<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คมนาคมถกแผนส่งมอบพื้นที่สร้างรถไฟเชื่อมสามสนามบิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค. 2564 นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะทำงานเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่และรื้อย้ายสาธารณูปโภค โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ครั้งที่ 1/2564 เปิดเผยว่า เป็นการรับทราบและติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานของคณะทำงานฯ ได้แก่ การขอใช้พื้นที่ของกรมทางหลวงและเวนคืนพื้นที่บริเวณทางออกสุวรรณภูมิ ซึ่งรูปแบบแนวเส้นทางของโครงการรถไฟความเร็วสูงขาออกจากสถานีสุวรรณภูมิไปยังอู่ตะเภาจะก่อสร้างอยู่ระหว่างโครงสร้างของโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เดิมกับถนนต่างระดับขาเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของกรมทางหลวง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจะต้องมีการเวนคืนพื้นที่ในช่วงทางโค้งเข้าบรรจบกับทางวิ่งหลัก โดยมีการเวนคืนพื้นที่ 1 ไร่ 89 ตารางวา ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบตามแนวทางดังกล่าว โดยเอกชนคู่สัญญาตกลงปรับรูปแบบโครงสร้างบริเวณจุดตัดทางต่างระดับ เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างทางยกระดับศรีนครินทร์ - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (M7) ตามที่กรมทางหลวงออกแบบ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้า ปัญหาอุปสรรค และแนวทางดำเนินการของฝ่ายรัฐ ได้แก่ การรังวัดโฉนดที่ดินในเขตตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน การทำสัญญาจ่ายค่าทดแทนการเวนคืน การขอใช้พื้นที่หน่วยงานรัฐในพื้นที่เวนคืน ได้มอบหหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ประสานงานกับหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ ส่วนการโยกย้ายผู้บุกรุกในช่วงสุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา จากทั้งหมด 302 หลัง ได้ดำเนินการไปแล้ว 300 หลัง และฝ่ายเอกชนได้เริ่มดำเนินการล้อมรั้วเพื่อป้องกันผู้บุกรุกแล้ว และให้การรถไฟแห่งประเทศไทยติดตามตรวจสอบไม่ให้มีประชาชนบุกรุกเข้าพื้นที่ พร้อมทั้งให้รายงานต่อที่ประชุมทุก ๆ เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90530</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยธรรม์ พรหมศร, ปลัดกระทรวงคมนาคม, รถไฟเชื่อม3สนามบิน, ส่งมอบพื้นที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190617/image_big_5d073747c9488.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดใช้บริการรถสาธารณะช่วงหยุดยาว 7.96 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย. 2563 นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงคมนาคมได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และดูแลความปลอดภัยการเดินทางของประชาชนทั้งรถส่วนบุคคลและด้วยระบบการขนส่งสาธารณะ รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ในช่วงวันหยุดต่อเนื่องระหว่างวันที่ 4 - 7 กันยายน 2563 โดยข้อมูลสะสมเมื่อวันที่ 3 - 6 กันยายน 2563 พบว่า มีประชาชนเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ 7,968,080 คน-เที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ต่ำกว่าประมาณการ 10.63% มีปริมาณการจราจรเข้า - ออกกรุงเทพฯ จำนวน 11,215,836 คัน สูงกว่าประมาณการ 36.21% โดยพบว่าส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 10,538,851 คัน ส่วนสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุบนโครงข่ายทางถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม ในวันที่ 3 - 6 กันยายน 2563 พบว่า มีจำนวนอุบัติเหตุเกิดขึ้น 325 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 48 คน บาดเจ็บ 309 คน บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรง 81.18%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุสำคัญเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด โดยเกิดที่กรุงเทพฯ มากที่สุด จำนวน 32 ครั้ง สำหรับอุบัติเหตุที่มีรถจักรยานยนต์เกี่ยวข้อง จำนวน 92 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 25 คน บาดเจ็บ 115 คน เกิดที่จังหวัดราชบุรีและสุพรรณบุรี มากที่สุดจังหวัดละ 