<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดสธ.ย้ำ2สัปดาห์ที่ผ่านมาแนวโน้มโควิดดีขึ้นชัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.64 - นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีแนวโน้มดีขึ้น มีจำนวนผู้หายป่วยรายวันมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มลดลง และจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลลดลงชัดเจน เช่น โรงพยาบาลสนามบุษราคัม&amp;nbsp;จากเคยมีผู้ป่วยมากกว่า 3,500 คน ลดเหลือ 1,500 คน ศูนย์นิมิบุตรมีผู้ป่วยรอส่งต่อเหลือไม่ถึง 70 คน ภาพรวมมีผู้ป่วยที่รักษาหายสะสมแล้ว 1,040,768 ราย จากผู้ติดเชื้อทั้งหมด 1,219,531 ราย วันนี้ มีผู้ที่หายป่วย 18,996 ราย ติดเชื้อรายใหม่ 14,802 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ในวันนี้เป็นวันแรกที่รัฐบาลอนุญาตให้กิจการ กิจกรรม บางประเภทสามารถเปิดบริการได้ภายใต้มาตรการที่รัฐกำหนด และหลักการ COVID-Free Setting ในพื้นที่สีแดงเข้ม เช่น ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และขนส่งสาธารณะ เป็นต้น เพื่อให้เศรษฐกิจประเทศสามารถเดินหน้าต่อได้และผ่อนคลายการใช้ชีวิตให้กับประชาชน โดยยังต้องป้องกันตนเองขั้นสูงสุด คิดเสมอว่าคนรอบข้างมีความเสี่ยงหรือติดเชื้อ ให้ปฏิบัติตัวตามมาตรการ Universal Prevention คือ ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น เว้นระยะห่างจากคนอื่น สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัส หน้ากากอนามัย เลี่ยงการออกนอกบ้านเว้นแต่จำเป็น ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด เลือกทานอาหารที่ร้อนหรือปรุงสุกใหม่ และหากสงสัยว่ามีความเสี่ยง ควรรับการตรวจด้วย ATK&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์หลังผ่อนคลายใน 2 สัปดาห์อย่างใกล้ชิด หากดีขึ้นรัฐบาลจะพิจารณาเปิดกิจการ กิจกรรมเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติได้ต่อไป นอกจากนี้ขอให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนตามกำหนดนัดหมายเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง และหากป่วยจะช่วยลดอาการรุนแรงและการเสียชีวิตได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนภาพรวมการฉีดวัคซีนของประเทศไทย ถึงวันที่ 31 ส.ค. 2564 มีผู้ได้รับวัคซีนสะสมแล้ว 32,600,001 โดส ถือว่าฉีดได้เกินเป้าหมาย เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 23,975,098 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 8,212,750 ราย เข็มที่ 3 สำหรับบุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่ต้องสัมผัสผู้ป่วย 592,153 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115278</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ผู้ติดเชื้อ, วัคซีน, สธ., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f2180f171e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดไทยทะลุล้าน ตายสะสมใกล้9พันศบค.ยันยอดติดเชื้อเริ่มคงที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; พระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยเพิ่มแก่สธ. เพื่อตรวจหาเชื้อเชิงรุกในชุมชน โควิดไทยตั้งแต่ปี 63 ทะลุล้านแล้ว ศบค.ชี้ยอดติดเชื้อเริ่มคงที่แต่ยังประมาทไม่ได้ ขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมมือทำเตียงสีแดงว่างมากขึ้น นายกฯ ตรวจเยี่ยม รพ.พระมงกุฎเกล้า-รพ.สนามแสงแห่งใจ ให้กำลังใจผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ ตัวเลขสมุทรสาครเริ่มลด ผู้ว่าฯ ปูยันต่ำพันผ่อนปรนมาตรการแน่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นผู้แทนรับพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่กระทรวงสาธารณสุขเพิ่มอีก 1 คัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นต่อกระทรวงสาธารณสุขและประชาชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงห่วงใยและติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19 อย่างใกล้ชิด ซึ่งรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยที่ได้พระราชทานในวันนี้ มูลนิธิไทยพึ่งไทย (สมพล-เรณู เกยุราพันธุ์) และสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี &amp;nbsp;พระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยให้แก่กระทรวงสาธารณสุขแล้วจำนวน 36 คัน, รถต่อพ่วงชีวนิรภัย จำนวน 6 คัน และรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ จำนวน 5 คัน สำหรับใช้เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ในการให้บริการเก็บตัวอย่างโรคโควิด-19 แก่ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก โดยผู้เข้ารับการตรวจไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาล ทั้งนี้ ปัจจุบันรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย, รถต่อพ่วงชีวนิรภัย และรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษพระราชทาน ยังคงให้บริการประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น โรงเรียน วัด และชุมชนแออัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 19,851 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 19,516 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 16,125 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุก 3,391 ราย และมาจากเรือนจำ 325 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,009,710 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 20,478 ราย หายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 795,805 ราย อยู่ระหว่างรักษา 205,079 ราย อาการหนัก 5,388 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,161 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 240 ราย เป็นชาย 129 ราย หญิง 111 ราย อยู่ใน กทม.