<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเตรียมชงศบศ.ลุยคนละครึ่งเฟส2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย.2563 นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอขยายอายุมาตรการคนละครึ่ง เฟส 2 เข้าที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 (ศบศ.) ในช่วงต้นเดือน ธ.ค. นี้ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาจำนวนผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ที่มาแย่งกันลงทะเบียนผ่านระบบของธนาคารกรุงไทย โดยกระทรวงการคลังมีเป้าหมายที่จะเก็บตกกลุ่มตกหล่นให้ครบเพิ่มเติมจากกลุ่มที่ลงทะเบียน 10 ล้านคนในรอบแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงการคลังขอเวลาไปพิจารณาตัวเลขกลุ่มที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ อาจจะเป็น 14-15 ล้านคนก็ได้ โดยได้สั่งให้กรุงไทยไปดูตัวเลขของคนที่เข้ามาลงทะเบียนพร้อมกันใน 3 รอบที่เปิดรับลงทะเบียน ว่ามีปริมาณสูงสุดเท่าไหร่ ซึ่งตอนนี้วงเงินกู้จาก พ.ร.ก. โควิด-19 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ยังเหลือก็จะนำมาใช้ในส่วนนี้ โดยจะเสนอพร้อมกันกับมาตรการอื่น ๆ เป็นแพคเก็จเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่&amp;rdquo; นายกฤษฎา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การขยายอายุมาตรการคนละครึ่ง เฟส 2 ก็จะลากยาวให้พ้นช่วงเทศกาลตรุษจีนออกไปอีก แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะยาวถึง 3 เดือนหรือไม่ ซึ่งในหลักการจะเป็นการต่อเวลาออกไป และเป็นการให้เงินรอบใหม่ ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะให้ถึง 3,000 บาทเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะส่วนที่เหลือจากรอบแรกที่ใช้ไม่ทันภายในวันที่ 31 ธ.ค. นี้ อาจจะไม่ได้ถูกนำไปรวมกับรอบใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ รมว.การคลังยังได้สั่งการให้ไปดำเนินการตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้ไปดูแลกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการของรัฐอีก 14 ล้านคน ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ว่าจะมีแนวทางการช่วยเหลืออย่างไร โดยเบื้องต้นจะมีการเสนอเพิ่มสวัสดิการให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการ เช่น การให้เงินอุดหนุนเพิ่มเติม ไปพร้อมกับการเสนอมาตรการคนละครึ่งเฟส 2 เข้าที่ประชุม ศบศ. เป็นแพคเก็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี มาตรการคนละครึ่ง เป็นการช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน ให้มาใช้สิทธิ์ในมาตรการนี้ ซึ่งจะได้ประโยชน์มากกว่ามาตรการช้อปดีมีคืน ดังนั้นการขยายมาตรการคนละครึ่ง เฟส 2 ออกไปอีก คนที่เข้าร่วมมาตรการช้อปดีมีคืนก็จะไม่สามารถเข้าร่วมคนละครึ่ง เฟส2 ได้เหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4/2563 จะฟื้นตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 3/2563 ก่อนจะฟื้นตัวเป็นบวกได้ที่ระดับ 4% ในปี 2564 จากแรงสนับสนุนสำคัญในเรื่องความสำเร็จในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ของรัฐบาลไทย และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะส่งผลดีต่อแนวโน้มการส่งออกของประเทศไทยให้มีทิศทางดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงชัดเจนเรื่องการผลิตวัคซีนโควิด-19 ที่ในส่วนนี้จะส่งผลดีกับภาคการท่องเที่ยวของไทยในระยะต่อไปที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะทยอยกลับเข้ามา โดยทั้งหมดยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไปของกระทรวงการคลัง จะเน้นเรื่องการสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจผ่านการรักษาระดับการจ้างงาน แม้ว่าที่ผ่านมากระทรวงการคลังจะมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือในหลายด้าน ผ่านมาตรการด้านภาษีและสินเชื่อต่าง ๆ รวมถึงการเร่งการใช้จ่ายของภาครัฐ เพื่อเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงการคลังพร้อมสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้ลืมเรื่องวินัยทางการเงินและการคลัง ซึ่งยืนยันว่าการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในมิติต่าง ๆ ของรัฐบาลในขณะนี้เป็นการดำเนินการที่ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยทางการเงินการคลัง และรัฐบาลพร้อมจะดำเนินการในทุกเรื่องเพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและรองรับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวน โดยเชื่อว่าหลังจากนี้กระทรวงการคลังจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้กลับมาได้&amp;rdquo; นายกฤษฎา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84772</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา จีนะวิจารณะ, ขยายอายุมาตรการคนละครึ่ง เฟส 2, ปลัดกระทรวงการคลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab749bb71256.