความเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซงจาก บุคคลหรือองค์กรอื่นใด และต้องได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย อย่างเสมอภาคกัน &amp;nbsp;และคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง จะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวน ตามประกาศ คณะกรรมการฯ อย่างเสมอภาคไม่เร่งรัด รีบด่วน และด่วนสรุปความเห็นเช่นเดียวกับผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมรายอื่นที่ถูกกล่าวหา คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้น และ คณะกรรมการสอบสวนวินัยชุดอื่น ยังใช้เวลาสอบสวนหลายเดือน &amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาได้มีระยะเวลา ในการรวบรวมพยานหลักฐาน นำสืบแก้ในผลร้าย &amp;nbsp;อีกทั้งจะต้องทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ร้องเรียนกล่าวหาในประเด็นและข้อเท็จจริงใดที่ร้องงเรียนกล่าวหานั้น แต่ตนยังไม่ได้ทราบเลย จึงมองว่าทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรมในส่วนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107205</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์, เมทินี ชโลธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607bc6790bf28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯศาลแจงสั่งย้าย&#039;อธิบดีศาลคดีทุจริตภาค1&#039;ตามระเบียบ ให้สิทธิแก้ต่างเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 64 - จากกรณีที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนช่วงระยะหนึ่งเกี่ยวกับคำสั่งย้ายนายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ไปช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 สืบเนื่องจากเรื่องที่มีการร้องเรียนกล่าวหาเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาคดีหมายเลขดำ อท.84/2563 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่มีรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องกรรมการ ป.ป.ช.และอัยการสูงสุด (นายประหยัด พวงจำปา โจทก์ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.จำเลยที่ 1 น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.จำเลยที่ 2 นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด จำเลยที่ 3) กระทั่งปรากฏข่าวอดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 ยื่นฟ้องกรรมการ ป.ป.ช.ความผิดดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาฯ และยื่นฟ้องประธานศาลฎีกากล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงษ์เดช&amp;nbsp; วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวชี้แจงเหตุและขั้นตอนดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีอดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้นสืบเนื่องจากนายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 ถูกร้องเรียนกล่าวหาว่าเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงการพิจารณา คดีหมายเลขดำ อท.84/2563 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของคู่ความและกระบวนการยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรมจึงมีคำสั่งวันที่ 25 มี.ค.64 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว และในวันที่ 26 มี.ค.64 มีหนังสือแจ้งให้นายปรเมษฐ์ ทราบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ได้รายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริงมีความเห็นว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีพฤติการณ์อันส่อว่าเป็นการกระทำความผิดวินัยร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 77 (1) (3) ซึ่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม&amp;nbsp; พ.ศ. 2543&amp;nbsp; มาตรา&amp;nbsp; 21&amp;nbsp; วรรคสอง&amp;nbsp; ระบุว่า&amp;nbsp; การสั่งให้ข้าราชการตุลาการไปช่วยทำงานชั่วคราวต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการตุลาการผู้นั้นด้วย&amp;nbsp; เว้นแต่เป็นกรณีที่หากให้ผู้นั้นอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลนั้นต่อไปจะกระทบกระเทือนต่อความยุติธรรมในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของศาลนั้น&amp;nbsp; หรือมีเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ตามระเบียบที่คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.)กำหนด&amp;nbsp; และเมื่อมีการสั่งในกรณีเช่นนี้แล้วให้ประธานศาลฎีกานำเรื่องเข้าขอความเห็นชอบจาก ก.ต. ในการประชุมนัดแรกนับแต่วันมีคำสั่ง&amp;nbsp; และเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ตามระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการกำหนดเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ในการสั่งให้ข้าราชการตุลาการไปช่วยทำงานชั่วคราว พ.