<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล็อกดาวน์ให้ถึง25% ฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยงทำยอดติดเชื้อ-ตายลดลงรวดเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปลัด มท.&amp;quot; สั่งทุกจังหวัดเข้มข้นมาตรการล็อกดาวน์ตามคำสั่ง ศบค. พร้อมเร่งให้ความรู้ ปชช.ในพื้นที่จำกัดการเคลื่อนย้าย-การรวมกลุ่ม &amp;quot;ศบค.&amp;quot; แย้มประเมินล็อกดาวน์ 2 สัปดาห์ ถ้าสถานการณ์ดีอาจมีผ่อนคลายก่อนสิ้น ส.ค. &amp;quot;สธ.&amp;quot; วอนล็อกดาวน์ให้ถึง 25% ร่วมกับการฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง จะทำให้ยอดผู้ติดเชื้อและตายลดลงรวดเร็ว เชื่อทุกคนทำพร้อมเพรียงคุมโควิดอยู่แน่ &amp;quot;อนุสรณ์&amp;quot; แนะใช้โคกขามโมเดลปฏิบัติการเชิงรุกแบบครบวงจร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 ส.ค. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) กล่าวถึงมาตรการล็อกดาวน์ว่า ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศใช้ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 30) ลงวันที่ 1 ส.ค.64 และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 11/2564 ลงวันที่ 1 ส.ค.64 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.64 กำหนดเขตพื้นที่สถานการณ์เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด 37 จังหวัด และพื้นที่ควบคุม 11 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัยกล่าวว่า ได้ประสานกรุงเทพมหานครและสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดรับทราบและถือปฏิบัติตามข้อกำหนดและคำสั่งดังกล่าวโดยเคร่งครัด พร้อมทั้งสร้างการรับรู้แก่ผู้ประกอบการ พนักงาน ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ว่ามาตรการตามข้อกำหนดดังกล่าวมีเจตนารมณ์เพื่อลดและจำกัดการเคลื่อนย้ายของประชาชน และการรวมกลุ่มของบุคคล เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่โรคติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับจังหวัดที่ได้ปรับระดับเขตพื้นที่สถานการณ์ขึ้นใหม่ตามคำสั่ง ให้เตรียมการด้านบุคลากร สถานที่ และประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อม เพื่อการดำเนินการตามมาตรการ ข้อห้าม และข้อปฏิบัติต่างๆ เป็นการล่วงหน้า โดยเฉพาะจังหวัดที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&amp;nbsp;รวมถึงสร้างการรับรู้ให้ประชาชนปฏิบัติมาตรการ&amp;nbsp;D-M-H-T-T-A&amp;nbsp;อย่างเข้มข้น&amp;quot; นายฉัตรชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด มท.กล่าวว่า นอกจากนี้ยังให้ผู้ว่าราชการจังหวัดวางระบบประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมอบหมาย ศปก.จังหวัด ศปก.อำเภอ ศปก.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อกำกับการปฏิบัติตามมาตรการ ประกาศ หรือคำสั่งจังหวัดให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และกรณีคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด&amp;nbsp;ได้มีมติให้ออกประกาศหรือคำสั่งให้ส่งประกาศหรือคำสั่งให้ ศบค.มท.ทราบโดยเร็ว เพื่อรายงานสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบประกาศหรือคำสั่งโดยทั่วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า เป้าหมายการควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ เช่น โรงงาน แคมป์ก่อสร้าง บริษัท ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ที่มีการระบาดแล้ว แต่รวมไปถึงพื้นที่ที่ยังไม่ระบาดเป็นคลัสเตอร์ จะต้องจัดการทำงานแบบบับเบิลแอนด์ซีลอย่างเข้มงวด เพื่อลดการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาดไปยังชุมชน ไม่ใช่ว่าเปิดไม่ได้ แต่มีเงื่อนไข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับพื้นที่เหล่านั้นหากมีพนักงานอยู่หลายฝ่ายให้จัดกันเป็นกลุ่ม ไม่ให้มีการปะปนกัน แยกพื้นที่รับประทานอาหาร สถานประกอบการใดสามารถจัดหาที่พักให้คนงานได้ให้ซีลแรงงานไว้ แต่บางโรงงานที่แรงงานยังต้องเดินทาง ขอร่วมมือบริษัทศึกษาแนวทางปฏิบัติโดยละเอียด ตรงนี้กระทรวงสาธารณสุขมีความเป็นห่วง บางบริษัทที่มีคนงานจำนวนมากอาจทำตามมาตรการไม่ได้ ให้ขอความช่วยเหลือหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งจังหวัด คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ทุกฝ่ายพร้อมให้การช่วยเหลือ และเน้นย้ำการซีลแรงงานต้องมีการดูแลเรื่องอาหาร เครื่องนุ่มห่ม และเครื่องใช้ประจำตัว เพื่อให้ 14 วันนี้แรงงานเหล่านี้จะได้ไม่ต้องไปปะปนในชุมชน หากโรงงานใดมีบริบทที่แตกต่างให้ปรึกษาคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อสามารถปรับมาตรการตามความเหมาะสมได้&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการขยายเวลาล็อกดาวน์ครั้งนี้จะขยายถึงวันที่ 31 ส.ค.ใช่หรือไม่ ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า ข้อกำหนดฉบับที่ 30 ที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้วันที่ 3 ส.ค.ให้มีผลถึงวันที่ 31 ส.ค. โดยเมื่อข้อกำหนดมีผลแล้ว ศบค.จะติดตามผลในระยะ 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ คือวันที่ 18 ส.ค. หากผลออกมาดี ข้อกำหนดอาจผ่อนคลายได้ แต่ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นก็ยืดไปถึง 31 ส.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;14 วันหลังจากนี้หากประชาชนจำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตจังหวัดสีแดงเข้ม เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดูหลักฐานอนุญาตการเดินทาง ดังนั้นหากไม่จำเป็นขอให้ประชาชนงดเว้นการเดินทางในช่วง 14 วันนี้ไปก่อน&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แต่ละพื้นที่มีการยกระดับมาตรการ พื้นที่สีแดงเข้มขอให้เลี่ยงหรืองดเว้นการเดินทางออกนอกเคหสถานนอกที่พักโดยไม่จำเป็น และห้ามออกจากเคหสถานเวลา 21.00-04.00 น. วันรุ่งขึ้น หากทำได้พร้อมเพรียงกันก็ลดโอกาสแพร่เชื้อในพื้นที่สาธารณะที่มีการพบกันของผู้คน, งดการให้บริการขนส่งข้ามเขตจังหวัด และตั้งด่านสกัดระหว่างจังหวัดเพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อข้ามพื้นที่ โดยต้องอาศัยความร่วมมือประชาชนด้วย, ห้ามจัดกิจกรรมรวมกันมากกว่า 5 คน เพราะโอกาสแพร่เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาเร็วขึ้นติดง่ายขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับข้อมูลโมบิลิตี ติดตามการเคลื่อนย้ายรถและการเดินเท้า หลังประกาศลดการเดินทางตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่แล้วพบว่ามีแนวโน้มลดลง แต่ยังน้อยกว่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว อย่าง กรุงเทพฯ และ จ.ชลบุรี ปีที่แล้วสามารถลดลงได้ 80% กว่า ส่วนปีนี้ทำได้เพียง 70% กว่า ต้องขอความร่วมมือเพื่อให้ความเสี่ยงลดลง เชื้อโรคจะไม่มีที่ไปต่อ ถ้าลดการเดินทาง เชื้อโรคก็ลดโอกาสแพร่เชื้อ&amp;quot; รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กราฟแสดงสถานการณ์ของไทยในปัจจุบันสัปดาห์ที่ 30 พบผู้ป่วยใหม่ยังเพิ่มขึ้น ผู้หายป่วยก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน แต่ผู้ป่วยใหม่มากกว่าผู้หายป่วย ทั้งนี้ กราฟแสดงการคาดการณ์พบว่าตัวเลขสถานการณ์จริงทั้งการติดเชื้อและเสียชีวิตใกล้เคียงตัวเลขคาดการณ์ประสิทธิภาพการล็อกดาวน์ 20% ซึ่งหากเพิ่มประสิทธิภาพการล็อกดาวน์เป็น 25% ร่วมกับการฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ จะทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตลดลงค่อนข้างมาก ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพแค่ 5% ก็จะมีผลอย่างมาก ขณะนี้เราจึงต้องร่วมกันควบคุมการติดเชื้อ ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนช่วยกันล็อกดาวน์ให้ถึง 25% ทั้งเรื่องของงดการเดินทาง การไปพบปะ การดูแลตนเองที่ต้องทำเข้มขึ้น จะทำให้ยอดผู้ป่วยติดเชื้อและเสียชีวิตลดลงรวดเร็วเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า มาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลไม่ทำให้โควิดอ่อนกำลังลงอย่างที่โฆษณา รัฐบาลควรปฏิบัติการเชิงรุกแบบครบวงจรในการตรวจค้นหา รักษาป้องกันโควิด-19 แบบโคกขามโมเดล ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ทุกคนที่มาเข้ารับบริการหลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบประวัติบันทึกข้อมูลในระบบเบื้องต้นแล้ว ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการ หรือขั้นตอนที่เรียกว่าตรวจค้นหารักษาป้องกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) จากนั้นนั่งรอผลประมาณ 15 นาที