<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุดอาชีพใหม่เปิดท้ายขายใบกระท่อมสด หลังรัฐบาลปลดล๊อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย. 2564 &amp;nbsp;เวลา 10.30 น. หนุ่มตกงานหัวใสตระเวนรับซื้อใบกระท่อมสดจากจ.นครศรีธรรมราชและจ.สุราษฎร์ธานี มาเปิดท้ายขายใบกระท่อม อยู่บริเวณหน้าตลาดห้องเย็นควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง ราคากิโลกรัมละ 450 บาท แบ่งขายเป็นมัด ๆ ละ 50 บาท โดยขายมาเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว หลังจากที่รัฐบาลประกาศปลดล๊อกพืชกระท่อมพ้นจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 5 สามารถซื้อขายใบสดได้อย่างเสรี ทำให้นายกรวิทย์ อักษรกาญจน์ อายุ 30 ปีชาวบ้านหมู่ที่ 3 ต.ควนปริง ซึ่งกำลังตกงานจากพิษโควิด-19 จึงตัดสินใจหันมาขายใบกระท่อมอยู่ริมถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่าสามารถขายใบกระท่อมได้ถึงวันละ 5-11 กิโลกรัม หรือวันละ 2,250-4,800 บาท เมื่อหักต้นทุนแล้วยังคงมีรายได้ตั้งแต่วันละ 700-1,000 บาทเลยทีเดียว &amp;nbsp;ซึ่งดีกว่าการทำงานประจำอื่น ๆ ในช่วงนี้ ประกอบกับยังไม่มีคู่แข่ง จึงมีเพียงเจ้าเดียวในในตลาดห้องเย็นควนปริง ทำให้มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาซื้ออย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปเป็นยาแก้โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง &amp;nbsp;ลดน้ำตาลในเลือดและอื่น ๆ ตามภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านที่มีมาแต่สมัยโบราณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งนายกรวิทย์ อักษรกาญจน์ อายุ 30 ปีพ่อค้าเปิดท้ายขายใบกระท่อมกล่าวว่า ตนเปิดท้ายขายใบกระท่อมสดมา 1อาทิตย์แล้วโดยวันแรกขายได้ถึง 12 กิโลกรัมราคากิโลกรัมละ 450 บาท ครึ่งกิโลกรัม 250 บาทและเป็นมัด ๆ ละ 50 บาท ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยกลางคนและผู้สูงอายุที่มาหาซื้อไปต้มกินเป็นยา แก้ความดันโลหิต โรคเบาหวานและอื่น ๆ ซึ่งนับเป็นอาชีพใหม่ที่สร้างรายได้ดีในยุคโควิด โดยมีกำไรวันละ 700-1,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115696</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายใบกระท่อม, ปลดล็อก, เปิดท้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_6134a26413df5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธรรมศาสตร์ &#039; ปลดล็อกออกข้อบังคับนำเข้าวัคซีน ได้เหมือนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.2564 สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp; มีมติโดยเอกฉันท์ให้ออกข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการจัดการบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 เพื่อประกาศภารกิจและอำนาจหน้าที่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาตร์เกี่ยวกับการให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขในสถานการณ์โควิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการทั้งในประเทศ และต่างประเทศเกี่ยวกับการจัดหา นำเข้า หรือขึ้นทะเบียน บรรดาสิ่งจำเป็นทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นยา วัคซีน เวชภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในครั้งนี้ เป็นการประกาศในทำนองเดียวกันกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ส่งผลให้มีการจัดหาวัคซีนซิโนฟาร์มเข้ามาในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านแหล่งข่าวจากสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้รายละเอียดมติของสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันนี้ 16 สิงหาคมที่มีมติเอกฉันฑ์ เห็นชอบให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการนำเข้าวัคซีนป้องกันโควิดว่า การประชุมสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วันนี้ ที่มีศ.