<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษก ศบค.&#039; แย้มนายกฯต้องการผ่อนปรนให้ได้มากที่สุด-ลดเคอร์ฟิวด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย​ มีผู้ป่วยรายใหม่ 11 ราย ทั้งหมดอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,065 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 14 ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสม 2,945 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 63 ราย ไม่มีรายงานเสียชีวิตเพิ่มเติม ยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคงที่ 57 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 11 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 เป็นหญิงไทย อายุ 32 ปี 1 ราย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาจากอินเดียเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เข้าพักในสถานกักตัวของรัฐที่ จ.สมุทรปราการ ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 25 พ.ค. โดยไม่มีอาการป่วย และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใน จ.สมุทรปราการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า กลุ่มที่ 2 มี 6 ราย แบ่งเป็นชาย 5 ราย เป็นพนักงานนวด และหญิง 1 ราย เป็นแม่บ้าน เดินทางถึงไทยเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เข้าพักในสถานกักตัวของรัฐที่ กทม. ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 26 พ.ค. ซึ่ง 3 ใน 6 ราย มีอาการลิ้นรับรสไม่ได้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ จมูกไม่ได้กลิ่น เจ็บคอ มีเสมะ อีก 3 รายไม่มีอาการ ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข (อีโอซี) มีการวิเคราะห์ถึงกรณีพบเชื้อในกลุ่มพนักงานนวดที่เดินทางกลับมาจำนวนมากว่า ยังไม่อยากให้มีการสรุปว่าพนักงานนวดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ แต่อาจจะเกี่ยวข้องกับที่อยู่ หรือการเดินทางไปชุมชน เรายังไม่รู้ กระบวนการสอบสวนโรคต้องมีมากกว่าซักถามประวัติ ไม่อยากให้รีบเหมารวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพระบุว่า เหตุในต่างประเทศเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การนวดเพื่อการรักษานั้นไทยมีมาตรการที่ถูกกำหนดไว้สูงอยู่แล้ว ส่วนการนวดผ่อนคลายจะต้องทำร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่ง สธ.ต้องรีบบอกก่อน เพราะเดี๋ยวจะมีการไปเชื่อมโยงกับกิจการ/กิจกรรมที่กำลังจะเปิดของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า กลุ่มที่ 3 เป็นชายไทย จำนวน 4 ราย ทำงานอยู่ในแคมป์ของบริษัทต่างชาติ เดินทางกลับจากมาจากคูเวตเมื่อวันที่ 24 พ.ค. พักอยู่ในสถานกักตัวของรัฐที่ กทม. ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 26 พ.ค. มีอาการปวดศีรษะ จมูกไม่ได้กลิ่น มีไข้ มีน้ำมูก เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใน กทม.ซึ่งถ้าประชาชนคนใดมีความรู้สึกว่าจมูกไม่ได้กลิ่น และไปสถานที่ชุมชนมา รวมถึงบุคคลที่มีอาการคล้ายไข้หวัด หรือประวัติเคยมีไข้ หากมีความสงสัยสามารถไปขอตรวจได้เลย ยิ่งมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ยิ่งต้องไปตรวจ อย่างไรก็ตาม หลายวันตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศเป็นศูนย์ ทั้งนี้ สำหรับตัวเลขผู้ป่วยสะสม 3,065 รายของไทยนั้น แบ่งเป็นผู้ที่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ 621 ราย หรือ 20.26% และติดเชื้อภายในประเทศ 2,444 ราย หรือ 79.74%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อ 5,789,843 ราย เสียชีวิต 357,432 ราย ส่วนสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ พบว่าเกาหลีใต้มียอดผู้ติดเชื้อเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 79 ราย เป็นยอดที่สูงที่สุดในรอบ 53 วัน เกิดจากศูนย์กระจายสินค้าแห่งหนึ่งในกรุงโซล ซึ่งล่าสุดมีผู้ติดเชื้อจากกรณีนี้ 69 รายแล้ว ทำให้ต้องเลื่อนการเปิดโรงเรียนเกือบ 600 แห่งทั่วประเทศออกไปอีกครั้ง รมว.