<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดสธ.พร้อมรับมือ&#039;ภูเก็ตแซนด์บอกซ์&#039;เร่งระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชนเป้า 90%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิถุนายน 2564 ที่จังหวัดภูเก็ต นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมติดตามการเตรียมความพร้อมภูเก็ต แซนด์บอกซ์ ว่า รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายให้ภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ ในวันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงที่ประชุมถึงการเตรียมความพร้อมระบบการแพทย์ และสาธารณสุข ทั้งการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค การรักษาพยาบาล ซึ่งได้เตรียมการไว้อย่างพอเพียงทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้กับประชากรในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ฉีดเข็ม 1 ไปแล้วประมาณร้อยละ 70 เข็ม 2 ประมาณร้อยละ 50 และจะจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติมให้ ตั้งเป้าฉีดครอบคลุมให้ได้ถึงร้อยละ 80-90 เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ และลดการติดเชื้อให้มากที่สุด โดยเปิดรับนักท่องเที่ยวเฉพาะผู้ที่เดินเข้ามาทางสายการบินเท่านั้น และทุกคนทั้งชาวไทยและต่างชาติจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้มีมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรค โดยสุ่มตรวจประชาชนเพื่อค้นหาเชื้อในสถานที่ต่าง ๆ ทุกวัน เพื่อสร้างความมั่นใจและวางระบบการป้องกันโรคได้รวดเร็วตามสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่กังวลคือกลุ่มแรงงานที่จะเข้ามายังจังหวัดภูเก็ตทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ที่ไม่ได้เดินทางเข้ามายังช่องทางที่ภาครัฐจัดไว้ ต้องขอความร่วมมือภาคประชาชน ผู้ประกอบการ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายความมั่นคง ให้เข้มงวดเฝ้าระวังกลุ่มแรงงานเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หากเกิดการแพร่ระบาดการดำเนินงานภูเก็ต แซนด์บอกซ์ อาจจะต้องเริ่มต้นใหม่ ขอให้คนไทยทุกคน รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องอย่าเห็นแก่ประโยชน์เพียงเล็กน้อย การนำแรงงานผิดกฎหมายเข้ามาอาจเกิดการแพร่เชื้อได้ ซึ่งรัฐบาลอยากให้ภูเก็ตเป็นต้นแบบในการเปิดรับนักท่องเที่ยวให้กับจังหวัดอื่น ๆ ต่อไปได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มาตรการด้านสาธารณสุขในการเปิดพื้นที่นำร่อง สำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต มีการกำหนดหลักเกณฑ์รับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ก่อนเดินทางมาถึง ตามที่กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำหนด กรณีที่มาจากประเทศอื่นต้องอยู่ในประเทศที่กำหนดอย่างน้อย 21 วัน ได้รับการฉีดวัคซีนตามกำหนดและมีเอกสารรับรอง กรณีเด็กที่มากับผู้ปกครองที่ฉีดวัคซีนแล้วสามารถเดินทางพร้อมกันได้ กรณีเคยติดเชื้อต้องได้รับวัคซีนตามกำหนดทั้ง 2 เข็มมาแล้วอย่างน้อย 14 วันหรือมีผลการตรวจโควิด 19 ภายใน 72 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดินทางถึงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรของ ศบค. โดยรับการตรวจครั้งแรกที่สนามบินมีรถรับส่งจากสนามบินไปที่พักและเข้าพักโรงแรมที่ผ่าน SHA+ อย่างน้อย 14 วันและตรวจหาเชื้อ อีก 2 ครั้ง ในวันที่ 6 - 7 และวันที่ 12-13 หรือตามข้อกำหนดของ ศบค.ขณะนั้น และต้องปฏิบัติตามมาตรการ อย่างเคร่งครัด และก่อนเดินทางออกไปจังหวัดอื่นๆ ต้องแสดงหลักฐานยืนยันการเดินทางและพำนักในสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน SHA+ ในจังหวัดภูเก็ตตามระยะเวลาที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และมีผลตรวจตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107624</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลัดสธ., ภูเก็ต, ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์, เป้าฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5bde1c9e0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดสธ.คนใหม่ ยันโควิด รอบ 2 ไม่มีการปิดบ้านปิดเมืองแน่นอน คุมให้ระบาดจำกัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ต.ค.63- ที่กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เข้ารับตำแหน่งปลัดสธ. อย่างเป็นทางการวันแรก สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ทำบุญตักบาตร โดยมีผู้บริหารทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคร่วมแสดงความยินดี พร้อมพบปะสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ. เกียรติภูมิ &amp;nbsp;กล่าวว่า ในวันที่ 5 ตุลาคม จะแถลงนโยบายการขับเคลื่อนงานสาธารณสุขอย่างเป็นทางการ ผ่านทางระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังส่วนภูมิภาค โดยนำนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าสธ.รัฐมนตรีช่วย สธ. ไปสู่การปฏิบัติ และจะเร่งงานด่วน 4 ด้าน คือ การรับมือกับโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ มีการทำฉากทัศน์ที่ชัดเจนเพื่อให้ประชาชนเห็นภาพการระบาดที่อาจเกิดขึ้น เมื่อมีการผ่อนคลายมาตรการของประเทศมากขึ้น แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการปิดบ้านปิดเมือง เนื่องจาก ประเทศไทยยังคงมาตรการป้องกันโรคโควิด 19 อย่างเข้มแข็ง หากมีการติดเชื้อหรือระบาดเกิดขึ้น สามารถควบคุมโรคได้ให้อยู่ในวงจำกัด ไม่ให้มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างหรือในระดับวิกฤติ นอกจากนี้ จะเดินหน้าทุกวิถีทางให้คนไทยเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 โดยช่วงปีแรกต้องมีวัคซีนให้ได้ร้อยละ 50 ของประชากร ที่สำคัญ คือ ขอมอบนโยบายให้ชาว สธ. สวมหน้ากาก 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดสธ.คนใหม่ กล่าวต่อว่า สำหรับเศรษฐกิจสุขภาพ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพทั้งอาหาร และเครื่องสำอาง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร กัญชง และกัญชา รวมทั้งกิจการสปา การรักษาพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน ความร่วมมือด้านสุขภาพต่างๆ เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ นอกจากนี้จะพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค การเชื่อมต่อไปกับโรงพยาบาลชุมชนให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ตอบสนองการกระจายอำนาจ เพื่อเพิ่มอำนาจให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะการขับเคลื่อน 30 บาทรักษาทุกที่ ที่เตรียมนำร่องในเขตสุขภาพที่ 9 และกรุงเทพมหานคร โดยมีคณะกรรมการระดับเขตที่ประชาชนเข้าร่วม และจะร่วมกับคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ออกแบบให้ผู้ให้บริการหน้างานมีความยืดหยุ่นในการจัดระบบให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะศึกษาความเป็นไปได้ใน 2 ปี หากได้ผลดีจะขยายต่อไป หากไม่ดีจะได้เรียนรู้และปรับปรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องธรรมาภิบาล จะพัฒนาบุคลากร สร้างคนรุ่นใหม่ &amp;nbsp;ฝึกอบรมหลักสูตรเป็น &amp;quot;อัศวิน สธ.&amp;quot; เพื่อให้เป็นหน่วยซีลของกระทรวง ทั้งเรื่องของความอดทน การคิดการจัดการ การสื่อสารต่างๆ และปลูกฝังค่านิยมแนวคิด &amp;quot;รัก สามัคคี มีวินัย ใฝ่ใจสาธารณสุข&amp;quot; เข้าใจว่าใน สธ. ชมรมในสาขาวิชาชีพ ขอให้ใช้กระบวนการสร้างสรรค์ในการเข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจกันซึ่งตนพร้อมรับฟังทุกวิชาชีพ ขอให้มองเป็นพี่หรือครู และใช้ศักยภาพมาช่วยเหลือกัน สำหรับเรื่องของขวัญ กำลังใจ และความก้าวหน้าของบุคลากร &amp;nbsp;จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนสาธารณสุข ทั้งค่าตอบแทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) การบรรจุข้าราชการ แม้ที่ผ่านมาจะได้รับการบรรจุ 4.5 หมื่นตำแหน่งแต่ก็ยังไม่พอดี จากนี้จะใช้ตำแหน่งเกษียณจำนวน 3 พันตำแหน่งมาจัดสรรสำหรับกลุ่มตกหล่นเพื่อให้ครอบคลุมที่สุด แต่ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงและตามเนื้องาน&amp;quot;ปลัดสธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79233</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ปลัดสธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f75b1f0d2d07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูตั้น&#039;จัดแถวผู้บริหาร ศธ. เรียบร้อย &#039;สุภัทร&#039;นั่งปลัด &#039;อัมพร&#039;ขึ้นเลขาฯกพฐ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