นรนิติ เศรษฐบุตร นายกสภามธ.เป็นประธาน ทางศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะประธานโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ &amp;nbsp;รังสิต ปทุมธานี ได้นำเสนอวาระเรื่องขอให้ สภามธ.อนุมัติเห็นชอบให้มหาวิทยาลัยออกประกาศข้อบังคับว่าด้วยการจัดการบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด เพื่อประกาศภารกิจเกี่ยวกับการให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขในสถานการณ์โควิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการทั้งในประเทศ และต่างประเทศเกี่ยวกับการจัดหา นำเข้า หรือขึ้นทะเบียน บรรดาสิ่งจำเป็นทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นยา วัคซีน เวชภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศ.ดร.สุรพล ให้เหตุผลและความจำเป็นในการนำเข้าวัคซีนโควิดโดยธรรมศาสตร์เองว่าเนื่องจากขณะนี้ จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโควิดที่มารักษาตัวที่รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติและรพ.สนามธรรมศาสตร์มีจำนวนมาก จนล้นโรงพยาบาล เกินกว่าที่รพ.จะรับไหว อีกทั้งบุคลากรทางการแพทย์ของรพ.ธรรมศาสตร์เองก็ติดเชื้อโควิด &amp;nbsp;ขณะเดียวกันการจะไปรอวัคซีนที่รัฐบาลจัดสรรมาให้ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ &amp;nbsp;ก็ไม่เพียงพอ และกระบวนการล่าช้า ไม่ทันการ กับสถานการณ์วิกฤตโควิดในขณะนี้ที่จำนวนผู้ป่วยและคนเสียชีวิตมีจำนวนมาก เพราะปัจจุบันรพ.ธรรมศาสตร์ฯ มีคนไข้โควิดเข้ามาที่รพ.จำนวนมาก ทุกวัน การต้องรอการจัดสรรวัคซีนจากรัฐบาล จึงไม่ทันการ จึงเห็นว่าจากข้อกฎหมายของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่มีอยู่ สามารถออกข้อบังคับนำเข้าวัคซีน ยา และเวชภัณฑ์เองได้ เช่นเดียวกับ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงเสนอขอให้สภา มธ.อนุมัติหลักการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีรายงานว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวประมาณหนึ่งชั่วโมง โดยมีการซักถามรายละเอียดจากนายสุรพล อย่างกว้างขวางเช่น สามารถทำได้ตามข้อกฎหมายหรือไม่ จะมีปัญหาตามมาภายหลังหรือไม่ &amp;nbsp;และการนำเข้าวัคซีน เมื่อส่งมาแล้วต้องทำอย่างไร ใครจะรับผิดชอบ &amp;nbsp;และสามารถจัดหาวัคซีนได้เร็วสุดเมื่อใด ซึ่งนายสุรพล ที่เป็นนักกฎหมายด้วย ก็ยืนยันต่อที่ประชุมว่า ไม่มีปัญหาข้อกฎหมายแน่นอน เพราะกฎหมายเปิดช่องให้ทำได้ และกระบวนการจัดซื้อวัคซีน ก็จะทำตามมติครม.และระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของราชการทุกอย่าง โดยที่ประชุมได้รับแจ้งว่าการจัดซื้อวัคซีนดังกล่าว จะนำมาใช้กับระบบการดูแลผู้ป่วยและการฉีดวัคซีนของธรรมศาสตร์เป็นหลักคือใช้ในรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติและรพ.สนามเท่านั้น โดยธรรมศาสตร์จะไม่เป็นโบรกเกอร์ในการจัดซื้อวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้ดำเนินการดังกล่าว คาดว่า ทางนายกฯสภามธ.คือศ.นรนิติ อาจลงนามในวันนี้และส่งประกาศข้อบังคับดังกล่าวของสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปยังสำนักงานเลขาธิการครม.เพื่อให้นำประกาศไปในราชกิจจานุเบกษา คาดว่า อาจประกาศได้ภายในวันอังคาร 17 สิงหาคมหรือไม่แน่อาจเป็นคืนนี้เลย ซึ่งเบื้องต้น ทางกรรมการสภามธ.ก็ได้ทราบข้อมูลว่า จะมีการจัดหาจัดซื้อวัคซีน ไฟเซอร์ โมเดอร์นา และอื่นๆ นำเข้ามา ส่วนว่าหากนำเข้ามาแล้ว ถ้าจะมีหน่วยงานอื่นมาขอซื้อต่อจากรพ.ธรรมศาสตร์หรือไม่ ตรงนี้ต้องถือว่าวัคซีนที่นำเข้าเป็นทรัพย์สินของธรรมศาสตร์แล้ว การดำเนินการต่อไปจะเป็นอย่างไร ทางศ.