สาธารณสุขของเกาหลีใต้ระบุว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดขึ้น เพราะศูนย์ดังกล่าวไม่ทำตามมาตรการป้องกัน ไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่ลาหยุดเมื่อป่วย ไม่เว้นระยะห่างในโรงอาหารของศูนย์ นี่คือ บทเรียนที่เราได้ นอกจากนี้ ในวันที่ 28 พ.ค.จะมีคนไทยกลับจากต่างประเทศ 400 คน และในวันที่ 29 พ.ค. 399 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีข่าวว่าจะมีกิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง และถูกจัดให้อยู่ในระยะที่ 4 จะได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 มีกรอบการพิจารณาอย่างไร และสนามมวย ร้านนวด จะเปิดได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า จนถึงนาทีนี้ยังไม่มีข้อสรุป จนกว่าจะมีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ในวันที่ 29 พ.ค. ตอนนี้มีการคิดกันอยู่ แต่ถือว่าเจ้าของกิจการที่มีความเสี่ยงสูงมีความตื่นตัวกันดี ซึ่งเจ้าของกิจการที่มีความเสี่ยงสูงจะต้องเสนอตัวเองขึ้นมาเพื่อให้สังคมได้รับฟังว่าผู้ให้บริการจะมีวิธีการ แนวทาง และมาตรการอย่างไรให้ผู้ใช้บริการมั่นใจว่าเมื่อเป็นกิจการที่มีความเสี่ยงแล้วจะไม่เกิดการระบาดอีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสนามมวย ร้านนวด ยังไม่มีข้อสรุป อาจจะเป็นเพียงข่าวแต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ที่พอจะบอกได้คือ กลุ่มก้อนกว้างๆ คือ 1.ร้านรวงต่างๆ ในห้างสรรพสินค้า ที่มีระบบดูแลที่ดี 2.กีฬา ซึ่งพยายามจะเปิดให้มากขึ้น โดยเฉพาะการซ้อมของนักกีฬา 3.เคอร์ฟิว มีแนวโน้มที่จะลดเวลาลงแน่ๆ แต่เวลาเท่าไรให้รอที่ประชุม ศบค.วันที่ 29 พ.ค. และ 4.กิจการใดที่จะได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 จะต้องลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นไทยชนะทั้งหมด รวมถึงผู้ใช้บริการก็ต้องเช็กอินและเช็กเอาท์ผ่านแอพฯดังกล่าว เพราะกิจการในระยะที่ 3 นี้มีความเสี่ยงในเกณฑ์ปานกลางถึงสูงทั้งสิ้น ส่วนกิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงมากๆ ขึ้นอยู่ที่ประชุม ศบค.ในวันที่ 29 พ.ค.จะพิจารณา ซึ่ง ผอ.ศบค.บอกว่าจะพยายามเปิดให้มากที่สุด แต่ก็ต้องยอมรับการติดตามแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า วันนี้มีแต่ผู้ติดเชื้อในสถานกักตัวของรัฐ แสดงว่าเราสบายใจได้แล้วหรือไม่ว่าไม่มีคนติดเชื้อในประเทศ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เราภูมิใจที่ตัวเลขติดเชื้อในประเทศเป็นศูนย์ แต่อย่างที่บอกคือ ผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ซึ่งไม่มีอาการ แต่เราตรวจพบเชื้อ เรื่องนี้ก็ได้มีการพูดคุยกันในที่ประชุมอีโอซีว่า หากจะทำให้มั่นใจจะต้องเข้าไปตรวจเพิ่มเติม แม้วันนี้จะตรวจไปได้ 3 แสนกว่าตัวอย่าง แต่ยังไม่พอใจ จะต้องมีการเฝ้าระวังโรค และค้นหาการติดเชื้อในประชาชนและสถานที่เสี่ยง จำแนกได้ 4 กลุ่ม ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ต้องขังแรกรับ กลุ่มอาชีพที่พบปะผู้คนจำนวนมาก และกลุ่มอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณา เช่น เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง บุคคลในชุมชมแออัด บุคคลในโรงงาน บุคคลที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง เจ้าหน้าที่เรือนจำ บุคคลในร้านอาหารที่จะต้องมีการสุ่มตรวจ บุคคลในโรงเรียน &amp;nbsp;ตั้งเป้าไว้เกือบ 1 แสนตัวอย่างใน 77 จังหวัด เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และขอฝากบบุคคลในกลุ่มอื่นๆ ที่ได้ระบุเอาไว้ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการรับการตรวจ ซึ่งจะเป็นมาตรการป้องกันโรคที่สามารถให้ความมั่นใจได้สูงจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีประชาชนที่แจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับไทยมากน้อยแค่ไหน นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขณะนี้เราสามารถรองรับได้ 400 คนต่อวันเฉพาะการเดินทางทางอากาศ โดยระหว่างวันที่ 27 พ.ค.- 30 มิ.ย. มีคนที่ลงทะเบียนประสงค์จะเดินทางกลับจำนวน 10,878 คน ยืนยืนว่าเรามีความพร้อมในการดูแล ส่วนเกณฑ์การจัดลำดับก่อน-หลังนั้น แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ด่วนที่สุดคือ ผู้ป่วย ผู้ตกค้างสนามบิน วีซ่าหมดอายุ จะได้เข้ามาก่อน 2.กลุ่มด่วนมากคือ พระสงฆ์ นักเรียน นักศึกษา และ3.คนตกงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67176</URL_LINK>