ถ้าผลเป็นลบก็ให้ไปต่อที่การฉีดวัคซีน เมื่อฉีดวัคซีนแล้วก็นั่งพักรอสังเกตอาการจนครบ 30 นาที เจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมแล้วกลับบ้าน ขณะที่ผู้ที่มีผลเป็นบวกจะต้องเข้าสู่ห้องแยกกักตัวชั่วคราวเพื่อคัดกรองอาการของโรคทันที และทางเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้พิจารณาว่าผู้ติดเชื้อรายนั้นต้องให้ยาหรือไม่ ถ้าต้องให้ยาควรเป็นยาฟาวิพิราเวียร์ หรือฟ้าทะลายโจร และต้องใช้วิธีการกักตัวในแบบใด Home Isolation, Community Isolation โรงพยาบาลสนาม หรือโรงพยาบาลหลัก โมเดลนี้จะทำให้สามารถฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้ครอบคลุมรวดเร็วขึ้น&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111989</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายฉัตรชัย พรหมเลิศ, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ล็อกดาวน์ตามคำสั่ง ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cea158a62bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังฝุ่นตลบ! &#039;วราวุธ&#039; โพล่งมหาดไทยตีกันเอง ลามโยกเก้าอี้ &#039;ปลัดทส.&#039; ยันไม่มีใครมาพูดคุย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะถูกโยกไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่า เรื่องนี้ขอเรียนว่าขณะนี้ทั้งตนและปลัดทส. เราทำงานด้วยกันมา 2 ปี ซึ่งต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในปลัดกระทรวงที่มีศักยภาพที่สุดและมีคุณภาพที่สุด ตั้งแต่ตนเคยทำงานด้วยมา เรายังทำงานเข้าขากันอย่างดีมาก ฉะนั้นการที่มีบุคลากรในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สำคัญเช่นนี้ จึงเป็นส่วนที่ทำให้ในช่วงสองปีที่ผ่านมากระทรวงสามารถทำงานไปได้ก้าวกระโดด รวมไปถึงการที่ประเทศไทยได้รับขึ้นทะเบียนแก่งกระจานเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ก.ค.ที่ผ่านมาด้วย ถือเป็นการทำงานร่วมกันทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำที่มีศักยภาพที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวว่า การที่มีข่าวนี้ออกมาก็แปลกใจเหมือนกัน เพราะไม่เห็นมีใครมาพูดคุยอะไรกับตน เพราะในความเป็นจริงหากจะมีใครมาเอาปลัดไปไหน ถึงอย่างไรก็ต้องมีการพูดคุยกันก่อน อยู่ๆจะมามีคำสั่ง แล้วเอาปลัดตนไปเลยเป็นไปไม่ได้ ถึงอย่างไรก็ต้องคุยกับนายวราวุธก่อน และถ้าจะเอาไปก็ต้องคุยกันหนัก เพราะในความรู้สึกของตนคิดว่า ปลัด ทส. ตอนนี้เป็นปลัดที่เก่งที่สุดในทุกกระทรวงที่มีอยู่แล้ว ฉะนั้นการที่จะมีอะไรเกิดขึ้นต้องพูดคุยกันก่อนตามมารยาททางการเมือง แต่มาถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครมาพูดคุยอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นกระแสข่าวที่เกิดขึ้นผมคิดว่า ดีไม่ดีอาจจะเป็นที่มหาดไทยหรือไม่ที่ตีกันเอง แล้วมาชิ่งกระทบปลัดกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ แล้วทุกคนก็ทราบดีอยู่ว่าปลัดกระทรวงทรัพยากรฯมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับปลัดกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน จึงอาจจะเป็นที่มาที่จะตีกันเอาไว้ก่อนหรือเปล่า เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทยแล้วมากระทบกับการทำงานของกระทรวงทรัพยากรฯ&amp;nbsp;ผมยืนยันว่าเราในกระทรวงทรัพยากรฯ&amp;nbsp;เป็นหนึ่งเดียว ทั้งรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง ข้าราชการเจ้าหน้าที่ทุกคนเราทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ได้มีความคิดที่จะไปไหนมาไหน และไม่มีการมาทาบทามจากบุคคลภายนอกด้วยเช่นกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนการจะโยกคนจากกระทรวงอื่นมานั่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นไปได้หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ก็ต้องบอกว่า โดยมารยาทแล้วอย่างไรเสียก็ต้องมีการพูดคุยกันก่อน ซึ่งมาถึงวันนี้ยังไม่ได้มีใครมาพูดคุยกับตน นั่นแสดงว่ายังไม่มีการโยกย้ายใดๆทั้งนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111293</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร บุรุษพัฒน์, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, วราวุธ ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2824695b70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2025 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 07:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาดไทย แจ้งผู้ว่าฯทั่วประเทศ จัดกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.64 - นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งหนังสือแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เรื่อง การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564 โดยให้ดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.วิธีการลงนามถวายพระพรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในเว็บไซต์ของจังหวัดเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.งดจัดกิจกรรมที่ต้องมีการรวมตัวของเจ้าหน้าที่และประชาชน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (ศบค.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;morroc168&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110010</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ปลัดกระทรวงมหาดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606cf19dcd2ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลือสะพัดทั่วมหาดไทย &#039;บิ๊กป๊อก&#039; จับมือ &#039;ปลัดฉิ่ง&#039; เอาคนนอกเหาะนั่งปลัดมท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.64 - แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันอังคารที่ 13 กรกฎาคมนี้ ให้จับตากระแสข่าวกระทรวงมหาดไทย เตรียมเสนอให้ครม. พิจารณาแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย คนใหม่แทน นายฉัตรชัย&amp;nbsp;พรหมเลิศ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย จะเสนอนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบประวัติศาสตร์ 100 ปีของการก่อตั้งกระทรวงมหาดไทยที่ ไม่ได้เอาลูกหม้อขึ้นมาดำรงตำแหน่ง สร้างความฮือฮา และวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างยิ่งในหมู่อดีตข้าราชการเกษียณและอดีตผู้ว่าฯเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายจุตุพรนั้น เป็นน้องรักของนายฉัตรชัย ตั้งแต่สมัยเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ฯ จุฬาฯ และได้รับการผลักดันจากนายทุนใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ และเป็นนายทุนหลักของพรรคเศรษฐกิจไทยของนายฉัตรชัย พรหมเลิศ&amp;nbsp;ที่จะเป็นพรรคพันธมิตรของ 3 ป.ในอนาคต ซึ่งขณะนี้กำลังผลักดันนายฉัตรขัย พรหมเลิศ ให้ดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สนจ) ก่อนหน้านี้ ดร. อดิศัย โพธารามิค ก็เคยดำรงตำแหน่ง ในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า สาเหตุที่กลุ่ม 3 ป.ต้องการผลักดันนายจตุพร เพื่อให้ดำเนินการจัดทำบัญชีการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดแทนบุคคลที่จะเกษียณอายุราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวว่า &amp;nbsp;ในส่วนของข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ปัจจุบัน ผู้ที่มีความอาวุโสสูงสุดเรียงตามลำดับคือคือ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง และนายนิสิต จันทรสมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้าที่คาดหมายกันว่า นายสุทธิพงศ์ จะได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดมหาดไทย เพราะเป็นผู้คิดโครงการโคกหนองนา จนเป็นยอมรับและถูกพูดถึงแบบอย่างการบริหารท้องถิ่นกว้างขวางแต่เนื่องจากเป็นคนที่พูดจาโผงผาง ไม่เอาใจฝ่ายการเมือง&amp;nbsp;และที่สำคัญเป็นคนแข็งไม่ยอมฝ่ายการเมืองจากการคัดค้านเงินสะสมของท้องถิ่นหมื่นกว่าล้านบาท ที่ฝ่ายการเมืองจะนำไปใช้ จึงทำให้ถูกโยกจากกรมท้องถิ่นมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแคนดิเดตอีกรายคือ นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง เพื่อนร่วมรุ่นของ &amp;ldquo;ปลัดฉิ่ง&amp;rdquo; ถูกมองว่า เป็นคนที่รับคำสั่งอย่างเดียว ในสถานการณ์ ที่การเมืองพลิกผัน ไม่สามารถรับมือทางการเมืองได้ จึงไม่ได้รับการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในส่วนของนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน เป็นคนที่เอาใจฝ่ายการเมือง ไม่เป็นตัวของตัวเอง