มากสุด 75 ราย รองลงมาคือ สมุทรสาคร 27 ราย โดยมีเด็กเสียชีวิต 2 ราย คือ 2 ขวบที่ จ.ปทุมธานี และ 7 เดือนที่ จ.สมุทรสาคร ทำให้ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 8,826 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ข้อมูลผู้เสียชีวิตระหว่างวันที่ 25 ก.ค.-19 ส.ค. มีทั้งสิ้น 4,656 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน 2,969 ราย คิดเป็น 63.8% ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็มก่อนวันเริ่มป่วยมากกว่า 2 สัปดาห์ 316 ราย คิดเป็น 7% ก่อนวันเริ่มป่วยมากกว่า 4 สัปดาห์ 118 ราย คิดเป็น 2.6% ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มก่อนวันเริ่มป่วยอย่างน้อย 2 สัปดาห์ 26 ราย คิดเป็น &amp;nbsp;0.6% และมีข้อมูลไม่ครบถ้วน 874 ราย คิดเป็น 19.2% ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 210,845,425 ราย เสียชีวิตสะสม 4,417,385 ราย &amp;nbsp;
ยอดติดเชื้อเริ่มคงที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า หากดูทิศทางการติดเชื้อรายวัน จะเห็นว่าผู้ติดเชื้ออยู่ กทม.และปริมณฑล 41% พื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่เหลือ 59% มีแนวโน้มคงที่ กราฟผู้ติดเชื้อไม่ได้สูงชันเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ยังประมาทไม่ได้ เพราะผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วยังมีโอกาสเป็นผู้ติดเชื้ออยู่ สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 4,181 ราย, สมุทรสาคร 1,556 ราย, ชลบุรี 1,348 ราย, สมุทรปราการ 1,055 ราย, นครราชสีมา 575 ราย, สระบุรี 494 ราย, ปทุมธานี 461 ราย, นครปฐม 460 ราย, พระนครศรีอยุธยา 453 ราย, ระยอง 414 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกัน ทำให้การรอเตียงสีแดงในสัปดาห์นี้เริ่มเห็นเป็นความหวังได้ จากการพัฒนาระบบโฮมไอโซเลชัน (HI) และคอมมูนิตีไอโซเลชัน (CI) เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ ทำให้เตียงสีแดงหรือเหลืองเข้มในโรงพยาบาลต่างๆ ว่างขึ้น และยังทำให้ผู้ป่วยภาวะรุนแรงเข้าถึงเตียงได้มากขึ้น โดยอัตรารอเตียงผู้ป่วยสีแดงที่รอเตียงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีน้อยลง เราพยายามทำให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียว จึงต้องขอขอบคุณบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการเปิด CI โดยปัจจุบัน กทม.มีสูงถึง 70 แห่ง รองรับได้ 9,426 เตียง โดยในจำนวนนี้มีถึง 14 แห่งที่สามารถตรวจคัดกรองแบบ RT-PCR ได้ และมีถึง 7 แห่งที่สามารถดูแลผู้ป่วยสีเหลืองได้ รวม 1,036 เตียง ทำให้โรงพยาบาลสนามที่ดูแลผู้ ป่วยสีเขียวก่อนหน้านี้สามารถดูแลผู้ป่วยสีเหลืองอ่อนและสีเหลืองเข้มได้ อย่างไรก็ตาม อัตราการครองเตียงทั่ว กทม. 132 แห่ง ยังค่อนข้างเต็ม แต่ทิศทางหลังจากนี้จะเห็นเตียงรองรับผู้ป่วยสีแดงได้มากขึ้น ขณะที่ HI ในพื้นที่ กทม.ขณะนี้ มีหน่วยดูแลผู้ป่วยแยกกักตัวที่บ้าน 262 หน่วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ในเว็บไซต์ Koncovid.com ได้อัปเดตข้อมูลเพิ่มเติม CI เพื่อให้เห็นชัดในกรณี CI ผู้ป่วยกลุ่มพิเศษ เช่น กลุ่มที่จำเป็นต้องมีการฟอกไต ผู้ป่วยจิตเวชและสารเสพติด ผู้ป่วยระยะท้ายเช่นเป็นโรคมะเร็ง รวมทั้งเด็กพิเศษและครอบครัว อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำว่าข้อมูลที่รายงานทั้งหมดนี้อาจจะยังมีข้อผิดพลาดข้อบกพร่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการอัปเดต CI หรือฮอสพิเทลนั้นปรับเปลี่ยนเร็วมาก อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีภาพที่งดงามเกิดขึ้นเรียกว่า เทมเพิลไอโซเลชัน (Temple Isolation) เป็นการดูแลอีกหนึ่งคอมมูนิตีไอโซเลชัน ในลักษณะที่พระสงฆ์หรือวัดเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันในคอนเซ็ปต์ &amp;quot;พระไม่ทิ้งโยม&amp;quot; ถือเป็นความร่วมมือที่น่ารักของสังคม พระสงฆ์ได้ลงมือปรุงอาหารเป็นรสพระทำอย่างแท้จริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท้ายนี้ขอฝากเรื่องการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนครบสองเข็มแล้ว วัดภูมิคุ้มกันขึ้นแล้ว แต่ก็ยังคงต้องระมัดระวังตัว การ์ดตกไม่ได้ เพราะขณะนี้มีทิศทางมีแนวโน้มของผู้ติดเชื้อโควิด-19 และผู้เสียชีวิตทรงตัว และเรากำลังหวังว่าตัวเลขจะดีขึ้นทุกวันๆ อย่างไรก็ตาม อย่าให้เกิดความผิดพลาดในช่วงสุดท้ายที่เราจะคงต้องร่วมมือต่อไป&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษก ศบค.ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ในช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางไปตรวจเยี่ยมหอผู้ป่วยโควิด-19 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, พล.อ.ชัยชาญ &amp;nbsp;ช้างมงคล รมช.กลาโหม และนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมตรวจเยี่ยม โดยนายกฯ ได้สอบถามถึงการดำเนินงานและความพร้อมของเครื่องมือต่างๆ พร้อมให้กำลังใจทุกคนอย่าท้อแท้ เป็นกำลังใจให้กันและกัน