7 ครั้ง นอกจากนี้มีอุบัติเหตุโดยรถโดยสารสารธารณะ จำนวน 3 ครั้ง ทั้งนี้ ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุในบริการขนส่งสาธารณะทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในการเตรียมความพร้อมของระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท ในวันที่ 3 - 6 กันยายน 2563 สามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง นอกจากนี้ในการตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ ณ จุดตรวจความพร้อม 121 แห่ง จำนวน 50,523 คัน พบข้อบกพร่อง 20 คัน และได้สั่งให้แก้ไขแล้ว ส่วนความพร้อมของท่าเรือ/แพ ณ จุดตรวจความพร้อม 89 แห่ง จำนวน 1,152 ลำ พบมีเรือโดยสารไม่พร้อมใช้งาน จำนวน 1 ลำ และได้สั่งปรับปรุงแล้ว ด้านการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถ เจ้าหน้าที่รถไฟ รถไฟฟ้า และผู้ประจำเรือไม่พบว่ามีการดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติด แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์การเดินทางและดำเนินการเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายของวันหยุดยาวตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 6 กันยายน ต่อเนื่องถึงวันที่ 7 กันยายน ที่ประชาชนจะเริ่มทยอยเดินทางกลับจากทุกภูมิภาค ซึ่งจะมีปริมาณการเดินทางที่สูงขึ้น โดยเน้นย้ำการบริหารจัดการจราจรเส้นทางบนโครงข่ายคมนาคมจะต้องไม่ติดขัด มีความคล่องตัวสามารถเคลื่อนตัวไปได้อย่างต่อเนื่อง เข้มงวดมาตรการด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุ ลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะทั้งรถโดยสาร รถไฟ/รถไฟฟ้า เรือ เครื่องบิน ประชาชนจะต้องได้รับความสะดวกอย่างเพียงพอ ไม่ล่าช้า ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ต้องไม่เกิดการเอาเปรียบผู้โดยสารโดยเด็ดขาด และผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ผู้ประจำรถโดยสาร รถไฟ/รถไฟฟ้า เรือ เครื่องบิน จะต้องมีสภาพร่างกายที่พร้อมให้บริการ และรักษามาตรการด้านสาธารณะสุขเพื่อเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มงวด นอกจากนี้ขอให้ประชาชนชนเพิ่มความระมัดระวังการขับขี่ยานพาหนะมากขึ้น เนื่องจากหลายพื้นที่มีฝนตกทำให้ถนนลื่น และขอให้ขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัดนิรภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดได้ตั้งศูนย์อำนวยการ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ให้บริการข้อมูล ประสานการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและรับเรื่องข้อร้องเรียนต่าง ๆ ดังนี้ ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม โทร. 1356 ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ โทร. 1584 ศูนย์บัญชาการกรมทางหลวง โทร. 1586 ศูนย์ความปลอดภัยกรมทางหลวงชนบท โทร. 1146 ศูนย์ควบคุมทางพิเศษบูรพาวิถี การทางพิเศษแห่งประเทศไทย โทร. 1543 ศูนย์รัชดา ขสมก. โทร. 1348 และศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ รฟท. โทร. 1690&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76735</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ, ปลัดกระทรวงคมนาคม, ยอดใช้รถสาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190415/image_big_5cb405d17f487.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2020 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมสั่งทบทวนแผนทำโครงการอีอีซีระยะที่2เน้นระบบขนส่งสาธารณะเชื่อม CLMV </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.2563 นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ระยะที่ 2 ครั้งที่ 2/2563 ว่า โดยระยะที่ 2 มีจำนวน 131 โครงการ วงเงิน 386,565 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ (พ.ศ. 2565-2570) ระยะเวลา 6 ปี ขณะที่ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2560-2564) เนื่องจากยังมีบางโครงการยังไม่สามารถเดินหน้าได้ประมาณ 40 โครงการจึงได้นำโครงการที่จะบรรจุไว้ในแผนโครงสร้างพื้นฐาน อีอีซี ระยะที่ 2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามใน131 โครงการ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละโครงการ ทบทวนจัดความสำคัญ รวมถึงเรื่องการสำรวจออกแบบ ศึกษาผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)งบประมาณ กรอบวงเงินที่ใช้ ขั้นตอนและระยะเวลา &amp;nbsp;จากนั้นให้ส่งมาที่สำนักงานนโยบายแผนการขนส่งและจราจร(สนข) ภายในวันที่ 14 กันยายน นี้ ก่อนสรุปส่งไปที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ซึ่งมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ภายในเดือน ต.