<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรัฐมนตรีก๊วนยิ่งลักษณ์ อวยแผนจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านตัวเองสุดยอด หากสำเร็จปีนี้น้ำไม่ท่วม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค. 2564 นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กำกับดูแลงานของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กบอ.) นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายจักรพล แสงมณี ที่ปรึกษาอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุยในคลับเฮาส์ หัวข้อ &amp;quot;น้ำท่วม 64 กับ 10 ปีที่สูญเปล่า&amp;quot; ถอดบทเรียนการบริหารจัดการน้ำท่วมในปี 2554 ทั้งด้านการแก้ไข รับมือ ตลอดจนการฟื้นฟูเยียวยาประชาชนในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปลอดประสพ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน ถือว่ายังไม่รุนแรง โดยน้ำท่วมในปี 2554 ปัญหาที่หนักกว่าวันนี้ถึง 5 เท่า แต่สามารถบริหารจัดการจนฟื้นคืนประเทศในเวลาอันรวดเร็ว &amp;nbsp;ส่วนการลงพื้นที่ดูแลน้ำท่วมระหว่างรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ กับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ แตกต่างกันชัดเจน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ มอบหมายรัฐมนตรีทุกคนดูแลคนละจังหวัด พร้อมให้อำนาจอนุมัติเงินช่วยเหลือพื้นที่ได้ทันที มีการวางแผนให้ภาครัฐ-เอกชนที่ต้องการความช่วยเหลือ เขียนโครงการ นำเสนอ และตัดสินใจจะอนุมัติหรือไม่ภายใน 24 ชั่วโมง ปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายพื้นที่ จึงถูกจัดการเสร็จรวดเร็วทันที ตรงกันข้ามกับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ลงพื้นที่ดูน้ำท่วม โดยมีรัฐมนตรีเป็นเพียงผู้ติดตาม เพราะอำนาจสั่งการทั้งหมดอยู่ที่นายกรัฐมนตรีเท่านั้น อำนาจมี เงินมี แต่รวบไว้คนเดียว โดยมีระบบระเบียบราชการที่ยังคงยึดติดในสถานการณ์เร่งด่วนจึงทำให้แก้ปัญหาได้ล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนการจัดน้ำ 6 โมดูลในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ถือเป็นสมบัติของชาติไทย โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณแม้แต่บาทเดียว เพราะใช้วิธีรวมรวมข้อมูลจาก กรมชลประทาน ที่เดิมเก่งขาเดียวเรื่องการส่งน้ำ ได้มอบหมายให้คิดเพิ่มเรื่องการระบายน้ำ ผนวกเข้ากับแนวคิดในโครงการพระราชดำริ ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำในประเทศไทย และแนวคิดทางการเมือง รวมกันเป็น TOR โจทย์เมืองไทยว่าด้วยการจัดการน้ำ และประกาศทั่วโลกให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเสนอแบบ โดยกำหนดให้จับคู่บริษัทก่อสร้างและออกแบบ จนในที่สุดได้บริษัทจากหลากหลายประเทศเข้าประมูลและได้บริษัทที่ชนะการประมูลแล้ว เหลือเพียงการเรียกทำสัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายโครงการถูกชะลอเพราะมีผู้ร้องฟ้องศาล ทำให้เสียเวลา 10 เดือน จนถูกรัฐประหาร และยกเลิกแผนงานในที่สุด ทั้งนี้หากแผนจัดการน้ำ 6 โมดูลได้ทำ แผนงานนี้กำหนดใช้เวลา 5 ปี จะแล้วเสร็จในปี 2562 หากแผนนี้ทำเสร็จสิ้น น้ำจะไม่ท่วมชัยภูมิ &amp;nbsp;เพราะจะมีเขื่อนกั้นในแม่น้ำชี &amp;nbsp;รวมทั้งสามารถควบคุมปริมาณในแม่น้ำยมได้โดยไม่ต้องกังวลปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักเพียงจุดเดียว จะไม่เกิดน้ำท่วมในอยุธยา เพราะสามารถควบคุมน้ำปิง วัง ยม น่าน ได้ และจะควบคุมน้ำในเขื่อนแม่วงก์ คุมน้ำสะแกกัง ตัวเพิ่มน้ำในเจ้าพระยา &amp;nbsp;ประชาชนในภาคกลางและนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ จึงไม่ต้องกังวลน้ำท่วม &amp;nbsp;นอกจากนี้ประเทศไทยจะมีศูนย์รวมข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ และการบริหารจัดการน้ำประเทศไทยจะมีเอกภาพอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า แม้สถานการณ์น้ำภาพรวมปี 