8 ก.ย.63- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.ได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียนและทดแทนตำแหน่งผู้ที่ครองตำแหน่งอยู่เดิมจะเกษียณอายุราชการ จำนวน 4 ราย ดังนี้ 1.นายสุภัทร จำปาทอง ตำแหน่งเลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) ให้ดำรงตำแหน่ง ปลัด ศธ. 2.นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) ดำรงตำแหน่งเลขาฯ สกศ. 3.นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ ก.ค.ศ.) ดำรงตำแหน่ง เลขาฯ กพฐ. และ4.นายสุเทพ แก่งสันเที๊ยะ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (รองเลขาฯ กอศ.) ดำรงตำแหน่งเลขาฯ กอศ.ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2563 เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การโยกย้ายดังกล่าวเป็นการโยกสลับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม และความเปลี่ยนแปลงภายใน ศธ.ซึ่งต้องรอดูผลงานของทุกคนต่อไป ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำว่าการแต่งตั้งผู้บริหารระดับ 11 ของทุกกระทรวงให้ถือเป็นความรับผิดชอบของรัฐมนตรี ที่จะผลักดันให้ผลงานแต่ละคนเกิดขึ้นให้ได้ ดังนั้นการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.จะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมให้ได้ เช่น การจัดทำฐานข้อมูลบิ๊กดาต้า การทำเทคโนโลยีมาช่วยเรื่องการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การโยกนายอำนาจไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสกศ.นั้น ผมไม่ได้อยากให้มองว่ามีความผิดอะไร &amp;nbsp;เพราะทุกหน่วยงานในศธ.มีความสำคัญเท่ากันหมด โดยผมพิจารณาจากความสามารถตามความถนัดของแต่ละคน รวมถึงความเข้มข้นในการผลักดันนโยบาย ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ของศธ.นั้นจากนี้จะมาดูว่าในหน่วยงานที่มีผู้บริหารรับผิดชอบแล้วจะมาดูต่อว่าความเหมาะสมในการทำงานด้วยกันเป็นทีมจะดำเนินการร่วมกันอย่างไร เนื่องจากผใเน้นการทำงานที่เชื่อมโยงของทุกหน่วยงานในศธ.ให้เป็นหนึ่ง เพื่อที่เราจะเดินหน้าให้เห็นผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาให้ได้ &amp;nbsp;โดยผมต้องการสร้างความเป็นเอกภาพให้เกิดขึ้นในศธ.เช่น การเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพที่เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล ซึ่งสพฐ.และ สอศ.จะต้องร่วมเดินหน้าการทำงานในส่วนนี้ด้วยกัน&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลัดสธ., ศึกษาธิการ, แต่งตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200908/image_big_5f5740f306f51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอชาญชัย&quot;ร้องขอความเป็นธรรม เอกสารผลสอบวินัยหลุดเผยแพร่สื่อออนไลน์ ทั้งที่เคยขอดู เตรียมฟ้องหมิ่นประมาทปลัดสธ.ฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
29ก.ค.63- จากกรณี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ลงนามตั้งศูนย์บริหารทรัพยากรกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2563 และตั้ง &amp;nbsp;นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น ซึ่งถูกย้ายออกจากรพ.ขอนแก่น เนื่องจาก ถูกกล่าวหารับเงินบริจาคจากบริษัทยาเข้ากองทุนพัฒนารพ.ขอนแก่น โดยให้มาดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ล่าสุดวันนี้ (29 ก.ค.) ที่ศูนย์บริหารทรัพยากรกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 นพ.ชาญชัย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมหากเกิดการระบาดโควิด-19 รอบสอง ว่า &amp;nbsp; ขณะนี้กำลังเตรียมการประชุมต้นส.