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศิโรตม์&#039;เฮ!ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนคำสั่งปลดจากอธิบดีกรณีโอน&#039;หุ้นชินปคอร์ป&#039;มิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น ในคดีนายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมสรรพากรกับปลัดกระทรวงการคลังผู้ถูกฟ้อง โดยมีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เป็นผู้ร้อง โดยนายศิโรตม์ฟ้องว่าปลัดกระทรวงการคลังมีคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ 658/2551 ลดโทษนายศิโรตม์ จากไล่ออกจากราชการ เป็นปลดออกจากราชการ กรณีร่วมกันพิจารณาว่าการรับโอนหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ของนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ จากน.ส.ดวงตา วงศ์ภักดี ผู้ถือหุ้นแทนคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เป็นการได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาและจากการให้โดยเสน่ห์เนื่องในพิธีหรือโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ จนเป็นเหตุให้นายศิโรตม์เสียหาย ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ 658/2551 ในส่วนที่ลงโทษปลดนายศิโรตม์ออกจากราชการ เนื่องจากเห็นว่านายศิโรตม์ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยชอบแล้ว จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าเป็นความผิดวินัยฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ คำสั่งลงโทษปลดนายศิโรตม์ออกจากราชการ จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.2549&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่า นายศิโรตม์ วินิจฉัยความเห็นในข้อกฎหมายโดยไม่คำนึงถึงเหตุผลของหลักกฎหมายและผลประโยชน์ของราชการและมีมูลเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าคำอุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืนตามคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80465</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำพิพากษา, นายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์, ปลัดกระทรวงการคลัง, ศาลปกครองชั้นต้น, ศาลปกครองสูงสุด, อดีตอธิบดีกรมสรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f8693b383c9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศิโรตม์&#039;ลุ้นเฮือกสุดท้าย!ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษามหากาพย์&#039;หญิงอ้อ&#039;โอนหุ้น&#039;ชินคอร์ป&#039;ให้พี่ชาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.2563 &amp;ndash; ในเวลา 10.00 น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ 1073/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 1051/2555 ระหว่างนายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร (ผู้ฟ้องคดี) กับปลัดกระทรวงการคลัง (ผู้ถูกฟ้องคดี) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ผู้ร้อง) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายศิโรตม์ฟ้องว่า ปลัดกระทรวงการคลังมีคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ 658/2551 ลดโทษผู้ฟ้องคดีจากไล่ออกจากราชการตามคำสั่ง ที่ 1214/2549 เป็นปลดออกจากราชการ กรณีร่วมกันพิจารณาว่าการรับโอนหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ของนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ จาก น.ส.ดวงตา วงศ์ภักดี ผู้ถือหุ้นแทนคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เป็นการได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาและจากการให้โดยเสน่ห์เนื่องในพิธีหรือโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ ศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีตามคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 658/2551 ลว 12 พ.