2564 จะไม่รุนแรงเท่าปี 2554 แต่บางจุดได้รับความเสียหายรุนแรงกว่า เพราะฝนตกกระจุกตัว ประกอบกับหลายพื้นที่มีการก่อสร้างเส้นทางโครงการใหญ่ โดยไม่มีระบบระบายน้ำที่ดีพอ จึงเกิดการท่วมขัง ถ้าปัญหาปีนี้ใหญ่เท่ากับเมื่อปี 2564 ยังนึกไม่ออกว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์จะจัดการน้ำและเดินหน้าเศรษฐกิจต่อไปอย่างไร ทั้งนี้ความรุนแรงเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 มีคนตกงาน เศรษฐกิจเสี่ยงพังพินาศ โรงงานมีโอกาสย้ายออกไปจากประเทศไทยสูงมาก แต่เพราะนางสาวยิ่งลักษณ์ ดำเนินการหลายด้าน เช่น เดินทางไปเจรจากับคู่ค้า การเชิญผู้นำประเทศคู่ค้า-ผู้นำทางการค้า มาให้เห็นกับตาว่าประเทศไทยยังเข้มแข็ง จึงทำให้นักลงทุนยังคงความเชื่อมั่นประเทศไทย &amp;nbsp;ในปี 2564 นี้โอกาสประเทศไทยจึงไม่ควรเสียไปกับสิ่งที่ไม่ได้ทำ โครงการน้ำควรถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นและดำเนินการต่อ ประเทศไทยจะได้ไม่ตกอยู่ในความเสี่ยงแบบวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจักรพงษ์ กล่าวว่า การฟื้นฟูเยียวยาหลังเหตุการณ์น้ำท่วมปี 54 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ออก พ.ร.ก. 4 ฉบับเร่งด่วน บนหลักคิดของการเพื่อการจัดการหนี้ภาครัฐ &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซาก เพื่อมีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ช่วยเหลือส่วนต่างๆ ตามประเภทความหนักเบาจากผลกระทบที่ได้รับ และเพื่อเป็นหลักประกันและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าเพื่อไทยมีโอกาสบริหารประเทศ เราจะเอาโครงการต่างๆ กลับมาทำอีกครั้ง เพื่อสร้างความสามารถและความมั่นใจทางเศรษฐกิจให้คืนกลับมาอีกครั้ง มั่นใจว่าเพื่อไทยทำได้ดีกว่าแน่นอน เพราะรัฐบาลประยุทธ์มีขีดความสามารถจำกัดและไม่เคยเห็นหัวประชาชน&amp;rdquo; นายจักรพงษ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118590</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กบอ.), น้ำท่วม, ปลอดประสพ สุรัสวดี, แผนบริหารจัดการน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_61592d84424b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุ๊ต๊ะ &#039;ดร.ปลอด&#039; ยกโมเดลรัฐบาลยิ่งลักษณ์ สอน &#039;บิ๊กตู่&#039; ลงพื้นที่แก้น้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่าเยี่ยมราษฎรต้องเอาทุกข์ประชาชนนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะคนนนทบุรีก็ต้องขอบใจท่านนายกที่มาเยี่ยมเมื่อวันที่ 30 กันยายน แต่ผมก็ไม่อาจกล่าวคำเสียใจกรณีที่มีคณะฯ ไปประท้วงท่านในวันนั้นเช่นกัน เพราะผมเข้าใจดีว่า ผู้ที่มาประท้วง (แถมเตะรถเปล่าท่านด้วย) เขาคงอึดอัดกับท่านทางการเมืองไม่น้อยไปกว่าการมาเยี่ยมเมืองนนท์ของท่าน มันเปะปะไม่ตรงจุดตรงปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเมืองนนท์มี 4 พวก กลุ่มแรกอยู่คอนโดจะอยู่ริมถนนรัตนาธิเบศร์กลุ่มนี้ไม่เดือดร้อน กลุ่มสองอยู่บ้านจัดสรร กลุ่มนี้ปัจจุบันไม่เดือดร้อนเพราะมีเขื่อนล้อมรอบ กลุ่มสามอยู่ริมแม่น้ำเดือดร้อนทั้งน้ำท่วมทั้งคลื่นจากเรือวิ่ง และกลุ่มสี่อยู่ในสวน กลุ่มนี้น้ำท่วมขังต้องการดินเหนียว หรือถุงทรายมากั้นน้ำเข้าสวน (ผมอยู่กลุ่ม 3 และ 4) แต่ (อนิจจา) ท่านมาเยี่ยมที่ท่าน้ำ ท่านพูดขอความรัก &amp;nbsp;สามัคคี (ไม่เห็นเกี่ยวเลย) แล้วก็เอามือตบอกข้างซ้าย (บ่อยๆ ระวังเจ็บนะครับ) แจกของนิดหน่อยแล้วกลับ ก่อนกลับไปแวะเกาะเกร็ดดูคันกั้นน้ำที่รัฐบาลพวกผมสร้างไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอยกตัวอย่างสักนิดหากเห็นว่าดีก็นำไปพิจารณาทำตามได้ นายกยิ่งลักษณ์ให้รัฐมนตรีทุกคนแยกกันดูเเลคนละ 1-2 จังหวัด (เฉพาะผมดูทั้งประเทศ) แถมให้งบประมาณติดมือไปอีก 50-100 ล้าน เห็นอะไรสมควรอนุมัติให้แจกไปเลย ทุกกระทรวงที่เกี่ยวกับน้ำท่วมอยากได้อะไรทางเทคนิคขอมาให้เกือบหมด ผมเท่าที่จำได้ ขอทำเขื่อนล้อมรอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ AIT และสวทช. หมดไปร้อยกว่าล้าน ขอทำเขื่อนริมแม่น้ำบางจุดของนนทบุรี เชียงรายและโคราชอีกร้อยล้าน ขอซื้อเครื่องมือวัดระดับน้ำอัตโนมัติติดตั้งทุกจุดทั่วประเทศรวมถึงตรวจวัดคลื่นและระดับน้ำทะเลฝั่งอ่าวไทยใช้งบสัก 500 ล้านบาท และเข้าไปฟื้นฟูโรงงานอุตสาหกรรมให้เริ่มทำงานได้ทั้งใน กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และชลบุรี เฉพาะผมคนเดียวคงประมาณเกือบ 1000 ล้าน ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นก็คงเหมือนๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกยิ่งลักษณ์ลงพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ประชุมหัวหน้าส่วนราชการวันต่อวันให้จังหวัดทำเรื่องขอโครงการเฉพาะหน้า ตกกลางคืนผมและคณะทำการวิเคราะห์ประเมินและเสนอความเห็น (ไม่มีการนอน) รุ่งเช้านายกประกาศอนุมัติเป็นรายโครงการ เมื่อเป็นเช่นนี้ทุกจังหวัดจึงมีเงินทำงานทันทีและตรงจุดของปัญหา ดูเหมือนวาระเฉพาะของท่านนายกน่าจะใช้เงินทั้งหมดสัก 3000-5000 ล้านต่อภาคต่อเที่ยว ส่วนรัฐมนตรีอื่นๆ ใครอยากตามก็มาได้ ผู้แทนก็เหมือนกัน ใครอยากมีความเห็นสนับสนุนอะไรก็พูดมา แต่ให้ไม่ให้ขึ้นกับข้อเท็จจริงและการทำได้จริงโดยมีเทคนิคสนับสนุน ผมและคณะดูละเอียดมากหากสงสัยเคยถึงกับปลุกผู้ว่ามาตอบเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านนายกประยุทธ์ครับ ที่ผมยกตัวอย่างมาก็เพื่อให้ท่านนำไปคิดเพราะจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนที่เขาเดือดร้อนอยู่จริงๆ(อย่าเหนียมเลย) จำได้ไหมรัฐบาลพวกผมเคยสั่งท่านให้นำรถบรรทุก 6 ล้อของกองทัพมาให้บริการประชาชนในเขตน้ำท่วมทั่วประเทศแบบรถเมล์ ประชาชนชอบมาก ตอนนี้ทำไมลืมเสียเล่าครับ เรือดันน้ำของทร.ก็จัดหามาให้ทำไมไม่ใช้ เคยสั่งให้กรมเจ้าท่าห้ามเรือวิ่งเร็วเพราะคลื่นกระแทกบ้านริมแม่น้ำพัง ห้ามเรือลากจูงขนาดใหญ่ แล้วทำไมไม่ทำจนเกิดเรื่องเรือล่ม เคยสั่งให้กรมชลประทานไปดูแลทุกเขื่อนให้แข็งแรงเพราะกลัวจะพัง คราวนี้เมื่อไม่ย้ำสั่งผลตามมาก็คือ เขื่อนลำเชียงไกรขาดตรงแนวต่อเขื่อนดินกับประตูน้ำที่กำลังสร้าง แถมยังไปอธิบายว่าเป็นไปตามแผน ผมน่ะกลัวจะถูกฟ้องนะครับ ความเสียหายมีมากเหลือเกินต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายผมหวังว่าท่านนายกจะปรับวิธีคิดและแนวปฏิบัติในการเยี่ยมราษฎรที่ถูกน้ำท่วมเสียใหม่ตลอดจนปรับขบวนทัศน์ต่อคณะรัฐมนตรีของท่านให้ร่วมกันทำงาน ไม่ใช่ร่วมกันตามขบวนนายกหรือรองนายกอย่างที่เห็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118512</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลอดประสพ สุรัสวดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603ce9379a3c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอกเตอร์ปลอด&#039; ดี๊ด๊าแก้รธน.ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบสำเร็จ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.64 - ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐฒนตรีรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณแก้รัฐธรรมนูญ แต่ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคอการเมืองเมื่อเช้าต้องถือว่า น่าหวาดเสียวมากเหมือนฟุตบอลคู่คี่ขนาดต้องยิงลูกโทษตัดสิน สุดท้ายผลออกมาฝ่ายเเก้ไขชนะเเบบสบายๆ(ไม่รู้วินาทีสุดท้ายเกิดอะไรขึ้น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ก็ต้องรอ 15 วัน ว่า จะมีมืออยู่ไม่สุขไปร้องศาลรัฐธรรมนูญอีกหรือไม่ ผมว่าพอเถอะทุกอย่างก็เป็นไปตามครรลองดีเเล้ว ของเก่ามันเขย่งได้จนเดินไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่เเล้วจะเอาไว้ทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการพูดกันว่า บัตร 2 ใบนี้พรรคใหญ่ได้เปรียบ ผมว่าไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ เรื่องนี้มันต้องพูดเเบบเเยกเเยะจะตีขลุมไปหมดคงไม่ได้ พรรคใหญ่ที่มีนโยบายพรรคดีประชาชนชอบอาจได้เปรียบ เเต่พรรคใหญ่ที่อาศัยเพียงเสียงของตัวผู้เเทนเขตอาจไม่ได้ประโยชน์ เช่นเดียวกับพรรคเล็กหากมีผู้สมัครที่เด่นมากๆจะได้คะเเนนสูงลิ่วเเละเเถมหากมีนโยบายโดดเด่นปฏิบัติได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเเน่นอน ก็จะได้คะเเนนพรรคด้วย เเละก็สามารถได้ประโยชน์เช่นกัน เพราะไม่มีการไป lock(กด)เขาไว้เหมือนเเต่ก่อน เรื่องนี้จึงพอสรุปได้ว่า เมื่อกติกาใหม่เป็นเช่นนี้ ทุกพรรคจะต้องมีทั้งคนดีเเละนโยบายดีจึงจะได้รับเลือกมากๆ ผมจึงขอถือโอกาสนี้เชียร์พรรคเล็กด้วย (สู้เขาครับ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากถามต่อไปนี้ควรทำอะไรต่อไป หรือเเค่นี้พอเเล้ว ผมว่าเรายังมีเวลา (ยกเว้นท่านประยุทธ์เบื่อ) เเก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราต่อไปอีกครับ คราวนี้มุ่งไปที่องค์กรอิสระ (อิสระเเค่ไหนไม่เเน่ใจ) เราต้องเเก้ไขให้องค์กรเหล่านี้ผูกพันเชื่อมโยงกับประชาชนให้ได้ เช่น (เเค่ตัวอย่าง) เลือกตั้งครึ่งเเต่งตั้งครึ่ง หรือให้มีคณะกรรมการร่วมของสองสภาทำการคัดเลือก จากนั้นจึงให้วุฒิสภาโหวตตัดสินใจ อีกเรื่องทำอย่างไรประชาชนจะสามารถโต้เเย้งกับขบวนการยุติธรรมในทุกขั้นตอนได้ ขบวนการยุติธรรมไม่ว่าจะเป็นระดับใดก็ล้วนเป็นข้าราชการที่กินเงินเดือนภาษีจากราษฏรทั้งสิ้นแล้วทำไมราษฎรจึงวิพากษ์วิจารณ์อย่างบริสุทธิ์ใจไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมว่าเอาเเค่สองเรื่องใหญ่นี้ก่อนก็พอเเล้ว จากนั้นผมว่าท่านนายกประยุทธ์คงถึงจุดบรรลุเเล้ว ยุบสภาเลยครับ ถึงตอนนั้นหากท่านคิดว่าร่างกายไหวก็กระโดดลงมาเลย ทุกคนจะยกนิ้วโป้งให้ว่านี่คือนักประชาธิปไตยที่เเท้จริง อีกอย่างผมก็สงสารลุงป้อมเเก จะเดินเองยังเเทบจะไม่ไหวอยู่เเล้ว ยังจะให้ท่านอุ้มกระเตงๆไปตลอดจะได้ยังไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายก็ต้องขอชื่นชม สส.ทุกคนทุกพรรคสำหรับพรรคก้าวไกลในซีกของพันธ์มิตรฝ่ายค้านไม่ออกเสียงก็เป็นที่เข้าใจ เห็นใจและได้รับความขอบคุณ เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทยที่รักษาความเป็นเพื่อนของซีกรัฐบาลก็เป็นที่เข้าใจและยกนิ้วให้ได้ ส่วน สว. ที่ยกมือให้เกิน 84 เสียงก็ขอปรบมือดังๆ ส่วนที่งดออกเสียงนั้นผู้ใดที่เป็นเพื่อนของผมหากเจอผมเมื่อใด ผมจะทวงเงินเดือนสักครึ่ง เพราะเขาจ่ายเงินเดือนให้ไปช่วยคิด ช่วยตัดสินใจไม่ใช่ไปนั่งเฉยๆ ส่วนที่ไม่เห็นด้วยเป็นสิทธิของท่านอย่างดุษฎีไม่ว่ากัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น เป้าหมายสุดท้ายคือ กติกาบ้านเมืองที่ประชาชนพึ่งได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116358</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ปลอดประสพ สุรัสวดี, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d2816714c676.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 20:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียกคืนเครื่องราชฯ &#039;ปลอดประสพ สุรัสวดี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.64 -&amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือกประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ทุติยจุลจอมเกล้า ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ ๒ ประเภทที่ ๒ เหรียญจักรพรรดิมาลา เหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ ๑ และเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๙ ชั้นที่ ๓ ซึ่ง นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ สังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรีได้รับพระราชทาน เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ในคดีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขณะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันเป็นเหตุแห่งการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามข้อ ๖ และ ข้อ ๗ (๒) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ และนายปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศที่เกี่ยวข้องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศณ วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94663</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลอดประสพ สุรัสวดี, ราชกิจจานุเบกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603ce9379a3c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชทัณฑ์จ่อปล่อยตัวผู้ต้องขัง 4 หมื่นราย &#039;ยงยุทธ-ปลอดประสพ&#039; พักโทษติดกำไลอีเอ็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.63 - จากกรณีที่มีการเผยแพร่พระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2563 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริเห็นว่า ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค. 2563 เพื่อเป็นการแสดงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า&amp;nbsp;ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ กรมราชทัณฑ์ ณ วันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ส.ค.63&amp;nbsp;กรมราชทัณฑ์มีผู้ต้องขังเด็ดขาดที่ควบคุมในเรือนจำ และทัณฑสถานทั่วประเทศ จำนวน&amp;nbsp;312,485&amp;nbsp;คน จากผู้ต้องขังทั้งสิ้น&amp;nbsp;382,452&amp;nbsp;&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;สำหรับพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัย พ.ศ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;มีผู้ต้องขังได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ประมาณ&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;ราย และมีนักโทษเด็ดที่เข้าหลักเกณฑ์ ได้รับการลดวันต้องโทษตามสัดส่วน ประมาณ&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;ราย และมีรายงานว่า กรมราชทัณฑ์ได้เรียกประชุมผู้บัญชาเรือนจำ เพื่อกำหนดกรอบปฏิบัติในการตรวจสอบผู้ต้องโทษที่จะได้รับการปล่อยตัวพ้นเรือนจำ และการลดโทษตามสัดส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ต้องขังกลุ่มบิ๊กเนม ซึ่งเป็นนักการเมืองส่วนใหญ่ไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวออกจากเรือนจำ เนื่องจากกระทำความผิดตามบัญชีแนบท้าย แต่จะได้รับการลดวันต้องโทษตามสัดส่วน เพื่อเข้าสู่กระบวนการพักการลงโทษ ปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษโดยติดกำไลอีเอ็ม หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว&amp;nbsp;เช่น นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ&amp;nbsp;อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและอดีต รมว.มหาดไทย คดีทุจริตที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์&amp;nbsp;จำคุก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี เมื่อ&amp;nbsp;28 ก.พ.62&amp;nbsp;และ นายปลอดประสพ สุรัสวดี&amp;nbsp;อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คดีปฏิบัติหน้าที่ทิชอบฯ&amp;nbsp;มาตรา 157&amp;nbsp;โยกย้าย นายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน อดีตรองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ไม่เป็นธรรม&amp;nbsp;โทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;26 ก.พ.63 โดย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คนดังกล่าวมาไม่ทันช่วงปรับชั้นนักโทษ ที่เข้าพิจารณาทุก 6 เดือน ทำให้ยังจัดอยู่ในกลุ่มนักโทษชั้นกลาง ไม่ใช่นักโทษชั้นดี&amp;nbsp;ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุ&amp;nbsp;และ ได้รับโทษจำคุกมาแล้ว 1 ใน 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการข่าว คดีบริษัทไร่ส้ม&amp;nbsp;ถูกตัดสินจำคุก 6 ปี 24 เดือน เมื่อ 21 ม.