<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 18:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดกทม.ส่งทีมCCRTลงพื้นที่แก้ปัญหาโควิดแล้ว201ชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.64- นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงผลการดำเนินงานของทีมปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุก(Comprehensive Covid-19 Response Team) CCRT เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุกในชุมชน ระหว่างวันที่ 15-16 ก.ค. 64 ได้ดำเนินการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit มีผู้ได้รับการตรวจ จำนวน 621 ราย พบเชื้อ 35 ราย ไม่พบเชื้อ 586 ราย โดยมีผู้ป่วยที่แยกกักที่บ้าน (HI : Home Isolation) จำนวน 31 ราย และส่งต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จำนวน 4 ราย โดยในระยะเริ่มต้นได้มีการลงพื้นที่ในชุมชน จำนวน 201 แห่ง หรือเฉลี่ยวันละ 100 ชุมชน มีผู้รับบริการสะสม จำนวน 7,444 ราย ได้รับการฉีดวัคซีน จำนวน 4,683 ราย แบ่งเป็น ผู้สูงอายุ 3,082 ราย ผู้มีโรคประจำตัว 1,591 ราย และหญิงตั้งครรภ์ 10 ราย โดยมีการสื่อสารให้ความรู้แก่ประชาชน จำนวน 7,444 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยที่สามารถกักตัวที่บ้านได้ (HI) จะมีการจ่ายยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร เครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องวัดออกซิเจน สำหรับผู้ป่วยไม่สามารถกักตัวที่บ้านได้จะนำส่งศูนย์พักคอย หรือ Community Isolation ซึ่งกรุงเทพมหานครได้จัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ แล้ว 24 ศูนย์ ในพื้นที่ 23 เขต เปิดบริการรับผู้ป่วยแล้ว 14 ศูนย์ โดยจะเปิดเพิ่มอีกให้ครบทั้ง 50 เขต นอกจากนี้ทีม CCRT จะดำเนินการกักกันผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่บ้าน และมอบชุด HQ : Home Quarantine หรือส่งเข้า LQ : Local Quarantine ทั้งนี้ ทีม CCRT ได้กำหนดเป้าหมายในการลงพื้นที่ทั้ง 50 เขต เพื่อตรวจคัดกรองเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชนให้ครอบคลุมและทั่วถึง เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักอนามัยร่วมกับสำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง ฝ่ายความมั่นคง ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) องค์กร NGO ภาคประชาชน และจิตอาสาพระราชทาน 904 ลงพื้นที่ชุมชนเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชน ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ โดยการตรวจคัดกรองด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit พร้อมให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่งต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และให้คำแนะนำในการแยกกักที่บ้าน หรือ HI : Home Isolation&amp;nbsp; โดยเริ่มตั้งแต่ 15 ก.ค.64 เป็นต้นมา และมีแผนการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุกในชุมชนให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110220</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชน, ปลัดกทม., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210718/image_big_60f41242bf852.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กชื่อ10ตลาด&#039;กทม.&#039;สั่งปิดตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด -19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.64-นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร แจ้งว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นและขยายเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่โดยเฉพาะภายในชุมชนและตลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;&amp;nbsp; กทม. จึงได้ประกาศปิดตลาดที่เกิดการแพร่ระบาดแล้ว 10 แห่ง&amp;nbsp; จากจำนวนตลาดทั้งหมด 485 แห่ง โดยดำเนินการล้างทำความสะอาดและฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ และตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ให้กับผู้ประกอบการค้าและลูกจ้างที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงประชาขนและชุมชนใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตลาดทั้ง 10 แห่ง ประกอบด้วย 1. ตลาดยิ่งเจริญ เขตบางเขน ปิดตั้งแต่วันที่ 14-24 พ.ค. 64 2. ตลาดกลางดินแดง ปิดตั้งแต่วันที่ 12-21 พ.ค. 64 3. ตลาดบางกะปิ&amp;nbsp; ปิดตั้งแต่วันที่ 20-22 พ.ค. 64 4. ตลาดคลองเตย ปิดตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. - 4 มิ.ย. 64 5. ตลาดสามย่าน เขตปทุมวัน ปิดตั้งแต่วันที่ 18-20 พ.ค. 64 6. ตลาดสดหนองจอก ปิดตั้งแต่วันที่ 19 -31 พ.ค.64 7. ตลาดสายเนตร&amp;nbsp; เขตคันนายาว&amp;nbsp; ปิดตั้งแต่วันที่ 20-22 พ.ค. 64 8.