<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2018 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2018 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรธน.จำหน่ายคดีห้ามชุมนุมเกิน 5 คนขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;26 ธ.ค.&amp;nbsp;61 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ให้จำหน่ายคดีกรณีที่ ศาลแขวงดุสิต ได้ส่งคำโต้แย้งของจำเลยในคดีอาญา รวม 3 คดี ที่ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 212 คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ลงวันที่ 1 เม.ย.2558 ข้อ 12 ที่กำหนดห้าม ชุมนุมเกิน 5 คน ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 44 หรือไม่&amp;nbsp; เนื่องจากเห็นว่า ในระหว่างการพิจารณาคดี ได้มีคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 22/2561&amp;nbsp; เรื่องการให้ประชาชน และพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางพรรคการเมืองลงวันที่ 11 ธ.ค. 2561 ข้อ 1 (7) ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ลงวันที่ 1 เม.ย.2558 ข้อ 12 แล้ว&amp;nbsp; จึงไม่มีเหตุที่ศาล จะต้องวินิจฉัย คดีทั้ง 3 อีกต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25141</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีชุมนุมเกิน 5 คน, ปลดล็อกการเมือง, ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb87d973a7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 07:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยไก่&#039;โวยไม่ได้อานิสงส์คำสั่งปลดล็อกปลิ้นปล้อนซ่อนกลนักศึกษา-ปชช.กว่า400คนยังถูกดำเนินคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14ธ.ค.61-นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุก๊ก Watana Muangsook ระบุว่า เมื่อมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2561 ที่อ้างว่าเป็นการ &amp;ldquo;ปลดล็อคการเมือง&amp;rdquo; ออกมา หลายท่านคงคิดว่าเป็นการคืนสิทธิที่ปล้นไปจากประชาชน แต่ความจริงคือการเปิดทางให้พรรคพวกตัวเองได้เคลื่อนไหวมากกว่า ในคำสั่งดังกล่าวยังมีความปลิ้นปล้อนซ่อนกลอยู่อีกหลายชั้น เช่น หัวหน้า คสช. ยังมีอำนาจควบคุมพลเรือนเข้าค่ายทหารโดยไม่ต้องมีหมาย หรือยังส่งทหารไปคุกคามประชาชนหรือนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยกเลิกคำสั่งห้ามชุมนุมทางการเมืองก็มีผลเฉพาะพวกตัวเอง ส่วนฝ่ายตรงข้ามยังคงถูกดำเนินคดีต่อไป นั่นคือหมายความว่ายังมีนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนที่เคยออกมาเคลื่อนไหวไม่ว่าจะเป็น การตรวจสอบการทุจริต การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล การรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงการเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งที่ถูกปล้นไปจำนวนกว่า 400 คน ที่ยังคงต้องถูกดำเนินคดีทั้งในศาลทหารและศาลอาญาบนฐานความผิดที่ถูกยกเลิกไปแล้ว นับเป็นความวิปริตอีกครั้งที่หัวหน้า คสช. ได้ทำไว้กับกระบวนการยุติธรรม แสดงถึงความต่ำตมและความคับแคบของจิตใจที่ไม่เคยหยุดย่ำยีประชาชนที่เห็นต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวผมก็ไม่ได้อานิสงส์จากคำสั่งดังกล่าวเช่นกัน แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่และไม่เคยคิดจะร้องขออะไรจากเผด็จการ เพราะการเป็นนักการเมืองที่อยู่ตรงข้ามกับเผด็จการนั้นการถูกดำเนินคดีถือเป็นเรื่องปกติ แต่ประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนที่ยังอยู่ในวัยเรียนต่างหากที่ไม่สมควรจะถูกจองเวร การยกเลิกคำสั่งแบบปลิ้นปล้อนในครั้งนี้จึงไม่มีอะไรมากไปกว่าการคงอำนาจในการจัดการกับฝ่ายตรงข้ามไว้ แต่เปิดกรงให้พวกตนได้แผลงฤทธิ์อย่างอิสระเพื่อสืบทอดอำนาจเผด็จการผ่านสนามเลือกตั้งที่ถูกออกแบบอย่างเอาเปรียบแบบไร้ยางอาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24190</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งคสช.ที่22/2561, นายวัฒนา เมืองสุข, ปลดล็อกการเมือง, สืบทอดอำนาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180703/image_big_5b3b15a636897.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิรัตน์&#039;ยันทุกอย่างเป็นไปตามที่เคยพูดไว้ ลาออกแน่เมื่อถึงเวลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค.61- นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ คสช.มีคำสั่งปลดล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมได้ ว่า เราจะสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้มากขึ้น โดยเราจะดำเนินการตามที่ คสช.