                <HASHTAG>State Quarantine, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ปลดล็อค, ศบค., สถานกักกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecf30d163b0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดตราด&#039; ร้องขอให้เปิดด่าน-อนุญาตเดินทางข้ามจังหวัดได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.63 - ว่าที่ร้อยตรีพิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยถึงการที่ผู้ประกอบภาคเอกชนทั้งด้านอุตสาหกรรม ด้านการท่องเที่ยว และด้านการค้า เดินทางเข้าพบเพื่อขอให้ทางจังหวัดดำเนินมาตรการผ่อนคลายให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดตราดนั้น ทางจังหวัดเข้าใจในปัญหาของผู้ประกอบการที่ต้องขาดรายได้จากมาตรการห้ามนักท่องเที่ยวเข้าจ.ตราด ซึ่งขณะนี้รัฐบาชมีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นสีเขียว ซึ่งเรื่องนี้ทางจังหวัดต้องฟังแนวทางของทางรัฐบาลจึงจะสามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะการเปิดด่าน และการการอนุญาตให้มีการเดินทางข้ามจังหวัดได้ ซึ่งคาดว่าจะมีคำสั่งมาในเร็วนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุขสันต์ ก่อสง่าลักษณ์ นายกสมาคมโรงแรม รีสอร์ทจ.ตราด เปิดเผยว่า กรณีที่ทางรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวได้ ทางผู้ประกอบการโรงแรมมีความพร้อม แต่การดำเนินการต้องขอให้ทางจังหวัดได้ประกาศให้ทราบล่วงหน้า 15 วันเนื่องจากจะได้มีการเตรียมการเรื่องแรงงานและการอบรมพนักงานในเรื่องการป้องกันการเเพร่เชื้อไวรัสโควิด 19 อย่างถูกต้อง ซึ่งทางผู้ประกอบการมีความพร้อมในเรื่องนี้แล้ว โดยเกาะช้างที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวนานาชาติ และนักท่องเที่ยวพร้อมเข้าร่วมโครงการไทยเที่ยวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวันรุ่ง ขนรกุล กล่าวว่า หากจังหวัดตราดจะมีการเปิดจริงตามที่ผู้ประกอบการต้องการเรามีความพร้อมในเรื่องนักท่องเที่ยวไทย ซึ่งวันนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงมาไม่ได้ และนักท่องเที่ยวยุคใหม่หลังโควิดน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวที่มีเงินพอสมควรเพราะคนที่มีเงินน้อยน่าจะไม่ท่องเที่ยวในระยะนี้ และการตั้งด่านที่ท่าจอดก็ควรจะยกเลิก และมาคัดกรองที่อ.เกาะกูด และที่เกาะช้าง ที่ปัจจุบันก็มีการดำเนินการอยู่แล้ว และต้องยอมรับว่า คนไทยรับรู้การป้องกันตัวไม่ให้เกิดติดเชื้อโรคแล้ว จึงไม่น่ากลัวมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทางผู้ประกอบการเอกชนจ.ตราดต้องการที่จะให้ทางจังหวัดเปิดด่านท่าจอดให้เป็นปกติ และทางผู้ประกอบการจะตั้งจุดคัดกรองที่อ.เกาะช้าง และที่อ.เกาะกูดเพื่อคัดกรองเอง รวมทั้งจะมีมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวตามเงื่อนไขด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดทั้งในเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง และการควบคุมไม่ให้มีนักท่องเที่ยวรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67163</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จังหวัดตราด, ปลดล็อค, มาตรการผ่อนปรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecf3e8f2acc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2020 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2020 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พ่อเมืองปทุมธานี&#039; ออกคำสั่งปลดล็อคห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เริ่ม 