ค.63 &amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ คดีจำนำข้าว ได้รับการลดโทษตามสัดส่วน&amp;nbsp;เช่นเดียวกับนักโทษกลุ่มแกนนำการชุมนุมก่อความไม่สงบปิดล้อมบ้าน&amp;nbsp;พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี พ.ศ.2550 ต้องโทษจำคุก 5 คนๆ ละ 2 ปี 8 เดือน&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.63 ประกอบด้วย 1.ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 2.นพรุจ วรชิตวุฒิกุล&amp;nbsp;3.นายแพทย์เหวง โตจิราการ วิภูแถลง พัฒนภูมิไท วีระกานต์ มุสิกพงศ์ ที่เพิ่งได้รับโทษจำคุก กระทำความผิดตามคดีแนบท้ายอาจได้ลดโทษตามสัดส่วนแต่ไม่ได้ปล่อยตัวในครั้งนี้ รวมถึง&amp;nbsp;นายพายัพ ปั้นเกตุ คดีล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา ศาลสั่งจำคุก 4 ปี เมื่อวันที่ 11 ก.ย.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ เมื่อประกาศลงราชกิจจานุเบกษา กรมราชทัณฑ์ต้องดำเนินการตรวจสอบว่านักโทษรายใดมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษจะได้รับการทยอยปล่อยตัว ภายในเวลา 3 เดือน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74469</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, ปลอดประสพ สุรัสวดี, พระราชกฤษฎีกา, พระราชทานอภัยโทษ, ยงยุทธ วิชัยดิษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f367fe372d3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พญาปลอดไม่หนี นอนคุก1ปี8เดือน เด้ง‘วิฑูรย์’มิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไม่หนี &amp;quot;ปลอดประสพ&amp;quot; มารายงานตัวศาลคดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบสั่งย้าย &amp;quot;วิฑูรย์ ชลายนนาวิน&amp;quot; อดีตรองอธิบดีกรมทรัพยากรฯ ไปปฏิบัติหน้าที่ต่ำกว่าระดับเดิม ก่อนที่ศาลฎีกาพิพากษาคุก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ชดใช้ค่าเสียหาย 1.4 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวส่งนอนเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 มีนาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี นายปลอดประสพ สุรัสวดี อายุ 75 ปี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จำเลยคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ที่ศาลได้ออกหมายจับให้ติดตามตัวมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.1063/2558 ที่นายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน อดีตรองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทส. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาลก่อนถึงกำหนดนัดวันที่ 7 เม.ย.นี้ พร้อมขอให้ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ ซึ่งนายปลอดประสพมีอาการป่วย ใส่หน้ากากอนามัยและนั่งรถเข็นมาศาล พร้อมทั้งมีบุตรชาย ญาติ และคนใกล้ชิดนับสิบคนมาร่วมให้กำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.25 น. ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้ คำฟ้องโจทก์ระบุกรณีเมื่อวันที่ 4 ก.ย.2546 นายบรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะนั้น มีคำสั่ง 399/2546 แต่งตั้งนายวิฑูรย์ โจทก์ ดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนัก (นักวิชาการป่าไม้ 9) สำนักส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจ กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรฯ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2546 แต่จากนั้นมีการตรา พ.ร.ฎ.โอนป่ากรมป่าไม้ สังกัด ทส. มีผลเมื่อลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 30 ก.ย.2546 ซึ่งขณะนั้นโจทก์ดำรงตำแหน่ง ผอ.กองการอนุญาต กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 1 ต.ค.2546-12 พ.ย.2556 จำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งปลัด ทส. ได้ออกคำสั่ง ทส.