<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 19:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 19:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โดนแล้ว! ตร.ออกหมายเรียก 3 นิ้วขอนแก่นชักป้ายผ้า &#039;ปฏิรูปสถาบัน&#039; ถามเหยียดหยามธงตรงไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.64 - จากกรณีกลุ่มขอนแก่นพอกันที นำโดยนายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง​ หรือเซฟ&amp;nbsp;พร้อมสมาชิกประมาณ 5 คน ร่วมกันนำผ้าแดงที่มีข้อความว่า &amp;quot;ปฏิรูปสถาบัน&amp;quot; ไปผูกแทนธงชาติ พร้อมกับชักธงขึ้นสู่ยอดเสา ที่เสาธงหน้าตึกอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง โพสต์เฟซบุ๊กแสดงหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น โดยระบุว่า หมายเรียก น่าจะส่งต่อให้พวกนักกิจกรรมย่าน &amp;ldquo;รังสิต&amp;rdquo; โดยถูกกล่าวหาว่า กระทำการไม่สมควรต่อธงชาติ เเละกระทำการเหยียดหยามธงชาติ ซึ่งก็ต้องเรียนตามตรงว่าการกระทำดังกล่าวนั้น เหยียดหยามตรงไหน&amp;nbsp;เผื่อเหรียญประวิตรจะช่วยได้
#หมายที่ไหนม็อบที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้ตั้งข้อหา &amp;quot;ร่วมกันกระทำการชัก หรือแสดงธงอันไม่สมควรต่อธงชาติ , ร่วมกันกระทำการใดๆอันมีลักษณะเป็นการเหยียดหยามต่อธง&amp;nbsp;ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ.2522 นอกจากตั้งข้อหากับนายวชิรวิทย์ เทศศรีเมืองแล้ว ยังมีบุคคลอื่นๆถูกแจ้งข้อหาเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93376</URL_LINK>
                <HASHTAG>3นิ้วขอนแก่น, ขอนแก่นพอกันที, ปฏิรูปสถาบัน, ปลดธงชาติ, พรบ.ธง, วชิรวิทย์ เทศศรีเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602d0dfcf3737.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 นิ้วเฮลั่น! &#039;ครูใหญ่&#039; บอกปลอดภัยแล้วไม่ถูกฝากขัง ตำรวจทยอยปล่อยตัวแกนนำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.64 -&amp;nbsp;จากกรณี สภ.คลองหลวง ออกหมายเรียกนักกิจกรรม นักศึกษาและประชาชนกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า &amp;quot;ราษฎร&amp;quot; จำนวน 22 คน ในข้อหา 1.ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมกัน หรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่าย ซึ่งมีประกาศหรือคำสั่งให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด 2.ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุม ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดในลักษณะที่เสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ร่วมกันกระทำการ หรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดโรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป 4.ร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อการแพร่เชื้อโรค 5.ร่วมกันชักชวน หรือแสดงธงอันไม่สมควรต่อธงชาติในบริเวณสถานที่ราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่ขอนแก่น แกนนำม็อบราษฎร โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;ขณะนี้ผมปลอดภัยครับ เจรจาแล้วไม่มีการฝากขัง และเพื่อความสะดวกเจ้าหน้าที่ได้นำรถส่งผมที่สนามบินสุวรรณภูมิ(ด้วยความเร่งด่วนเพื่อไม่ให้ตกเครื่อง) เพื่อเดินทางสู่ขอนแก่น ผู้ถูกกล่าวหาคนอื่นๆ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งทำสำนวนและจะทยอยออกจาก สภ.คลองหลวง ตามลำดับ ทุกคนจะไม่มีการฝากขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงแจ้งมาเพื่อให้ทุกคนสบายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายอรรถพล ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ สภ.คลองหลวง ได้พาผมมาส่งถึงสนามบินสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว เช็คอินทันพอดี ไม่ตกเครื่อง (กำลังรอขึ้นเครื่องกลับขอนแก่น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสังเกต&amp;nbsp;: การที่เจ้าหน้าที่พามาส่งสนามบินนี้นอกจากจะเป็นการอำนวยความสะดวกแล้ว ยังเป็นการพาตัวเราออกจากหน้า สภ.คลองหลวง ให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันการที่เราจะทำกิจกรรมหรือการพบสื่อมวลชนหลังการรายงานตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ : อย่างไรก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่อำนวยความสะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92114</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูใหญ่ขอนแก่น, ปลดธงชาติ, ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน, ม็อบราษฎร, สภ.คลองหลวง, อรรถพล บัวพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601d1738c00b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุ้มการ์ด3นิ้วส่อแจ้งเท็จ เร่งดำเนินคดีธงแดงวีโว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันบุก สตช. จี้เอาผิดการ์ดวีโว ปลดธงชาติชักธงแดงขึ้นเสาแทนที่ สภ.คลองหลวง ขณะเจ้าหน้าที่ห้างไอคอนสยาม-ตร.