ดร.สุรพล จะเป็นผู้ดำเนินการอีกครั้ง &amp;quot;แหล่งข่าวจากที่ประชุมสภามธ.ให้ข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันที่นายอานนท์ มาเม้า ผู้ช่วยอธิการบดี คณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Arnon Mamout&amp;nbsp;ระบุสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีมติเอกฉันท์ออกข้อบังคับ ภารกิจและอำนาจหน้าที่ของมธ. ให้นำเข้า ขึ้นทะเบียน ยา วัคซีน เวชภัณฑ์ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระบุว่า ข่าวดีสำหรับประชาชนและสังคมไทยครับ วันนี้ สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีมติโดยเอกฉันท์ให้ออกข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการจัดการบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564. เพื่อประกาศภารกิจและอำนาจหน้าที่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกี่ยวกับการให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขในสถานการณ์โควิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการทั้งในประเทศและต่างประเทศเกี่ยวกับการจัดหา นำเข้า หรือขึ้นทะเบียนบรรดาสิ่งจำเป็นทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นยา วัคซีน เวชภัณฑ์ เป็นการประกาศในทำนองเดียวกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อว่าข้อบังคับนี้จะเป็นหมุดหมายที่ชัดเจนว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอประกาศตัวเคียงข้างประชาชนในการฝ่าฟันสถานการณ์โรคระบาดร้ายแรงนี้ ด้วยพละกำลังที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณที่มา&amp;nbsp;Arnon Mamout&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113481</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คณะนิติศาสตร์ มธ., นำเข้าวัคซีน, ปลดล็อก, มธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a22235111a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;หนุนปลดล็อกชุดตรวจโควิด แนะ5สิ่งที่รัฐบาลควรตระหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอสนับสนุนแนวคิดที่จะปลดล็อก ให้ประชาชนใช้ชุดตรวจโควิดด้วยตนเอง (Rapid Antigen Test)&amp;nbsp; เพราะจะอำนวยความสะดวก และไม่ต้องไปแออัดตรวจในสถานที่ที่กำหนด สิ่งที่รัฐบาลควรตระหนักในการให้ใช้ชุดตรวจนี้คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.รัฐบาลต้องควบคุมราคา ไม่ให้สูงจนเกินไป เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มซื้อมาตรวจเองได้ ปกติแล้ว รัฐบาลตรวจให้ฟรีอยู่แล้ว ถ้าเป็นไปได้ ในช่วงการแพร่ระบาด รัฐควรสนับสนุนงบประมาณลงไป เพื่อให้ชุดตรวจราคาถูกลงมากๆ เป็นการช่วยเหลือประชาชนทางอ้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.หัวใจสำคัญ ที่รัฐจะต้องมีแนวปฏิบัติ หลังจากที่ประชาชนตรวจได้ผลบวก เช่นถ้าไม่มีอาการมาก อาจแนะนำให้แยกตัวที่บ้าน และเมื่อไร จะให้ติดต่อโรงพยาบาล หรือมีเบอร์โทรเพื่อให้คำแนะนำ ดังนั้นต้องมีคำแนะนำมาตรฐาน แนะนำการปฏิบัติตนของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การเปิดให้มีการใช้ชุดตรวจด้วยตนเอง&amp;nbsp; จะนำไปสู่จำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น รัฐต้องทำความเข้าใจ ให้ประชาชนเข้าใจ ต่อสิ่งที่จะเกิดตามมา โดยเฉพาะผู้ไม่หวังดี เอาผลที่เพิ่มขึ้นมาปั่นกระแส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ เรื่องHome isolation หรือการแยกตนเองที่บ้าน ในกรณีการตรวจเองเป็นบวก เป็นสิ่งที่ประเทศในยุโรป และอเมริกาก็ทำมาก่อน น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า ในกรณีที่ไม่มีอาการ หรือมีไม่มาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.