ที่ 287/2546 เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2546 ให้ระงับการมอบหมายงานในหน้าที่ตามคำสั่ง 399/2546 ซึ่งแต่งตั้งโจทก์ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนัก (นักวิชาการป่าไม้ 9) โดยให้ถือว่าเป็นการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไว้ก่อน อันเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยไม่ชอบเพื่อยับยั้งไม่ให้โจทก์ได้เลื่อนตำแหน่ง สาเหตุเนื่องจากโจทก์กับจำเลยมีเรื่องโกรธเคืองในเรื่องส่วนตัวกันมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งวันที่ 12 พ.ย.2546 จำเลยกลั่นแกล้งโจทก์ ด้วยการให้นายดำรงค์ พิเดช ออกคำสั่งกรมป่าไม้ ที่ 543/2546 ย้ายโจทก์ไปตำแหน่ง &amp;ldquo;ป่าไม้จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญระดับ 8 เป็นการย้ายให้ปฏิบัติหน้าที่ต่ำกว่าระดับเดิม อีกทั้งก็ไม่ใช่ความจำเป็นที่ต้องรีบดำเนินการ และจำเลยก็ทราบดีว่านายดำรงค์ไม่มีอำนาจสั่งย้ายโจทก์ ดังนั้นคำสั่งย้ายที่จำเลยให้ความเห็นชอบนั้น จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นผลให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง และเสียสิทธิไม่ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นระดับ 9 จึงขอให้ชดใช้ค่าเสียหายส่วนนี้ด้วย 2 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มี.ค.2560 เห็นว่าการที่จำเลยมีคำสั่งไม่แต่งตั้งโจทก์ให้เลื่อนขั้นเป็นข้าราชการระดับ 9 นั้น ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย ทั้งที่โจทก์มีคุณสมบัติจะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารได้ จึงให้จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และให้จำเลยชดใช้เงินค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย 1.4 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 เม.ย.2561 เห็นว่าการย้ายโจทก์เพียงคนเดียวและในระดับที่ต่ำกว่าเดิมด้วยเสมือนเป็นการลงโทษ โดยโจทก์กับจำเลยเคยมีข้อพิพาทกันเมื่อปี 2541 ขณะที่คำสั่งให้โจทก์ได้เลื่อนชั้นดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักงานวิชาการ 9 ก็ชอบด้วยกฎหมาย การที่จำเลยให้ยกเลิกคำสั่งนั้นจึงกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย และน่าเชื่อว่ามาจากกรณีจำเลยมีสาเหตุโกรธเคืองโจทก์มาก่อน และเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ และเมื่อพิจารณาการกระทำที่จำเลยให้รับโอนนายดำรงค์มาซ้อนตำแหน่งโจทก์ที่โจทก์ได้รับการแต่งตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย ก็อาจทำให้เกิดปัญหาว่าการปฏิบัติราชการของนายดำรงค์ต่อการออกคำสั่ง-ประกาศต่างๆ ของกรมป่าไม้ว่ามีความถูกต้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการได้ พฤติการณ์นับว่าเป็นความผิดร้ายแรง จึงไม่เห็นสมควรรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ฯ จึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ม.157 ประกอบมาตรา 84 อีกกรรมหนึ่ง ที่ใช้ให้นายดำรงค์โยกย้ายโจทก์ จึงให้จำคุก 2 กระทง กระทงละ 1 ปี รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ ก็ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 1.4 ล้านบาทด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายปลอดประสพ จำเลย ได้ยื่นฎีกาต่อสู้คดี และได้ประกันตัวระหว่างฎีกา ด้วยหลักทรัพย์ 400,000 บาท แต่เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2563 ที่ผ่านมา นายปลอดประสพไม่มาศาลตามนัดฟังคำพิพากษาฎีกา ศาลมีคำสั่งให้ปรับนายประกันเต็มจำนวน และให้ออกหมายจับนายปลอดประสพมาฟังคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาศาลฎีกาวันนี้ ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่าการกระทำของนายปลอดประสพ จำเลย ขณะดำรงตำแหน่งปลัด ทส. ที่ให้นายดำรงค์ออกคำสั่งใหม่ให้นายวิฑูรย์ โจทก์ ย้ายไปดำรงตำแหน่งป่าไม้จังหวัดอำนาจเจริญนั้น เป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือนระดับ 8 เป็นการย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ต่ำกว่าระดับเดิม และเป็นการโยกย้ายโดยเร่งด่วน ไม่ได้หารือต่อคณะกรรมการฯ ที่จำเลยอ้างว่ามีปัญหาเรื่องตำแหน่งใหม่ของโจทก์ เมื่อมีการโอนย้ายสังกัดกรมป่าไม้จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาสังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ ซึ่งจากคำเบิกความของพยานที่ตอบคำถามยังได้ความว่าตำแหน่ง ผอ.