รวบตัว 3 นิ้วชูป้ายประท้วงปมวัคซีน การ์ดราษฎรงานเข้า! ตร.ไล่เช็กวงจรปิด-พยานแวดล้อมไม่มีวี่แววโดนอุ้ม จ่อเอาผิดแจ้งความเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 ที่หน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 นายอัครวุธ บุรณพนธ์ หรือเต้&amp;nbsp; กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันและทุกภาคส่วน พร้อมมวลชนเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ตำรวจเร่งสืบสวนดำเนินคดีกลุ่มการ์ดวีโว (wevo) ที่กระทำความผิดโดยการปลดธงชาติลงแล้วชักธงแดงเรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรา 112 ขึ้นแทน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและเหยียบย่ำหัวใจคนไทยที่รักชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเข้ายื่นหนังสือได้อ่านแถลงการณ์ว่า &amp;quot;กรณีเมื่อวันที่&amp;nbsp; 15 มกราคม 2564 กลุ่มผู้ชุมนุม (การ์ดวีโว) ได้ร่วมชุมนุมบริเวณหน้า สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อกดดันการปฏิบัติงานของตำรวจ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการนำธงชาติลงจากเสาและนำเอาผ้าสีแดงคล้ายธงมีข้อความ &amp;#39;ม.112&amp;#39;&amp;nbsp; ขึ้นสู่ยอดเสาแทนธงชาติ ซึ่งทางกลุ่มมองว่าการกระทำในลักษณะนี้ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย ข้อหาฝ่าฝืนการใช้ ชัก หรือแสดงธงที่มีความหมายถึงประเทศไทย หรือชาติไทย อันมีความผิดตาม พ.ร.บ.ธง พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังมีการฉีดสเปรย์บนสถานที่ราชการและชูป้ายผ้ามีข้อความเข้าข่ายดูหมิ่นเจ้าพนักงาน อีกทั้งช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งพบว่าไม่มีการขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ พนักงาน และไม่มีมาตรการทางสาธารณสุข สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 ได้ จึงขอให้ตำรวจเร่งดำเนินการหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายอัครวุธพร้อมตัวแทนได้เข้ายื่นหนังสือ โดยมี&amp;nbsp; พ.ต.อ.ถาวร มีขำ รองผู้บังคับการกองทะเบียนพล เป็นตัวแทนรับเรื่อง ทั้งนี้นายอัครวุธเปิดเผยเพิ่มเติมว่า การกระทำของกลุ่มการ์ดวีโวเหมือนพยายามสร้างสถานการณ์ให้เป็นไอดอล เป็นที่สนใจของสังคม เพราะจะไปทุกสถานี และพยายามจะกระทำอีก ยืนยันว่าหากเป็นการออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาล ตนไม่เคยคัดค้านหรือกดดัน แต่การมาทำกับธงชาติไทย พวกตนรับไม่ได้ และพร้อมเคลื่อนไหวและตามไปกดดันทุกที่เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วย แต่จะไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าหรือปะทะแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้ได้แจ้งความดำเนินคดีแก่นายภาณุพงศ์&amp;nbsp; จาดนอก หรือไมค์ ข้อหามาตรา 112 กรณีติดแผ่นป้ายที่หน้าช่างกลปทุมวัน (400 โครงการ 70 ปี ด้อยพัฒนา) ซึ่งจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เร็วๆ นี้ และเตรียมแจ้งความกลับไมค์ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยกรณีเหตุที่ สน.พหลโยธิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.30 น. วันเดียวกันนี้ กลุ่มราษฎรเปิดเผยผ่านแฟนเพจ &amp;quot;ราษฎร&amp;quot; ว่า &amp;quot;นางสาวเบนจา อะปัญ อายุ 21 ปี นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดนรวบขณะชูป้ายเรื่อง&amp;nbsp; #วัคซีนพระราชทาน ณ ห้างสรรพสินค้า ICONSIAM เบนจาเป็นหนึ่งในสมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เธอโดนคดี 112 จากเหตุการณ์ชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเยอรมันตรวจสอบในหลวงวชิราลงกรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ห้างได้เข้าล้อมเบนจาและควบคุมตัวไว้มิให้ออกจากห้าง ในขณะที่เพื่อนของเบนจาได้ไลฟ์เหตุการณ์ทั้งหมดลงเฟซบุ๊ก ระหว่างการไลฟ์เจ้าหน้าที่ได้ให้หยุดไลฟ์และพยายามแย่งโทรศัพท์มือถือ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตบหน้าเบนจาและอาศัยจังหวะชุลมุนแย่งโทรศัพท์มือถือไปและปิดไลฟ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; และควบคุมตัวเบนจากับเพื่อนไปยังสถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามีแถลงการณ์ของไอคอนสยามระบุว่า &amp;quot;สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่มีผู้มาแสดงออกทางสัญลักษณ์ จนนำไปสู่การกระทบกระทั่งจากการยื้อแย่งระหว่างพนักงานรักษาความปลอดภัยและผู้แสดงสัญลักษณ์ ไอคอนสยามรับทราบเรื่องและขอแสดงความเสียใจ และขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างสูง ทันทีที่รับทราบเรื่อง ศูนย์ฯ ได้เร่งสอบสวน และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้น หากพบว่าพนักงานกระทำผิดจริง จะดำเนินการลงโทษด้านวินัยร้ายแรงกับพนักงานคนดังกล่าวตามระเบียบของศูนย์ฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอคอนสยาม ขอความร่วมมือทุกท่านโปรดปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของศูนย์การค้าตลอดเวลาที่เข้ามาใช้บริการในพื้นที่ของศูนย์การค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งดเว้นการจัดกิจกรรมหรือการเรียกร้องหรือการแสดงออกทางการเมืองทุกรูปแบบ รวมถึงการกระทำที่ไม่เคารพสิทธิ์ของผู้อื่น ภายในอาคารและทั่วพื้นที่ทั้งหมดของศูนย์การค้า ไอคอนสยามขอสงวนสิทธิ์ในการระงับหรือห้ามทำกิจกรรมหรือการแสดงออกใดๆ ที่เห็นว่าไม่เหมาะสมในพื้นที่ของศูนย์การค้า&amp;nbsp; รวมถึงการดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะพึงมีโดยชอบธรรม ไอคอนสยามขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจและให้ความร่วมมือที่ดียิ่งตลอดมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณาคดี 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีหมายเลขดำ อ.1732/2563&amp;nbsp; ที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือช่อ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว กรรมการโฆษกกลุ่มไทยภักดี เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาท, หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา&amp;nbsp; มาตรา 326, 328 พร้อมเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องนี้ โจทก์นำสืบว่าจำเลยโพสต์ข้อความใส่ความโจทก์ให้เสียหายต่อบุคคลที่สาม ครบองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น คดีจึงมีมูล ให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา โดยนัดพร้อมและสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 5 เม.ย.นี้ เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี, อดีต รมว.ศึกษาธิการ และอดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ พร้อมทีมทนายความเดินทางมายื่นร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อให้ถอนฟ้องคดีที่นายจาตุรนต์ถูกฟ้องในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ&amp;nbsp; พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องแล้ว จากกรณีแถลงข่าวคัดค้านการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2557
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจาตุรนต์กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นจากการที่ตนไม่ได้ไปรายงานตัวต่อ คสช.และไปแถลงข่าว นำไปสู่การตั้งข้อหา ทั้งหมดเป็นลักษณะคดีกลั่นแกล้งปิดปากผู้เห็นต่าง ไม่ให้ความเป็นธรรม และทำให้เดือดร้อนอย่างมากตลอดกว่า 6 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่ดูจากพยานหลักฐานแล้วไม่อาจตั้งได้ ในที่สุดศาลชั้นต้นตัดสินยกฟ้อง ด้วยเหตุผลเป็นเสรีภาพในการแสดงความเห็นตามรัฐธรรมนูญและหลักสากล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีความคืบหน้าจากกรณีนายมงคล สันติเมธากุล หรือเยล สมาชิกกลุ่มการ์ดราษฎร ถูกบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) อุ้มหายไปจากท้องที่ จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp; ก่อนปล่อยตัวที่บริเวณปากซอยเทศบาลบางปู 49 การเคหะสมุทรปราการ โดยหลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีรายงานว่า พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ชุมพล&amp;nbsp; พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp; (ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ) ระดมทีมสืบสวนทั้งในส่วนของ&amp;nbsp; สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมทั้ง กก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ&amp;nbsp; และ บก.สส.ภ.1 ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาพยานแวดล้อมจุดที่ผู้เสียหายอ้างถูกอุ้มไปตามคำให้การ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ พล.ต.ท.อำพลได้เน้นย้ำให้ชุดทำงานลงพื้นที่แสวงหาหลักฐานทั้งในส่วนของภาพวงจรปิด พยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ&amp;nbsp; รวมทั้งพยานแวดล้อมโดยรอบเพื่อทำความจริงให้ปรากฏ&amp;nbsp; รวมถึงการพิสูจน์ข้อกล่าวหาว่าผู้เสียหายถูกบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐอุ้มไปจริงหรือไม่ เป็นเหตุการณ์จริงหรือต้องการสร้างกระแสทางการเมืองโจมตีดิสเครดิตเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่อย่างไร และพร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ชุดสืบสวนของ สภ.เมืองสมุทรปราการ กก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ และ บก.สส.ภ.1 ได้นำพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดที่ได้จากที่เหตุเกิดตามคำกล่าวอ้าง รวมทั้งคำให้การจากพยานแวดล้อม ประจักษ์พยานที่เชื่อได้ว่า ในวันเวลาดังกล่าวนายมงคลยังเดินอยู่ในละแวกบ้าน ไม่พบรถยนต์หรือชายฉกรรจ์มาดักรอตามที่เจ้าตัวกล่าวอ้าง ว่าออกจากร้านเซเว่นฯ แล้วถูกอุ้มไปทันที ทำให้อนุมานได้ว่าไม่ได้เกิดเหตุอุ้มจริงตามที่มีการกล่าวอ้าง และได้รายงานให้&amp;nbsp; ผบช.