ค.นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระยะที่ 2 เน้นให้การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก และการขนส่งสินค้าทางราง ทางน้ำ ให้เป็นระบบหลักที่สำคัญของพื้นที่และสามารถเชื่อมโยง อีอีซีกับพื้นที่อื่นๆของประเทศ รวมทั้งสามารถเชื่อมกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) เพื่อให้ อีอีซีเป็นศูนย์กลางของการขนส่งอุตสาหกรรมในภูมิภาค จะเห็นได้ว่าระยะที่ 2 นั้น อีอีซี ไม่ใช่แค่ 3 จังหวัด แผนระยะที่2 นี้จะเห็นได้ว่า อีอีซี เป็นพื้นที่ศูนย์กลางในการเชื่อมการขนส่งสินค้าและการเดินทางของภูมิภาค&amp;rdquo;นายชัยวัฒน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า สัดส่วนของการลงทุนในระบบรางและขนส่งสาธารณะจะอยู่ที่ 43% รองลงมาคือการลงทุนทางถนน โยจะใช้งบประมาณแผ่นดิน40% เป็นงบประมาณเพิ่มเติม32% ที่เหลือ PPP 27% ขณะที่งบของรัฐวิสาหกิจอยู่ที่ 1% โยในแผนระยะที่ 2 จะมี3 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1.การรองรับการเดินทางของประชาชน นักท่องเที่ยวด้วยระบบขนส่งสาธารณธ 2.การขนส่งสินค้า เน้นทางรางกับทางน้ำเป็นหลัก และ3 การสนับสนุนใช้เทคโนโลยีแบบเชิงรุก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76470</URL_LINK>
                <HASHTAG>(อีอีซี, CLMV, ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ, ปลัดกระทรวงคมนาคม, รโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง, แผนปฏิบัติการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ระยะที่ 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200806/image_big_5f2bed44b4920.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2020 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2020 22:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยามเตรียมเสนอ ครม.สัญจร ไฟเขียวปลัดคมนาคมคนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า จากกรณีที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้ให้ผู้บริหารระดับสูงระดับ ซี10ที่สังกัดกระทรวงคมนาคม &amp;nbsp;เขียนแสดงวิสัยทัศน์ ในการดำเนินงานตามนโยบาย เพื่อเข้าคัดเลือกมาดำรงตำแหน่งปลัดคมนาคมคนใหม่ แทนนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้ และให้ส่งวิสัยทัศน์ กลับมายังคณะทำงาน รมว.คมนาคม ภายในวันที่ 21 ส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ล่าสุดขณะนี้ได้มีข้าราชการซี 10 ที่แสดงวิสัยทัศน์ และส่งกลับมายังทีมงาน รมว.คมนาคม รวมจำนวน 6คน ประกอบด้วย นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) ,นายชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.), นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม,นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม,นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.)และนางสาวดุจดาว เจริญผล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้าราชการที่ไม่ส่งแสดงวิสัยทัศน์ กลับมายังทีมงาน รมว.คมนาคม มี 4 คนประกอบไปด้วย นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.)ซึ่งมีความอาวุโสอันดับ 1และจะเกษียณอายุในปี 68 ,นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)ซึ่งจะเกษียณอายุในปี 67 ,นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.)ซึ่งจะเกษียณอายุในปี 65,และนายสรพงษ์ ไพฑูรย์พงศ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง(ขร.) ซึ่งจะเกษียณอายุในปี75 ทั้งนี้เป็นที่ชัดเจนว่า นายสราวุธ ทรงศฺวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) และนายปฐม เฉลยวาเรศ อธฺบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.) ได้แจ้งกับคณะทำงานที่ปรึกษาของ นายศักดิ์สยาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ขอทำงานอยู่ที่เดิม เนื่องจากมีโครงการที่จะต้องดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากพิจารณาอาวุโส จะพบว่า นายจิรุตม์ อาวุโสลำดับที่ 4 ขณะที่ นายชยธรรม์ มีความอาวุโส ในอันดับ 14 แต่เป็นที่รับทราบกันและที่ผ่านมา นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เคยให้สัมภาษณ์ว่า การเสนอรายชื่อให้ รมว.