ยิ่งทำให้รัฐบาลพังเร็วขึ้นซึ่งทั้ง 3 คน เป็นกลุ่มสิงห์ดำ รัฐศาสตร์จุฬาฯ ที่เหลือรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็เพิ่งขึ้นมาดำรงตำแหน่งปีเดียว ยังไม่เคยผ่านอธิบดี ส่วนผู้ว่าที่อาวุโสสูงสุดคือ นายสนิท ขาวสะอาด ผู้ว่าบึงกาฬ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า สาเหตุที่นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รีบชิงแต่งตั้ง ทั้งที่เหลือเวลาอีก 3 เดือน เพราะสถานการณ์ทางการเมืองตอนนี้ไม่มีความแน่นอน จึงต้องรีบแต่งตั้งและจัดวางคนลงไปเป็นผู้ว่าฯเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ซึ่งสนิทกับ นายฉัตรชัย มาตั้งแต่สมัยรับราชการเป็นหน้าห้องของนายวิชัย ธรรมชอบ อดีดผู้ว่าฯยโสธรและอดีตเลขานุการ รมว.มหาดไทย แล้ว ยังเป็น 1 ใน 3 คีย์แมนหลักของพรรคเศรษฐกิจใหม่&amp;nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย นายสารัชถ์ นายฉัตรชัย และ นายจตุพร ซึ่งพรรคเศรษฐกิจไทย อยู่ระหว่าง กกต. ตรวจสอบคุญสมบัติพิจารณาจดทะเบียนพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะเกษียณเดือน ก.ย นี้ ประกอบด้วย นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม ผู้ตรวจราชการ กระทรวงมหาดไทย นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าฯนครราชสีมา พ.ต.ท. มล.กิตติบดี ประวิชร ผู้ว่าฯกระบี่&amp;nbsp;นายเกียรติศักด์ จันทรา ผู้ว่าฯสระแก้ว นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าฯสงขลา นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าฯเชียงใหม่ &amp;nbsp;นายชรัส บุญณสะ ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม นายชัยสิทธิ์ พานิชพงษ์ ผู้ว่าฯยะลา นายโชคดี อมรวัฒน์ ผู้ว่าฯพะเยา นายธีระ อนันตเสรีวิทยา ผู้ว่าฯชุมพร&amp;nbsp;นายประเสริฐ ลือขาธนานนท์ ผู้ว่าฯหนองคาย&amp;nbsp;นายพัลลพ สิงหเสนีย์ ผู้ว่าฯประจวบคีรีขันธ์ นายภัคพงษ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าฯเพชรบุรี นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าฯพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;นายภิญโญ ประกอบผล ผู้ว่าฯตราด นายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าฯปัตตานี นายสมบูรณ์ ศิริเวช ผู้ว่าฯชัยนาท นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าฯอุบลราชธานี นายสิริรัฐ ชมอุปการ ผู้ว่าฯนครสวรรค์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109478</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงมหาดไทย, จตุพร บุรุษพัฒน์, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, แต่งตั้งโยกย้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ec2bbee4676.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดแนวปฏิบัติผู้ประสงค์จะเดินทางออกนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.64 - นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ออกข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 17) ลงวันที่ 6 ม.ค. 64 ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการยกระดับการบังคับใช้มาตรการป้องกันโรค การยกระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุดที่จำเป็นต้องมีมาตรการเข้มงวดอย่างยิ่ง และการปราบปรามและลงโทษผู้กระทำผิดอันเป็นเหตุให้เกิดการระบาดของโรค เพื่อให้การตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัดเป็นไปตามข้อกำหนดฯ รวมทั้งมาตรการที่ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด จัดตั้งจุดตรวจ/ด่านตรวจในเส้นทางคมนาคมที่เป็นเส้นทางหลักในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยใช้อำนาจในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดบูรณาการและประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและตำรวจ และในการจัดตั้งจุดตรวจ/ด่านตรวจในเส้นทางคมนาคมที่เป็นเส้นทางรอง ให้มอบหมายนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บูรณาการทุกภาคส่วนจัดตั้งจุดตรวจคัดกรองในเส้นทางรองตามความจำเป็นและเหมาะสม และให้ประชาสัมพันธ์ทุกช่องทางโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้นายอำเภอประชาสัมพันธ์ผ่าน &amp;ldquo;หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน&amp;rdquo; ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อขอความร่วมมือประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ต้องแสดงเหตุผลและหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และเข้ารับการตรวจคัดกรองและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอันอาจทำให้ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและทำให้ต้องใช้ระยะเวลาการเดินทางมากกว่าปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า ในด้านการตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด กรณีเดินทางออกนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 5 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง และสมุทรสาคร เน้นการตรวจคัดกรองใน 5 ประเด็น คือ 1.ตรวจวัดอุณหภูมิและสังเกตอาการผู้เดินทาง 2.สอบถามเหตุผลความจำเป็นและสถานที่ปลายทางจากผู้เดินทางให้ชัดเจน 3.ตรวจสอบการติดตั้งและใช้ระบบแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; ของผู้เดินทาง 4.ตรวจสอบเอกสารการรับรองความจำเป็น/การปฏิบัติหน้าที่/การติดต่อราชการ และ5.บันทึกข้อมูลผู้เดินทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีเดินทางออกนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุด 23 จังหวัด จะเน้นการตรวจคัดกรองใน 4 ประเด็น คือ 1.ตรวจวัดอุณหภูมิและสังเกตอาการผู้เดินทาง 2.สอบถามเหตุผลความจำเป็นและสถานที่ปลายทางจากผู้เดินทางให้ชัดเจน 3.ตรวจสอบการติดตั้งและใช้ระบบแอพพลิเคชั่น หมอชนะ ของผู้เดินทาง และ4.บันทึกข้อมูลผู้เดินทาง ขณะที่กรณีเดินทางออกนอกพื้นที่ควบคุมและเฝ้าระวังสูง 49 จังหวัด เน้นการตรวจคัดกรองใน 2 ประเด็น คือ ตรวจวัดอุณหภูมิและสังเกตอาการผู้เดินทาง และสอบถามเหตุผลความจำเป็นและสถานที่ปลายทางจากผู้เดินทางให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฉัตรชัย กล่าวว่า สำหรับแนวปฏิบัติผู้ประสงค์จะเดินทางออกนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด สามารถปฏิบัติ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ผู้ประสงค์จะเดินทางทั่วไปให้แสดง &amp;ldquo;เอกสารรับรองความจำเป็น&amp;rdquo; โดยยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้แก่ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ หรือข้าราชการที่นายอำเภอมอบหมาย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางปฏิบัติหน้าที่ ผู้ขนส่งสินค้าเพื่อประโยชน์และการดำรงชีวิตของประชาชน และสินค้าเพื่อการนำเข้าหรือส่งออก ผู้ปฏิบัติงานในกิจการกิจกรรมเพื่อประโยชน์ด้านสาธารณูปโภค ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ การธนาคาร การศึกษา การขนส่งประชาชน/บุคคลไปสู่ที่เอกทศเพื่อกักกันตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งต่าง ๆ ของทางราชการ ให้แสดง &amp;ldquo;เอกสารรับรองการปฏิบัติหน้าที่&amp;rdquo; โดยยื่นคำขอต่อผู้ประกอบการ นายจ้าง บริษัท หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ แล้วแต่กรณี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.บุคคลที่มีความจำเป็นต้องติดต่อราชการ ให้แสดง &amp;ldquo;เอกสารรับรองการติดต่อราชการ&amp;rdquo; ซึ่งออกโดยหัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานที่บุคคลได้ไปติดต่อราชการ ทั้งนี้ ในกรณีบุคคลซึ่งมีความจำเป็นเร่งด่วน หากมีความล่าช้าอาจจะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตหรือเกิดความเสียหายร้ายแรง ให้มีการบันทึกข้อมูลการปฏิบัติไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกระดับให้ปฏิบัติงานด้วยความถูกต้อง โปร่งใส โดยมุ่งหวังผลต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเป็นสำคัญ&amp;rdquo; ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89064</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลัดกระทรวงมหาดไทย, มท., มหาดไทย, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff68e815e986.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป๊อก&#039;สั่งผู้ว่าฯทุกจังหวัดห้ามมีบ่อน-ลักลอบเข้าเมือง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมราชสีห์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมชี้แจงข้อราชการสำคัญ โดยมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุม และเป็นการประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย นายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์เผยว่า ตามที่ในปัจจุบันได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในหลายจังหวัด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ผอ.