มีคำสั่งออกมา ซึ่งทางพรรคก็คงมีโอกาสได้ทำงานการเมืองมากขึ้น และเป็นไปตามกระบวนการปลดล็อก ส่วนนโยบายของพรรคนั้น ก็จะต้องทำตามขั้นตอน ซึ่งเรามีแผนดำเนินการไว้แล้ว ตอนนี้เราจะเน้นเรื่องคัดสรรว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ก่อน โดยเรามีคณะกรรมการสรรหาแล้ว ส่วนนโยบายพรรคก็ได้ทำไว้เกือบเสร็จหมดแล้ว โดยจะมีการแจ้งเรื่องนโยบายเป็นระยะๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหลังจากที่มีการปลดล็อกแล้ว พรรคพลังประชารัฐจะเปิดชื่อบุคคลที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายสนธิรัตน์ ตอบว่า ยังไม่ถึงเวลา และยังมีเวลาซึ่งพรรคพลังประชารัฐมีกระบวนการที่จะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในนามของพรรค และพรรคจะทำไพรมารีโหวตก่อน โดยจะพิจารณาตัวบุคคลว่าใครเป็นบุคคลที่สมาชิกและประชาชนเห็นว่าเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเราก็มีขั้นตอนของเรา ส่วนจะเสนอกี่รายชื่อ ก็ขึ้นกับคณะกรรมการบริหารพรรค โดยต้องพิจารณาจากรายชื่อที่เสนอมาทั้งหมดก่อน ซึ่งจะต้องดูกันในเบื้องต้นก่อนที่จะทำไพรมารีโหวตต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระแสข่าวที่ 4 รัฐมนตรีที่เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ เปลี่ยนใจไม่ลาออกจากตำแหน่ง นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ตนตอบคำถามนี้กับสื่อทุกวันเลย ขอให้รอฟังความชัดเจนจากหัวหน้าพรรค เพราะทุกอย่างเป็นไปตามที่เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้ว เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เราก็จะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าการเปลี่ยนใจไม่ลาออกจะส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมหรือไม่ เพื่อไม่ให้เหมือนกับนักการเมืองในอดีต นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องคุยกัน เพราะเรามีกรอบดำเนินการอยู่ โดยมีวิธีการและมีขั้นตอนอยู่แล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24004</URL_LINK>
                <HASHTAG>4รัฐมนตรีลาออก, คำสั่งคสช., นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, ปลดล็อกการเมือง, เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b0567fc39144.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งคสช.ทำการบ้านถก7ธค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่ง คสช.คิดประเด็นถกพรรคการเมือง 7 ธ.ค. เตรียมมือกฎหมายแจงข้อปฏิบัติ ยันปลดล็อกแน่หลัง พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง สมัคร ส.ว.วันแรกหงอย ไร้บิ๊กเนมแค่ผู้สมัครอิสระ ศาลพร้อมพิจารณาคดีเลือก ส.ว. ประชุมทางไกลซักซ้อมขั้นตอนรับคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เป็นประธานการประชุม คสช. โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์เปิดเผยผลการประชุมว่า ในการประชุมได้พูดคุยถึงประเด็นที่จะหารือกับพรรคการเมืองในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นการพบปะพูดคุยรับฟังความคิดเห็น และหากมีประเด็นใดที่เราชี้แจงได้ในเรื่องขั้นตอนกฎหมายต่างๆ จะให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ชี้แจง รัฐบาล นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคสช.จะรับฟังปัญหาต่างๆ เพื่อนำมาหาทางออกว่าอะไรที่ทำได้และทำไม่ได้ทำนองนี้ ขออย่าทำอะไรให้เกิดความขัดแย้งกันเลย ถือว่าเป็นการเริ่มต้นเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยอย่างชัดเจนขึ้นในวันที่ 7 ธ.ค. นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ได้พูดกันถึงคำสั่ง คสช.ว่าจะมีการปลดล็อกกันอย่างไร คงจะได้คำตอบหลังจากการประชุมในครั้งนี้ เราก็พยายามจะปลดล็อกให้เร็วที่สุด ดังนั้นขอให้เข้าใจตรงนี้ จากนั้นเป็นเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพระราชกฤษฎีกาต่างๆ ในเรื่องการหาเสียงซึ่งเป็นเรื่องของ กกต. ส่วน คสช.รับผิดชอบเฉพาะเรื่องการปลดล็อก&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่หลายฝ่ายเป็นห่วงในเรื่องความไม่สงบเรียบร้อย ความขัดแย้งอะไรต่างๆ ที่เกรงว่าจะเกิดขึ้นนั้น ตนเห็นว่าหากทุกคนตั้งหลักว่าจะเกิดความขัดแย้งก็จะขัดแย้ง ทุกคนจะต้องร่วมมือร่วมใจกันตั้งสติ โดยใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหาทั้งหมดของประเทศให้ได้ ไหนๆ จะเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยแล้ว ทุกอย่างต้องพยายามให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากที่ประชุม คสช.ว่า ได้มีการหารือถึงวันที่ พล.อ.ประยุทธ์จะประชุมร่วมกับพรรคการเมืองในวันที่ 7 ธ.ค. เพื่อพิจารณารับความคิดเห็นถึงการปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม โดยนายกฯ ได้ให้การบ้านโดยให้ คสช.แต่ละคนไปคิดรายละเอียดกันมาว่าจะมีอะไรบ้างที่ต้องนำไปคุยในวันที่ 7 ธ.ค. พร้อมเห็นว่าหลังประชุมแล้วควรมีระเบียบกฎเกณฑ์ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ทำตามกฎเกณฑ์เหล่านี้ ส่วนเรื่องการปลดล็อกยังเป็นไปตามเดิมคือหลังจากมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) การเลือกตั้ง สำหรับวันเลือกตั้งที่ประชุม คสช.ได้ประเมินสถานการณ์แล้ว ยังเป็นไปตามกำหนดการเดิมคือวันที่ 24 ก.พ.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการในที่ประชุมว่า ยังยืนยันที่จะพบกับพรรคการเมืองในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ ส่วนเรื่อง พ.ร.ฎ.เลือกตั้งนั้นเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะกำหนดและดำเนินการ ขณะที่การปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมนั้น คสช.จะพิจารณาหลังจากที่ประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้ว&amp;nbsp;