ภ.1 ทราบเรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนจากนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีในฐานความผิดแจ้งความเท็จ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดต่อไปยังนายมงคลและผู้ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ทราบว่าจะมีการติดต่อขอเข้ามอบตัวต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90379</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดวีโว, ปลดธงชาติ, ปลดธงชาติชักธงแดงขึ้นแทน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาชีวะปกป้องสถาบัน, แจ้งความเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_6006ee87d1f10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาชีวะปกป้องสถาบัน&#039; ร้องตำรวจเร่งเอาผิด &#039;การ์ด3นิ้ว&#039; ชักธงแดงหน้าสภ.คลองหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.64 - ที่หน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระราม 1 นายอัครวุธ บุรณพนธ์ หรือเต้ กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันและภาคทุกภาคส่วน พร้อมมวลชนเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เพื่อขอให้ตำรวจเร่งสืบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มการ์ดวีโว่ที่กระทำความผิดโดยการปลดธงชาติและนำธงแดงเรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรา 112 ขึ้นแทน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและเหยียบย่ำหัวใจคนไทยที่รักชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนเข้ายื่นหนังสือได้อ่านแถลงการณ์ว่า กรณีเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2564 กลุ่มผู้ชุมนุม(การ์ดวีโว่)ได้ร่วมชุมนุมบริเวณหน้าสภ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี เพื่อกดดันการปฎิบัติงานของตำรวจ โดยเหตุการณ์จากกล่าวได้มีการนำธงชาติลงจากเสาและนำเอาผ้าสีแดงคล้ายธงมีข้อความ &amp;ldquo;ม.112&amp;rdquo; ขึ้นสู่ยอดเขาแทนธงชาติ ซึ่งทางกลุ่มมองว่าการกระทำในลักษณะนี้ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย ข้อหาฝ่าฝืนการใช้ ชัก หรือแสดงธงที่มีความถึงประเทศไทย หรือชาติไทย อันมีความผิดตาม พรบ.ธง พศ.2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน2ปีปรับไม่เกิน 4,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีการฉีดสเปรย์บนสถานที่ราชการและชูป้ายผ้ามีข้อความเข้าข่ายดูหมิ่นเจ้าพนักงาน อีกทั้ง ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งพบว่าไม่มีการขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ พนักงานและไม่มีมาตรการทางสาธารณสุข สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19ได้ จึงขอให้ตำรวจเร่งดำเนินการหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายอัครวุฒิ พร้อมด้วยตัวแทนได้เข้ายื่นหนังสือโดยมี พ.ต.อ.ถาวร มีขำ รองผบก.ทพ. นายอัครวุฒิ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การกระทำของกลุ่มการ์ดวีโว่ เหมือนพยายามสร้างสถานการณ์ให้เป็นไอดอล เป็นที่สนใจของสังคม เพราะจะไปทุกสถานีฯ และพยายามจะกระทำอีก ยืนยันว่าหากเป็นการออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลตนไม่เคยค้านค้าน หรือกดดันแต่การมาทำกับธงชาติไทย พวกตนรับไม่ได้ และพร้อมเคลื่อนไหวและตามไปกดดันทุกที่เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วย แต่จะไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าหรือปะทะแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ตนได้แจ้งความดำเนินคดีกับ นายภาณุพงษ์ จาดนอด หรือไมค์ ข้อหา ม.112 กรณีติดแผ่นป้ายที่หน้าช่างกลปทุมวันฯ (400โครงการ 70ปี ด้อยพัฒนา)ซึ่งจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ปอท.เร็วๆนี้ และเตรียมแจ้งความกลับข้อหาหมิ่นประมาทกับ ไมค์ด้วยกรณีเหตุที่ สน.พหลโยธิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90331</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน, การ์ดวีโว่, ชักธงแดง, ปลดธงชาติ, มาตรา112, อัครวุธ บุรณพนธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_6006975ad468b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวใช้กำลัง! ผบ.ตร.ฮึ่ม!อะไรเกิดก็เกิดหลัง3นิ้วปลดธงชาติ/เตรียมจับกราวรูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ตร.ฮึ่ม! ถ้าจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังก็ต้องใช้ อะไรจะเกิดต้องเกิด รับผิดชอบ ไม่ทอดทิ้งกัน หลังม็อบ 3 นิ้วชักธงชาติลงเปลี่ยนเป็นธงแดง ม.112 ขึ้นแทน เตรียมออกหมายเรียกกราวรูด ข้อหาเป็นเข่ง ผิด พ.ร.บ.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พ.ร.บ.ธงชาติ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ทำให้เสียทรัพย์ ดูหมิ่น&amp;nbsp; &amp;quot;โฆษกรุ้ง&amp;quot; เทพวกเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 มกราคม 2564 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.คลองหลวง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เดินทางมาประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง โดยมี พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท ผกก.