ค.2551 ในส่วนที่ลงโทษปลดผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ โดยให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 2549 ซึ่งเป็นวันที่คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับ โดยศาลฯมีคำวินิจฉัยสรุปได้ว่า เนื่องจากข้อเท็จจริงในขณะเกิดข้อพิพาทไม่ปรากฏว่า กรมสรรพากรได้กำหนดหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเรื่องเงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาหรือเงินได้ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 42 (10) แห่งประมวลรัษฎากรไว้อย่างชัดเจน หรือมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ตรงกับกรณีการโอนหุ้นระหว่างคุณหญิงพจมานกับนายบรรณพจน์ที่เจ้าหน้าที่ต้องยึดถือปฏิบัติโดยไม่อาจมีดุลพินิจแตกต่างได้ การที่ผู้ฟ้องคดีพิจารณาสั่งการ หรือให้ความเห็นทางกฎหมายในการตอบข้อหารือต่างๆ โดยได้พิจารณาจากข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และเหตุผลอื่นๆ ประกอบ ตามที่ปรากฏในรายงานความเห็นของเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย รวมถึงพิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณารายงานความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อสังเกตของนายชาญยุทธ ปทุมารักษ์ ตลอดจนผู้ฟ้องคดีได้เรียกให้เจ้าหน้าที่สำนักกฎหมายมาให้รายละเอียดก่อนสั่งการในหนังสือที่เกี่ยวข้อง ถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยชอบแล้ว ประกอบกับไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดๆ&amp;nbsp;ที่แสดงว่า นายบรรณพจน์หรือคุณหญิงพจมานมีความเชื่อมโยงหรือสายสัมพันธ์หรือมีการให้ผลประโยชน์เกื้อกูลตอบแทนใดแก่ผู้ฟ้องคดี อันจะถือเป็นมูลเหตุจูงใจที่ทำให้ผู้ฟ้องคดีมีความเห็นไปเช่นนั้น หรือมีพฤติการณ์ใดๆ ที่บ่งชี้ว่าผู้ฟ้องคดีมีเจตนาที่จะปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดได้รับประโยชน์ที่มิควรได้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเจตนาไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ หรือมีการกระทำอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงแต่อย่างใด กรณีจึงไม่อาจรับฟังได้ว่า พฤติการณ์ของผู้ฟ้องคดีเป็นความผิดวินัยฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ ที่ถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ หรือฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง หรือฐานกระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 82 วรรคสาม มาตรา 85 วรรคสอง และมาตรา 98 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 กรณีจึงไม่อาจลงโทษทางวินัยผู้ฟ้องคดีตามฐานความผิดดังกล่าวได้ ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 658/2551 ลว 12 พ.ค.2551 ลงโทษปลดผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี โดยที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ปัจจุบันผู้ฟ้องคดีมีอายุเกิน 60 ปีแล้ว ไม่สามารถกลับเข้ารับราชการได้อีก ศาลฯจึงมีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีการดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาตามมาตรา 69 วรรคหนึ่ง (8) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ.2542 โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการคืนสิทธิประโยชน์ต่างๆ&amp;nbsp;ที่ผู้ฟ้องคดีพึงได้รับ หากมิได้ถูกลงโทษทางวินัยตามคำสั่งดังกล่าวให้แก่ผู้ฟ้องคดีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุด เนื่องจากเห็นว่าผู้ฟ้องคดีวินิจฉัยความเห็นในข้อกฎหมายโดยไม่คำนึงถึงเหตุผลของหลักกฎหมายและผลประโยชน์ของราชการ และการกระทำของผู้ฟ้องคดีมีมูลเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80420</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, นายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์, ปลัดกระทรวงการคลัง, ศาลปกครองกลาง, ศาลปกครองสูงสุด, อดีตอธิบดีกรมสรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f865c4488c6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดคลังคนใหม่เตรียมถกทำแผนดูแลศก. จ่อออกมาตรการอุ้มรายอุตสาหกรรม  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค. 2563 นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 ต.