การเปิดให้ใช้ชุดตรวจด้วยตนเอง รัฐบาลน่าจะเอาเป็นจุดกระตุ้นสังคม ให้ทราบว่า การสู้กับโควิด เป็นเรื่องที่รัฐและประชาชนต้องร่วมมือกัน สิ่งใดรัฐต้องทำ สิ่งใดประชาชนทำ อธิบายให้เห็น scenario ต่างๆ ในแต่ละแผน ประชาชนจะได้ช่วยกันร่วมมือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109423</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดตรวจโควิด, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, ปลดล็อก, ไทยภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_606549ba8a505.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘หมอพร้อม’ แจ้ง 25 มิ.ย.นี้จะปลดล็อกให้โรงพยาบาลจัดคิวรับวัคซีนเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิถุนายน 2564 &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;หมอพร้อม ออกประกาศถึงความพร้อมของระบบ MOPH โดยระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ระบบ MOPH Immunization Center (MOPH-IC) ของหมอพร้อมจะทำการปลดล็อก เพื่อให้แต่ละโรงพยาบาลสามารถจัดระบบคิว ลงนัด เลื่อนนัด และแจ้งเตือนประชาชนที่จะมาฉีดวัคซีนได้ตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฃทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการนัดหมายฉีดวัคซีน ขอให้ท่านติดต่อไปยังโรงพยาบาลที่ท่านได้แจ้งความประสงค์โดยตรง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107189</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดคิวฉีดวัคซีน, ปลดล็อก, หมอพร้อม, โรงพยาบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d157d03513e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 19:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอวัง! ศบค.สั่งชะลอมติ กทม.คลายล็อกสถานประกอบการ 5 ประเภท อีก 14 วันค่อยว่ากัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ โพสต์ข้อความว่า ศบค.ชะลอมติกทม.ออกไปอีก 14 วัน สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 15/2564 วันนี่(31 พ.ค.64) มีมติให้ผ่อนปรนมาตรการสำหรับสถานประกอบการ 5 ประเภท โดยจะให้เริ่มเปิดกิจการภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันโรคนั้น ศบค. ให้ใช้ประกาศกรุงเทพมหานครขยายการปิดกิจการและกิจกรรมที่มีความเสี่ยงทั้งหมด ตามประกาศฉบับที่ 29 ออกไปอีก 14 วัน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ กทม.ประกาศผ่อนปรนมาตรการสำหรับสถานประกอบการ 5 ประเภทได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์สถาน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงพิพิธภัณฑ์ในลักษณะทำนองเดียวกัน ศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ อุทยานวิทยาศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม แหล่งประวัติศาสตร์โบราณสถาน และหอศิลป์ ทั้งนี้ให้เปิดได้ภายใต้มาตรการที่เข้มงวด เช่น ห้ามเข้าเยี่ยมชมเป็นกลุ่มคณะที่มีการรวมตัวกันจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สถานที่สักหรือเจาะผิวหนังหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ร้านทำเล็บ ทั้งนี้ให้เปิดได้ภายใต้มาตรการที่เข้มงวด เช่น หากพบการติดเชื้อในสถานบริการจำพวกนี้ ให้ปิด 14 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.สถานที่ให้บริการควบคุมน้ำหนัก คลินิกเสริมความงาม สถานเสริมความงาม และคลินิกเวชกรรมเสริมความงาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (ร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านนวดเพื่อเสริมความงาม) สถานประกอบการนวดแผนไทย(งดเว้น การอบตัว อบสมุนไพร หรืออบไอน้ำ และการนวดบริเวณใบหน้า) นวดฝ่าเท้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ และสวนดอกไม้&amp;nbsp; ทั้งนี้ให้เปิดภายใต้มาตรการที่เข้มงวด เช่น ห้ามไม่ให้มีการนั่งร่วมกลุ่ม และไม่ให้นำอาหารเข้ามารับประทาน ยกเว้นน้ำดื่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104834</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร, ปลดล็อก, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a275c0c330f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีลุ้น!