นายกฯ ให้กำลังใจผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ และคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยโควิด-19 เข้ามารับการรักษาแล้วประมาณ 400 คน โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เดินทางมาวันนี้เพื่อให้กำลังใจกับทุกคนที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลภาครัฐเช่นกัน ถือเป็นความร่วมมือที่ยอดเยี่ยมของทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมทั้งรัฐบาลและ ศบค. ยังได้ให้มีระบบการดูแลที่บ้านและในชุมชน HI และ CI ด้วย ขณะที่การวิจัยวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไทยก็มีความก้าวหน้าอย่างมาก คาดว่าภายในปีหน้าจะเกิดผลเป็นรูปธรรม ไทยจะมีวัคซีนเป็นของตนเองใช้ในประเทศไทย ขอฝากความห่วงใยถึงทุกคน แม้จะฉีดวัคซีนแล้วก็ขอให้ระมัดระวัง ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายกฯ ยังตรวจเยี่ยมจุดคัดกรองและลงทะเบียนผู้ป่วยฯ และรับชมการสาธิตการทำงานของหุ่นยนต์ปิ่นโต และแอปพลิเคชันไข่ต้มฮอสพิทอล ซึ่งใช้สำหรับในการส่งสิ่งของ ยา อาหารและเวชภัณภ์ให้ผู้ป่วย พร้อมตรวจเยี่ยมโรง พยาบาลสนามแสงแห่งใจ ผ่าน Command Center โดยสอบถามอาการและให้กำลังใจผู้ป่วยผ่านระบบ Telehealth โดยผู้ป่วยแจ้งว่าตนเองได้เข้าสู่ระบบการรักษาเมื่อวันที่ 19 ส.ค.และอาการดีขึ้นแล้ว และขอขอบคุณนายกฯ ที่มาให้กำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน นพ.สมศักดิ์​ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงวิจารณ์ว่าเดินทางถูกทางหรือไม่นั้นว่า ยอมรับการระบาดในไทยค่อนข้างวิกฤติ แม้เป็นวันแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่ผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 2 หมื่นคน แต่ยังวางใจไม่ได้ เรารับความเห็นแตกต่างให้เกิดมุมมองหลากหลาย แต่ต้องไม่แตกแยก เราน้อมรับคำวิจารณ์จากทุกภาคส่วน แล้วมานั่งคุยกันบนหลักฐานเชิงประจักษ์ให้เกิดการตัดสินใจที่ดีที่สุด ถ้าร่วมแรงร่วมใจจะฝ่าวิกฤติไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สมุทรสาคร มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,556 ราย เสียชีวิต 21 ราย ทั้งนี้ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดมา 4 วันแล้ว ตามนโยบายพลิกฟื้นสมุทรสาคร ตั้งเป้าลดระดับผู้ติดเชื้อให้ไม่เกินวันละ 1,000 คน เหลือหลักร้อยให้ได้ภายในเดือนนี้ เชื่อว่าผู้ติดเชื้อสมุทรสาครได้ผ่านจุดพีกสูงสุดไปแล้ว และหากเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เราจะได้มีการผ่อนผันมาตรการที่เข้มงวดลงบางอย่างให้กับประชาชนได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้นไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,055 ราย เสียชีวิต 13 ราย อายุระหว่าง 36-84 ปี มีโรคประจำตัวทุกราย &amp;nbsp; รวมเสียชีวิตสะสม 631 ราย ส่วนผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่รวม 64,2340 ราย ส่วนความคืบหน้าคลัสเตอร์เคี้ยวหมากกรณีคุณยายวัย 75 ปี ชาวบ้านโคกบัว หมู่​ที่​ 10 ต.โคกขมิ้น อ.พลับพลาชัย จับกลุ่มเคี้ยวหมากในงานศพเดินพบปะผู้คนไปทั่วจนมีผู้ติดเชื้อ 15 คน เสี่ยงสูง 119 คน &amp;nbsp;เสี่ยงต่ำอีกกว่า 150 คนนั้น ปรากฏว่าล่าสุดมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 4 ราย &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่นิวไฮ 322 คน เสียชีวิต 1 คน ผู้ป่วยสะสม 17,376 คน เสียชีวิต 94 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ออกคำสั่งปิดท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต รวมทั้งมีมาตรการคุมเข้มท่าเทียบเรือประมงเอกชนและมาตรการควบคุมเรือประมงพาณิชย์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค.-2 ก.ย.2564 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด หลังพบมีแรงงานประมงออกนอกบริเวณท่าเรือไปทำกิจกรรมกับบุคคลอื่นจนทำให้เกิดการติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ยะลา บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย อ.เบตง เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มในการเข้า-ออกพรมแดนตลอดแนวชายแดน โดยจัดกำลัง ตชด.และทหารหน่วยป้องกันชายแดนที่ 4 ลาดตระเวนตรวจสอบพื้นที่ตลอดแนวรั้วชายแดนโดยเฉพาะในพื้นที่ป่าเขา ซึ่งอาจถูกใช้เป็นช่องทางให้มีการลักลอบเข้ามาทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าว เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองและเป็นกลุ่มเสี่ยงที่นำพาโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียและแอฟริกาใต้เข้ามาแพร่ระบาดในไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114009</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, พระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยเพิ่มแก่สธ. เพื่อตรวจหาเชื้อเชิงรุกในชุมชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f2db992706.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดาหน้าโต้ไฟเซอร์วีไอพี คลังปลดล็อกซื้อ‘วัคซีน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สธ.ยืนยันฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสต้องเป็นไปตามกลุ่มเป้าหมาย หากพบนอกกลุ่มให้ คกก.โรคติดต่อจังหวัดเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วส่งมาที่ สธ. &amp;ldquo;กรมบัญชีกลาง&amp;rdquo; ปลดล็อกยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบการจัดซื้อวัคซีนของหน่วยงานรัฐกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หรือผู้ขายรายอื่น &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; จ่อร้อง ป.ป.ช.