รมน.จังหวัด) ต้องบูรณาการและกำชับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งตามแนวชายแดนและพื้นที่ตอนใน ดำเนินมาตรการสกัดกั้นไม่ให้มีบุคคลที่เดินทางเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมายตามแนวชายแดนอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานชุมชน ประสานความร่วมมือจากประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนช่วยกันสอดส่องดูแลบุคคลที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ และสำหรับการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานต่างด้าวโดยเฉพาะกลุ่มที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองและไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน ซึ่งคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 63 ได้มีมีมติเห็นชอบแนวทางบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว และเมียนมา) ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยให้คนต่างด้าวกลุ่มนี้ ทั้งที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายหรืออยู่ในประเทศโดยไม่ถูกต้อง ทั้งที่มีนายจ้าง/หรือยังไม่สามารถหานายจ้างได้ ให้มาดำเนินการตามแนวทางฯ เพื่อให้สามารถอยู่และทำงานได้อย่างถูกต้อง และทำให้ภาครัฐมีข้อมูลของคนต่างด้าวกลุ่มนี้ รวมถึงเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานด้วย โดยต้องมาแจ้งรายชื่อและข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 15 ม.ค. &amp;ndash; 13 ก.พ. 64 &amp;nbsp;และสามารถอยู่ทำงานได้ถึงวันที่ 13 ก.พ. 66 จึงให้ทุกจังหวัดทำความเข้าใจผู้ประกอบการ พร้อมทั้งกำกับดูแลและประสานการปฏิบัติของหน่วยงานและผู้ที่รับผิดชอบในพื้นที่ ดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และระยะเวลาที่กำหนดไว้ และไม่ให้มีแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาในประเทศอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ในเรื่องการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่ที่ส่งผลให้เกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องใช้อำนาจและสั่งการกลไกฝ่ายปกครองพร้อมบูรณาการทุกภาคส่วนในพื้นที่เข้มงวดกวดขันอย่างเข้มข้น รวมไปถึงการพิจารณาปิดสถานที่ งดกิจกรรม หรือการดำเนินการอื่น ๆ ต้องหารือร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดมาตรการในแต่ละพื้นที่ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำหนด โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิตประชาชนและสภาพเศรษฐกิจในพื้นที่ และในการดำเนินการกรณีพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ให้ดำเนินการติดตามสอบสวนโรคและค้นหาบุคคลที่ใกล้ชิดเกี่ยวข้องตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มงวด ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยงแต่ไม่พบเชื้อให้กักกันตนเอง (Quarantine) ตัวเอง และหากจังหวัดใดมีการพิจารณาเตรียมการเรื่องการสร้างโรงพยาบาลสนาม เพื่อแยกผู้ติดเชื้อ ต้องรณรงค์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้รับรู้และเข้าใจ และสำหรับจังหวัดที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ ให้พิจารณากำหนดมาตรการเข้มข้นตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่เพื่อป้องกันการระบาดของโรคด้วย &amp;nbsp;