พิจารณาคุณสมบัติ ไม่จำเป็นที่จะต้องมีอาวุโสอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาบุคคลที่สามารถทำงานร่วมกับ นายศักดิ์สยาม ได้อย่างดีมากกว่า เพราะต้องต้องทำงานด้านนโยบายเพื่อ แปรไปสู่ปฎิบัติได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.สัญจร ในวันที่ 24-25 สิงหาคมนาคม นี้ ที่จังหวัดจันทบุรีและ จังหวัดระยอง นั้น กระทรวงคมนาคมจะมีการเสนอรายชื่อปลัดคนให้ให้ที่ประชุม ครม.รับทราบ โดยบุคคลที่มีแนวโน้มว่าจะได้นั่งในตำแหน่งปลัดคมนาคม นั้น คือนายชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75343</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลัดกระทรวงคมนาคม, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, แต่งตั้งปลัดกระทรวงคนใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec3ded2e9927.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2020 18:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2020 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวัฒน์&#039;เปิดใจเร่งทำงานเก้าอี้ปลัดคมนาคมก่อนเกษียณอายุราชการอีก2 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ส.ค.63-นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยก่อนจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน นี้ ว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปี 10 เดือนที่ได้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ดีใจที่มีโอกาสได้เข้ามาปฏิบัติภารกิจด้านคมนาคมอย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อxระเทศชาติ และประชาชน ทั้งนี้ ก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมนั้น ตนได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ทั้งในตำแหน่งรองผู้อำนวยการฯ และผู้อำนวยการ ระยะเวลารวม 5 ปี ส่วนตนรู้สึกเป็นสิ่งที่วิเศษในชีวิต สนุก และท้าทาย รวมถึงมีคุณค่ากับชีวิตที่ได้เรียนรู้ว่าประเทศไทยต้องการอะไรจากกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเข้ามาทำงานที่กระทรวงคมนาคม และจะเกษียณในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้ ยอมรับว่าทำงานเยอะมาก แต่คิดว่าเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่า ได้เรียนรู้ด้านการคมนาคม โดยเฉพาะตอนที่อยู่ สนข. ซึ่งตอนนั้นเปรียบเหมือนนกที่บินสูง มองเห็นมุมภาพต่างๆ ด้านล่าง ให้เห็นภาพว่าประเทศไทยต้องการคมนาคมอะไรบ้าง&amp;rdquo; นายชัยวัฒน์ กล่าว&amp;nbsp;
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการทำหน้าที่ปลัดกระทรวงคมนาคม ระยะเวลา 1 ปี 10 เดือนที่ผ่านมานั้น รู้สึกภูมิใจที่ได้มีโอกาสมาทำหน้าที่ปลัดฯ ได้ทำประโยชน์ด้านการคมนาคมมากมาย ทำให้ตลอดเวลาที่ทำงาน รู้สึกมีความสุข ทั้งนี้ ในช่วงก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งในเวลานั้น ตนไม่ได้ดีใจกับตำแหน่ง เนื่องจากรู้สึกว่าสูงเกินเอื้อม แต่ภูมิใจ เพราะเมื่อได้รับมอบหมายแล้ว เพราะมองว่าตนเป็นผู้มีความรู้ ความตั้งใจในการทำงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่ผมทำงานที่ สนข. จนมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ทำให้ผมได้รู้รายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะการจัดทำแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 รวม 111 โครงการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกระทรวงฯ และถือเป็นเรื่องที่ภูมิใจ และตั้งใจจะทำให้สำเร็จ เพราะถ้าทำสำเร็จทุกโครงการ ประเทศไทยจะอยู่ได้สบายๆ 50 ปี เช่น โครงการรถไฟทางคู่, รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล (แคราย-ลำสาลี), รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) เป็นต้น ผนวกรวมไปถึงการบริหารงานอย่างต่อเนื่องของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีด้วย&amp;rdquo; นายชัยวัฒน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับโครงการหรือการดำเนินการใดที่รู้สึกภาคภูมิใจในช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม นั้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้แกะปัญหาของกระทรวงคมนาคมหลายเรื่อง เช่น การยุติข้อพิพาททางด่วนระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM โดยการขยายอายุสัญญาสัมปทานออกไปอีก 15 ปี 8 เดือน จนเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน รวมถึงการตัดสินใจให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ อีกทั้งยังภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ตั้งแต่เริ่มต้น เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในอีกระยะเวลาประมาณ 2 เดือนก่อนที่จะเกษียณอายุราชการนั้น ตนต้องการจะแก้ไขปัญหาหรือปฏิบัติภารกิจของกระทรวงคมนาคมให้สำเร็จในหลายโครงการที่ยังคั่งค้างอยู่ เช่น การฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รวมถึงโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต ที่จะต้องมาจัดทำรายละเอียดว่า วงเงินที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขอเพิ่มวงเงิน 10,345 ล้านบาทที่กระจายอยู่ในทุกสัญญานั้น มีความจำเป็นหรือไม่ และแผนการเปิดให้บริการเป็นอย่างไร ก่อนที่จะไปชี้แจงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้รับทราบต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี จะสร้างพร้อมกับทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือเชื่อมการเดินทางฝั่งตะวันออก-ตะวันตก ที่ได้หารือร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะเสนอให้ ครม.พิจารณาภายใน 2 เดือนก่อนที่ตนจะเกษียณอายุราชการ ขณะเดียวกัน จะเดินหน้าโครงการรถไฟทางคู่ ที่ต้องดำเนินการต่อ เพราะถือเป็นระบบการคมนาคมที่ดีของอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมานั้น ถือเป็นอีก 1 โครงการที่กระทรวงคมนาคมได้เดินหน้าโครงการอย่างต่อเนื่อง และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะคำตอบไม่ใช่แค่การลงทุนหลักแสนล้าน แต่สิ่งที่จะได้ คือ การเชื่อมกับประเทศจีน ซึ่งเป็นมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจของโลก และส่งผลต่อประเทศอื่นๆ มากมาย มีความคุ้มค่าจากสิ่งที่ลงทุนกับอนาคตของประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และสังคมด้วย หากเราไม่สามารถเชื่อมต่อได้ จะทำให้ตกขบวน และล้าหลังประเทศอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;งานของกระทรวงคมนาคม คือ การทำงานสำหรับอนาคต สิ่งที่รัฐบาล และกระทรวงคมนาคมลงทุนไปนั้น ไม่เพียงแค่ส่งผลภายในประเทศ แต่ยังเชื่อมโยงโลกด้วย โดยเฉพาะในส่วนของระบบราง ที่ผมให้น้ำหนักเรื่องการพัฒนาระบบรางมากๆ ซึ่งภาพการลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมของไทยในครั้งนี้ ถือเป็นภาคที่ 2 ของประวัติศาสตร์ไทย หลังจากภาคแรก คือ ในช่วงของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ซึ่งโครงการทั้งหลายที่อยู่ในแผนนั้น ถ้าทำสำเร็จใช้ไปได้อีก 100 ปีสบายๆ คุ้มค่ากับประเทศไทยมากๆ&amp;rdquo; นายชัยวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73625</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ, ปลัดกระทรวงคมนาคม, เกษียณอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200806/image_big_5f2bed44b4920.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมเผยหยุดยาว 24-28 ก.ค.นี้คนแห่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเดินทางถึง7.27 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.63-นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าตามที่กระทรวงคมนาคมได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และดูแลความปลอดภัยการเดินทางของประชาชน รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ในช่วงวันหยุดต่อเนื่องระหว่างวันที่ 24 - 28 กรกฎาคม 2563 โดยข้อมูลสะสมเมื่อวันที่ 24 - 27 กรกฎาคม 2563 พบว่า มีประชาชนเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ 7,278,977 คน-เที่ยว สูงกว่าประมาณการ 1.55%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีปริมาณการจราจรเข้า - ออกกรุงเทพฯ จำนวน 10,617,596 คัน ต่ำกว่าประมาณการ 11.36% โดยพบว่าส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล จำนวน 9,983,176 คัน