รับสมัคร ส.ว.วันแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการรับสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นวันแรก ระหว่างวันที่ 26-30 พ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยนายสมภาค &amp;nbsp;สุขอนันต์ รองปลัด กทม.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมการอำนวยความสะดวกและการให้คำแนะนำผู้มีความประสงค์สมัครรับเลือกเป็น ส.ว. ตลอดจนความพร้อมในด้านสถานที่รับสมัครของสำนักงานเขตพระนคร สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และสำนักงานเขตดินแดง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ปลัด กทม.ได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครรับเลือกเป็น ส.ว. ตลอดจนรายละเอียดของผู้สมัครด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันกรณีผู้สมัคร ส.ว.สมัครซ้ำซ้อนกับสถานที่รับสมัคร ส.ว.เขตหรืออำเภออื่นๆ โดยผู้สมัครมีสิทธิ์สมัครเพียงเขตหรืออำเภอเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้กำชับให้ทุกสำนักงานเขตติดตั้งป้ายแสดงขั้นตอนการสมัคร ตลอดจนป้ายบอกเส้นทางไปจุดต่างๆ &amp;nbsp;ให้ชัดเจนและสะดวกต่อผู้มาสมัครรับเลือก ส.ว.ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการสมัครรับเลือก ส.ว.มีด้วยกัน 2 วิธี ประกอบด้วย 1.สมัครโดยยื่นใบสมัครด้วยตนเอง &amp;nbsp;และ 2.สมัครโดยยื่นใบสมัครด้วยตนเองพร้อมหนังสือแนะนำชื่อผู้สมัครจากองค์กร ซึ่งผู้สมัครแต่ละคนมีสิทธิ์สมัครเพื่อเข้ารับเลือกได้เพียงกลุ่มเดียว และสมัครโดยวิธีการใดวิธีการหนึ่งเพียงวิธีการเดียว รวมทั้งมีสิทธิ์สมัครเพียงอำเภอเดียว โดยเมื่อสมัครแล้วจะถอนการสมัครไม่ได้ ซึ่งหากฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงการเตรียมพร้อมของศาลยุติธรรมในการทำหน้าที่ตัดสินคดีเลือกตั้ง ซึ่งล่าสุดกำลังเริ่มสมัครการรับเลือก ส.ว.ว่า นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา &amp;nbsp;ได้ลงนามในระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับสิทธิสมัครรับเลือก การดำเนินการเกี่ยวกับการเลือก และการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ที่ได้กำหนดขั้นตอนการยื่นคำร้อง วิธีการสืบพยาน ลักษณะคดีการเลือก ส.ว.ที่จะเข้าสู่อำนาจพิจารณาของศาลฎีกาแล้ว ภายหลังที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างระเบียบเมื่อศุกร์ที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งระเบียบดังกล่าวได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.61&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการจัดประชุมทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต VDO &amp;nbsp;Streaming ซึ่งเป็นการประชุมภายในร่วมระหว่างนายจินดา ปัณฑะโชติ ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา, นายสุประดิษฐ์ จีนเสวก เลขานุการแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา, นายอธิคม อินทุภูติ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาอีก 1 คน กับอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นและผู้พิพากษาหัวหน้าศาลทั่วประเทศ พร้อมด้วยผู้พิพากษาศาลชั้นต้นต่างๆ กับเจ้าหน้าที่ศาลจำนวนหนึ่ง เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีพิจารณาคดีเลือก ส.ว.ตามกฎหมายใหม่ และขั้นตอนปฏิบัติการรับคำร้อง การรวบรวมเอกสารประกอบคำร้อง การกำหนดวันนัดตามที่ระบุในระเบียบที่ประชุมใหญ่ ซึ่งการพิจารณาคดีเลือกตั้งในการเลือก ส.ว.นั้น กฎหมายให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย ขณะที่ระเบียบที่ประชุมใหม่ออกแบบขั้นตอนการรับคำร้องโดยให้ศาลฎีกาที่มีแห่งเดียวใน กทม. สามารถมอบหมายให้ศาลชั้นต้นทั่วไปรับคำร้องแทน แล้วรวบรวมเอกสารส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์กล่าวเสริมว่า ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ดังกล่าว มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับสิทธิสมัครรับเลือก การดำเนินการเกี่ยวกับการเลือก และการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้งในการเลือก ส.ว. โดยการพิจารณาคดีจะใช้ระบบไต่สวน ซึ่งรายละเอียดระเบียบสามารถติดตามได้จากเว็บไซต์ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/A/099/T_0001.PDF
บางตาไร้เงาบิ๊กเนม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอเมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;พร้อมด้วย พล.ต.สมชาย ครรภาฉาย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 และ พ.ต.อ.จรูญ นวมทอง รองผู้บังคับการภูธรจังหวัดขอนแก่น ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดรับสมัคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยนายสมศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ทั้ง 26 อำเภอของ จ.ขอนแก่นได้มีการเปิดรับสมัคร ส.ว.พร้อมกัน &amp;nbsp;โดยบริเวณด้านหน้าสถานที่ของการรับสมัครนั้นจะมีการติดป้ายประชาสัมพันธ์ว่าด้วยระเบียบ ข้อบังคับ และข้อกฎหมายต่างๆ ทั้งหมด เพื่อให้ผู้ที่จะสมัครได้ทำความเข้าใจและจัดเตรียมเอกสารหลักฐาน ซึ่งเมื่อพร้อมแล้วจะเข้าสู่ 4 ขั้นตอนตามที่ กกต.กำหนด โดยเสียค่าสมัครคนละ 2,500 บาท สำหรับภาพรวมทั้ง 26 อำเภอนั้นยังคงไม่มีรายงานสิ่งผิดปกติใดๆ ซึ่งเป็นไปอย่างเรียบร้อยและตามระเบียบที่กำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้ามีผู้มาสมัครเพียงไม่กี่คน เนื่องจากส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการทำความเข้าใจในระเบียบ ข้อบังคับ และส่งผู้แทนมาสอบถามถึงขั้นตอนของการสมัคร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อำนวยความสะดวกและจัดพื้นที่สำหรับผู้ที่มาสมัครและมาติดต่อสอบถามไว้ที่บริเวณด้านหน้าห้องประชุม ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าส่วนใหญ่ยังคงไม่เข้าใจในคุณสมบัติของผู้สมัคร รวมทั้งระเบียบวิธีในการคัดเลือก ทำให้ยังไม่มีบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือผู้แทนองค์กรหน่วยงานต่างๆ เดินทางมาสมัคร มีเพียงผู้สมัครอิสระเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองตรัง จ.ตรัง นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าฯ ตรัง เดินทางไปตรวจเยี่ยมความเรียบร้อย โดยมีนายสุรพล วิชัยดิษฐ ประธาน กกต.จังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ โดยคาดว่า จ.ตรังจะมีผู้สนใจสมัครใน 10 กลุ่มทั้ง 10 อำเภอ ไม่ต่ำกว่า 300 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอเบตง จ.ยะลา บรรยากาศการรับสมัคร ส.ว.เป็นไปอย่างเงียบเหงา โดยมีผู้ที่ให้ความสนใจเดินทางมาสอบถามหลักเกณฑ์ คุณสมบัติผู้สมัครและเอกสารประกอบการสมัครเพียงคนเดียว &amp;nbsp;โดยที่ยังไม่มีผู้ใดยื่นเอกสารลงสมัครแม้แต่รายเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมอำเภอเมืองปัตตานี จ.ปัตตานี นายสมนึก พรหมเขียว รองผู้ว่าฯ ปัตตานี กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยการรับสมัคร ส.ว.ว่า วันแรกยังเงียบเหงาไม่มีผู้มาสมัคร จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจยื่นใบสมัครได้ตามวันเวลา สถานที่กำหนดในแต่ละอำเภอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต.จ.กระบี่ นายนิพนธ์ โภคบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.จ.กระบี่ เป็นประธานการประชุมผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดกระบี่ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติงานก่อนลงพื้นที่ตรวจการรับสมัคร ส.ว. โดยยังไม่มีผู้มาสมัครแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเด็นถกพรรคการเมือง, ปลดล็อกการเมือง, พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง, ส.ว., หนังสือพิมพ์, เตรียมมือกฎหมายแจงข้อปฏิบัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181126/image_mid_5bfc082c83683.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.สับสนวันเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โพลชี้ประชาชนสับสนวันเลือกตั้ง หวั่นไม่ได้เข้าคูหาหลังไม่มีการประกาศชัดเจน พร้อมห่วงวิธีการแบ่งเขต ระบุต้องกำหนดให้ชัดเจนเพื่อรู้พื้นที่ ขณะที่ กกต.สรุปยอด 42 กลุ่มการเมืองยื่นจัดตั้งพรรค รับรองโดยสมบูรณ์ 27 พรรค พร้อมจ่อรับสมัคร ส.ว.วันแรก 26 พ.ย. ด้าน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ตีฆ้อง 7 ธ.ค.การันตีได้ความชัดเจนปลดล็อกแน่ๆ รับ กม.บางฉบับติดในชั้น สนช. เสี่ยงไม่ทัน 15 ก.พ.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,070 คน ระหว่างวันที่ 21-24 พฤศจิกายน 2561 เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยสรุปได้ดังนี้ 1.เรื่องที่ประชาชนสับสนเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น อันดับ 1 วันเลือกตั้งที่แน่นอน 63.96% เพราะมีกระแสข่าวว่าจะเลื่อนเลือกตั้ง ยังไม่มีประกาศที่ชัดเจน กังวลว่าจะไม่ได้เลือกตั้ง ฯลฯ, อันดับ 2 การแบ่งเขตเลือกตั้ง 30.08% เพราะจะได้รู้พื้นที่ของตนเอง อยากให้กำหนดอย่างชัดเจน มีความเข้าใจตรงกัน ไม่อยากให้มีปัญหาภายหลัง ฯลฯ, อันดับ 3 พรรคการเมือง/ผู้สมัคร 29.00% เพราะมีพรรคตั้งใหม่จำนวนมาก บางพรรคตั้งชื่อใหม่ ชื่อคล้ายกัน มีผู้สมัครย้ายพรรค คนรุ่นใหม่มากขึ้น ฯลฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ประชาชนอยากรู้เรื่องอะไรบ้างเกี่ยวกับการเลือกตั้ง อันดับ 1 วัน เวลา เลือกตั้งที่ชัดเจน/มีสิทธิเลือกตั้งเขตไหน 47.42%, อันดับ 2 ผู้สมัครในแต่ละเขตมีใครบ้าง สังกัดพรรคอะไร 24.48%, อันดับ 3 การได้มาซึ่งตำแหน่งนายกฯ จะเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ 20.36%, อันดับ 4 หากสงสัย มีข้อร้องเรียน สามารถติดต่อได้ที่ไหนบ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;16.49%, อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การใช้งบประมาณในการจัดการเลือกตั้ง เปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบัน 15.98%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ข้อ 3 ในผลสำรวจหัวข้อสิ่งที่อยากบอกกับผู้สมัคร ส.