ศ.2550&amp;nbsp; ข้อ 3 (10) ระบุว่า การที่ประธานศาลฎีกาเห็นว่าหากจะให้ข้าราชการตุลาการผู้ใดปฏิบัติหน้าที่ในศาลที่ดำรงตำแหน่งต่อไปแล้วจะเป็นการเสียหายแก่การบริหารราชการศาลยุติธรรม&amp;nbsp; สมควรให้ข้าราชการตุลาการผู้นั้นไปช่วยทำงานชั่วคราวในศาลอื่น&amp;nbsp; ประธานศาลฎีกาจึงได้มีคำสั่งให้นายปรเมษฐ์&amp;nbsp; โตวิวัฒน์&amp;nbsp; ไปช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ตามคำสั่งสำนักงานศาลยุติธรรม&amp;nbsp; ที่&amp;nbsp; 371/2564&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp; 5&amp;nbsp; เมษายน&amp;nbsp; 2564&amp;nbsp; ซึ่งคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมในการประชุมครั้งที่&amp;nbsp; 8/2564&amp;nbsp; เมื่อวันที่&amp;nbsp; 5&amp;nbsp; เมษายน&amp;nbsp; 2564&amp;nbsp; มีมติเห็นชอบคำสั่งดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การมีคำสั่งให้ข้าราชการตุลาการไปช่วยทำงานชั่วคราวเป็นไปเพื่อความสะดวกในการสอบสวน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในทางปฏิบัติของทุกหน่วยงานและเป็นไปตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง และประธานศาลฎีกาได้มีคำสั่งให้ นายวีระพงศ์&amp;nbsp; สุดาวงศ์ ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไปช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 อีกตำแหน่งหนึ่งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า สำหรับกรณีนี้ในส่วนของนายปรเมษฐ์ ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาก็ได้มีหนังสือขอความเป็นธรรม ฉบับลงวันที่ 5 เม.ย.64 กรณีที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยผู้ถูกกล่าวหาระบุว่ายังไม่ทราบว่าถูกร้องเรียนกล่าวหาว่าเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงการพิจารณาคดีในประเด็นและข้อเท็จจริงใด และยังไม่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงตามระเบียบฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมได้มีหนังสือตอบผู้ถูกกล่าวหาแล้วว่า คณะกรรมการฯ ได้ให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งมีการกำหนดวันเวลานัดตามที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้กำหนด แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มาและไม่ปรากฏว่าได้แจ้งเหตุขัดข้อง หรือขอเลื่อนนัด ตามกำหนดเวลานัดแต่อย่างใด ประกอบกับคณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้นโดยสอบปากคำพยานบุคคล และเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องมาเป็นพยานหลักฐานในสำนวนสอบสวนจนเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอ และการสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นแล้วจึงได้สรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเสนอความเห็นต่อประธานศาลฎีกา การสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้นของคณะกรรมการฯ จึงเป็นการดำเนินการโดยชอบตามกฎหมายแล้วตามประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้นกรณีข้าราชการตุลาการถูกกล่าวหาหรือเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย พ.ศ.2544&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้กล่าวสรุปขั้นตอนการสอบสวนกรณีนี้ว่า ขณะนี้กรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวน ของคณะกรรมการสอบสวนตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 69 วรรคหนึ่ง (เรื่องการรักษาวินัย โดยสอบสวนว่าข้าราชการตุลาการใด กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงหรือไม่) ซึ่งในการสอบสวนกรณีดังกล่าว คณะกรรมการสอบสวนจะต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ และให้สิทธิแก่ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำพยานหลักฐานเข้าสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ตามมาตรา 70 วรรคหนึ่ง โดยขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนยังไม่ได้สรุปผล ยังใช้เวลาอีกระยะหนึ่งดำเนินการให้ครบถ้วนทุกขั้นตอน ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามขั้นตอนการสอบสวนตามกฎหมาย ประกาศ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการขอโอนคดีนั้นมีการยื่นเข้ามา แต่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ได้พิจารณายกคำร้องไปแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องพิจารณาสั่งโอนคดี ข้อเท็จจริงจึงมิได้เป็นไปตามที่มีการนำเสนอข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง เนื่องจากขณะนี้ คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล การนำเสนอข้อมูลใดๆ ผ่านสื่อมวลชน จึงควรตรวจสอบและระมัดระวัง มิให้กระทบต่อการพิจารณาพิพากษาของศาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105593</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์, พงษ์เดช วานิชกิตติกูล, อธิบดีผู้พิพากษาศาลคดีทุจริต, เลขาฯศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60be077de832b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
