<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเตรียมจัดรำลึก ในหลวง ร.9 สอดคล้องสถานการณ์ โควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 ต.ค.2564 นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันพุธที่ 13 ตุลาคม 2564 เป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัฐบาลจึงได้พิจารณาแนวทางการจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสดังกล่าวโดยปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งปีนี้งดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2564 ที่ท้องสนามหลวง เช่นทุกปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรภัทร กล่าวว่า การจัดพิธีวางพวงมาลา ในนามฝ่ายบริหาร กำหนดจัดพิธีวางพวงมาลา ในวันพุธที่ 13 ตุลาคม 2564 เวลา 08.30 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมภริยา เป็นประธานในพิธี รองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเข้าร่วมพิธี โดยการจัดพิธีดังกล่าวจะได้ดำเนินการตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรภัทร กล่าวว่า การจัดกิจกรรมน้อมรำลึกฯ ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน สามารถพิจารณาดำเนินการได้ ดังนี้ 1.จัดพิธีวางพวงมาลา โดยหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานภาคเอกชน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในวันพุธที่ 13 ตุลาคม &amp;nbsp;2564 เวลา 08.30 น. ณ สถานที่ตั้งของหน่วยงานหรือสถานที่ตามความเหมาะสม โดยมีหัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานเป็นประธานในพิธี และมีผู้ร่วมพิธีจำนวนไม่เกิน 12 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในต่างประเทศให้ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลดำเนินการจัดพิธีวางพวงมาลาตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม ทั้งนี้ การจัดพิธีดังกล่าวขอให้ดำเนินการตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด 2.จัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมเครื่องราชสักการะ ตามอาคารสถานที่กำหนด ระหว่างวันที่ 1-31 ตุลาคม 2564 และ 3.จัดทำคำกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมนำเสนอภาพพระราชกรณียกิจเพื่อเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของหน่วยงานและสื่อออนไลน์ และจัดทำสารคดีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ ในช่วงวันคล้ายวันสวรรคต โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ และสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ ร่วมกันดำเนินการ ในระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรภัทร กล่าวว่า เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 13 ตุลาคม 2564 ทุกภาคส่วนสามารถพิจารณาจัดกิจกรรมน้อมรำลึกฯ ได้ตามแนวทางดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119274</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดงานรำลึก, ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, ในหลวง ร.9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8c2931b633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดสำนักนายกฯแจ้งหน่วยงานให้เวิร์กฟอร์มโฮมให้ได้ 80%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.64 -ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เวียนหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง การปฏิบัติงานภายในที่พัก (Work from Home) ถึงผู้บริหารและบุคลากร และเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ทุกส่วนงาน เพื่อให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด​ โดยระบุว่า ปัจจุบันได้พบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและพื้นที่หลายจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว จึงขอให้เจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ปฏิบัติงานภายในที่พัก (Work from Home) ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 8 - วันพุธที่ 21 เม.ย. 2564 (จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้พิจารณาดำเนินการดังนี้​ 1.