ส. ที่ประชาชนอยากจะเลือก ณ วันนี้ คืออันดับ 1 ตั้งใจทำงาน มีจุดยืน เป็นปากเสียงให้กับประชาชน 66.74%, อันดับ 2 รักษาสัญญา อย่าทำให้ผิดหวัง 30.69%, อันดับ 3 ลงพื้นที่หาเสียง ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ใส่ร้ายโจมตีกัน 20.17% และ 4.สิ่งที่อยากบอกกับ พรรคการเมือง ที่ประชาชนอยากจะเลือก ณ วันนี้ คือ อันดับ 1 มีนโยบายทำเพื่อบ้านเมือง ทำเพื่อประชาชน เน้นพัฒนาประเทศ 59.08%, อันดับ 2 คัดเลือกผู้สมัครที่ดี เหมาะสม และสนับสนุนอย่างเต็มที่ 32.41%, อันดับ 3 ไม่สร้างความขัดแย้ง แข่งขันด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม 23.68%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในผลสำรวจความคิดเห็นสุดท้ายคือข้อ 5 ในหัวข้อ สิ่งที่อยากบอกกับ กกต. ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ณ วันนี้คือ อันดับ 1 ยุติธรรม เป็นกลาง ทำงานอย่างอิสระ ไม่ยอมให้โดนแทรกแซง 70.36%, อันดับ 2 การตรวจสอบต่างๆ ยึดตามกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด 23.61%, อันดับ 3 ออกมาให้ข่าวที่ชัดเจน ประชาสัมพันธ์ข้อมูลการเลือกตั้งอย่างทั่วถึง 22.41%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีความคืบหน้าการยื่นคำขอจดแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีกลุ่มการเมืองยื่นคำขอจำนวน 124 กลุ่ม โดยนายทะเบียนออกใบรับรองแจ้งการจัดตั้งพรรค &amp;nbsp;จำนวน 127 กลุ่ม มีพรรคการเมืองที่ยื่นคำขอจดตั้งพรรคจำนวน 42 พรรค ซึ่งจาก 42 พรรคนั้นมีพรรคการเมืองที่ กกต.มีมติรับรองเป็นพรรคการเมืองแบบสมบูรณ์แล้วจำนวน 27 พรรค อาทิ พรรคพลังพลเมืองไทย พรรคประชาชนปฏิรูป พรรคอนาคตใหม่ พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคประชาชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเศรษฐกิจใหม่ เป็นต้น ส่วนอีก 15 พรรคการเมืองที่ยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคกับทาง กกต.นั้น อยู่ระหว่างขั้นตอนของการตรวจสอบข้อมูลเอกสารและหลักฐานต่างๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงความพร้อมการเลือก ส.ว.ว่า การเลือก ส.ว.แบ่งเป็น 3 ระดับ โดยวันที่ 26-30 พ.ย. จะเป็นการเปิดรับสมัคร ส.ว.ระดับอำเภอ ซึ่งทางอำเภอก็จะเตรียมสถานที่รับสมัครและเตรียมเจ้าหน้าที่ไว้คอยอำนวยความสะดวกกับผู้ที่มาสมัครด้วยว่าจะต้องทำอย่างไร หรือเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ซึ่งทางสำนักงาน กกต.พร้อมคอยช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกหากติดขัดปัญหาใด ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับการเลือก ส.ว.นั้น ตนเองได้เน้นย้ำมาตลอดว่าอยากให้ผู้สมัครเตรียมตัวให้พร้อม &amp;nbsp;อยากให้มาสมัครกันตั้งแต่วันแรกๆ เพราะหากพบปัญหาก็จะได้แก้ไขได้ทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น วันที่ 25 พ.ย. จะเป็นวันสุดท้ายที่สำนักงาน กกต.จังหวัดเปิดรับคำร้อง คำคัดค้านต่างๆ เกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง เมื่อปิดรับแล้วทางสำนักงาน กกต.จังหวัดก็จะต้องนำเสนอให้ทางสำนักงาน กกต.ได้รับทราบ ทั้งนี้ เรื่องการแบ่งเขต ทาง กกต.จะเร่งพิจารณาให้เสร็จโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ กกต.ระบุด้วยว่า ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดวันหารือกับพรรคการเมืองในวันที่ 7 ธ.ค.นั้น เบื้องต้นทางสำนักงาน กกต.ก็จะมีรายงานความพร้อมเกี่ยวกับการเตรียมการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ทางที่ประชุมได้รับทราบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ คสช.หรือ กกต.อาจจะเป็นผู้เชิญพรรคการเมืองเพื่อหารือกันถึงแผนและแนวทางทางการเมืองตามโรดแมป โดยขณะนี้ตนเองยังไม่สามารถระบุได้ว่าในวันดังกล่าวจะได้ข้อสรุปใดบ้าง แต่ตนเองมีเหตุผลอันควรเชื่อว่า ในวันดังกล่าวน่าจะได้ความชัดเจนในการปลดล็อกแน่ๆ แต่ไม่ทราบว่าจะมีการร่างระเบียบหรือข้อตกลงร่วมกันขึ้นมาหรือไม่ อยู่ที่ คสช.จะพิจารณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนร่างกฎหมายต่างๆ ที่รัฐบาลอยากผลักดันให้สำเร็จนั้น ขณะนี้มีอยู่หลายฉบับ คาดว่าจะดำเนินการได้ทัน แม้จะมีความเสี่ยงในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่าจะพิจารณาได้เสร็จก่อน 15 ก.พ.62 หรือไม่ ทั้งนี้ ร่างกฎหมาย 6 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่น บางฉบับพิจารณาเสร็จแล้ว แต่ยังไม่สามารถพิจารณาวาระ 2-3 ได้ เพราะต้องรอฉบับอื่นเพื่อพิจารณาพร้อมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ในแง่ความพร้อมต่อการจัดการเลือกตั้ง ตนเองคิดว่าน่าเป็นห่วง ยังไม่มีสิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าพร้อมจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ จึงอยากให้กำลังใจ กกต.และเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กกต. ในการเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้งเพื่อคลายความกังวลของประชาชน เพราะหลายเรื่องก็เป็นเรื่องใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าคำสั่ง คสช.ที่ 16/61 อาจนำไปสู่การแทรกแซง กกต. ผมคิดว่า กกต.จะไม่ยอมให้ใครแทรกแซงอย่างแน่นอน เชื่อว่า กกต.ทุกคนรู้ว่าต้องยึดหลักความเป็นกลาง สุจริต ไม่เข้าข้างใครเป็นที่ตั้ง เชื่อว่า กกต.จะไม่ยอมให้ใครเข้ามาแทรกแซง แม้ว่าจะมีความพยายามแทรกแซงหรือไม่ก็ตาม&amp;quot; นายสมชัยระบุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22753</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มการเมืองยื่นจัดตั้งพรรค, ปลดล็อกการเมือง, วันเลือกตั้ง, วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้ง, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181125/image_big_5bfab3fd9e2b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดไทม์ไลน์เลือกตั้งปี62 คาดพ.ค.ได้นายกฯคนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เปิดไทม์ไลน์เลือกตั้ง คาดเข้าคูหาลงคะแนนเร็วสุด 24 ก.พ.62 ได้ &amp;quot;นายกฯ ใหม่&amp;quot; เดือน พ.ค.62 ระบุปลดล็อกการเมืองช่วงเดียวกับพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ ยัน &amp;quot;รัฐบาล-คสช.&amp;quot; มีอำนาจเต็มจนกว่า ครม.ชุดใหม่ถวายสัตย์ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ย้ำต่างชาติเข้าดูเลือกตั้งต้องขอรัฐบาลไทยก่อน ส่วน &amp;quot;กกต.&amp;quot; บอก ตปท.ร่วมสังเกตการณ์เรื่องปกติ เตรียมลงนามแบ่งเขตเลือกตั้ง 9 พ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 8 พ.ย. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงปฏิทินการทำงานของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งว่า ปฏิทินนี้ได้หารือกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยวันที่ 9 ธ.ค. จะมีการจัดงานอุ่นไอรัก จากนั้นวันที่ 11 ธ.ค. พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้เป็นวันแรก ซึ่งต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วันนับแต่วันนั้น ซึ่งจะไม่เกินวันที่ 9 พ.ค.62 โดยหลัง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้แล้ว กกต.จะต้องยกร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. และส่งให้ ครม.พิจารณาเพื่อนำความขึ้นทูลเกล้าฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา ภายใน 5 วัน กกต.จะต้องออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัคร ส.ส. และจำนวน ส.ส.ในแต่ละเขต โดยใช้ระยะเวลา 5 วัน และกรอบการรับสมัครต้องออกมาไม่เกิน 25 วัน นับแต่ประกาศใช้ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ส่วนรายชื่อที่พรรคการเมืองจะเสนอเป็นนายกฯ 3 รายชื่อ จะต้องเสนอภายในกรอบระยะเวลา 5 วัน ที่เปิดรับสมัคร ส.ส. จากนั้นเมื่อมีประกาศใช้ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว จะมีการปลดล็อกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในเวลาใกล้เคียงกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนวันเลือกตั้ง จากการพูดคุยกับทุกฝ่าย คาดการณ์กันว่า กกต.จะประกาศให้เป็นวันที่ 24 ก.พ.62 เพราะเร็วกว่านั้นไม่ได้ เนื่องจากเตรียมการไม่ทัน และขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยว่าเป็นอย่างอื่น เมื่อเลือกตั้งแล้ว กกต.ต้องประกาศผลภายใน 60 วัน จะตรงกับวันที่ 24 เม.ย.62 ส่วนการเปิดประชุมสภาครั้งแรก จะมีขึ้นภายใน 15 วัน นับแต่ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง จะตรงกับวันที่ 8 พ.ค.62 โดยจะมีการเสด็จฯ เปิดประชุมสภา หลังจากนั้นจะมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา รวมถึงลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า เมื่อได้นายกฯ แล้วจะนำรายชื่อกราบบังคมทูลฯ ซึ่งหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา นายกฯ จะแต่งตั้ง ครม.เพื่อเสนอขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และวันที่ ครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่ง ครม.เดิม และ คสช.จะสิ้นสุดลงในวันนั้น โดย ครม.ชุดใหม่จะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายใน 15 วันนับจากปฏิญาณตน คาดว่าจะเป็นช่วงเดือน มิ.ย.62
รัฐบาลยังมีอำนาจเต็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ในส่วนการได้มาซึ่ง ส.ว.นั้น ในระหว่างวันที่ 16-27 ธ.ค. กกต.จะดำเนินการคัดเลือก ส.ว. ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ให้ได้ 200 คน ในวันที่ 2 ม.ค.62 เพื่อส่งรายชื่อให้ คสช.คัดเลือกเหลือ 50 คน และมีสำรองอีก 50 คน พร้อมกันนี้ คสช.จะต้องตั้งคณะกรรมการสรรหา 9-12 คน เพื่อคัดเลือก ส.ว.ให้ได้ 400 คน ภายในวันที่ 9 ก.พ.62 เพื่อเสนอให้ คสช.พิจารณาให้เหลือ 194 คน โดยมีสำรอง 50 คน และ ส.ว.โดยตำแหน่งคือ ผบ.เหล่าทัพ อีก 6 คน รวมเป็น 250 คน โดยรายชื่อดังกล่าว คสช.ต้องพิจารณาให้เสร็จภายในวันที่ 27 เม.ย.62 เพราะกฎหมายกำหนดให้ คสช.พิจารณาให้แล้วเสร็จภายหลังประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.