สำนักงานวิชาการ 9 นั้น ก็จะมีกระบวนการสรรหาผู้มีคุณสมบัติซึ่งโจทก์ก็มีคุณสมบัติ จึงต่างจากที่จำเลยอ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การออกคำสั่งยกเลิกการแต่งตั้งโจทก์และการย้ายนายดำรงค์มาในตำแหน่งทับซ้อนกับโจทก์ จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ได้รับความเสียหายและทางเจริญก้าวหน้าในอาชีพของโจทก์ ซึ่งการแต่งตั้งโยกย้ายระบบราชการนอกจากความเหมาะสมแล้ว จะต้องคำนึงถึงคุณธรรมและธรรมาภิบาล แต่เมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์ของจำเลยแล้ว เป็นการกระทำที่ทำลายระบบคุณธรรมและธรรมาภิบาลในระบบราชการ จึงไม่ควรรอการลงโทษ และที่ศาลอุทธรณ์ฯ กำหนดให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 1.4 ล้านบาทนั้นเหมาะสมแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ให้จำคุกรวม 1 ปี 8 เดือน โดยให้ออกหมายคดีถึงที่สุดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ได้รับฟังคำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งผลถือเป็นที่สุดตามกฎหมายแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้ควบคุมตัวนายปลอดประสพไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อรับโทษตามผลการพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ในช่วงเย็นวันนี้ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัวนายปลอดประสพ ซึ่งต้องโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน ตามคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการรับตัวผู้ต้องขังใหม่ มีการถ่ายรูป ตรวจร่างกาย เพื่อทำประวัตินักโทษ ซึ่งในวันนี้แพทย์อาจตรวจสุขภาพผู้ต้องขังใหม่ไม่ทัน เนื่องจากรับตัวเข้ามาในช่วงเย็น หากนายปลอดประสพ ซึ่งมีอายุ 87 ปี จัดอยู่ในกลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุ มีอาการเจ็บป่วย เรือนพิเศษกรุงเทพฯ อาจส่งตัวไปคุมขังในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59003</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ปลอดประสพ สุรัสวดี, วิฑูรย์ ชลายนนาวิน, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตรองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d2816714c676.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือนจำพิเศษกรุงเทพรับตัว&#039;ปลอดประสพ&#039; เป็นนักโทษใหม่ ตรวจร่างกาย-ทำประวัติผู้ต้องขัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.63 - พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์เปิดเผยว่า ในช่วงเย็นวันนี้ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัวนายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน ตามคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการรับตัวผู้ต้องขังใหม่ มีการถ่ายรูป ตรวจร่างกาย เพื่อทำประวัตินักโทษ ซึ่งในวันนี้แพทย์อาจตรวจสุขภาพผู้ต้องขังใหม่ไม่ทัน เนื่องจากรับตัวเข้ามาในช่วงเย็น หากพบว่า&amp;nbsp;มีอาการเจ็บป่วย เรือนพิเศษกรุงเทพฯอาจส่งตัวไปคุมขังในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58973</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลอดประสพ สุรัสวดี, พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์, เรือนจำพิเศษกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afadac76b742.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
