<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลื้มปลดธงเหลืองIUUผลงานชิ้นโบว์แดงรัฐบาลคสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;9 ม.ค. 62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่สหภาพยุโรป (อียู) ประกาศปลดใบเหลืองการทำประมงที่ผิดกฎหมายและไร้ระเบียบ (ไอยูยู) ว่า มีเรื่องน่ายินดีที่ขอประกาศให้คนไทยได้ทราบโดยทั่วกัน แจ้งผลการพิจารณาเรื่องของการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ซึ่งประเทศไทยเป็นเพียงประเทศเดียวที่ได้รับการปลดธงเหลือง ทำให้ประเทศของเราสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อส่วนรวมในภาพรวมการทำประมงของประเทศ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าอาหารทะเลเป็นจำนวนมาก แต่ยังมีในส่วนอื่นๆ เราต้องปรับปรุงและดำเนินการต่อไปให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอขอบคุณพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีบุคคลที่ตนจะต้องกล่าวถึง คือชาวประมงทุกคนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจนทำให้การแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายประสบความสำเร็จ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หนึ่งที่เราสามารถดำเนินการได้ภายใน 4 ปี ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ดำเนินการตั้งแต่ปีแรกที่เราเข้ามาบริหารประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้การดำเนินการต่างๆ ในเรื่องนี้จะมีปัญหาพอสมควร แต่เราก็ต้องค่อยๆ ดำเนินการต่อไป เพื่อทำให้เกิดโอกาสในการทำประมงของชาวประมงในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประมงพื้นบ้าน ประมงชายฝั่ง ประมงในและนอกน่านน้ำ ทั้งนี้เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติของเราให้มีความยั่งยืนต่อไป นอกจากนี้ ขอขอบคุณนางธันยา เลาหทัย ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวมาตลอด ร่วมกับการประชุมของหน่วยงานและคณะทำงานต่างๆ หลายกระทรวง ภายใต้การบูรณาการของ ศปมผ. รวมถึงการขับเคลื่อนของรองนายกฯทั้ง 2 คน อย่างไรก็ตาม สิ่งใดก็ตามที่รัฐบาลมีนโยบายออกไปล้วนมุ่งหวังให้ประสบผลสัมฤทธิ์ ซึ่งถ้าคณะทำงานหรือการทำงานมีประสิทธิภาพ จะทำให้สำเร็จได้ทุกประการ ขณะเดียวกันเราต้องลดความขัดแย้งอื่นๆด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ​&amp;ldquo;ดีใจมั๊ยล่ะที่ได้ไอยูยู 15 ปีแล้วกว่าจะได้ ผมทำมา 4 ปีทั้งตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ช่วยเรือต่างด้าว ช่วยแรงงานต่างด้าว นอกระบบต่างๆ ออกกฏหมายหลายฉบับกว่าจะได้ กว่าจะหลุดพ้นจากธงเหลือง จนได้ธงเขียวมา หลายรัฐบาลพยายามทำแต่ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ แต่รัฐบาลนี้ 4 ปีได้ทุ่มเททุกอย่างเพื่อทำให้ไอยูยู เป็นธงเขียว จนสำเร็จได้ เพราะฉะนั้นช่วยกันบอกประชาชนด้วยว่ารัฐบาลนี้พยายามทำมา4 ปี เป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง นี่แหล่ะทำจนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ทุกหน่วยงานได้ช่วยกันทั้งกรมเจ้าท่า กรมประมง ช่วยกันทำ เปลี่ยนอธิบดีมาไม่รู้กี่คน จนสามารถออกกฎหมายได้ทุกอย่าง ก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นใจ ซึ่งเราจะต้องรักษาธงเขียวนี้ไว้ให้ได้ตลอดไป เราโดนมา 15 ปีแล้ว ทุกคนก็ต้องช่วยกัน โดยเฉพาะชาวประมง แรงงานต่างด้าว ต้องทำให้ถูกกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เรื่องนี้ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของรัฐบาลนี้เลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;ldquo;ก็ใช่ไง เพราะเราทำมา 4 ปีเต็ม ผมนั่งหัวโต๊ะประชุมทุกอาทิตย์ ดังนั้นต้องขอบคุณข้าราชการทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือเกี่ยวกับเรือประมงทั้งทหารเรือ กรมประมง กรมเจ้าท่า กระทรวงแรงงาน ที่ร่วมกัน สามารถผ่านอุปสรรคไปได้ด้วยดี ที่ผ่านมารัฐบาลทำงาน และโดนด่าด้วยทุกวัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มาตรการที่เข้มงวดที่ทำมา จากนี้ก็จะต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดต่อไป และจะช่วยประมงชายฝั่งให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ต้องทำให้เป็นระบบ และสามารถจับปลาได้อย่างถูกกฎหมาย โดยรัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือทั้ง 22 จังหวัด เราจะช่วยประมงชายฝั่งให้มีรายได้มากขึ้น ละให้มีที่อยู่ที่อาศัยที่ดีขึ้น มีเรือ มีการจับปลาที่ถูกกฏหมายมากขึ้น ที่ผ่านมากว่าจะทำได้ ไม่ใช่ของง่ายเลย คนที่ทำก็เหนื่อย อย่างไรก็ตามปีหน้าซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพอาเซียนก็จะมีการชวนประเทศต่างๆ ในอาเซียนมาร่วมมือกันทำในเรื่องของไอยูยูว่าจะทำอย่างไรดีเพื่อให้อาเซียนปลอดธงเหลือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26138</URL_LINK>