ให้ผู้อำนวยการ สำนัก กอง ศูนย์ วางแผนการปฎิบัติงาน ตรวจสอบ ติดตามและสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานภายในที่พักอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้ง รายงานผลการปฏิบัติงานให้กองการเจ้าหน้าที่​ (กจท.) ทราบทุกวัน เพื่อประมวลผลรายงาน ปนร. ทราบตามแนวทางที่ได้ปฏิบัติมา 2.งานการให้บริการประชาชนและการประชุมคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานตามกฎหมาย ขอให้พิจารณาแนวทางการดำเนินการตามความเหมาะสมและอย่าให้เกิดความเสียหายต่อราชการ 3.ติดตามสถานการณ์โควิด-19 และข่าวสารที่เกี่ยวข้องจาก ศบค. ทุกวัน รวมทั้งสร้างการรับรู้ให้กับคนในครอบครัวและญาติมิตร อย่างต่อเนื่อง 4.ปฏิบัติตามประกาศ สปน. ลงวันที่ 8 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ผู้ที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง หรือเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยมีประวัติเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด มีประวัติเคยติดต่อสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ รวมทั้งผู้ที่มีอาการน่าสงสัย ให้เข้ารับการตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาลในพื้นที่ทันทีและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98864</URL_LINK>
                <HASHTAG>Work from Home, ธีรภัทร ประยูรสิทธิ, ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606faaa847335.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปลัดสปน.’ส่งข้อมูลสายด่วน1111ให้กก.ชุดตรวจบ่อน-แรงงานเถื่อนแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.2564- นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการแจ้งเบาะแสบ่อนการพนัน และแรงงานผิดกฎหมายผ่านสายด่วนรัฐบาล 1111 ว่า หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ เปิดรับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับบ่อนการพนัน และแรงงานผิดกฎหมาย รวมถึงความผิดตาม มาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทางสำนักปลัดฯ ได้ดำเนินการในหลายช่องทาง โดยส่วนหนึ่งเป็นข้อมูลที่มีรายละเอียด และปกปิดชื่อผู้ร้อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ที่มาร้อง อีกส่วนหนึ่งจะนำข้อมูลที่ไม่ปรากฏชื่อผู้ร้อง อย่างเรื่องการแจ้งเบาะแสต่างๆ ส่งให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพนัน จะส่งให้ทางคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีสถานที่เล่นการพนันเป็นเหตุให้โควิด-19 แพร่ระบาด ส่วนที่เกี่ยวข้องกับแรงงานที่ผิดกฎหมาย ก็จะส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีการเข้าเมืองผิดกฎหมาย ขณะที่การกระทำผิดมาตรการอื่น ๆ โดยเฉพาะตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะส่งให้ทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เพื่อส่งต่อให้ศูนย์ที่เกี่ยวกับความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ขณะนี้มีกี่เรื่องที่นำไปสู่การขยายผลจับกุมได้จริง นายธีรภัทร กล่าวว่า ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ ทางคณะกรรมการแต่ละชุด จะมีกลไกในการนำไปดำเนินการตรวจสอบ และติดตาม รวมถึงการดำเนินคดีต่าง ๆ ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีการร้องเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ เข้ามาเยอะหรือไม่ นายธีรภัทร กล่าวว่า ในภาพรวมจะเป็นเรื่องบ่อน แรงงานผิดกฎหมาย และการทำผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน วันละ 20-30 เรื่อง แต่ทั้งหมดต้องไปตรวจสอบ สำหรับข้อเสนอแนะเรื่องการแก้ไขปัญหาโควิด-19 มีประมาณวันละ 1,500-2,000 เรื่อง ทั้งหมดถือเป็นเรื่องที่ดี ทำให้ผู้ที่รับผิดชอบสามารถเข้าไปดำเนินการตรวจสอบ ติดตาม และแก้ไขปัญหาได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ได้รายงานเรื่องทั้งหมดให้นายกฯ ทราบ และหลายเรื่องนายกฯ ลงมากำชับ และสั่งการเอง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90438</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ, บ่อนการพนัน, ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, สายด่วนรัฐบาล 1111, แจ้งเบาะแส, แรงงานผิดกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_6007d0a3727c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดสำนักนายกฯชี้ฝุ่นพิษเข้าสู่ปรากฏการณ์ฝาชีครอบรัฐบาลเร่งแก้ไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและอาจมีค่าเกินมาตรฐาน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 25 ม.