ค.2563 จะเรียกประชุมผู้บริหาร และอธิบดีกรมต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงการคลังมาหารือ เพื่อรับฟังข้อมูลการดำเนินงาน หรือข้อจำกัดในการทำงานของแต่ละหน่วยงานในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร ก่อนนำข้อมูลที่ได้ไปจัดทำแผนดูแลเศรษฐกิจในระยะสั้น 6 เดือน ถึง 1 ปี ได้อย่างเหมาะสม เพื่อเตรียมความพร้อมไว้รอเสนอให้กับ รมว.การคลังคนใหม่ พิจารณาต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะดูทั้งระยะสั้นว่าควรจะมีมาตรการอะไรออกมาหรือไม่ แต่ละหน่วปลัดยงานทำงานเป็นอย่างไร มีข้อจำกัดอะไร ที่ทำได้ไม่ได้บ้าง เพื่อเตรียมทำแผนระยะสั้น และจะดูต่อไปว่าในระยะกลาง จะทำอะไรต่อได้บ้าง คิดทุกอย่างเอาไว้ให้ชัดเจน เผื่อถ้ามี รมว.การคลังคนใหม่เข้าก็ ก็จะได้นำแผนเหล่านี้ไปเสนอ&amp;rdquo; นายกฤษฎา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังจะสั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปหาข้อมูลผลกระทบจากโควิด-19 ของแต่ละรายภาคธุรกิจว่าได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจยานยนต์ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเป็นรายธุรกิจ ให้ตรงจุด และถูกฝาถูกตัวมากขึ้น ซึ่งจะรวมไปถึงการพิจารณาตามแนวทางที่ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบศ. ที่อยากให้มีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้มีรายได้สูง ผ่านมาตรการภาษีด้วย ว่าสามารถทำได้หรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สศค.ก็จะต้องกลับไปดูว่า หากจำเป็นต้องให้การช่วยเหลือรายธุรกิจใด จะต้องช่วยเหลือในลักษณะไหน และจะกระทบต่อฐานะการคลังมากน้อยเพียงใด หรือเมื่อหากต้องสูญเสียรายได้จากภาษีไป จะคุ้มค่ากับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหรือไม่ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการปรับโครงสร้างภาษีนั้น ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ คงไม่รื้อแผนการพิจารณาของ สศค.ที่ดำเนินการไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่จะนำมาดู เพื่อพิจารณาว่าภาษีตัวใดจะนำมาใช้ในช่วงเวลาใดถึงจะเหมาะสมมากกว่า เพราะเป็นเรื่องที่จะมีผลกับหลายภาคส่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79225</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา จีนะวิจารณะ, ปลัดกระทรวงการคลัง, แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190704/image_big_5d1dc1cc1d48c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งท้าย! “ประสงค์” อำลาตำแหน่งปลัดคลัง ข้าราชการแห่จำเลขเด็ดซื้อหวย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.30 น. ที่กระทรวงการคลัง นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ที่เข้ามาทำงานเป็นวันสุดท้าย ก่อนเกษียณอายุราชการในวันที่30 ก.ย. &amp;nbsp;ได้เดินทางออกจากกระทรวง โดยมี อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมธนารักษ์ และ ข้าราชการกระทรวงการคลัง มารอส่งกว่า 100 คน พร้อมมอบดอกกุหลาบให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายประสงค์ ว่าจะกลับมาเป็น รมว.คลัง หรือไม่ โดย นายประสงค์ ได้หัวเราะ ก่อนตอบกลับมาว่า &amp;ldquo;ภรรยา (เมีย) ล็อกให้อยู่บ้าน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี นายประสงค์ได้นั่งรถยนต์ส่วนตัว ทะเบียน ฌฐ 1959 ออกจากกระทรวง โดยมีข้อมูลระบุว่า นายประสงค์มีอายุราชการ 38 ปี 9 เดือน ซึ่งข้าราชการบางส่วนจำตัวเลข เพื่อไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ในงวดวันที่ 1 ต.ค.นี้ เพราะตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับ ปลัดกระทรวงการคลัง มักออกบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79109</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายประสงค์ พูนธเนศ, ปลัดกระทรวงการคลัง, เกษียณอายุราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f745556e2eda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประสงค์&#039;ทิ้งตำแหน่งบอร์ด&#039;ทอท.-บางจาก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp; ได้ส่งหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แจ้งขอลาออกจากการดำรงตำแหน่ง