ส่วนสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุบนโครงข่ายทางถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม ในวันที่ 24 - 27 กรกฎาคม 2563 พบว่า มีจำนวนอุบัติเหตุเกิดขึ้น 283 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 40 คน บาดเจ็บ 226 คน บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรง 79.15% สาเหตุสำคัญเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด โดยเกิดที่จังหวัดชลบุรี มากที่สุดจำนวน 28 ครั้ง พบอุบัติเหตุที่มีรถจักรยานยนต์เกี่ยวข้องจำนวน 76 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 26 คน เกิดที่จังหวัดพัทลุง มากที่สุด 6 ครั้ง ทั้งนี้ ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุในบริการขนส่งสาธารณะ ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเตรียมความพร้อมของระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท ในวันที่ 24 - 27 กรกฎาคม 2563 สามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง อย่างไรก็ดีพบว่ามีจำนวนผู้ใช้บริการเดินทางด้วยรถ บขส. ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ในการตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ ณ จุดตรวจความพร้อม 121 แห่ง จำนวน 49,119 คัน พบข้อบกพร่อง 32 คัน ได้สั่งให้แก้ไข 31 คัน และเปลี่ยนรถ 1 คัน ส่วนความพร้อมของท่าเรือ/แพ พบมีเรือโดยสารไม่พร้อมใช้งานโดยสั่งห้ามใช้ 2 ลำ ด้านการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถ เจ้าหน้าที่รถไฟ รถไฟฟ้า และผู้ประจำเรือไม่พบว่ามีการดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติด แต่อย่างใด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์การเดินทางและดำเนินการเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 ที่ประชาชนจะเดินทางกลับจากทุกภูมิภาค และจะมีปริมาณการเดินทางที่สูงขึ้น โดยเน้นย้ำให้จัดระเบียบการจราจร ใช้เทคโนโลยีกล้อง CCTV และอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ในการสำรวจสภาพการจราจรบนเส้นทางหลักสำคัญ เพื่อควบคุมและสั่งการให้การบริหารจัดการจราจรมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ให้จัดเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนอย่างเพียงพอตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการให้บริการรถโดยสารสาธารณะทั้งรถโดยสาร รถไฟ/รถไฟฟ้า เรือ เครื่องบินต้องเคร่งครัดในมาตรฐานความปลอดภัยทั้งพื้นที่สถานี ยานพาหนะโดยสาร และผู้ปฏิบัติหน้าที่ ต้องไม่เกิดการล่าช้าและไม่มีผู้โดยสารตกค้าง พร้อมทั้งรักษามาตรการด้านสาธารณะสุขเพื่อเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถประสานเจ้าหน้าที่ด้านการเดินทาง ช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุและรับเรื่องข้อร้องเรียนต่าง ๆ ได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม โทร. 1356 ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ โทร. 1584 ศูนย์บัญชาการกรมทางหลวง โทร. 1586 ศูนย์ความปลอดภัยกรมทางหลวงชนบท โทร. 1146 ศูนย์ควบคุมทางพิเศษบูรพาวิถี การทางพิเศษแห่งประเทศไทย โทร. 1543 ศูนย์รัชดา ขสมก. โทร. 1348 และศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ รฟท. โทร. 1690&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72702</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเดินทางระบบสาธารณ, ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ, ปลัดกระทรวงคมนาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200725/image_big_5f1ba4e54ba9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวัฒน์&#039;เร่งเคลียร์บิ๊กโปรเจ็กต์ก่อนเกษียณลุ้นตั้งปลัดใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ก.ค.63-นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่ตนเองจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. 2563 นี้ จึงได้ตั้งเป้าหมายเดินหน้าโครงการต่างๆ ในส่วนที่ได้รับผิดชอบมาอย่างต่อเนื่องให้เสร็จเรียบร้อย อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล และการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือทดแทน N1 ที่จะต้องได้ข้อสรุปทั้งหมด เพื่อเดินหน้าดำเนินโครงการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา สัญญา 2.3 (สัญญาการวางราง และระบบการเดินรถ ระบบอาณัติสัญญาณ พร้อมขบวนรถ) วงเงิน 50,633.50 ล้านบาท รวมถึงโครงการรถไฟสายสีส้มฝั่งตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่จะมีการเปิดขายซองถึงวันที่ 24 ก.ค. 2563 และเปิดให้ยื่นข้อเสนอวันที่ 23 ก.ย. 2563