สอบกรมการแพทย์ทหารอากาศปมพิรุธวัคซีนเข็ม 3 ​ชาวสมุทรปราการนอนรอบัตรคิวฉีดไฟเซอร์ตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงเช้าวันที่ 15 ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุ 7 กลุ่มโรคเรื้อรังและหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ระบาด ให้ครอบคลุมตามเป้าหมายของพื้นที่ภายใน 30 วัน หรืออย่างน้อย 1.9 แสนคนต่อวัน โดยฉีดเข็ม 1 ใน 29 จังหวัดควบคุมสูงสุด และเข้มงวดให้ได้ 70% ซึ่งขณะนี้มีเพียง กทม.ที่ฉีดกลุ่ม 60 ปีขึ้นไปได้ 90% และบางจังหวัด ได้แก่ ลพบุรี กาญจนบุรี นครราชสีมา ฉีดได้ต่ำ กว่า 20% สำหรับจังหวัดอื่นๆ ที่เหลือ ต้องฉีดให้ครอบคลุม 50%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลว่า หลังจาก สธ.มีการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ล็อต 1.5 ล้านโดสที่สหรัฐอเมริกาสนับสนุน ไปยังพื้นที่ต่างๆตามกลุ่มเป้าหมาย กลับพบว่าในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ มีการจัดสรรวัคซีนให้นอกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นสายงาน Back office ทำหน้าที่ด้านเอกสารได้รับวัคซีนก่อนบุคลากรด่านหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 โดยตรงว่า กรมควบคุมโรคมีการจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไฟเซอร์ เป็นไปตามจำนวนที่มีการสำรวจ และจัดสรรให้กับกลุ่มเป้าหมายตามที่เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งเมื่อจัดส่งให้กับพื้นที่ต่างๆ ต้องดำเนินการตามนโยบายในการให้บริการวัคซีนไฟเซอร์กับกลุ่มเป้าหมายก่อน ดังนั้นเมื่อมีข้อร้องเรียนว่าพบการจัดสรรวัคซีนให้กับกลุ่มนอกเป้าหมายที่ไม่ได้กำหนดไว้ ขอให้ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ว่าจังหวัดใดก็ตาม หากมีเรื่องลักษณะนี้ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตรวจสอบแล้ว ขอให้รวบรวมข้อมูลส่งเรื่องเข้ามาที่ สธ. ซึ่งมีคณะทำงานด้านบริหารจัดการการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 กรณีวัคซีนโควิด-19 ไฟเซอร์ &amp;nbsp;จะพิจารณาเรื่องนี้ต่อไป เนื่องจากตามนโยบายการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ล็อตนี้ต้องเป็นไปตามกลุ่มเป้าหมายที่กำหนด &amp;nbsp;โดยต้องเน้นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยโควิดก่อน และกลุ่มเสี่ยง&amp;rdquo; นายแพทย์โอภาส กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงว่า การฉีดวัคซีนในไทยเพิ่มจากเมื่อวานจำนวน 2.8 แสนคน สะสมแล้วกว่า 23.4 ล้านโดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 17.8 ล้านคน คิดเป็น 24% และในเข็มที่ 2 จำนวน 5.07 ล้านคน คิดเป็น 7% โดยแยกตามยี่ห้อซิโนแวคฉีดไปจำนวน 11 ล้านคน, แอสตร้าเซนเนก้า 10 ล้านคน, ซิโนฟาร์ม 1.8 ล้านคน และไฟเซอร์ 3.6 แสนคน โดยความครอบคลุม ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับเข็มที่ 1 แล้วจำนวน 8.5 แสนคน, &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านหน้าอื่นๆ จำนวน &amp;nbsp;9.7 แสนคน, อสม.จำนวน 5.6 แสนคน, 7 กลุ่มโรคเรื้อรังจำนวน 1.9 ล้านคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีข่าวการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า การฉีดที่ รพ.สต. เป็นการจัดบริการให้ใกล้บ้าน และสามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งในรายละเอียดคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดก็จะมีการประกาศข้อกำหนดและข้อแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบว่าจะเข้าถึงได้อย่างไร นอกจากนี้ยังมีแนวทางในการฉีดนอกสถานพยาบาลที่จะทีมบุคลากรทางการแพทย์ไปฉีด ณ จุดให้บริการ เช่น วัด โรงเรียน หรืออาคารที่คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายหรือการฉีดตามบ้าน รถโมบาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมและบริบทของพื้นที่ เพราะต้องมีการจัดบริการที่มีมาตรฐานและครอบคลุม ทั้งอุปกรณ์การฉีดและอุปกรณ์กู้ชีพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ในส่วนของการบริจาคจำนวน 1.5 ล้านโดส มีการกำหนดปริมาณการจัดสรรตามกลุ่มเป้าหมายชัดเจน สามารถติดตามได้ ไม่มีวัคซีนส่วนไหนจะสูญหาย และไม่มีการฉีดวีไอพี หากประชาชนพบเหตุการณ์ที่น่าสงสัยสามารถรายงานมาได้ที่ สธ. เพื่อทำการตรวจสอบ&amp;quot; นพ.เฉวตสรรกล่าวย้ำ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการจัดซื้อวัคซีนจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ที่มีเงื่อนไขต้องจัดสรรวัคซีนบางส่วน หรือมีการแบ่งสัดส่วนเพื่อบริจาควัคซีนตามที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์กำหนด หรือจากผู้ขายรายอื่นที่กำหนดเงื่อนไขในลักษณะเดียวกันได้ จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา &amp;nbsp;29 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 อนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ข้อ 203 ข้อ 204 ข้อ 205 และข้อ 215 วรรคหนึ่ง (3) สำหรับการจัดซื้อวัคซีนจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หรือผู้ขายรายอื่นที่กำหนดเงื่อนไขในลักษณะดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ​ จรรยา​ เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย​ เปิดเผยว่า ตามที่มีพยาบาลด่านหน้ารายหนึ่งได้โพสต์ระบายว่าชื่อตกหล่น ไม่สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 3 ได้ พร้อมกับปรากฏบัญชีรายชื่อบุคคลต่างๆ ที่มีรายชื่อซ้ำซ้อนกันเป็นจำนวนมาก แต่ทว่าโฆษกกองทัพอากาศออกมาแถลงว่าเจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ ยืนยันว่าไม่มีการสวมสิทธิ์หรือแย่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 ของบุคลากรทางการ แพทย์ในโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชแต่อย่างใด เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนั้น​ กรณีดังกล่าวมีข่าวแพร่งพรายออกมาว่ามีการเร่งสอบสวนคนปล่อยรายชื่อหลุด และมีการเรียกผู้ที่โพสต์ระบายดังกล่าวไปพบเจ้ากรมการแพทย์ฯ ซึ่งอาจจะถูกเตือน/ภาคทัณฑ์ หรือใดๆ ทั้งๆ ที่ควรตรวจสอบว่าใครทำให้มีชื่อซ้ำซ้อน ด่านหน้าคนไหนชื่อตกหล่นและยังไม่ได้วัคซีน อันควรต้องเร่งจัดหามาให้เป็นการเร่งด่วน ซึ่ง ผบ.