ประธานกรรมการ และกรรมการ ทอท. และ บางจากของ นายประสงค์ พูนธเนศ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้นายประสงค์ เตรียมจะเกษียณราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79002</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการบริหารลาออก, ทอท., นายประสงค์ พูนธเนศ, บมจ.บางจาก, บางจาก, ปลัดกระทรวงการคลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc16815e31e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยแน่รัฐบาลเคาะแจกเยียวยาตกหล่น9ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 2563 นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่มี 10 ปลัดกระทรวงการ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ได้เห็นชอบจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบโควิดรอบสุดท้าย ไม่เกิน 9 ล้านคน โดยจะเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ เพื่อใช้เงินจากพระราชกำหนดกู้เงินฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนเยียวยา 6 แสนล้านบาทภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเห็นชอบวงเงินที่จะใช้แจกต่อร าย ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป และจะจ่ายเงินได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หาก ครม.เห็นชอบ ก็จะเริ่มโอนเงินเยียวยาได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ โดยจะโอนในส่วนเดือน พ.ค.-มิ.ย. ควบกัน 2 เดือน และไปแจกสุดท้ายในเดือน ก.ค. ซึ่งการแจกเงินช่วยเหลือโควิด กลุ่ม 9 ล้านคนนี้ จะเป็นล็อตสุดท้ายที่จะโอนเงินช่วยเหลือ จากที่ผ่านมาได้ดูแลไปหมดทุกกลุ่มแล้ว&amp;rdquo;นายประสงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ใน 9 ล้านคนเป็นกลุ่มตกหล่น ที่ไม่ได้รับมาตรการช่วยเหลือก่อนหน้านี้ โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มคือ 1.กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน จำนวน 2.4 ล้านคน แต่ผ่านการตรวจสอบความซ้ำซ้อนสิทธิ์ เหลือแค่ 1.2 ล้านคน 2.กลุ่มผู้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาเราไม่ทิ้งกัน ไม่ถูกต้อง 1.7 ล้านคน พบข้อผิดพลาดเช่น ลงทะเบียนเพศ อายุ อาชีพไม่ถูกต้อง ตรวจสอบสิทธิ์ความซ้ำซ้อนแล้วเหลือ 3 แสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มเปราะบาง เด็กผู้พิการ และผู้สูงอายุ ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.สัปดาห์ก่อน 13 ล้านคน ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ซ้ำซ้อนแล้วเหลือ 6.9-7 ล้านคน และ 4.กลุ่มประกันสังคมอีกก 6.6 หมื่นคน ที่ตกงานแต่ยังจ่ายรายเดือนค่าประกันสังคมยังไม่ครบ 6 เดือน จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือตามสิทธิ์ประกันสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสงค์ กล่าวว่า การช่วยเหลือจะจ่ายเงินให้ 3 เดือนเหมือนกันหมด แต่ผู้ได้รับเงินเยียวยาในแต่ละกลุ่มจะได้ไม่เท่ากัน เช่น กลุ่มประกันสังคมจะได้ 5,000 บาท 3 เดือน และกลุ่มเปราะบาง ผ่าน ครม. ให้ความช่วยเหลือ 1,000 บาท 3 เดือน ส่วนกลุ่มผู้ถือบัตรคนจน และกลุ่มตกหล่นเราไม่ทิ้งกัน 3 แสนราย ต้องรอผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองก่อน จะจ่ายเท่าไหร่ และงบประมาณที่ใช้ ต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองอีกครั้ง ซึ่งคลังยืนยันว่า เงินมีพอจ่าย ถ้าเงินไม่พอ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ก็สามารถกู้เงินตามอำนาจ พ.ร.ก.เพิ่มเพื่อมาจ่ายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า คลังได้รวบรวมข้อมูลผู้มาร้องทุกข์ ไม่ได้รับเงินเยียวยา วันที่ 1 มิ.ย.2563 โดยมีผู้ร้องทุกข์เข้าระบบแล้ว 1 แสนคน ในจำนวนนี้ เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิ์ไปแล้ว 34,805 คน เกษตรกร 12,496 คน ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 (6เดือน) 1,483 คน จึงเหลือกลุ่มที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน หรือตกหล่น 6,472 คน ซี่งกลุ่มนี้ จะได้รับเงินเยียวยาในรอบสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67867</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายประสงค์ พูนธเนศ, ปลัดกระทรวงการคลัง, เยียวยาโควิด, เราไม่ทิ้งกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea2d3b19e31c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