สภ.คลองหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนและตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดปทุมธานี และที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เกี่ยวกับเรื่องที่มีการ์ดของผู้ชุมนุมนำธงชาติลง แล้วเปลี่ยนผ้าแดงเขียนเลข 112 ขึ้นสู่ยอดเสาแทน โดยการประชุมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งจึงแล้วเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์เปิดเผยว่า วันนี้มาด้วยวัตถุประสงค์ 3 เรื่อง โดยเรื่องแรกที่ชาวบ้านตั้งคำถามว่าปล่อยให้เกิดเหตุแบบนี้ได้อย่างไรต่อหน้าต่อตา เรื่องที่สองจะป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการแบบนี้ และเรื่องที่สามคนที่ทำผิดจะต้องโดนอะไรบ้าง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเรื่องแรกจะต้องยอมรับว่ายุทธวิธีของผู้ที่กระทำผิดต้องการสร้างพื้นที่ข่าว ซึ่งก็ต้องยอมรับเขาทำได้ดี ภาพที่ตำรวจจะชักธงลงก็กลายเป็นภาพตำรวจยืนดู ซึ่งจริงๆ ก็ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่มีกำลังพร้อมอยู่ เพียงแต่ว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่บนพื้นฐาน ในหลักคิดที่จะไม่ใช้กำลังโดยไม่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการปะทะ แต่ว่าผู้บังคับบัญชาทุกระดับตั้งแต่ตนลงมาก็จะต้องมาพบปะทำความเข้าใจกับลูกน้องว่าเรื่องแบบนี้จะให้เกิดอีกไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังก็ต้องใช้ อะไรจะเกิดต้องเกิด และพวกเราก็ยอมรับผิดและรับผิดชอบ เราไม่ทอดทิ้งกัน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เพราะมันกระทบกระเทือนของความรู้สึกคนทั้งประเทศ ซึ่งอาจจะเพลี่ยงพล้ำในพื้นที่การข่าวก็ว่าไป แต่อย่างที่บอกว่าสงครามมันยังไม่จบอย่าพึ่งนับศพทหาร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องที่สอง จะป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ต้องมาปรับการทำงาน โดยเฉพาะตำรวจระดับเล็กจะไม่มั่นใจในอำนาจหน้าที่ ในบทบาทในเรื่องของกฎหมาย ยังไม่แตกฉานเพียงพอ อาจจะไม่แน่ใจตรงนี้ และผู้บังคับบัญชาที่อยู่ก็อาจจะอยู่บนพื้นฐานที่ไม่อยากจะใช้กำลังโดยไม่จำเป็น ซึ่งเรื่องพวกนี้ต้องปรับความคิดกันใหม่ ให้ความรู้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งตรงนี้จริงๆ ก็ทำกันมาตลอด รวมถึงเรื่องยุทธวิธีด้วย แต่ว่าก็จะต้องทำให้เข้มข้นขึ้นว่าเขาจะทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ ยุทธวิธีควรจะเป็นอย่างไร แล้วเราก็จะต้องเอาบทเรียนมาถอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องที่ 3 ใครจะต้องโดนอะไรบ้าง เราก็จะอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายอยู่แล้ว เพียงแต่เราก็จะต้องเร่งรัด และทำให้กระจ่างให้สังคมเห็นว่าต้องรวดเร็ว โดยยึดหลักความเป็นนี่แหละต้องรวดเร็ว และก็ต้องให้ครบถ้วนทุกข้อหาและทุกคนด้วย ตนก็ต้องไปเดินสายทำความเข้าใจกับตำรวจทั่วประเทศด้วยเหมือนกัน โดยเอาบทเรียนตรงนี้ไปให้ความคิดให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่และผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น และทำให้ลูกน้องมั่นใจว่าเรารับผิดชอบในสิ่งที่เราสั่ง และขอให้เขามั่นใจในสิ่งที่เขาทำ เพราะเราไม่ได้สั่งให้เขาทำอะไรนอกอำนาจหน้าที่ แค่ให้รู้ว่าอะไรทำได้ และเมื่อจำเป็นต้องใช้กำลัง ก็อย่าลังเลต้องทำ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
ต้องออกหมายเรียกทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเบื้องต้นเรื่องผู้กระทำผิดเราต้องออกหมายเรียกทุกคน ซึ่งจากที่ฟังพนักงานสอบสวน ก็จะมีกฎหมายอยู่หลายฉบับ มีเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และ พ.ร.บ.ธงชาติ มีเรื่องการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน เรื่องของการทำให้เสียทรัพย์ และก็เรื่องของการดูหมิ่น ในส่วนของเยาวชน ทางตำรวจมีกฎหมายเยาวชนชัดเจนอยู่แล้ว วิธีการปฏิบัติต่อเยาวชน ซึ่งแตกต่างจากผู้ใหญ่ ก็ขอให้มั่นใจเราไม่ทำอะไรนอกอำนาจ ส่วนหลังจากออกหมายเรียกแล้ว ก็จะมีขั้นตอนเกี่ยวกับเรื่องของการสอบสวนดำเนิคดีต่อไป ซึ่งในส่วนของความบกพร่องนั้น ตนเชื่อว่าผู้ใต้บังคับบัญชาตั้งใจทำงาน แต่ว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นก็ต้องเป็นบทเรียน และเราต้องดูคนของเราให้พร้อมรับมือทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ในส่วนของมวลชนที่จะมาปักหลักติดตามให้กำลังใจผู้ที่ถูกออกหมายเรียกและเข้ามารายงานตัวนั้น ทางตำรวจก็จะมีมาตรการที่ดีกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อคืนวันศุกร์ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เดินทางมาประชุมรับทราบข้อเท็จจริงกรณีมีกลุ่มมวลชนมาร่วมชุมนุมบริเวณหน้า สภ.