ภายใน 3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ ยังชี้แจงเกี่ยวกับสถานะรัฐบาลปัจจุบันว่า รัฐบาลรักษาการจะเกิดขึ้นต่อเมื่อนายกฯ สิ้นสภาพ ครม.พร้อมใจกันลาออก มีการยุบสภาฯ หรือรัฐบาลอยู่ครบเทอม ซึ่งก่อนจะมีรัฐบาลใหม่จำเป็นที่รัฐบาลเดิมต้องอยู่รักษาการ แต่การเสนอโครงการใหม่ การแต่งตั้งข้าราชการ การอนุมัติงบประมาณ การใช้บุคลากรของรัฐ จะมีข้อจำกัด ต้องขออนุญาต กกต. แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้สิ้นสุดลง จึงไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ และยังมีอำนาจเต็ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บทเฉพาะกาลยังเขียนให้ ครม.ที่อยู่ในตำแหน่งก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 60 ทำงานจนกว่า ครม.ชุดใหม่จะเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน ส่วนการปฏิบัติตัวของรัฐมนตรีใน ครม.ชุดปัจจุบัน ในส่วนที่ไปเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง ต้องระมัดระวังในการใช้เวลาราชการ ทรัพย์สิน บุคลากร และสถานที่ราชการ เพื่อใช้แก่พรรคการเมืองที่ตนไปสังกัด ส่วน ครม.ที่ไม่ได้เกี่ยวพันกับพรรคการเมืองก็ต้องวางตัวเหมือน ครม.ในอดีต ที่กำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องเป็นกลาง&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า จากการพูดคุยกับประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีความเห็นตรงกันว่า รัฐบาลจะเสนอกฎหมายได้ถึงวันที่ 28 ธ.ค. จากนั้น สนช.จะไม่รับร่างกฎหมายเพิ่มแล้ว โดย สนช.จะพิจารณากฎหมายจนถึงวันที่ 15 ก.พ.62 หากมีเหตุจำเป็นต้องออกกฎหมาย รัฐบาลจะใช้วิธีออกเป็นพระราชกำหนด หรือคำสั่งตามมาตรา 44
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและท้องถิ่นจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. จะต้องมีการประกาศให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เขาต้องลาออก ซึ่งเรื่องนี้ต้องดูอีกครั้ง บางทีการปฏิบัติหน้าไม่ต้องใช้อำนาจตามมาตรา 44 ก็ได้ เพราะปลัดจะทำหน้าที่รักษาการโดยอัตโนมัติอยู่แล้วตามกฎหมายปกติ แต่ที่จะมีปัญหา เนื่องจากบางแห่งนายกฯ อบต.และปลัดลาออกไปสมัครทั้งคู่ ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าใคร แต่เรื่องนี้อีกนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการขอเข้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งขององค์กรเอกชนและองค์กรนานาชาติว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นว่ามีใครเรียกร้อง หากมีการเรียกร้องมาก็ให้รัฐบาลเป็นคนพิจารณาว่าจะเชิญหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเลือกตั้งเป็นเรื่องภายในของประเทศเรา อย่างไรก็ตาม หากต่างชาติมีความสนใจอยากจะเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งนั้นจะต้องขออนุญาตจากรัฐบาลไทยก่อน&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ขณะนี้มีการเปิดให้พรรคการเมืองลงพื้นที่เพื่อหาสมาชิกพรรค มีพรรคการเมืองใดที่มีแนวโน้มเข้าข่ายการหาเสียงหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงกำลังติดตามอยู่ ซึ่งขณะนี้มีทุกพรรคจะดำเนินการหาสมาชิกพรรค ต้องลงพื้นที่ในทุกจังหวัด แต่เราไม่ได้จับตาดูพรรคใดเป็นพิเศษ เพราะเป็นหน้าที่ของ กกต.
ตปท.เข้าดูเลือกตั้งปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า การเข้าสังเกตการณ์เลือกตั้งขององค์กรเอกชน และองค์กรนานาชาติเป็นเรื่องปกติ เพราะการเลือกตั้งของไทยทุกครั้งที่ผ่านมาจะมีผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้ง โดย กกต.ได้เชิญประเทศต่างๆ ในอาเซียนเข้ามา ซึ่งออกค่าใช้จ่ายให้บางส่วนเหมือนอย่างในกรณีของการเลือกตั้งที่กัมพูชา หรือมาเลเซีย ที่ได้เชิญ กกต.ไทยร่วมสังเกตการณ์ เรื่องนี้จึงเป็นเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วนกรณีของสหภาพยุโรปหรืออียูนั้น ส่วนตัวยังไม่ทราบรายละเอียดในส่วนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ในส่วนการแบ่งเขตเลือกตั้งขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบความเรียบร้อยการแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 77 จังหวัด รวมถึงตรวจสอบเรื่องร้องคัดค้านเกี่ยวกับรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อส่งให้ที่ประชุมคณะกรรมการ กกต.พิจารณาในวันที่ 9 พ.ย.นี้ ซึ่งขึ้นกับดุลยพินิจของที่ประชุม กกต. แต่คาดว่าในวันที่ 9 พ.ย. ประธาน กกต.จะสามารถลงนามรูปแบบการแบ่งเขตและประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องที่อดีต ส.ส.เปิดเผยว่าพบพฤติกรรมการแจกเงิน-แจกของในหลายพื้นที่นั้น ขณะนี้ กกต.ได้รับเรื่องร้องเรียนแล้วบางส่วน&amp;quot; เลขาฯ กกต.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ กทม. กล่าวถึงการเสนอแบ่งเขตเลือกตั้ง 30 เขตของกรุงเทพมหานครว่า ทาง กทม.เสนอรูปแบบเลือกตั้ง 1 ใน 3 รูปแบบให้ กกต.