ทอ.ควรจะตั้งกรรมการสอบเจ้ากรมการแพทย์ฯ มากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้​ ยังมีข้อพิรุธของการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ของโรงพยาบาลแห่งนี้หลายอย่าง ทั้งที่ได้รับการจัดสรรมากว่า 1,860 โดส ซึ่งมากกว่าจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่มีอยู่ 700-800 คน แต่ก็ยังมีบุคลากรที่เป็นแพทย์และพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 โดยตรงประมาณ 100-200 คน ไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนในครั้งนี้ แต่กลับมีการแถลงข่าวว่าจะขอรับการสนับสนุนวัคซีนเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้าอีก 400 โดส จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ที่มิอาจปล่อยผ่านไปได้​ ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงจะนำความดังกล่าวไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ในวันจันทร์ที่ 16 ส.ค.64 เวลา 10.00 น.ที่สำนักงาน ป.ป.ช.นนทบุรี เพื่อขอให้ไต่สวนและเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อกระชากหน้ากาก VVIP หน้าด้านทั้งหลายออกมาให้ประชาชนได้รับรู้ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่โรงพยาบาลสมุทรปราการได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวสมุทรปราการ ที่มีชื่อบัตรประจำตัวประชาชนอยู่ใน จ.สมุทรปราการ และเป็นผู้ที่อยู่ใน 4 กลุ่ม เปิดให้มารับบัตรคิวเพื่อฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ที่ลานจอดหน้าห้างโลตัส สาขาสายลวด ต.ปากน้ำ ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากต่างแห่กันมานอนรอรับบัตรคิวกันตั้งแต่ช่วง 22.00 น. ของเมื่อวานนี้ที่ 14 สิงหาคม 2564 ต่อเนื่องมาถึงเช้ามืดของวันที่ 15 ส.ค. ส่งผลให้ลานจอดรถหน้าห้างล้นทะลักไปด้วยผู้คน และยังทำให้การจราจรบริเวณถนนสายลวดทั้งสองฝั่งติดขัดยาวหลายกิโลเมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จนกระทั่งเวลา 07.00 น. ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ประกาศให้ผู้ที่มาต่อคิวทยอยเดินเข้ามารับบัตรคิวฉีดวัคซีน หลังและรับวัคซีนรวมถึงจำนวนบัตรที่สามารถแจกได้ทั้งหมดในวันนี้เพียง 4,500 คนเท่านั้น เวลาผ่านไปไม่ถึง 2 ชั่วโมงบัตรคิวได้หมดไปอย่างรวดเร็ว โดยวันนี้สามารถฉีดวัคซีนได้ 2,000 คน และในวันที่ 16 ส.ค. อีก 2,500 คน ขณะที่ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวว่า เดินทางมารอต่อคิวตั้งแต่เช้ามืด เนื่องจากตนเองจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง และ ไม่คิดว่าจะมีคนมามากขนาดนี้ หลังจากได้บัตรแล้วก็รู้สึกดีใจที่จะได้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113417</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้องเป็นไปตามกลุ่มเป้าหมาย, นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, สธ.ยืนยันฉีดวัคซีนไฟเซอร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โรคติดต่อจังหวัดเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e9392948157.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.วางระบบส่งต่อผู้ติดเชื้อโควิด19กลับภูมิลำเนา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.64 - &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อโควิดเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้หารือและกำหนดแนวทางการดูแลผู้ติดเชื้อที่ต้องการเดินทางกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา โดย สธ.ได้ร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ วางระบบการนำส่งผู้ติดเชื้อโควิด 19 กลับภูมิลำเนา เพื่อให้การขนส่งผู้ป่วยเป็นไปตามมาตรฐานการป้องกันและควบคุมโรค ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อระหว่างการเดินทาง และลดการแพร่เชื้อระหว่างจังหวัด โดยเงื่อนไขการเดินทางผู้ป่วยต้องมีอาการคงที่ สามารถเดินทางได้ และจังหวัดปลายทางยินยอมรับกลับ ตามมติของคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัด นอกจากนี้ได้ประสานกับกระทรวงกลาโหม กรมการขนส่งทหารบก , กระทรวงคมนาคม, การรถไฟแห่งประเทศไทย (กรณีมีผู้ประสงค์เดินทางจำนวนมาก) ร่วมวางแผนการเดินทางและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า สำหรับผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยโควิด 19 ที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนา ขอให้โทรแจ้งความจำนงค์ที่สายด่วน สปสช. 1330 (กด 15) จากนั้น สปสช.จะรับผิดชอบประสานงานกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด &amp;nbsp;สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และกองทัพบก/การรถไฟฯ เพื่อจัดทำแผนส่งกลับต่อไป &amp;nbsp;ทั้งนี้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินได้จัดระบบแพทย์ให้คำปรึกษาระหว่างการเดินทางเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110545</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ภูมิลำเนา, สธ., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7a0b45a3d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉีดวัคซีนเข็มแรก! ปลัดสธ.