คลองหลวง เพื่อกดดันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการนำธงชาติลงจากยอดเสา และนำเอาผ้าสีแดงคล้ายธง มีข้อความว่า &amp;quot;112&amp;quot; ขึ้นสู่ยอดเสาแทน ซึ่งการกระทำในลักษณะนี้ถือว่าเป็นกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ถือว่าเข้าข่ายการกระทำที่ผิดกฎหมาย ข้อหาฝ่าฝืนการใช้ ชัก หรือแสดงธงที่มีความหมายถึงประเทศไทย หรือชาติไทย อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ธง พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้แล้วยังมีการฉีดพ่นสีสเปรย์บนสถานที่ราชการ และมีการชูป้ายผ้า มีข้อความที่เข้าข่ายดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ซึ่งหากพิสูจน์ทราบได้ใครเป็นผู้กระทำ ก็จะต้องออกหมายเรียกมาดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์และดูหมิ่นเจ้าพนักงานด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการที่มวลชนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในช่วงนี้นั้นเป็นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งพบว่าไม่ได้มีการขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน และไม่มีมาตรการทางสาธารณสุข ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ซึ่งก็จะเข้าข่ายมีความผิดตามข้อกำหนด ซึ่งออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งห้ามมิให้มีการชุมนุม ทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดฯ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งผู้ที่มาร่วมชุมนุมจะถือว่ามีความผิดทุกคน เว้นแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา เช่น ทนายความ ญาติ หรือบุคคลที่ผู้ต้องหาร้องขอให้มาร่วมรับฟังการสอบสวน ซึ่งคาดว่าทางพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกผู้กระทำผิดที่พิสูจน์ทราบชื่อในวันพรุ่งนี้ จึงฝากเตือนกลุ่มความเห็นต่างว่า การใช้สิทธิเสรีภาพขอให้คำนึงหลักกฎหมาย อย่าเกินกรอบกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมีหน้าที่รักษากฎหมายจึงมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ซึ่งกำลังมีปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง ผบช.น. ปฏิบัติราชการแทน ผบช.น. มีวิทยุในราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล ด่วนที่สุด ลงวันที่ 15 มกราคม 2564 ใจความว่าเพื่อให้การปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัย รักษาความสงบเรียบร้อย และจัดการจราจร การชุมนุมสาธารณะ ในวันที่ 17-20 มกราคม 2564 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงให้ดำเนินการดังนี้ 1.ชุดเคลื่อนที่เร็วประจำจุด สโมสรตำรวจ จำนวน 2 กองร้อย 2.ชุดเคลื่อนที่เร็วระลอกที่ 1 จำนวน 2 กองร้อย 3.ชุดเคลื่อนที่เร็วระลอกที่ 2 จำนวน 2 กองร้อย 4.ชุดเคลื่อนที่เร็วระลอกที่ 2 จำนวน 3 กองร้อย 5.ชุดเคลื่อนที่เร็วระลอกที่ 2 จำนวน 3 กองร้อย 6.คฝ.หญิง บช.น.ให้ทั้งหมดเตรียมพร้อม ณ ที่ตั้ง โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เวรยามตามปกติ และพร้อมปฏิบัติเมื่อสั่งภายใน 3 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังให้จัดเตรียมรถติดตั้งเครื่องขยายเสียงพร้อมพลขับ จำนวน 2 คัน, รถควบคุมผู้ต้องหาขนาดใหญ่ พร้อมพลขับ จำนวน 4 คัน, รถควบคุมผู้ต้องหาขนาดเล็ก พร้อมพลขับ จำนวน 8 คัน โดยให้แต่งกายชุดเวส หมวกปราบจลาจล พร้อมเตรียมอุปกรณ์ประจำกาย ประจำกองร้อย ไฟฉาย เสื้อกันฝน และสวมใส่หน้ากากอนามัย
รวบกลุ่มการ์ดปลดแอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.00 น. วันเสาร์&amp;nbsp; ที่ลานวิคตอรี่พอยท์ เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มการ์ดปลดแอก หนึ่งในแนวร่วมสำคัญของม็อบราษฎร นัดหมายมวลชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อรวมตัวกันจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ &amp;quot;ร่วมกันเขียนป้ายความยาว 112 เมตร กับความทุเรศของรัฐบาล&amp;quot; โดยทางกลุ่มได้นำป้ายผ้าดิบสีขาว ความยาว 112 เมตรมากาง แล้วให้มวลชนที่เห็นต่างกับรัฐบาลร่วมกันเขียนข้อความบอกเล่าความในใจกับความล้มเหลวในการบริหารจัดการของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีมวลชนทยอยเดินทางมาร่วมกิจกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ต่อมาในเวลา 12.19 น. พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รักษาราชการ ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเรขา ผกก.สน.พญาไท ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบและชุดกองร้อยควบคุมฝูงชน บุกเข้าสลายการชุมนุมทำกิจกรรมนี้ โดยทางผู้ชุมนุมกลุ่มไม่ทันได้ตั้งตัว ทำการเข้ายึดแผ่นป้ายผ้าดิบของผู้ชุมนุม และเข้าจับกุมผู้ร่วมกิจกรรมส่วนหนึ่งขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาไปยัง สน.พญาไท สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมที่เหลือ พากันกรูเข้าไปด่าทอเจ้าหน้าที่ด้วยความโกรธแค้น มีการกระทบกระทั่งชุลมุน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าแถวเป็นวงกลมเพื่อล้อมรอบพื้นที่และผลักดันผู้ร่วมชุมนุมไม่ให้เข้ามารวมตัวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ผกก.สน.