ค. เพื่อวางแผนการบริหารงาน &amp;nbsp;หากศูนย์บริหารโควิดอยู่ต่อ จะต้องบริหารงานอย่างไร โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมรับมือกรณีหากมีการระบาดรอบสอง &amp;nbsp;การเตรียมการ ต้องเตรียมทั้ง อุปกรณ์ในการทำงาน การบริหารคน ซึ่งเรื่องคนนั้นได้ทำหนังสือขอเพื่อโยกย้ายคนมา หรือจัดสรรเพิ่ม ซึ่งกำลังทำแผนงานปีงบประมาณ แต่ปีงบประมาณ 2564 &amp;nbsp;สธ. ได้ทำผ่านไปแล้ว อาจต้องใช้งบกลางก่อน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญต้องมีการหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลต่างๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป เพราะจะต้องมีการประสานเรื่องโลจิสติกส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;นอกจากนี้ เรายังสำรวจอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ได้ อย่างเครื่องช่วยหายใจ &amp;nbsp;พบว่ามีประมาณ 1,000 เครื่องที่รอซ่อมอยู่ หากซ่อมจะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมหากมีการระบาดรอบสอง &amp;nbsp;รวมถึงหน้ากากอนามัย ชุด PPE ซึ่งมีการคำนวณไว้แล้วว่าต้องใช้มากน้อยแค่ไหน หากมีการระบาดรอบสอง โดยนำตัวเลขจากกรมควบคุมโรคมาคำนวณว่า หากระบาดรอบสองจะมีผู้ป่วยเท่าไหร่ต่อเดือน และต้องใช้อุปกรณ์เท่าไหร่อย่างไร ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการ&amp;rdquo; นพ.ชาญชัย กล่าวพร้อมกับพาเดินดูห้องทำงานศูนย์บริหารทรัพยากรโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากยังไม่มีอุปกรณ์ หรือเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานเต็มเวลา เพราะเพิ่งมีการแต่งตั้ง แต่อยู่ระหว่างดำเนินการในเร็วๆนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อถามถึงกรณีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นพ.ชาญชัย เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) &amp;nbsp;เพื่อยื่นหนังสือ เนื่องจากพบว่ามีการนำเอกสารข้อมูลการสืบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ชุดนพ.อภิชาติ รอดสม เป็นประธานไปเผยแพร่ ทั้งที่ตนเองทำเรื่องขอทราบผลตรวจสอบ เพราะเป็นการตรวจสอบตน แต่กลับไม่ได้ข้อมูลดังกล่าว ปรากฏว่ามีการหลุดไปยังสื่อออนไลน์ &amp;nbsp;ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นมีแต่ข้อคำถาม ไม่มีคำชี้แจงของตน และเอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารทางราชการ ซึ่งเป็นเอกสารลับ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ตน และกระทรวงสาธารณสุขเสียหาย เพราะเป็นข้อมูลราชการรั่วไหลออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;เรื่องนี้ผมได้ติดต่อไปยังกลุ่มวินัยของกระทรวงสาธารณสุขมาพักหนึ่งแล้ว ว่า จะทำอย่างไรได้บ้าง ซึ่งผมก็รอมาสัปดาห์กว่า แต่ยังไม่เห็นความคืบหน้าใดๆ จึงได้ทำหนังสือถึงท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ช่วยกรุณาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เอกสารหลุดไปได้อย่างไร และมีผู้ใดกระทำผิด หรือมีเจตนาอะไรหรือไม่ และหากพบผู้กระทำผิดขอให้ท่านทำตามระเบียบวินัยทางราชการ โดยผมได้ยื่นหนังสือไปเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะผมอยู่ในชั้นการสอบสวนวินัยร้ายแรงอยู่ มีคณะกรรมการดำเนินการอยู่ ตรงนี้จึงยังไม่ได้สรุปว่าเป็นผู้กระทำผิด แต่การมาเผยแพร่ข้อมูลแบบนี้ซ้ำไปมา ทั้งที่มีการสอบไปแล้ว และในชั้นสืบสวนก็ตกไปแล้ว แต่กลับเอาข้อคำถามมาเวียนอีก ผมไม่เข้าใจเจตนา ซึ่งเรื่องนี้จงใจให้เกิดความเข้าใจผิดหรือไม่&amp;rdquo; &amp;nbsp;นพ.ชาญชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ชาญชัย กล่าวว่า จริงๆ ตนได้ขอข้อมูลผลการสืบสวนจากทางกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งก็คือเอกสารที่หลุดไปนั้น เพื่อจะได้นำมาพิจารณาว่า มีประเด็นอะไรที่ต้องใช้ในชั้นสอบสวนวินัยร้ายแรง จะได้เตรียมการแก้ข้อกล่าวหาเราได้ แต่ทางกระทรวงสาธารณสุขบอกว่าให้เราไม่ได้ แต่กลับไปเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ จึงเป็นเรื่องน่าแปลกใจ ประกอบกับตนได้มีการดำเนินการฟ้องเรื่องหมิ่นประมาทกรณีปลัดสธ.มีการเผยแพร่ข้อมูลว่า ตนมีความผิดชัดเจนแล้วทั้งที่ยังสอบสวนอยู่ &amp;nbsp;โดยกรณีนี้จะเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ &amp;nbsp;ซึ่งศาลก็กำลังขอข้อมูลตรงนี้อยู่เช่นกัน คาดว่าหมายศาลจะถึงกระทรวงสาธารณสุขเร็วๆนี้ นอกจากนี้ตนกำลังดำเนินการฟ้องร้องขั้นต่อไป ซึ่งเป็นขั้นสุดท้าย จะดำเนินการในเร็วๆนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ชาญชัย กล่าวว่า ส่วนที่ตนได้ร้องนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการสธ.กรณีนพ.สุขุม สั่งย้ายตนด้วยข้อกล่าวหาว่า ต้องออกจากพื้นที่เพราะมีการข่มขู่พยาน ปรากฏว่า มีการตรวจสอบผลคือ อยู่ในอำนาจที่ปลัดสธ.ดำเนินการได้ แม้ตรงนี้จะไม่เป็นไปตามที่ตนคาดหมาย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ตนคงต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72862</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสข, นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล, ปลัดสธ., สอบสวนวินัยนพ.ชาญชัย จันทรวรชัยกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f216a47b80c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยไร้โควิด35วันรับปลดล็อกเฟส5! ป่วยใหม่7รายกลับจากอินเดีย-สหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย. 63 - ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า วันนี้ประเทศไทยไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 35 วัน โดยพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 7 ราย จากสถานที่กักกันของรัฐ โดยกลับมาจากประเทศอินเดีย 6 ราย และสหรัฐอเมริกา 1 ราย สำหรับยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,169 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมเสียชีวิตสะสม 58 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70019</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, ปลัดสธ., โควิด-19, ไร้ติดเชื้อ35วัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaa76b4b7b39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอเกรียงศักดิ์&#039;ขอถอนตัวพ้นรักษาการผอ.รพ.ขอนแก่น ทำหนังสือแจ้งปลัดวันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย. 63 - ที่ห้องประชุมแก่นเพชร ชั้น 4 รพ.ขอนแก่น เมื่อเวลา 11.00 น. นพ.เกรียงศักดิ์&amp;nbsp; วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น จากกรณีที่นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามในหนังสือคำสั่งย้าย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น ไปปฏิบัติราชการที่กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพราะถูกร้องเรียนโดยบัตรสนเท่ห์กล่าวหาว่าเรียกรับเงิน 5 เปอร์เซ็นต์จากบริษัทยาขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี และมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีคำสั่งให้มาปฎิบัติราชการ ในตำแหน่ง รักษาการ ผอ.รพ.ขอนแก่น ในวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ที่ปรากฏในข่าวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในฐานะข้าราชการพลเรือนในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นข้าราชการของประชาชน และมีครอบครัวอยู่ที่ขอนแก่น มีความรักและความผูกพันต่อ รพ.ขอนแก่น จึงห่วงใยต่อภาพลักษณ์ ความศรัทธาของประชาชนนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีต่อโรงพยาบาลขอนแก่น ที่มีมาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี จึงขอถอนตัวจากการรักษาการในตำแหน่ง ผอ.รพ.ขอนแก่น ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าการถอนตัวนั้นน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อให้การดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข และ รพ.ขอนแก่น นั้นคลี่คลายและเดินหน้าโดยเร็ว และตนเองนั้นพร่อมที่จะเดินทางกลับไปปฎิบัติหน้าที่ที่ รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี ตามเดิม หรือในตำแหน่งที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่กดดันหรือไม่ได้คิดน้อยใจอะไร ที่ผ่านมาผมเคยมารักษาการที่ รพ.ขอนแกน แล้วในปี 2561 ก็พบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน วันนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่เกิดเหตุการณ์ จึงตัดสินใจในการขอถอนตัว และจะทำเรื่องเสนอต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข นั้นพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ถอนตัวหรือไม่ หากมีผลประการใดก็พร้อมที่จะปฎิบัติตามทันที ทั้งนี้ที่ผ่านมางานด้านสาธารณสุขของไทยนั้นเหนื่อยล้าจากการทำงานในสถานการณ์โควิด-19 มาอย่างหนักและต่อเนื่อง จนได้รับการยกย่องจากนานาประเทศ และทำให้สถานการณ์ของประเทศนั้นไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศเข้าสู่วันที่ 20 ดังนั้นปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารประเทศนั้นทำงานกันอย่างหนัก ผมจึงไม่อยากให้ทุกท่านนั้นมาเครียดหรือมาวิตกกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงขอถอนตัวจากตำแหน่ง โดยจะทำหนังสือส่งเรื่องอย่างเป็นทางการในระบบข้าราชการให้แล้วเสร็จภายในวันนี้หากผลออกมาประการใด ผมก็พร้อมที่จะปฎิบัติตาม&amp;quot; นพ.