ค. ว่าได้ประสานไปยังกระทรวงต่างๆ แล้ว ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ประชาชนบางส่วนทำงาน work from home จะช่วยให้การจราจรไม่ติดขัดมาก รวมทั้งมีความปลอดภัยเรื่องสุขภาพด้วย ตอนนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นนอกจากเรื่องฝุ่น ควันจากรถยนต์ การก่อสร้าง รวมทั้งการเผาในที่โล่ง สิ่งสำคัญคือสภาพอากาศที่หนาวและร้อนสลับกันไป ซึ่งช่วงนี้อากาศกลับมาหนาวประกอบกับลมนิ่ง ส่วนราชการได้มีมาตรการและการแก้ไขอย่างเต็มที่ เพียงแต่สภาพอากาศที่เข้ามามีส่วนสำคัญทำให้อากาศไม่เคลื่อนที่ ยังทำให้เห็นภาพของจุดต่างๆ จากสีเขียวเป็นสีเหลืองและสีส้ม ซึ่งหลายจุดเหล่านี้เราได้ประสานกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานต่างๆไม่ให้พื้นที่สีเหล่านี้เปลี่ยนเป็นสีแดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายธีรภัทร กล่าวอีกว่า ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯมีบางจุดที่เราไปตรวจวัด และบางจุดที่ติดกับรอยเชื่อมต่อของสี่แยกต่างๆ หรือสถานที่มีการจราจรคับคั่ง ก็อาจทำให้มีการเปลี่ยนสีของจุดเหล่านี้รวดเร็ว เนื่องจากเครื่องจับสัญญาณฝุ่นละอองค่อนข้างรวดเร็ว ประเด็นเหล่านี้เราได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำให้เกิดการจราจรหมุนเวียน ส่วนพื้นที่ที่เกี่ยวกับการเผาต่างๆ ได้ประสานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) และทางจังหวัด ให้งดการเผาในช่วงนี้ และอีกส่วนหนึ่งขอความร่วมมือประชาชนตรวจบำรุงรักษาเครื่องยนต์ เพราะหลายจุดที่เราเห็นประมาณ 30-40% จากการเรียกตรวจรถควันดำ ปรากฏประชาชนบอกว่ารถใหม่อยู่ไม่ตรวจ หรือมีปัญหาเรื่องระยะเวลาในการไปตรวจบำรุงรักษาเครื่องยนต์ ทำให้เราพบว่ารถเหล่านี้มีควันดำเพิ่มมากขึ้น ส่วนรถสาธารณะ เช่น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขณะนี้ทางศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ได้ประสานกับกระทรวงคมนาคมและ ขสมก.แล้ว บางส่วนเดี๋ยวจะลงไปตรวจสอบในพื้นที่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในภาพรวมตอนนี้ที่หลายคนเรียกว่าปรากฏการณ์ฝาชีครอบ ตั้งแต่วันที่ 20-25 ม.ค.นี้ ขอให้ประชาชนติดตามการรายงานคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ขอให้ช่วยลดกิจกรรมในการออกมาพื้นที่ด้านนอก ส่วนราชการเราประสานงานเรื่อง work from home และที่สำคัญที่สุดขอให้สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยช่วยป้องกันสุขภาพ&amp;rdquo; ปลัดสำนักนายกฯระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า ในทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มมีจุดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ PM 2.5 เพิ่มมากขึ้น จากการติดตามบางส่วนเกิดจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีการเผาและอาจพัดเข้ามา ซึ่งทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ให้ช่วยกันลดจุดฮอตสปอต อย่างไรก็ตามขณะนี้ทุกหน่วยงานทุกกระทรวงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหา PM 2.5 ควบคู่กันไป โดยเฉพาะนโยบายของนายกรัฐมนตรีให้ส่วนราชการหันมาใช้รถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นก็จะเป็นส่วนช่วย รวมถึงเรื่องน้ำมันต่างๆ หรือบางครั้งตนเองเคยเจอรถเมล์ที่ควันดำตรงนี้ก็ช่วยถ่ายภาพส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาเลย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90433</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ, ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, ฝาชีครอบ, ฝุ่น PM 2.5, สถานการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_6007cd5e6a023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รัฐบาล&#039; ชวนประชาชนร่วมกิจกรรม &#039;วันพ่อแห่งชาติ&#039; น้อมรำลึกในหลวง ร.9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค.63 -&amp;nbsp;เวลา 16.00 น. นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;นำคณะสื่อมวลชนเข้าชมกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563 ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1 - 6 ธันวาคม 2563 ณ ท้องสนามหลวง บริเวณลานหน้ากระทรวงกลาโหม ถนนสนามไชย สวนสราญรมย์ และมิวเซียมสยาม โดยมีพิธีการและกิจกรรม ดังนี้ 1.การจัดพิธีการในวันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม ประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เวลา 07.30 น. ส่วนกลางจัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 189 รูป มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ส่วนภูมิภาคมอบหมายกระทรวงมหาดไทยแจ้งทุกจังหวัดจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่ที่เหมาะสม โดยจัดพิธีพร้อมกันกับส่วนกลาง และในต่างประเทศ มอบหมายกระทรวงการต่างประเทศแจ้งสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลพิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิธีวางถวายพานพุ่มดอกไม้และพิธีถวายบังคม เวลา 08.30 น. ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี ส่วนกลางจัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภูมิภาค มอบหมายกระทรวงมหาดไทยแจ้งทุกจังหวัดจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่ที่เหมาะสม โดยจัดพิธีพร้อมกันกับส่วนกลาง และในต่างประเทศ มอบหมายกระทรวงการต่างประเทศแจ้งสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลพิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิธีจุดเทียนมหามงคลน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เวลา 19.19 น. ส่วนกลาง&amp;nbsp;จัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง ส่วนภูมิภาค มอบหมายกระทรวงมหาดไทยแจ้งทุกจังหวัดจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่ที่เหมาะสม โดยจัดพิธีพร้อมกันกับส่วนกลาง และในต่างประเทศ มอบหมายกระทรวงการต่างประเทศแจ้งสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลพิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การจัดกิจกรรม &amp;ldquo;วันพ่อแห่งชาติ&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 1 - 6 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 - 21.00 น.&amp;nbsp;ณ บริเวณถนนสนามไชย สวนสราญรมย์ และมิวเซียมสยาม เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยภายในงานมีการจัดกิจกรรมมากมาย 2.1 โซนพระราชทาน เป็นการจัดนิทรรศการโครงการในพระองค์และไตรโครงการ โดยจัดแสดง ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 4 และหน้าทำเนียบองคมนตรี ประกอบด้วย โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก และอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี ในพระบรมราชูปถัมภ์ โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โครงการกำลังใจในพระราชดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โครงการของสโมสรกีฬา Bounce Be Good (BBG Club)&amp;nbsp;

2.2 โซนการแสดงละคร &amp;ldquo;รู้รักสามัคคี เพราะพระบริบาล&amp;rdquo; เป็นการแสดงละครประกอบ&amp;nbsp;แสง สี เสียง สื่อผสม การแสดงศิลปวัฒนธรรม 4 ภาค ประกอบเทคนิคการฉายวิดีโอ Mapping ภาพเสมือนจริง 3 มิติ ความละเอียดสูง โดยฉายไปที่อาคารศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม นำเสนอพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กำหนดการแสดงจำนวน 2 รอบ ๆ ละ 45 นาที คือ เวลา 18.30 - 19.15 น. และเวลา 20.30 - 21.15 น. โดยจัดแสดง ณ บริเวณลานหน้าศาลาว่าการกระทรวงกลาโหมทั้งนี้ วันที่ 5 ธันวาคม 2563 จัดแสดงรอบเดียว ในเวลา 20.30 - 21.15 น. นอกจากนี้ จะมีการแสดงขบวนพาเหรดจำนวน 2 ชุด จากวงโยธวาทิตของโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในเวลา 16.00 น. และจากกระทรวงวัฒนธรรม ชุด &amp;ldquo;เรื่องราวชาวไทย ใต้ร่มพระบารมี&amp;rdquo; ในเวลา 17.00 น. เริ่มต้นขบวนตั้งแต่มิวเซียมสยามจนถึงบริเวณหน้าศาลฎีกา ทั้งนี้ วันที่ 5 ธันวาคม 2563 งดการแสดงขบวนพาเหรด&amp;nbsp;