                <HASHTAG>IUU, บิ๊กตู่, บิ๊กป้อม, ประมง, ปลดธงเหลือง, รัฐบาลคสช., ไอยูยู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181224/image_big_5c20b640d5a66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 21:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 19:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ข่าวดี!!!อียูประกาศปลดใบเหลืองประมงไทยแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.62- เมื่อเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลัง นายเคอเมนู เวลลา กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และประมง (European Commissioner for Environment, Maritime Affairs, and Fisheries) ประกาศแถลงการณ์ผลการพิจารณาปลดใบเหลืองประมง ไอยูยูของประเทศไทย ซึ่งเป็นเพียงประเทศเดียวที่ได้รับการพิจารณาในครั้งนี้ ณ สำนักงานใหญ่คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยมว่า ถือเป็นความสำเร็จและน่ายินดีที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการทำประมงไอยูยูมาโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะตั้งแต่ประเทศไทยได้ใบเหลืองเมื่อเดือนเมษายน 2558 ก็ได้ได้มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย อย่างเต็มที่ จนสามารถแก้ปัญหาได้ทั้งระบบ ทั้งด้านกรอบกฎหมาย การบริหารจัดการประมง การบริหารจัดการกองเรือ การติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง (MCS) การตรวจสอบย้อนกลับ และการบังคับใช้กฎหมาย ความมุ่งมั่นทั้งหมดส่งผลให้สหภาพยุโรปปลดใบเหลืองให้กับไทย ทั้งนี้เป็นการสะท้อนถึงความสำเร็จที่ไทยได้ยกระดับของการทำประมงเชิงพาณิชย์ ทั้งในและนอกน่านน้ำเข้าสู่มาตรฐานสากล และพร้อมที่จะเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือกับสหภาพยุโรปในการส่งเสริมการประมงอย่างยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ฉัตรชัยยังกล่าวด้วยว่า จากนี้ไปรัฐบาลไทยก็ยังมีความมุ่งมั่น ที่จะขจัดปัญหาการทำประมงไอยูยู&amp;nbsp;
เพราะตระหนักดีถึงความจำเป็นที่จะต้องรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำเพื่ออนุชนรุ่นหลัง พร้อมกันนี้ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กำกับดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และเชื่อมั่นว่าไทยได้วางรากฐานระบบป้องกันการทำประมงไอยูยู ไว้อย่างสมบูรณ์ทั้ง6ด้านคือ 1. ด้านกฎหมาย 2. ด้านการบริหารจัดการประมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ด้านการบริหารจัดการกองเรือ 4 ด้านการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง (MCS) 5. ด้านการตรวจสอบย้อนกลับ และ 6. ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ส่วน การดำเนินการระยะต่อไปหลังการเจรจาระดับทวิภาคีร่วมกับนายเคอเมนู เวลลา แล้ว ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันเกี่ยวกับแผนงานความร่วมมือในอนาคตกับสหภาพยุโรปเพื่อให้ไทยบรรลุการเป็นประเทศปลอดประมงไอยูยู หรือ ไอยูยูฟรีได้โดยสมบูรณ์ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเคอเมนู เวลลา กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และประมง กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่เป็นเจ้าภาพต้อนรับ พล.อ.ฉัตรชัย รองนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทย พร้อมกันนี้ได้ย้ำถึงความสัมพันธ์ที่มีมานานจะทำให้การแก้ปัญหาประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น ทั้งนี้ในการหารือร่วมกันของรัฐบาลไทยและสหภาพยุโรปมีความยินดีที่จะประกาศให้ประเทศไทยปลดใบเหลือง ในกลุ่มประเทศที่ทำประมงผิดกฎหมาย และขอแสดงความยินดีกับรองนายกรัฐมนตรี สำหรับความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่น ในการทำให้การปฏิรูปนี้เป็นไปได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26077</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม, กรุงบรัสเซลล์, ประมงไทย, ปลดธงเหลือง, พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c349bec68c30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