ประเดิมตามด้วยรมต.หนุ่ม-สาว‘นายกฯ’รอก่อนอายุเกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฉีดแล้ววันนี้ &amp;quot;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&amp;quot; ประเดิมเข็มแรก ซิโนแวคจากจีน เวลา 07.30 น. ที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร ตามด้วยรัฐมนตรีอายุไม่เกิน 60 ปี ส่วนนายกฯ อายุเกินต้องรอวัคซีนแอสตราเซเนกา ขณะที่ล็อตแรก 2 หมื่นโดสถึงสมุทรสาครแล้ว บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ว่าฯ กลุ่มบุคคลมีความเสี่ยงได้ฉีดก่อน ศบค.เผยมีผู้ป่วยรายใหม่ 72 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 10.09 น. รถตู้เก็บความเย็นของบริษัทเอกชนซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข ได้นำวัคซีนโควิด-19 ล็อตแรก ยี่ห้อ SINOVAC จำนวน 20,040 โดส ส่งมอบให้กับโรงพยาบาลสมุทรสาคร โดยมีนายแพทย์ธนพัฒน์ พวงเพชร นายแพทย์ชำนาญการ รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบบริการสุขภาพ โรงพยาบาลสมุทรสาคร เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วยทีมแพทย์ พยาบาล และเภสัชกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วัคซีนทั้งหมดนี้เมื่อถึงโรงพยาบาลสมุทรสาครแล้ว ถูกนำไปเก็บไว้ที่คลังเวชภัณฑ์ กลุ่มงานเภสัชกรรม เพื่อตรวจนับแล้วรีบนำเข้าตู้แช่เย็นในอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส และมีการรายงานอุณหภูมิผ่านระบบออนไลน์ทุก 20 นาที สำหรับในส่วนที่เหลือจะทยอยตามมาในล็อตต่อไป จนครบตามจำนวนที่โรงพยาบาลสมุทรสาครได้รับมอบทั้งหมดประมาณ 25,000 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนพัฒน์ พวงเพชร นายแพทย์ชำนาญการ รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบบริการสุขภาพ โรงพยาบาลสมุทรสาคร เผยว่า วัคซีนที่ได้รับมานี้จะต้องนำไปเก็บที่ตู้เก็บความเย็นอุณหภูมิ 2- 8 องศาเซลเซียส ส่วนการจัดลำดับการฉีดวัคซีนโควิด-19 จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 เริ่มจากบุคลากรและผู้นำระดับจังหวัด ตลอดจนกลุ่มตัวอย่างของกลุ่มเสี่ยงจำนวน 159 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นไป จะทยอยฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า อสม. และกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในระบบสาธารณสุข กระทั่งในเดือนพฤษภาคม ก็คาดว่าจะเริ่มฉีดให้กับประชาชนทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนพัฒน์กล่าวว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 นั้น ขอยืนยันว่าเป็นกระบวนการในการป้องกันโควิด-19 ที่ปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขและเข้ารับการฉีดวัคซีนตามลำดับขั้นตอนที่สาธารณสุขได้กำหนดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วันที่ 28 กุมภาพันธ์&amp;nbsp; ณ ห้องประชุมพระนรราชจำนง ชั้น 7 โรงพยาบาลสมุทรสาคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกลุ่มแรกที่เข้ารับการฉีดวัคซีน โดยในส่วนของการเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากรและสถานที่ฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้นำทั้ง 159 คนนั้น มีการจัดเตรียมสถานที่เป็นอย่างดี ตามกระบวนการหรือขั้นตอนที่จะต้องปฏิบัติ 8 ขั้นตอนคือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและรับบัตรคิว ล้างมือ เข้าห้องรับรองนั่งดูวิดีโอทำความเข้าใจเกี่ยวกับการรับบริการฉีดวัคซีน 2. ลงทะเบียน 3.ชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต 4.ประเมินความเสี่ยง ลงนามในใบความยินยอมการรับวัคซีน 5.ฉีดวัคซีนโควิด-19 6.บันทึกข้อมูล/รับใบนัด 7.พักสังเกตอาการ 30 นาที และสแกนไลน์ &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo; และ 8.วัดความดัน (อีกรอบ) พร้อมตรวจสอบใบนัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับชุดแรกที่จะนำร่องเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ประกอบไปด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร 2 ท่าน, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด, นายก อบต.ท่าทราย (ตัวแทนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง), ปลัดจังหวัด, ผอ. รพ.สมุทรสาคร, รองฯ ฝ่ายทหาร, ผู้บังคับการตำรวจฯ, หัวหน้าสำนักงานจังหวัด, นายอำเภอเมืองฯ, สาธารณสุขอำเภอเมืองฯ,ประธาน อสม., สภาอุตสาหกรรม, สภาหอการค้า, ตัวแทนผู้มีโรคประจำตัว