พญาไท ได้ประกาศแจ้งให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทราบว่าเป็นการรวมตัวกันที่ผิดกฎหมายและฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินในช่วงแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ซึ่งระหว่างกันมวลชนไม่ให้รวมตัวกัน ผู้ชุมนุมหลายคนแสดงความไม่พอใจถึงขั้นถอดกางเกงโชว์ของลับประชดเจ้าหน้าที่ บ้างก็เข้าไปชี้หน้าด่าทอ ทุบที่บริเวณเป้ากางเกงของตำรวจ อย่างไรก็ตาม หลังจากควบคุมเหตุการณ์ได้ ยังคงมีผู้ชุมนุมวัยรุ่นทยอยเข้ามาสมทบต่อเนื่อง และมีการกระทบกระทั่งกันเป็นระยะ ทำให้ พ.ต.อ.อรรถวิทย์สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดถอนกำลังออกจากบริเวณดังกล่าว พร้อมชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามหน้าที่ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงการห้ามรวมตัวกันเนื่องจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกิตติ์พิวัฒน์ สีบุญเรือง หรือ บก.เอ็ม แกนนำกลุ่มภาคีการ์ดเพื่อประชาธิปไตย เผยว่า มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมถูกควบคุมตัวไปที่ ตชด.ภาค 1 จำนวน 2 คน กิจกรรมนี้ทางกลุ่มเพียงต้องการแสดงออกถึงความไม่พอใจในการบริหารงานของรัฐบาล แต่เจ้าหน้าที่กลับอ้างกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินเข้ามาจับกุมและใช้ความรุนแรงจนทำให้มีผู้บาดเจ็บ เท่ากับว่ารัฐบาลจงใจใช้กฎหมายโรคระบาดมาควบคุมการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องรับผลที่จะตามมา ยืนยันจะต้องมีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Panusaya Sithijirawattanakul ระบุว่า ในฐานะโฆษกอย่างเป็นทางการของกลุ่ม &amp;quot;ราษฎร&amp;quot; ขอชี้แจงให้ประชาชนทุกท่านทราบว่าการประกาศรวมตัวที่สามย่านที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากกลุ่มราษฎร หรือแกนนำคนใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเรียนมาเพื่อขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังข้อมูลข่าวสาร และติดตามการประกาศและการเคลื่อนไหวของเราได้ทางเพจของแกนนำ และเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration จนกว่าจะมีการประกาศเพจของราษฎรอย่างเป็นทางการเท่านั้นค่ะ
&amp;quot;รุ้ง&amp;quot;เทพวกเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอย่างไรก็ตาม การชุมนุมการทางเมืองโดยสงบเป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดใช้ความรุนแรงกับประชาชนโดยทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปนัสยายังคอมเมนต์เพิ่มเติมว่า &amp;quot;ที่ต้องออกมาชี้แจงเนื่องมาจากโพสต์ของเพจนี้ค่ะ นี่ไม่ใช่เพจของเรา และเกรงว่าทุกคนจะสับสนได้ค่ะ&amp;quot; โดยแคปหน้าจอเพจ &amp;quot;คณะราษฎร&amp;quot; ซึ่งเป็นรูปโปรไฟล์หมุดคณะราษฎร 2563 เขียนข้อความว่า ประกาศรวมพลที่สามย่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ &amp;quot;คณะราษฎร&amp;quot; เป็นแนวร่วมม็อบ 3 นิ้วเนื่องจากแอดมินเพจได้ถูกจับกุมคดี 112 จากกรณีขายปฏิทินเป็ดยางโดยแอบอ้างและล้อเลียนปฏิทินพระราชทาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ได้กำชับกองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ปท.) และกองกฎหมายฯ กระทรวงดิจิทัลฯ ให้ดำเนินการติดตามตรวจสอบผู้กระทำความผิดโพสต์ข้อความไม่เหมาะสมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทางสื่อสังคมออนไลน์ และรวบรวมหลักฐานยื่นแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์?กล่าวว่า โดยทางกองกฎหมายฯ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้แจ้งความเอาผิดผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&amp;nbsp; มาตรา 14 ในช่วงวันที่ 4-15 ม.ค.2564 รวม 11 URLs เป็นผู้กระทำความผิดทาง Facebook 9 URLs และทาง YouTube 2 URLs พบชื่อบัญชีผู้กระทำความผิด อาทิ บัญชีเฟซบุ๊ก เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, บัญชี Pavin Chachavalpongpun (นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์) และยูทูบแชนเนล ชื่อ FAIYEN CHANNEL (วงไฟเย็น) ที่เข้าข่ายกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&amp;nbsp; มาตรา 14 โพสต์พาดพิงสถาบันหลักของชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ปท.สรุปคำสั่งศาล ในช่วงเดียวกัน พบมีการกระทำผิดจำนวน 9 คำสั่งศาล รวม 136 URLs (รายการ) โดยมีทั้ง Facebook, YouTube, Twitter และเว็บอื่นๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างต่อเนื่องจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝากแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ขอให้ใช้วิจารณญาณในการใช้งาน ไม่โพสต์หรือแชร์ส่งต่อข้อความที่ไม่เหมาะสม เพราะจะถือเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วยเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตรวจสอบพิสูจน์ตัวตนได้ทั้งหมด&amp;quot; รัฐมนตรีดีอีเอสระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90063</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน, ถ้าจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังก็ต้องใช้, ทำให้เสียทรัพย์, ปลดธงชาติ, ผบ.