สมุทรสาครเล็งปลดล็อกรายอำเภอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.2564 - นายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสาคร เตรียมจะพิจารณาปลดล็อกมาตรการเป็นรายอำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการตรวจคัดกรองเชิงรุกอย่างครบถ้วนและไม่พบว่ามีผู้ติดเชื้อแล้ว หากผลการประเมินจากสาธารณสุขพบว่าสถานการณ์ในพื้นที่นั้นมีความปลอดภัยจากโควิด-19 เช่น พื้นที่ อ.บ้านแพ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้เราพยายามจะตรวจเชิงรุกให้ได้ จะทำให้ปลอดเชื้อ บีบให้แคบลง เพื่อให้พื้นที่ปลอดภัยเปิดได้ก่อน เช่นบ้านแพ้ว ที่มีคนติดเชื้อน้อยมาก เราขอตรวจบ้านแพ้วอีกนิด ถ้าคลีนก็จะเปิดให้เขา ผ่อนคลายให้ ส่วน 8 ตำบล เช่น ท่าทราย และมหาชัย ถ้ายอดยังเยอะ ต้องคุมให้แน่นหนาก่อน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปอีก&amp;quot;นายสุรศักดิ์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90571</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง, ปลดล็อก, รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_60094a13b0838.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติวีรชนพฤษภา35บี้&#039;บิ๊กตู่&#039;ลาออก เปิดทางตั้งรบ.เฉพาะกิจสร้างความปรองดอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค. 63 - คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภาคม 2535 ได้ออกแถลงการณ์ หัวข้อ &amp;ldquo;ปลดล็อกประเทศไทย...จัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจช่วยชาติ&amp;quot; โดยระบุว่า สืบเนื่องจากวิกฤตการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้านในขณะนี้ทั้งวิกฤติการเมือง วิกฤติเศรษฐกิจและกำลังลุกลามกลายเป็นวิกฤตการณ์ทางสังคม ขณะที่ผู้นำประเทศไม่สามารถสร้างความรักสามัคคีของคนในชาติให้เป็นหนึ่งเดียวได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันปลดล็อคประเทศไทยเพื่อไม่ให้สถานการณ์จมดิ่งจนยากจะเยียวยาแก้ไข ด้วยเหตุดังกล่าวคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภาคม 2535 จึงมีข้อเรียกร้องต่อทุกภาคส่วนดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp;
พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้สร้างความปรองดองสมานฉันท์ตามสัญญา และไม่สามารถปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ให้ถูกจาบจ้วงได้ เพื่อไม่ให้วิกฤติการเมืองกลายเป็นระเบิดทางการเมืองจนไร้ระเบียบและเกิดการเผชิญหน้ากันขึ้นในชาติ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถอดสลักตัวแรก เพื่อเปิดทางให้มีการสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ตามกลไกรัฐธรรมนูญและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่สามารถฟื้นฟูความแตกแยกสร้างความปรองดองสมานฉันท์และสามารถระดมความร่วมมือความเชื่อมั่นจากทุกฝ่ายได้มากกว่าที่เป็นอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ข้อเรียกร้องต่อพรรคร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;