พล.อ.อนุพงษ์กล่าวต่อว่า ในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของยาเสพติดไม่ให้มีในประเทศอย่างเด็ดขาด และในขณะนี้เข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 ขอให้ทุกจังหวัดได้ดำเนินการขับเคลื่อนแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 ตามแนวทางที่ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ได้กำหนดมาตรการไปแล้ว โดยเฉพาะเรื่องยานพาหนะ ต้องมีการตรวจสภาพรถทั้งรถส่วนตัวและรถสาธารณะให้มีสภาพพร้อมใช้งาน และเรื่องถนน ต้องวางมาตรการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยในทางร่วมทางแยกหรือทางรถไฟตัดผ่าน แต่ทั้งนี้ เพื่อสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนอยู่บ้าน อยู่กับครอบครัว หลีกเลี่ยงการเดินทาง ใช้ชีวิตให้ปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ และไม่ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ทุกจังหวัด อำเภอ รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้ดี ให้เกิดความตระหนักและเน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเต็มขีดความสามารถ หรือ DMHTT ทั้งการเว้นระยะระหว่างกัน (Distancing) สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเมื่อพบปะผู้อื่น (Mask Wearing) ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำสบู่หรือเจลล้างมือ (Hand Washing) ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและสังเกตอาการ (Testing) &amp;nbsp;และใช้แอปพลิเคชั่นไทยชนะ (Thai Cha na) และในช่วงนี้ขอให้ทำงานร่วมกันฟันฝ่าวิกฤตโควิด-19 ให้ได้ และขอขอบคุณข้าราชการทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนกลางประจำภูมิภาคทุกคนที่เป็นด่านหน้าในการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เป็นอย่างดี และขอให้ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแข็งขัน เราต้องต่อสู้กันไป เราจะหยุดกันได้ ถ้าทุกคนร่วมมือ ข้าราชการทุกคนต้องดูแลตัวเอง และขออำนวยพรให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงในเทศกาลปีใหม่ 2564
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88380</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายฉัตรชัย พรหมเลิศ, บ่อนการพนัน, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5fec171d0f13f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาดไทยเข้มสั่งทุกจังหวัดสแกนหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิค-19) กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า ด้วยปรากฏสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในประเทศเพื่อนบ้านทางด้านตะวันตกของประเทศไทย และอาจมีการแพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทย โดยผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งมิได้ผ่านมาตรการคัดกรองโรคตามที่ประเทศไทยกำหนด
เพื่อป้องกันและสกัดกั้นมิให้เกิดการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายซึ่งจะนำไปสู่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการ 3 มาตรการเข้มข้น ได้แก่ 1.ให้จังหวัดชายแดนที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเมียนมา เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระมัดระวังไม่ให้มีการลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายและไม่ผ่านกระบวนการคัดกรองโรค 2.ให้จังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกับชายแดนซึ่งมีเส้นทางคมนาคมทั้งสายหลัก สายรอง ต่อเนื่องกัน จัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ตรวจตรา เฝ้าระวัง และสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หากพบ ให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายและมาตรการทางด้านสาธารณสุข และ 3.ให้ทุกจังหวัดบูรณาการส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ติดตามค้นหาแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบกลับเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ทั้งในสถานประกอบการและสถานที่ทำงานที่มีการใช้แรงงานต่างด้าว &amp;nbsp;หากพบให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายและมาตรการทางด้านสาธารณสุข รวมทั้งให้ประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน ช่วยกันเฝ้าระวัง สอดส่อง หากพบหรือมีบุคคลต้องสงสัยว่าเป็นแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบกลับเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ทางสายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76896</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ผู้ว่าราชการจังหวัด, ศบค.มท., ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, โควิค-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f584b65471ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