ตร., พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ, พ.ร.บ.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ธงชาติ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, ม.112, ยกเลิก  ม.112, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210116/image_big_6002992167ece.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์&#039; ออกหน้ารับ &#039;ชักธงแดง&#039; เพื่อประจานความอัปลักษณ์ของประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration ออกแถลงการณ์เรื่อง การชักผ้าสีแดงซึ่งมีเลข 112 ขึ้นสู่ยอดเสา ระบุว่า ในวันที่ 15 มกราคม 2564 ที่นายชยพล ดโนทัย หรือ เดฟ สมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้เข้าไปแสดงตัวต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ไถ่ถามเกี่ยวกับหมายจับมาตรา112 ตามประมวลกฎหมายอาญา โดยหมายนี้เป็นหมายเดียวกันกับ นิว สิริชัย ซึ่งหมายจับดังกล่าวได้ถูก&amp;rdquo;แอบ&amp;rdquo;ถอนหมายจับไปในภายหลัง แต่ตำรวจกลับแถลงว่าไม่มีชื่อของชยพล อยู่ในหมายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตั้งข้อหา มาตรา 112 กับแพะ ในกรณีนี้ทำให้ส่วนกลางรู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจเพราะเท่ากับดำเนินคดีผิดพลาดในนามของกษัตริย์จนถึงกับส่ง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง เดินทางมาประชุมถึงที่สภ.คลองหลวง ในช่วงเวลาประมาณ 21:00 น. แต่ในภายหลังได้แถลงว่าจะมีการตั้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ธง และความผิดฐานอื่น ๆ กับผู้ที่มาทำกิจกรรม และรวมถึงการส่งสัญญาณจาก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในวันถัดมาอีกด้วยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากจบกิจกรรมดังกล่าวไปแล้ว สิ่งแรกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวงควรจะทำ คือการตั้งคำถามกับมาตรฐานทางการปฏิบัติหน้าที่ และจริยธรรมของตนเอง เกี่ยวกับมาตรา 112 ที่มีมาตรฐานต่ำเกินกว่าที่ควรจะเป็น กล่าวได้ว่า &amp;ldquo;จะจับก็จับจะปล่อยก็ปล่อย โดยไม่มีมาตรฐานใดๆ ทั้งสิ้น&amp;rdquo; แต่ตำรวจเลือกที่จะทำนิติสงครามกับประชาชนด้วย &amp;ldquo;การดำเนินคดีแก้เก้อ&amp;rdquo; กล่าวหาประชาชนว่าใช้ธง 112 แทนธงชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นนั้นแล้วจึงต้องถามกลับไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า การกระทำดังกล่าวที่เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์เป็นความผิดอย่างไร การนำธง 112 ขึ้นมานั้นแน่นอนว่าไม่ใช่การใช้อย่างธงชาติ หากแต่เป็นการขุดเอาความอัปลักษณ์ ของประเทศนี้ขึ้นมาประจาน ผ่านสัญลักษณ์ของความเหลื่อมล้ำต่ำสูง มองคนไม่เท่าคน และกระบวนการอัปยศที่มารับใช้แนวคิดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแสดงเชิงสัญลักษณ์ด้วยวิธีการเหล่านี้ หรือวิธีการอื่นใดก็ตาม ย่อมอยู่อยู่ในขอบเขตของเสรีภาพอันพึงจะกระทำได้อยู่แล้ว ไม่ว่าผู้กระทำจะเป็นใครก็ตาม สุดท้ายนี้ต้องขอกล่าวกับผู้พิทักษ์ทรราชว่า &amp;ldquo;อายไหมมาไล่ฟ้องคน ในงานที่ตัวเองออกหมายคนมั่ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์นำโดย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง&amp;nbsp;และนายณัฐชนน ไพโรจน์&lt;/p&gt;


	ว้าย! &amp;#39;สุรชัย&amp;#39; ปรี๊ดแตก &amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39; เหยียดเพศดิชั้น
	แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ-ปวิน อ่วม! &amp;#39;พุทธิพงษ์&amp;#39; ประเคนคดีพรบ.คอมพ์
	&amp;#39;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&amp;#39; ชี้เพราะมีอาจารย์แบบปิยบุตร ลูกศิษย์​ถึงได้กู่ไม่กลับ
	ไม่ไหวจะทน! &amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39; จ่อร้องบัวแก้ว คุยรัฐบาลญี่ปุ่น ดับอาการพล่าน &amp;#39;ปวิน&amp;#39;
	&amp;#39;แรมโบ้&amp;#39; สอนมวย &amp;#39;ท่านโรม&amp;#39; เป็นส.ส.เสียเปล่า แต่กลับปกป้องคนผิดมาตรา112
	ยุ่งล่ะสิ &amp;#39;เหวง&amp;#39; โวยใส่ &amp;#39;จตุพร&amp;#39; แต่เช้า &amp;#39;นปช.&amp;#39; ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของใคร
	&amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39; ชูวาทะฝรั่งที่ตายไปแล้ว 102 ปี ปราศจากความคิดเสรี เท่ากับร่างไร้วิญญาณ
	เย้ยฮีโร่ 3 นิ้วสุดอ่อนหัด เทอาหารหมา-ชักธงแดงแทนธงชาติ ทำลายตัวเองล้วนๆ
	สนุกล่ะมึง! เจ้าของรางวัลกวางจู ถามตำรวจจะดำเนินคดีคนชักธงยกเลิก 112 ข้อหาอะไร


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90036</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชักธงแดง, ปลดธงชาติ, มาตรา112, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210116/image_big_6002a80c48369.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