&amp;nbsp; ตลาดศาลาน้ำร้อน เขตบางกอกน้อย ปิดตั้งแต่วันที่ 14-22 พ.ค. 64 9. ตลาดลำนกแขวก เขตหนองจอก ปิดตั้งแต่วันที่ 19 - 21 พ.ค.64 10.ตลาดนัดผู้ใหญ่อ้วน เขตลาดพร้าว ปิดตั้งแต่วันที่ 20-22 พ.ค.64&amp;nbsp; ซึ่งอาจมีการขยายเวลาปิดตลาดเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อคัดกรองและสอบสวนโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนตลาดอื่นๆ กทม. ได้จัดเจ้าหน้าที่เขต เจ้าหน้าที่เทศกิจ ร่วมดูแลและกวดขันให้ทุกตลาดดำเนินการตามมาตรการด้านความปลอดภัยที่กรุงเทพมหานครกำหนด พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนที่มาใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่าง และล้างมือด้วยแอลกอฮอล์บ่อยๆ เพื่อความปลอดภัยอีกทางหนึ่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103588</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ปลัดกทม., ปิดตลาด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e6cff3a9a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปกครองสูงสุด เพิกถอนคำสั่งปลด &#039;คุณหญิงณัษฐนนท&#039; พ้นปลัด กทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.64 - ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้เพิกถอนคำสั่งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตามคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 5313/2551 ลงวันที่ 29 ธ.ค.2551 ที่ให้ลงโทษปลด &amp;nbsp; คุณหญิงณัษฐนนท ทวีสิน (ผู้ฟ้องคดี) &amp;nbsp;กรณีก่อให้เกิดความเสียหายจากการทุจริตการจัดซื้อรถ และเรือดับเพลิง รวมถึงอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย จากบริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเชียล ฟาห์รซอยก์ จํากัด ประเทศออสเตรีย เมื่อปี 2547 ออกจากราชการ และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี โดยให้มีผลย้อนหลังนับแต่วันที่มีคำสั่งและคำวินิจฉัยดังกล่าว ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากศาลฯ เห็นว่า คณะกรรมการป้องกัน​และ​ปราบปราม​การ​ทุจริต​แห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ ได้มีหนังสือแจ้งมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้กรุงเทพมหานคร ทราบว่า ในกรณีของผู้ฟ้องคดีนั้น เป็นกรณีที่มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงฐานประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ซึ่ง คณะอนุกรรมการสามัญประจำกรุงเทพมหานคร (อ.ก.ก.) สามัญในการประชุม ครั้งที่ 6/2551 เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2551 ได้มีมติให้ปลดผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มีคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 5313/2551 ลงวันที่ 29 ธ.ค. 2551 ลงโทษปลดผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2549 ซึ่งเป็นวันสิ้นปีงบประมาณที่ผู้ฟ้องคดีได้พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการเป็นต้นไป อันเป็นการลงโทษผู้ฟ้องคดีในความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง โดยมิได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยขึ้นทำการสอบสวนทางวินัย ตามมาตรา 102 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหนังสือแจ้งให้กรุงเทพมหานครลงโทษผู้ฟ้องคดี อันมิใช่ในความผิดทางวินัยฐานทุจริตต่อหน้าที่ หนังสือฉบับดังกล่าวของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงเป็นเพียงการชี้มูลความผิดทางวินัยนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรุงเทพมหานครจึงไม่อาจถือเอารายงานเอกสารและความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นสำนวนการสอบสวนทางวินัยของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อมิได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ตามนัยมาตรา 102 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 การที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกคำสั่งกรุงเทพมหานครลงโทษปลดผู้ฟ้องคดีออกจากราชการในความผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 84 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ดังกล่าว จึงเป็นการกระทำโดยไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอน หรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับการกระทำนั้น คำสั่งลงโทษทางวินัยแก่ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ให้ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93979</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงณัษฐนนท ทวีสิน, ปลัดกทม., ศาลปกครองสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6034bf450072b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