7 พ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.63&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ภายหลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (ศบค.) ได้มีมาตรการผ่อนปรน 6 กิจกรรม&amp;nbsp;แต่ยังมีบางจังหวัดยังคุมเข้มห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&amp;nbsp;ได้แก่ เพชรบุรี&amp;nbsp;บุรีรัมย์ พิษณุโลก และปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เห็นชอบให้ผ่อนปรนสถานที่สามารถเปิดบริการได้ แต่ต้องปฏิบัติภายใต้เงื่อนไข และมาตรการที่จังหวัดปทุมธานีกำหนดไว้ ซึ่งมีทั้งข้อบังคับและคำแนะนำ โดยมีสาระสำคัญคือ ประกาศยกเลิกการห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยสามารถจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้มีผลบังคับใช้วันที่ 7 พ.ค.2563 และให้เปิดบางสถานที่และบางกิจกรรมที่ได้เคยมีประกาศสั่งปิดเป็นการชั่วคราวไปก่อนหน้านี้ หลังจากที่ประชาชนและทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันดูแลป้องกันตนเอง และปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด จนสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ของจังหวัดปทุมธานีดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพินิจ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาจังหวัดปทุมธานี ไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น โดยทางจังหวัดได้ประชุมและประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวันมาตลอดโดยมาตรการที่ดำเนินการอยู่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไม่ให้กลับเข้าสู่จุดวิกฤติอีกครั้ง และย้ำเตือนไปยังผู้ค้าและผู้ซื้อควรทยอยเข้าไปซื้อ และต้องรักษาระยะห่างลดเสี่ยงตามมาตรการของจังหวัด โดยเน้นย้ำผู้ประกอบการต้องดำเนินการตามมาตรการควบคุมอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)หากไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้ จังหวัดปทุมธานีจะเสนอให้ ศบค.กลับไปใช้มาตรการห้ามซื้อห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหมือนเดิมอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำสั่ง ให้ความร่วมมือ ทางจังหวัดจะมีการประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน หากพบว่าสถานการณ์ดีขึ้น มั่นใจจะไม่เกิดการระบาด จะมีการคลายล็อกผ่อนปรนเป็นกรณีไป ขอให้มั่นใจทางจังหวัดเข้าใจในความเดือดร้อนของประชาชน แต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65263</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายเหล้า, จังหวัดปทุมธานี, นายพินิจ บุญเลิศ, ปลดล็อค, ผ่อนปรนมาตรการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200507/image_big_5eb35400d548f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานการณ์ค้าปลีกหลังปลดล็อคยังน่าห่วง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
01 พ.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุสถานการณ์ค้าปลีกจากแผนการทยอยปลดล็อคมาตรการล็อคดาวน์ของภาครัฐ เบื้องต้นคาดว่าร้านค้าปลีกขนาดเล็กจะเปิดบริการวันที่ 4 พ.ค. 2563 และร้านค้าปลีกขนาดใหญ่จะเปิดบริการ 1 มิ.ย. 2563 แม้ว่าจะเป็นสัญญาณที่ดีที่ช่วยให้ธุรกิจค้าปลีกมีโอกาสกลับมาสร้างรายได้ผ่านช่องทางหน้าร้านอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกันยังมีอีกหลายปัจจัยที่กดดันการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกหลังจากนี้ โดยเฉพาะกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงอ่อนแรงต่อเนื่อง แม้ว่าภาครัฐจะมีมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อมาช่วยได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งความไม่มั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย หากโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดรอบสอง จึงทำให้ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลและอาจจะออกมาใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันภาพรวมการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกในปี 2563 นี้ น่าจะยังคงหดตัว 5-8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยเฉพาะค้าปลีกที่ขายสินค้าไม่จำเป็นหรือฟุ่มเฟือย เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าเฉพาะอย่างวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน น่าจะได้รับผลกระทบรุนแรงและกลับมาฟื้นตัวได้ช้ากว่าค้าปลีกที่เน้นขายสินค้าจำเป็นพวกอุปโภคบริโภคอย่างซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ของโมเดิร์นเทรด ผู้ผลิตสินค้า และโซเชียลคอมเมิร์ซ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบทเรียนจากวิกฤตโควิด-19 มองว่าอาจนำไปสู่จุดเริ่มต้นของการปรับรูปแบบการทำธุรกิจค้าปลีกที่เห็นภาพชัดขึ้น โดยเฉพาะการสร้างมาตรฐานทางด้านความสะอาดและความปลอดภัยต่อสุขภาพ จะกลายมาเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น ควบคู่ไปกับการรุกตลาดออนไลน์ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ ทั้งในแง่ของสินค้าและคุณภาพการให้บริการ ภายหลังจากที่ผู้บริโภคเกิดการเรียนรู้ใหม่จากการกักตัวและทำงานที่บ้านและกลายเป็นพฤติกรรมใหม่ที่เคยชินจนเป็นเรื่องปกติ (New normal)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่28 เมษายน 2563 จะมีการประกาศขยายเวลา พ.ร.ก. ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน (จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2563) แต่จากการรายงานสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยที่เริ่มแสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ ส่งผลให้ภาครัฐกำลังวางแผนที่จะทยอยปลดล็อคมาตรการปิดสถานประกอบการชั่วคราวอย่างระมัดระวัง เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถดำเนินการไปได้ คาดว่าจะทยอยทำการผ่อนปรนมาตรการในวันที่ 4 พ.ค. 63 นี้ โดยเริ่มจากธุรกิจที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน และจะทำการประเมินผลทุก 14 วัน ซึ่งในส่วนของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่คาดว่าจะเปิดให้บริการวันที่ 1 มิ.ย. 2563
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64768</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, ค้าปลีก, ปลดล็อค, ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af1d479411a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. แถลงมาตรการผ่อนปรน 6 กิจการ เริ่ม 3 พ.ค.นี้ ยืดเวลาห้ามขายเหล้าต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.63 - เมื่อเวลา 11.35 น. ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า สำหรับมาตรการผ่อนปรนประเภทกิจการและกิจกรรมที่ได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. มี 6 กิจการ ได้แก่ 1.ตลาด ประกอบด้วย&amp;nbsp;ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน และแผงลอย 2. ร้านจำหน่ายอาหาร ได้แก่ร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศครีม (นอกห้าง) ร้านอาหารริมทาง รถเข็น หาบเร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อที่มีบริเวณพื้นที่นั่ง/ยืนรับประทาน รถเร่หรือรถวิ่งขายสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าปลีกขนาดย่อม/ร้านค้าปลีกชุมชน ร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม

4. กีฬาสันทนาการ กิจกรรมในสวนสาธารณะได้แก่ เดินรำไทเก๊ก สนามกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกายโดยไม่ได้เล่นเป็นทีมและไม่มีการแข่งขัน ได้แก่ เทนนิส ยิงปืน ธนู จักรยาน กอล์ฟและสนามซ้อม 5. ร้านตัดผมเสริมสวย ร้านตัดผมเฉพาะตัด สระ และไดร์ผม และ 6.