&amp;nbsp;
ทั้งนี้จะเดินหน้าดำเนินการในการส่งมอบพื้นที่โครงการรถไฟเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งถือเป็นโครงการที่ยังต้องมีการดำเนินการต่อเนื่อง แต่ในส่วนของการดำเนินการเบื้องต้นนั้น จะเร่งดำเนินการให้ครบ เช่น การเวนคืน การรื้อย้ายสาธารณูปโภคฯ เป็นต้น ขณะเดียวกัน จะเร่งผลักดันการเดินหน้าโครงการตั๋วร่วม ที่ในขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่อาจจะความล่าช้าจากแผนเดิมที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมา แต่ติดปัญหาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จึงทำให้ต้องเลื่อนออกไปอีก
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมต้องการเคลียร์งานก่อนที่จะเกษียณ เพราะมีความต่อเนื่อง และผมมีความรู้ของโครงการดังกล่าว ที่เป็นโครงการที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้น เพื่อการดำเนินงานมีความต่อเนื่อง จึงอย่างดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อส่งมอบงานให้ปลัดคมนาคมท่านใหม่ต่อไป โดยส่วนตัวก็จะต้องเริ่มเคลียร์งานที่ผูกพันกันมาให้จบ เพื่อที่ปลัดฯท่านใหม่จะได้สบาย และก็ส่งงานที่จะเกิดในช่วงที่ปลัดท่านใหม่มา และได้มีการสั่งการว่าในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.นี้ ให้นำงานที่ค้างมาเร่งเคลียร์ให้หมดภายใน 2 เดือนอะไรที่ต้องจบให้จบ&amp;rdquo; นายชัยวัฒน์ กล่าว
&amp;nbsp;
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการเสนอรายชื่อคุณสมบัติของข้าราชการที่มีเหมาะสม จะเข้ามาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่นั้น จะต้องมีการเสนอชื่อผู้บริหารระดับ 10 ในสังกัดกระทรวงคมนาคมให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณา ก่อนที่จะมีการทยอยเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงเดือน ส.ค.นี้ และมีส่งมอบงานต่อไปในช่วง ก.ย. 2563
&amp;nbsp;
สำหรับหลักการพิจารณาผู้มีคุณสมบัตินั้น จะคัดเลือกจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับงานทุกด้านของกระทรวงคมนาคมเป็นอันดับแรก จึงค่อยมาพิจารณาประสบการณ์และความอาวุโสเป็นลำดับสุดท้าย แต่ในเบื้องต้นขณะนี้ยังไม่มีพิจารณาบุคคลใดเป็นพิเศษ และยังมีเวลาในการพิจารณาอยู่ เพราะตามปกติแล้วจะต้องนำเสนอรายชื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาก่อนหมดวาระ 1 เดือน และแต่งตั้งคนใหม่ เพื่อจะได้มีเวลาส่งมอบงานและเรียนรู้งาน อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวมั่นใจว่าผู้บริหารในสังกัดกระทรวงคมนาคมทุกท่านสามารถทำงานได้ทุกคนแต่มีความกังวลในเรื่องของปัญหาบุคลากรขาดช่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
รายงายข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า สำหรับปี 2563 กระทรวงคมนาคมจะมีผู้บริหารระดับสูงเกษียณอายุราชการ 6 ราย ได้แก่ 1.นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม 2.นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม 3.นายสมัย โชติสกุล 4.นางสาวกอบกุล โมทนา 5.นางอัมพวัน วรรณโก และ 6.นายกมล หมั่นทำ ผู้ตรวจราชการกระทรวง
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามขณะที่ความเคลื่อนไหวภายในกระทรวงคมนาคม มีการคาดการณ์กันว่านายชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม เนื่องจากทราบรายละเอียดภาพรวมของกระทรวงคมนาคมเป็นอย่างดี แต่ยังมีอายุราชการเหลืออีก 6 ปี จึงอาจจะยังไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์อีกว่า อาจจะมีการพิจารณาบุคคลภายนอกกระทรวงคมนาคมที่มีอายุราชการเหลือประมาณ 1-2 ปีเข้ามาดำรงตำแหน่งแทน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71393</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ, ปลัดกระทรวงคมนาคม, ส่งมอบพื้นที่โครงการรถไฟเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, เกษียณอายุราชการ, โครงการตั๋วร่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200404/image_big_5e884d87abed7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