ได้พิจารณา ไม่มีการเสนอรูปแบบที่ 4 ตามที่มีกระแสข่าว จนนำไปสู่การร้องเรียนของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย แต่ขอไม่เปิดเผยว่าเสนอรูปแบบใด โดยรอให้มีการประกาศรูปแบบเขตเลือกตั้งพร้อมกันทั้ง 77 เขต ส่วนการร้องเรียนเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น กกต.กทม.มีเข้ามาเพียงเรื่องเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ไม่เห็นด้วยที่จะให้ต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งว่า การเลือกตั้งในอดีตก็มีคนมาสังเกตการณ์และการมาดูการเลือกตั้ง ไม่ใช่การมายุ่งเกี่ยวหรือแทรกแซงกิจการภายใน ถ้าต่างชาติเห็นว่าการเลือกตั้งในไทยเสรีและเป็นธรรม จะเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของประเทศด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้าเรามั่นใจในศักยภาพการจัดการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปปิดกั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งหน้านี้ถ้ารัฐบาลกล้าเปิดโอกาสให้ทุกองค์กรและสื่อมวลชนต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์ได้ จะป่าวประกาศให้สังคมโลกรับรู้ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ความเป็นประชาธิปไตยแล้ว เป็นการฟื้นความเชื่อมั่นของประเทศกลับมาอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องลงทุนเลย เพราะสื่อที่มาต่างก็ออกค่าใช้จ่ายเอง และการนำเสนอข่าวผ่านสื่อทุกแขนงไปทั่วโลกเราก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เป็นผลได้ที่เกินคุ้ม นักธุรกิจ นักลงทุน และนักท่องเที่ยวทั่วโลกจะได้เห็นความงดงาม ความโปร่งใส ของการเลือกตั้งของประเทศไทยว่าเป็นไปตามครรลองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นหัวใจในการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ารัฐบาลนี้ไม่อนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้ง ก็จะยิ่งสร้างความสงสัยต่อความโปร่งใสและเป็นธรรมในการเลือกตั้งของประเทศไทยต่อสังคมโลก วันนี้ยังไม่สายเกินไปที่รัฐบาลจะเปลี่ยนท่าทีใหม่&amp;quot; โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21630</URL_LINK>
                <HASHTAG>24 ก.พ.62, นายวิษณุ เครืองาม, ปฏิทินการทำงานของคณะรัฐมนตรี, ปลดล็อกการเมือง, หนังสือพิมพ์, ไทม์ไลน์เลือกตั้งปี62</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181108/image_big_5be442448bb68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุสรณ์&#039; จี้ปลดล็อกการเมือง ซัดนายกฯเปิดเพจหาเสียงเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ๅ17 ต.ค.61 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. เปิดเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ในขณะที่ทีมรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ว่า การดำเนินการดังกล่าวประชาชนดูออกว่า เป็นความพยายามในการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาลอย่างเป็นกระบวนการหรือไม่ อยู่มา 4 ปีกว่า ลักษณะแบบนี้มีมาตั้งแต่ช่วงแรกหรือไม่ ประชาชนเรียกร้องให้ลาออกก็ไม่ลาออก แล้วยังมาอ้างว่ามาตรฐานดีกว่านักการเมืองรุ่นเก่า โดยลืมอธิบายไปถึงที่มาของการเป็นรัฐบาลว่า มาจากการยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ แค่ที่มามาตรฐานก็ต่ำกว่านักการเมืองรุ่นเก่าหรือไม่ จากกรรมการผันตัวเองเป็นผู้เล่น เขียนกติกาเอง ควบคุมเกมได้เกือบทั้งหมด ยังจะเอาเปรียบคู่แข่งทุกวิถีทางหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ในขณะที่พลเอกประยุทธ์ เปิดเฟซบุ๊กรุกในทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย แต่กลับห้ามพรรคการเมือง นักการเมืองหาเสียงทางโซเชียลมีเดีย มันทำให้ตอบสังคมได้ยากว่า เส้นแบ่งของการหาเสียงกับไม่หาเสียงอยู่ตรงไหน ในขณะที่ห้ามคนอื่นไม่ให้หาเสียง แต่กลุ่มก๊วนในเครือข่ายที่จะสนับสนุนรัฐบาลทำได้อย่างเต็มที่หรือไม่ ก่อนหน้านี้กลุ่มสามมิตรลงพื้นที่เคลื่อนไหวอย่างหนักบอกว่ายังไม่ได้เป็นพรรคการเมือง แต่พลังประชารัฐกลายเป็นพรรคการเมืองไปแล้ว และมีแนวโน้มสูงว่าจะมาอยู่ด้วยกัน ยังจะมาอธิบายอยู่อย่างเดิม ประชาชนจะฟังได้หรือไม่ ประชาชนไม่ได้มีปัญหาที่พรรคการเมืองไปทำกิจกรรม แต่ควรยึดหลักบังคับใช้กติกาอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ไร้มาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทางที่ดีควรปลดล็อคให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้อย่างเต็มที่เสมอภาคทุกพรรคการเมือง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม เพราะถ้าปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป อาจส่งผลกระทบถึงผลการเลือกตั้ง ที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศไม่เชื่อมั่นว่าสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่&amp;quot;นายอนุสรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20092</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, บิ๊กตู่เปิดเพจ, ปลดล็อกการเมือง, หาเสียงทางโซเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc6a9633e5c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