เกรียงศักดิ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์ ที่ รพ.ขอนแก่น ทุกคนน่ารัก ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้ รพ.ขอนแก่น นั้นมีชื่อเสียงในด้านมาตรฐานสาธารณสุขในระดับประเทศและระดับโลก ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการตัดสินใจโดยส่วนตัวของตัวเอง เพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติและเดินหน้าทำงานเพื่อก้าวผ่านสถานการณ์วิกฤติและปฎิบัติหน้าที่ด้านสาธารณสุขให้กับประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบและโครงข่ายในความเป็นโรงพยาบาลศูนย์ฯ อย่างไรก็ดีหากต้องย้ายกลับไปที่เดิม หรือตำแหน่งใดๆ ตามที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขมอบหมายก็พร้อมที่จะปฎิบัติตามทันที เพราะคำสั่งของผู้บังคับบัญชาถือเป็นที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68742</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอนตัว, นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ, ปลัดสธ., รพ.ขอนแก่น, รับหัวคิวบริษัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee709ffea408.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดสาธารณสุขเผยพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทยเพิ่มอีก 6 ราย เป็นชาวจีนทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค. 63- นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) &amp;nbsp;แถลงข่าวถึงสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า ขณะนี้ยังคงยืนยันว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่จำนวน 8 ราย ซึ่งอาการหายดีอนุญาตกลับบ้านได้ 5 ราย เหลืออีก 3 รายรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล &amp;nbsp;ล่าสุดพบผู้ป่วยใหม่ 6 ราย ผลตรวจ 2 ครั้งพบเชื้อไวรัส แต่ยังต้องยืนยืนอีกครั้ง ซึ่งได้อยู่ห้องแยกโรคที่สถาบันบำราศนราดูรแล้ว โดย 6 ราย แบ่งเป็น 5 รายมาจากหัวเป่ย ซึ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน พ่อแม่ลูก และญาติ และมาจากฉงชิ่งอีก 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สธ.ยังคัดกรองรายที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคจำนวน 136 ราย คัดกรองจากสนามบิน 29 ราย มาโรงพยาบาลเอง 107 ราย และกลับบ้านแล้ว 55 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุขุมกล่าวว่านายกฯ เน้นให้ดูแลสุขภาพประชาชนเป็นสำคัญ และให้ทำงานบูรณาการร่วมกัน โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับสาธารณสุขในพื้นที่มาช่วยดูแลกันทั้งหมด ทั้งท่านอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และยังได้รับความร่วมมือกับทหาร ตำรวจ และตอนนี้ยังเน้นการดูแลโดยจิตอาสา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เบื้องต้นมอบให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(นพ.สสจ.) ประสานกับจังหวัดดูแลสถานที่ บ้านพักพี่น้องประชาชน และแหล่งชุมชนต่างๆ รวมไปถึงผู้ให้บริการคนขับรถสาธารณะ ขับรถแท็กซี่ รวมถึงการบริการนวดผ่อนคลาย ซึ่งหากพบว่าคนจีนที่มาใช้บริการมีอาการผิดปกติต้องรีบให้คำแนะนำ หรือติดต่อมายังเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โทรสายด่วน 1422 อีกทั้ง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังพัฒนาห้องปฏิบัติการทั่วประเทศในการทำ Real-time PCR ให้ผลภายใน 3 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55693</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 คน, ชาวจีน, ติดเชื้อไวรัสโคโรนา, ปลัดสธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddf7c75ee1ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