2.3 โซนนิทรรศการ จัดแสดง ณ บริเวณถนนสนามไชยตลอดสาย และบริเวณหน้าสวนสราญรมย์ ประกอบด้วย นิทรรศการ &amp;ldquo;ความดีที่แบ่งปัน&amp;rdquo; เป็นการนำเสนอผลงานของจิตอาสาพระราชทานของกรุงเทพมหานครและทุกจังหวัด ในรูปแบบนิทรรศการภาพลักษณะหอเกียรติยศ (Hall of Fame) ประกอบด้วย ภาพกิจกรรมจิตอาสาแยกตามประเภทของจิตอาสา คือ จิตอาสาพัฒนา จิตอาสาภัยพิบัติ และจิตอาสาเฉพาะกิจ นอกจากนี้ จะมีนิทรรศการของหน่วยงาน ประกอบด้วย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน และมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นิทรรศการ &amp;ldquo;ความสุขที่พ่อให้&amp;rdquo; เป็นนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ และพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งดำเนินการโดยหน่วยงานราชการและหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องจำนวน 30 หน่วยงาน&amp;nbsp;

นิทรรศการ &amp;ldquo;อัครศิลปิน&amp;rdquo; โดยกระทรวงวัฒนธรรม เป็นการนำเสนอพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จำนวน 9 ด้าน ประกอบด้วย ด้านจิตรกรรม ด้านประติมากรรม ด้านการถ่ายภาพ ด้านวรรณศิลป์ ด้านงานสถาปัตยศิลป์&amp;nbsp;ด้านวาทศิลป์ด้านดุริยางคศิลป์ ด้านหัตถศิลป์และงานออกแบบ และด้านนาฏศิลป์และดนตรี&amp;nbsp;

2.4 โซน &amp;ldquo;วัยใสปล่อยพลัง ปังสุดใจ&amp;rdquo; เป็นการนำเสนอผลงานของเด็กและเยาวชน จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งสิ้น 15 หน่วยงาน จำนวน 18 บูท โดยจัดแสดง ณ มิวเซียมสยาม กิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย เวทีการแสดงความสามารถของเด็กและเยาวชน จำนวน 2 เวที เวลา 10.00 - 20.00 น.การจัดกิจกรรมพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน (Free Space) กิจกรรมการแสดงความสามารถพิเศษด้านต่าง ๆ ของเด็กและเยาวชน กิจกรรมการบริการผู้ร่วมงาน เช่น เพ้นท์หน้า ทาสีเล็บ ฯลฯ การจำหน่ายสินค้า อาหาร และเครื่องดื่ม กิจกรรมนักประชาสัมพันธ์รุ่นเยาว์/นักข่าวเยาวชนภาคสนาม&amp;nbsp;

2.5 โซน &amp;ldquo;เลิศลิ้มชิมรส เหนือจรดใต้&amp;rdquo; และโซน &amp;ldquo;เดินชิมริมทาง&amp;rdquo; เป็นการออกร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มจากร้านค้าที่มีชื่อเสียงจากทั่วทุกภาคของประเทศ จำนวน 40 ร้าน และมีกิจกรรมต่าง ๆ ภายในโซนฯ โดยจัดแสดง ณ ภายในสวนสราญรมย์ และบริเวณถนนสนามไชยตลอดสาย ประกอบด้วย กิจกรรมสาธิตการประกอบอาหาร วันละ 1 ชุด เป็นการนำเสนอวิธี/ขั้นตอน&amp;nbsp;การประกอบอาหารพื้นถิ่น และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้มีส่วนร่วมในการประกอบอาหาร พร้อมทั้งแจกให้แก่ผู้เข้าชมงานได้ชิมตามความเหมาะสม เวลาการสาธิต 17.00 - 18.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน วันละ 1 ชุด เวลาแสดง 18.00 - 19.00 น. การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP และจำหน่ายอาหารจากกลุ่มผู้ประกอบการของกรมการพัฒนาชุมชน และกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กิจกรรม &amp;ldquo;พาพ่อใส่ผ้าไทย ได้รางวัล&amp;rdquo; โดยสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดกิจกรรม &amp;ldquo;ต้นไม้ของพ่อ&amp;rdquo; พร้อมแขวนตุ๊กตาที่มีความน่ารัก สวยงาม จำนวน 10,000 ตัว เพื่อแจกให้แก่ประชาชนทั่วไปที่พาคุณพ่อสวมใส่ผ้าไทยมาเที่ยวงาน และมีกิจกรรมสอยกัลปพฤกษ์ ได้รับตุ๊กตาน่ารักฟรี เพื่อลุ้นรับรางวัล เช่น รถจักรยาน เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารและสินค้า OTOP ของดี 4 ภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่มิได้เข้าไปภายในโซนดังกล่าว สามารถเที่ยวชมการออกร้านจำหน่ายอาหารทานเล่นและเครื่องดื่มตลอดแนวถนนสนามไชย ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;เดินชิม ริมทาง&amp;rdquo; สำหรับการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ได้จัดรถสุขาบริการ จุดบริการทางการแพทย์รอบงาน และจัดรถรับส่งจากพื้นที่จอดรถมาถึงบริเวณงาน โดยประชาชนสามารถจอดรถได้ 5 บริเวณ คือสวนนาคราภิรมย์ สวนสันติพร สนามหลวงด้านทิศเหนือ (เฉพาะส่วนนี้ยกเว้นวันที่ 5 ธันวาคม 2563) ลานจอดรถพระแม่ธรณีบีบมวยผม และกองสลากเก่า นอกจากนี้ ขสมก. จัดเดินรถโดยสารธรรมดาให้บริการฟรี เที่ยวแรกต้นทางเวลา 10.00 น. เที่ยวสุดท้ายจากปลายทางสนามหลวง เวลา 21.00 น. หรือจนกว่าประชาชน จะหมดจากพื้นที่จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 จากอนุสาวรีย์ถึงสนามหลวง เส้นทางที่ 2 จากวงเวียนใหญ่ถึงสนามหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลจึงขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563 เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและอันยิ่งใหญ่เป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชน&amp;nbsp;ชาวไทย ซึ่งพสกนิกรทุกหมู่เหล่าต่างมีความตั้งใจที่จะร่วมกันแสดงออก ซึ่งความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐโดยพร้อมเพรียงกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85637</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 ธันวาคม, ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, วันชาติ, วันพ่อแห่งชาติ, ในหลวง รัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201201/image_big_5fc61f2c55c37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปลัดสปน.&#039; ขานรับนโยบายนายกฯ จี้หน่วยงานราชการทำงานที่บ้านให้มากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีและครม.เห็นชอบเรื่องการทำงานเหลื่อมเวลาของข้าราชการให้มีมากขึ้น เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ในส่วนของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังพิจารณา 3 ช่วงเวลา คือ 07.30 น. , 08.30 น. , 09.30 น. และบวกไป 8 ชม. ซึ่งข้าราชการในส่วนของ สปน.กว่า 700 คนนั้น จะดำเนินการทำงานเหลื่อมเวลาได้อย่างไรบ้าง โดยให้ยึดตามความเหมาะสมและความจำเป็น แต่ในส่วนของระบบงานต่างๆที่ต่อเนื่องมาที่ได้ทดลองใช้ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ก็จะเห็นว่างานในส่วนต่างๆสามารถเดินหน้าไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรภัทร กล่าวว่า ในวันเดียวกันนี้ในที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานนั้น ได้มีการหารือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ผลการทำงานที่บ้านหรือที่เรียกว่าเวิร์คฟอร์มโฮม และการทำงานเหลื่อมเวลา ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้มานำเสนอต่อเนื่องมาจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้หารือกัน ซึ่งนายวิษณุยังได้สั่งการให้ครอบคลุมไปถึงหน่วยงานของรัฐ องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ เพื่อนำมาเปรียบเทียบและวางแนวทาง การทำงานในอนาคตของการพัฒนาระบบราชการไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดสำนักนายกฯ กล่าวว่า เบื้องต้นนายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายทุกส่วนราชการดำเนินการจัดเรื่องเหลื่อมเวลาเนื่องจากมีผลต่อเนื่องหลายเรื่องทั้งเรื่องการป้องกันการระบาดโควิด-19 เรื่องการจราจรและการบริการประชาชน นายกฯให้นำข้อมูลต่างๆ ที่มีการประเมินในช่วงเวลาที่ผ่านมาไปวางแผนเพื่ออนาคต ตอนนี้เรื่องเวิร์คฟอร์มโฮมที่ครม.สั่งการขอให้ได้ 50:50 ซึ่งก.พ. ได้รายงานค่าเฉลี่ยเบื้องต้นก็ปฏิบัติได้ 50:50 แล้ว แต่จะมีบางหน่วยงานที่จะเวิร์คฟอร์มโฮมไม่ได้ 100% เช่น ฝ่ายความมั่นคง งานด้านสาธารณสุข การบริการประชาชน ซึ่งในส่วนดังกล่าวยังคงไว้เนื่องจากจำเป็นแต่ในส่วนอื่นนายกรัฐมนตรีขอให้ไปลองปรับดู เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและการทำงานสามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้และประชาชนยังได้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้ร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สปน.