อื่นๆ ร้านตัดขนสัตว์ ร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์ เริ่มวันที่ 3 พฤษภาคม 2563 ส่วนการขายสุรานั้นยังห้ามจำหน่ายเหมือนเดิม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64690</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ปลดล็อค, ผ่อนปรน, โฆษก ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200419/image_big_5e9c4d763af2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯกทม. จ่อปลดล็อค &#039;ร้านอาหาร ตลาดนัด ร้านตัดผม-เสริมสวย สนามกีฬา&#039; พร้อมมาตรการคุมเข้มละเอียดยิบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.63 - พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;ผู้ว่าฯอัศวิน&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยกำลังดีขึ้นเรื่อยๆครับ กทม.จึงเตรียมผ่อนคลายมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อฯด้วยการอนุญาตให้เปิดสถานที่ต่างๆที่ได้เคยประกาศให้ปิดเป็นการชั่วคราว เพื่อให้พี่น้องประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งหาก ศบค. ประกาศให้เริ่มปลดล็อคในภาพรวมของประเทศได้เมื่อไหร่ เราจะประกาศผ่อนปรนในพื้นที่ของเราทันทีครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกรุงเทพฯ ต้องขอเน้นย้ำว่าสถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่ปกติ การที่ยังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศทุกๆ วัน นั่นหมายถึงเชื้อ COVID- 19 ยังคงแพร่ระบาดในสถานที่ที่ใกล้ตัวเรา และการแพร่ระบาดอาจทวีความรุนแรงเป็นระลอกสองได้เสมอ ซึ่งอาจรุนแรงกว่าระลอกแรก ดังที่เราเห็นในหลายๆประเทศทั่วโลก คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครจึงจำเป็นต้องพิจารณาให้มีมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อ COVID- 19 อย่างเข้มข้นและเคร่งครัด ซึ่งหากมีแนวโน้มการติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นระรอกสอง เราอาจจะต้องห้ามทำกิจกรรมและปิดสถานที่ต่างๆ เป็นการชั่วคราวอีกครั้ง เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้ ทั้งนี้ ก็เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกคนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน ที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการต่างๆอย่างเคร่งครัด รวมทั้งดูแลตนเองเป็นอย่างดี จนเราสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ซึ่งวิกฤต COVID-19 จะคลี่คลายจนกลับสู่ภาวะปกติได้นั้น ประชาชนคนไทยทุกคนต้องมีวินัยและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงขอให้ทุกท่านอดทนอีกไม่นาน แล้วเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล.เพื่อป้องกันการสับสน ขอให้มีการเว้นระยะห่าง ทุกกิจกรรมทุกสถานที่ ในระยะ 2 เมตร เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64632</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ปลดล็อค, อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d93f05e34c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ไพศาล&#039;หวั่นซ้ำรอยสะเดาเตือนปลดล็อค&#039;ทหาร-ตร.-อสม.&#039;ต้องคุมเข้มทุกด่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.63-นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า ด่วนมาก &amp;nbsp;ผมเชื่อมั่นว่า การปลดล็อคประเทศไทยอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อ Restart ประเทศไทย กำลังเกิดขึ้นแล้ว โดยยึดถือแนวทางสายกลางที่พระพุทธเจ้าสอน จึงขอแจ้งเตือนให้ พี่น้องทหาร-ตำรวจ อส.และตม.ที่มีหน้าที่ดูแลชายแดนทราบโดยทั่วกันว่า ประตูเข้าประเทศไทย จำนวน 23ด่าน และช่องทางธรรมชาติอีกหลายแห่งนั้น จะต้องกวดขันควบคุมอย่างเหนียวแน่นต่อไปอีกระยะหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้มีการหนีข้ามแดนและเอาเชื้อเข้ามาระบาดในประเทศไทย แบบที่เกิดขึ้นที่สะเดาอีก จะ ต้องผลักดันออกไป ไม่ให้มีการหลบหนีเข้าเมืองอย่างเด็ดเดี่ยว ดังนี้เราก็จะมีความปลอดภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64303</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านชายแดน, ด่านสะเดา, ปลดล็อค, โควิด-19, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc0ca4e2c04f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