นายกฯ ยังไม่ฉีด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวแทนแรงงานในพื้นที่เสี่ยง, ตัวแทนผู้ประกอบการ, ตัวแทนแม่ค้าตลาด, ตัวแทนเจ้าของหอพัก, เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และสาธารณสุข (สสจ./สสอ./รพ.สต. 20 คน และ รพ.สมุทรสาคร จำนวน 20 คน), อสม. 20 คน, เจ้าหน้าที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วยด่านหน้า ฝ่ายปกครอง /ทหาร/ตำรวจ 20 คน, คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด 20 คน, ผู้มีโรคประจำตัว 20 คน&amp;nbsp; และประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 20 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีแจ้งว่า วันที่ 28 ก.พ. เวลา 07.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะไปเป็นประธานการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร โดยมีนายอนุทินร่วมด้วย ทั้งนี้ ในงานดังกล่าวนายกฯ ไปเป็นประธานเท่านั้น จะไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ส่วนผู้ที่ยืนยันจะได้รับการฉีดวัคซีนในครั้งนี้แน่นอนคือปลัดกระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์มีดำริให้สอบถามไปยังบรรดารัฐมนตรีที่มีอายุในเกณฑ์สามารถรับวัคซีนซิโนแวคได้ หากสมัครใจสามารถฉีดวัคซีน ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ ซึ่งล่าสุดมีผู้ตอบรับเบื้องต้นมาแล้ว อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์, นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม, นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่าการฉีดวัคซีนโควิดยังมีในวันที่ 28 ก.พ. ตามกำหนดเดิม แต่เป็นการฉีดให้กับกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ โดยมี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นคนแรกที่จะฉีดในเวลา 07.30 น. ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์พร้อมตนเองจะเดินทางไปให้กำลังใจด้วยที่สถาบันบำราศนราดูร จากนั้นก็เป็นการฉีดให้กับบุคลากรหน้าด่านที่ทำงานควบคุมป้องกันโรค รวมถึงคนที่เกี่ยวข้องอย่าง อสม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า หลังจากนั้นจะเดินทางไป จ.สมุทรสาคร ดูความพร้อมในพื้นที่ พร้อมชี้แจงกรณีนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด เนื่องจากเป็นดุลยพินิจของแพทย์ และต้องการรอการตรวจรับรองรุ่นการผลิตจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เนื่องจาก บ.แอสตราเซเนกา ผู้นำเข้ายังไม่ได้ยื่นเอกสารหรือตัวอย่างนำส่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวด้วยว่า สำหรับการฉีดวัคซีนของตนเองนั้น ขอให้เป็นดุลยพินิจของแพทย์ และปฏิเสธข่าวลือขโมยซีนนายกรัฐมนตรีฉีดวัคซีนก่อนนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะวัคซีนแต่ละชนิดมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน โดยวัคซีนซิโนแวคฉีดให้กับคนที่มีอายุระหว่าง 18-59 ปี ส่วนแอสตราเซเนกาฉีดให้กับคนอายุ 60 ปีขึ้นไป ดังนั้นไม่ใช่เรื่องใครฉีดก่อนฉีดหลัง การฉีดต้องคำนึงถึงความปลอดภัย จึงต้องให้แพทย์เป็นคนตัดสินใจ ส่วนหลังการรับวัคซีนในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์เกิดขึ้น เชื่อว่าผลลัพธ์ของวัคซีนจะเป็นคำตอบ และหลังการฉีดยังต้องรอดูผลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน ประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 เปิดเผยว่า หลังจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีการตรวจรับรองรุ่นการผลิต ตรวจสอบประสิทธิภาพการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของซิโนแวค การฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับนายอนุทิน และนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังเป็นไปตามกำหนดเดิม คือวันที่&amp;nbsp; 28ก.พ. ที่สถาบันบำราศนราดูร ซึ่งวัคซีนซิโนแวคจะฉีดให้กับผู้ที่อายุตั้งแต่ 18-59 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยความพร้อมในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่า ขณะนี้ได้กระจายวัคซีนไปใน 13 จังหวัด รวม 32 รพ.เรียบร้อย โดยในเย็นวันนี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยก่อนจะฉีด พร้อมยืนยันนายกรัฐมนตรียังไม่สามารถฉีดวัคซีนโควิดจากซิโนแวคได้ เพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์ เนื่องจากอายุเกินกลุ่มเป้าหมายของวัคซีนซิโนแวคที่กำหนดไว้ ต้องมีอายุ 18-59 ปี แต่หากพิจารณาเกณฑ์การรับวัคซีนของนายกรัฐมนตรี ต้องถือว่าเข้าเกณฑ์ของสาธารณสุข เป็นคนในกลุ่มเสี่ยง ทั้งสูงอายุ มีโรคประจำตัว และอยู่ในพื้นที่ กทม. ที่เป็นพื้นที่สีส้ม และปฏิบัติหน้าที่ก็อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่างไรก็ตาม เมื่อนายกรัฐมนตรีไม่สามารถรับวัคซีนจากซิโนแวคได้ ก็ต้องรอวัคซีนจากบริษัท แอสตราเซเนกา ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจรับรองรุ่นการผลิต
ผู้ป่วยโควิดใหม่ 72 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการฉีดวัคซีนให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ มีการเลื่อนออกไป เนื่องจากต้องรอความพร้อมในเรื่องการตรวจสอบคุณภาพของวัคซีนแอสตราเซเนกา เป็นเหตุผลที่ต้องเลื่อนการฉีดวัคซีนให้ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องรับวัคซีนชนิดนี้สำหรับผู้ที่อายุเกิน 60 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขเผยแผนกระจายวัคซีนโควิด-19 ซึ่งได้เตรียมพร้อมระบบรองรับไว้หมดแล้วทั้ง 13 จังหวัด ที่จะเริ่มฉีดในวันที่ 1 มีนาคมนี้ โดยอันดับแรก จะนำรายชื่อกลุ่มที่จะได้รับการฉีดวัคซีนเข้าระบบ Line Official Account หมอพร้อม ระยะแรกโรงพยาบาลจะติดต่อกลุ่มเป้าหมายให้รับวัคซีนตามความสมัครใจก่อน จากนั้นจะประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเสี่ยงลงทะเบียนเลือกวัน เวลา สถานที่ ฉีดผ่านไลน์หมอพร้อม ทั้งนี้ หากตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับวัคซีน แต่ไม่มีรายชื่อให้ติดต่อโรงพยาบาลที่รักษาและขอลงทะเบียนเพิ่มเติม สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าในไลน์หมอพร้อมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 72 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 50 ราย ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร 34 ราย, ปทุมธานี 6 ราย, กรุงเทพฯ 5 ราย,&amp;nbsp; ตาก 2 ราย, นครปฐม 2 ราย และพระนครศรีอยุธยา 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการคัดกรองเชิงรุกผู้ติดเชื้อในชุมชน 13 ราย ได้แก่ จังหวัดปทุมธานี 8 ราย, ตาก 2 ราย, สมุทรสาคร 3 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 9 ราย ได้แก่ อิหร่าน 1 ราย, ไนจีเรีย 1 ราย, ซาอุดีอาระเบีย 1 ราย, อาร์เมเนีย 1 ราย, สหราชอาณาจักร 3 ราย, กานา 1 ราย และเมียนมา 1 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 25,881 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 776 ราย ยอดหายป่วยรวม 25,022 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 83 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ผู้ติดเชื้อทั่วโลก ยอดติดเชื้อสะสม 113,985,943 ราย รักษาหาย 89,539,707 ราย เสียชีวิตสะสม 2,529,337 ราย ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 114 ของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในจังหวัดตาก วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 12.00 น. มีผู้ป่วยรายใหม่ 6 คน รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม 280 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่เป็นการติดเชื้อในประเทศ 5 คน ทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติและติดเชื้อจากต่างประเทศ 1 คน เป็นผู้มีสัญชาติไทย หายป่วยกลับบ้านได้อีก 1 คน รวมหายป่วยแล้ว 223 คน ยังอยู่ในระหว่างการรักษา 55 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม จำนวนคงที่ 2 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94456</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, SINOVAC, ซิโนแวค, บำราศนราดูร, บุคลากรทางการแพทย์, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, วัคซีนโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอสตราเซเนกา, โควิด 19, โควิด-19, โรงพยาบาลบำราศนราดูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210204/image_big_601be96e99c49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. อนุมัติ &#039;อธิบดีกรมสุขภาพจิต&#039; ขึ้นเป็น &#039;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&#039; แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13&amp;nbsp;ส.ค.63 - รายงานข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;(สธ.)&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล รองนายกฯ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รมว.สาธารณสุข&amp;nbsp;(สธ.)&amp;nbsp;จะนำรายชื่อนพ.เกียรติภูมิ&amp;nbsp;วงศ์รจิต&amp;nbsp;อธิบดีกรมสุขภาพจิต&amp;nbsp;เสนอต่อครม.เพื่อแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงสาธารณสุข แทน นพ.สุขุม&amp;nbsp;กาญจนพิมาย&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่จะเกษียณอายุในวันที่&amp;nbsp;30 ก.ย.นี้&amp;nbsp;ล่าสุด ครม.อนุมัติแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74293</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, อธิบดีกรมสุขภาพจิต, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f34ccdf69947.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปลัด สธ.&#039; เผยไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 31 วัน ชมคนไทยร่วมมือดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.สุขุม กาญจนพิมาย&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ว่า วันนี้ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศเป็นวันที่ 31 แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาการผ่อนปรนในระยะที่ 4 ทั้งมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง และการดำเนินกิจการต่างๆเป็นไปได้ด้วยดี ยิ่งเมื่อเทียบความสำเร็จกับต่างประเทศ อย่างเช่น เยอรมนี สหรัฐอเมริกา ที่พบการระบาดรอบ 2 สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างดีของคนไทย ทำให้มีความมั่นใจที่จะผ่อนปรนให้การดำเนินชีวิต และเศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไปตามปกติได้มากขึ้น ภายใต้มาตรการดูแลของภาครัฐ และการสร้างความมั่นใจที่จะดูแลประชาชนได้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงทิศทางการขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน​ นพ.สุขุม กล่าวว่า เป็นเรื่องของนโยบายในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขกำลังรวบรวมข้อมูลต่างๆ กำลังดำเนินการพิจารณา แต่จะคงไว้ต่อไปหรือไม่ ยังไม่ทราบ ส่วนรายละเอียดจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีการหารือ ศบค.ชุดเล็ก เป็นการภายในก่อนที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะหารือในข่วงบ่าย ซึ่งนอกจากจะมีปลัดกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ยังมี พล.อ. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานคณะทำงานกลั่นกรองกิจการและกิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 และในฐานะกรรมการ ศบค.ชุด สมช.พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการ สมช. ร่วมหารือคาดเป็นการพิจารณาการตัดสินใจต่ออายุการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69673</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef41ef737728.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