ทำเนียบรัฐบาล 1111 นั้นสปน. ได้นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีได้รับทราบในทุกมิติเพื่อสั่งการให้ดำเนินมาตรการรองรับและทำการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ไม่ว่าจะเป็นระยะที่หนึ่ง สอง สาม รวมถึงการนำมาเป็นข้อมูลข้อเสนอแนะในการผ่อนปรน ผ่อนคลาย กิจการและกิจกรรมต่างๆด้วย สปน. ทำงานส่วนนี้ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลฯ และยังมีหลายหน่วยงานที่เปิดสายด่วนให้โทรเข้ามาร้องเรียน เช่น ศูนย์ดำรงธรรมของกระทรวงมหาดไทย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงดิจิทัล กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ความมั่นคงทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากปลดล็อคเฟสแรกแล้วสายด่วน 1111 ได้รับแจ้งกรณีที่กิจกรรมหรือกิจการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดจำนวนมากหรือไม่ ปลัดสปน. กล่าวว่า มีอยู่ ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลมาก็ได้ส่งไปให้ฝ่ายความมั่นคงไปติดตามต่อ เช่น แจ้งว่ากิจการนั้นๆ ไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติตามไม่ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ทุกคนจะต้องช่วยกันพูดและแนะนำเพื่อไม่ให้เกิดแคลงใจกัน และถ้าทางส่วนราชการไปเตือนแล้วผู้ประกอบการไม่ดำเนินการตามก็คงต้องถูกปิดกิจการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรภัทร กล่าวว่า สำหรับเรื่องร้องเรียนที่มีเข้ามาสูงที่สุดยังคงเป็น เรื่องการช่วยเหลือ เยียวยา ความเดือดร้อนของประชาชน 5,000 บาท ซึ่งคิดว่าภายในเดือนพฤษภาคมนี้น่าจะเบาลง เพราะทางกระทรวงการคลังสามารถดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้แล้ว และในส่วนของเกษตรกรก็กำลังจะได้รับตามมา และในช่วง 3-4 วันข้างหน้านี้ กระทรวงการคลังยังคงเปิดรับข้อมูลเรื่องร้องทุกข์ต่างๆ ที่กรมประชาสัมพันธ์ด้วย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ศูนย์1111ไปร่วมประสานงานอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอฝากว่า ประชาชนทั่วไปที่อยู่ต่างจังหวัดนั้นไม่ต้องเดินทางเข้ามาถึงในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;เพราะขณะนี้การร้องเรียนทุกเรื่องและความช่วยเหลือต่างๆนั้นสามารถดำเนินการได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมของทุกจังหวัด ที่ศาลากลางจังหวัด รวมถึงด้านการเกษตรที่เกษตรกรสามารถร้องได้ทั้งที่ศูนย์ดำรงธรรม และที่เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ เกษตรตำบล ได้ จะได้ไม่ต้องเข้ามาในส่วนกลาง&amp;quot;ปลัดสำนักนายกฯระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65843</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำงานที่บ้าน, ธีรภัทร ประยูรสิทธิ, ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e951ec4a76ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปลัดสปน.แจงจัดสรรหน้ากากอนามัยรูปแบบใหม่ 30 มี.ค.-10 พ.ค.รวม 78 ล้านชิ้นถึงมือผู้ปฏิบัติงานแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.63 -&amp;nbsp;นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุมหรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานฯ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมบัญชีกลาง&amp;nbsp; และอธิบดีกรมศุลกากร เป็นรองประธาน คณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ชุดนี้มีหน้าที่และอำนาจ กลั่นกรองการจัดซื้อและการจัดสรรหน้ากากอนามัยภายในประเทศ พิจารณากลั่นกรองเรื่องหน้ากากอนามัยในการขอนำเข้ามาในราชอาณาจักรและส่งออกไปนอกราชอาณาจักร&amp;nbsp; ฯลฯ โดยในลำดับแรกให้พิจารณาเฉพาะหน้ากากอนามัยและหน้ากากอื่นๆ ยกเว้นหน้ากากอนามัย N95 และเวชภัณฑ์อื่นๆที่ยังอยู่ในการพิจารณาของกระทรวงสาธารณสุข

ปลัดสำนักนายกฯ กล่าวว่า โดยในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงสาธารณสุข จัดซื้อหน้ากากอนามัยมาจัดสรรให้หน่วยงานภาครัฐ โดยจัดให้กระทรวงมหาดไทย จำนวน 1 ล้านชิ้นต่อวัน กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 1.5 ล้านชิ้นต่อวัน และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง จำนวน 40,000 ชิ้นต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ถึง วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 คณะกรรมการเฉพาะกิจฯได้จัดสรรให้ทั้ง 3 หน่วยงานสะสมรวม 78,178,350 ชิ้น ดังนี้ โดยจัดสรรสะสม ให้กระทรวงมหาดไทย รวม 27,189,800 ชิ้น กระทรวงสาธารณสุข รวม 50,670,550 ชิ้น