ขอเรียกร้องต่อพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลเนื่องจากพรรคพลังประชารัฐ หักหลังซื้อเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญ การประคองตัวของทั้งสองพรรคที่ผ่านมาแม้จะเอาตัวรอดทางการเมืองได้บ้างในบางสถานการณ์แต่ในภาพรวมต้องยอมรับว่าทั้งสองพรรคได้มีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการทำให้บ้านเมืองเข้าสู่ทางตัน ซึ่งจะปฏิเสธความรับผิดชอบใดๆ ไม่ได้ การถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลจะเป็นเงื่อนไขนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายสามารถขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจให้คนรุ่นใหม่ได้มองเห็นความหวังของอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ข้อเรียกร้องต่อวุฒิสภา&amp;nbsp;
บทบาทของสมาชิกวุฒิสภาแม้ในภาพรวมดูเหมือนจะกลายเป็นแนวร่วมของพรรครัฐบาลแต่ด้วยวุฒิภาวะของสมาชิกวุฒิสภาทั้ง 250 ท่าน คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภาคม 2535 เชื่อมั่นว่ามีสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อย ที่ตระหนักในวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้จึงควรแสดงความกล้าหาญรวบรวมรายชื่อ &amp;ldquo;ส.ว.ช่วยชาติ&amp;rdquo; ร่วมมือกับพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกอบกู้กิจการบ้านเมืองด้วยการผลักดันการตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจช่วยชาติให้เป็นจริงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ข้อเรียกร้องต่อกลุ่มผู้ชุมนุม&amp;nbsp;
สนับสนุนข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ นายกรัฐมนตรี ลาออก ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ และยุบสภา ส่วนเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องเป็นเรื่องยินยอมพร้อมใจของทุกภาคส่วนในสังคมไทย&amp;nbsp; หากเป็นการเรียกร้องจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแล้วมีการต่อต้านจากอีกกลุ่มจะกลายเป็นการเผชิญหน้ากัน เพราะสังคมไทยเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้เหนือหัวโดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมจะนำมาซึ่งความเกลียดชังกันและสร้างความแตกแยกไปสู่การเผชิญหน้าอย่างรุนแรงได้ จึงควรมุ่งไปที่การกดดันให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกสถานเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ข้อเรียกร้องต่อทุกฝ่ายเพื่อปลดล็อกวิกฤติ&amp;nbsp;
วิกฤติของบ้านเมืองที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือปัญหาเศรษฐกิจจากการบริหารที่ล้มเหลวของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หากไม่เร่งทางออกประเทศจะหายนะมากกว่านี้ จำเป็นต้องถอดสลัดตัวแรกคือพล.อ.ประยุทธ์ ลาออก แล้วจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจช่วยชาติตามรัฐธรรมนูญ ด้วยการเชิญผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาอาชีพจากทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยประเทศชาติ ภารกิจแรกต้องสร้างความปรองดองสมานฉันท์ด้วยการนิรโทษกรรมคดีการเมืองตั้งแต่ปี2548จนถึงเหตุการณ์ปัจจุบัน แล้วเร่งแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ จัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากฉันทานุมัติของรัฐสภาโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ&amp;nbsp;
สุดท้ายนี้คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 เชื่อมั่นในพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่รัชกาลที่ 10 ที่ทรงให้แนวทางรู้รักสามัคคีจะทำให้ทุกฝ่ายน้อมนำพระราชดำรัสดังกล่าวเพื่อร่วมกันฟันฝ่าวิกฤตการณ์ของชาติครั้งนี้ไปด้วยกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79506</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญาติวีรชน35, ตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจ, นายกฯลาออก, บิ๊กตู่, ปลดล็อก, แก้วิกฤติชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf95ef93cbf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