และศูนย์ปฏิบัติการฯด้านความมั่นคง รวม 318,000 ชิ้น โดยการจัดสรรนี้นำไปให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำงานกับกลุ่มเสี่ยง คือ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเป็นหลัก รวมทั้งเจ้าหน้าฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัคร อสม. ที่ปฏิบัติงานเชิงรุกในการตรวจกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ทุกชุมชน ปฏิบัติงานประจำด่านตรวจและบริการประชาชนทั่วประเทศ ทำให้เกิดความปลอดภัยกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคน สำหรับประชาชนทั่วไปได้มีการรณรงค์ให้ใช้หน้ากากผ้าในการป้องกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรภัทร กล่าวว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่รัฐบาลโดย ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถควบคุมการแพร่ระบาดและป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว คณะกรรมการเฉพาะกิจฯ จะต้องมาพิจารณาการจัดสรรจำนวนหน้ากากอนามัยให้กับหน่วยงานต่างๆ อีกครั้ง ซึ่งอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามการประเมินสถานการณ์ในระยะต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าผลการสอบสวนจากกรณีพล.อ.ประยุทธ์ มีคำสั่งให้นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยอยู่ในการกำกับดูแลของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) และให้มีการสืบสวนข้อเท็จจริงตามคำสั่งดังกล่าวนั้น ซึ่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมา เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเกี่ยวกับการบริหารจัดการหน้ากากอนามัย ช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ล่าสุด มีรายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ว่าผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นและได้ส่งผลสอบมาที่สปน. แล้ว นายธีรภัทร กล่าวว่า สปน.ได้รับรายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริงจากกระทรวงพาณิชย์แล้ว แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องลับไม่สามารถเปิดเผยผลการสอบสวนได้ ซึ่งหลังจากนี้จะได้นำกราบเรียนนายกฯ ผ่านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อโปรดพิจารณาต่อไป

นายธีรภัทร กล่าวอีกว่า ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ส่งมาจากกระทรวงพาณิชย์นั้น เนื่องจากนายวิชัยฯ ถือว่ายังเป็นอธิบดีกรมการค้าภายใน ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงพาณิชย์อยู่ การดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปตามกฏหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยปลัดกระทรวงพาณิชย์มีอำนาจหน้าที่ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงและเมื่อดำเนินการสอบสวนแล้วเสร็จ จึงรายงานผลการสอบสวนผ่าน สปน. กราบเรียนนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับรายงานผลสอบ ขอดูว่าผลสอบกระทรวงพาณิชย์ก่อนนำเรียนนายกฯพิจารณาจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีของนายวิชัย สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้นายกฯมีคำสั่งให้นายวิชัย มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ให้อยู่การกำกับดูแลของสปน.จนกว่าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีประเด็นทางสังคมเรื่องหน้ากากอนามัยแล้วเสร็จ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการบริหารจัดการของรัฐบาลภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด - 19ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยกรณีมีประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับการกักตุนและจำหน่ายหน้กากอนามัย ซึ่งสมควรมีการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจน ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม ตลอดจนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่การบริหารราชการของกรมการค้าภายใน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีรภัทร ประยูรสิทธิ, ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e951ec4a76ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
