<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิจัยอนุรักษ์   &quot;เอกลักษณ์พันธุกรรมปลากัดไทย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล่ากัดสวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลากัด (Betta splendens) นับว่าเป็นปลาพื้นเมืองของไทย พบในแหล่งน้ำทั่วทุกภาค เป็นสัตว์น้ำยอดนิยมที่คนเพาะเลี้ยงไว้ดูเล่นมากที่สุดและเป็นสัตว์น้ำที่เลี้ยงไว้เพื่อแข่งขัน ที่เรียกว่าแข่งขัน &amp;quot;ปลากัด&amp;quot; ซึ่งเป็นการละเล่นสืบทอดมาตั้งสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นจนถึงปัจจุบัน &amp;quot;ปลากัดไทย&amp;quot; จึงได้รับการยกย่องให้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ด้วยการพัฒนาของบ้านเมืองที่เจริญขึ้น ส่งผลให้แหล่งน้ำที่อยู่อาศัยของปลากัดได้รับผลกระทบ สุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ อีกทั้งการเพาะพันธุ์ทำให้ปลากัดมีความหลากหลายจนยากที่จะรู้ได้ว่าเป็นพันธุ์ดั้งเดิมหรือไม่ ดังนั้นการรักษาพันธุกรรมของปลากัดจึงมีความสำคัญอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสมาคมปลากัด แถลงข่าวจัดทำโครงการการวิจัยเพื่อการอนุรักษ์เอกลักษณ์ทางพันธุกรรมปลากัดพื้นเมืองอย่างยั่งยืน และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพเชิงเศรษฐกิจ เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของความร่วมมือระหว่างองค์กรที่มีความสนใจในการทำงานวิจัยด้านปลากัด พร้อมศึกษา ค้นคว้า และจัดทำฐานข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.นภาวรรณ นพรัตนราภรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.ดร.นภาวรรณ นพรัตนราภรณ์ ผู้จัดการโครงการส่งเสริมกิจกรรมการให้ทุนวิจัยมุ่งเป้า สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (สพภ.) กล่าวว่า ด้วยจุดประสงค์เพื่อการอนุรักษ์เอกลักษณ์ทางพันธุกรรมปลากัดพื้นเมืองอย่างยั่งยืน และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งหน่วยงานที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการวิจัยนี้ล้วนมีความสนใจในการทำงานวิจัยด้านปลากัด ทั้งการศึกษา ค้นคว้า และจัดทำฐานข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ อนุกรมวิธาน เอกลักษณ์ทางพันธุกรรม นิเวศวิทยา และการแพร่กระจายของปลากัดป่า ซึ่งอาศัยอยู่ในแหล่งธรรมชาติของประเทศไทย และทำการเก็บรักษาเอกลักษณ์ทางพันธุกรรมของปลากัดด้วยเทคโนโลยีการแช่แข็งเซลล์และการโคลนนิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลากัดป่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.ดร.ครศร ศรีกุลนาถ อาจารย์ประจำภาควิชาพันธุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะประธานโครงการ กล่าวว่า ในโครงการวิจัยนี้ต้องการที่จะทำการวิจัยอย่างเจาะลึกถึงเอกลักษณ์ การเพาะพันธุ์ แหล่งที่อยู่อาศัยของปลากัด จากที่มีการเพาะเลี้ยงทั่วไปตามวิถีชาวบ้าน เพื่อทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงสุด โดยการดำเนินการในเฟสแรกในระยะเวลา 3 ปี จะทำการศึกษาหลักๆ คือ 1.ทำการศึกษาสำรวจปลากัดทุกประเภท ทั้งปลากัดป่าที่อยู่ตามธรรมชาติ อาศัยอยู่ตรงแหล่งน้ำไหนบ้าง ซึ่งหากในระหว่างการสำรวจพบว่าแหล่งน้ำนี้ปลากัดเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ก็จะต้องทำการอนุรักษ์ อย่างปลากัดมหาชัยในพื้นที่สมุทรสาครก็มีความเสี่ยง เพราะมีโรงงานอุตสาหกรรมเยอะ และมีบางจุดกลายเป็นชุมชนเมือง ดังนั้นเราอาจจะต้องวางกรอบแบบแผนในการอนุรักษ์ต่อไป&amp;nbsp;2.การศึกษาในระดับจีโนม เพื่อเก็บรักษาพันธุกรรมของปลากัดสายพันธุ์ดั้งเดิม ซึ่งในขณะนี้มีการทำสำเร็จ 2 ชนิด ได้แก่ ปลากัดมหาชัย และปลากัดอมไข่กระบี่ หรือปลากัดหัวโม่งกระบี่ (Betta simplex)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถัดมา 3.การพัฒนาเทคนิคการแช่แข็งเซลล์และวิธีการโคลนนิงต่างๆ เพื่อโคลนนิงปลากัดกลับมาอีกครั้ง เพราะในการพบปลากัดพันธุ์ดั้งเดิมนั้นจะพบได้ แต่อาจจะมองยากมาก ดังนั้นการวิจัยนี้อาจจะเป็นช่องทางช่วยในการเก็บข้อมูลที่เป็นมาตรฐานในการรู้ลักษณะของพันธุ์ดั้งเดิมเอาไว้ และนำไปสู่การส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีการพัฒนาปลากัดอย่างเวียดนาม จีน มาเลเซีย และในแถบประเทศยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; เราจึงต้องเร่งอนุรักษ์และพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ เพื่อไม่ให้สูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจ และยกระดับชนิดและสายพันธุ์ของปลากัดไทยในอนาคต&amp;quot; ประธานโครงการ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.ครศร ศรีกุลนาถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านนายโชค เพ็งดิษฐ์ นายกสมาคมปลากัด กล่าวว่า จากการสืบค้น ปลากัดมีการเพาะเลี้ยงมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ เพราะจากหลักฐานพบบันทึกเกี่ยวกับกฎหมายเรื่องการกัดปลาเหมือนกับการตีไก่ และมีการอ้างอิงจากภาพถ่ายที่มีการกัดปลาในเชิงการละเล่นและการพนัน จนเกิดเป็นวัฒนธรรมการเลี้ยงปลากัด ด้วยอุปนิสัยที่มีความดุ หวงถิ่นอาศัย ทำให้แม้จะเป็นพวกเดียวกันก็กัดกันเองโดยธรรมชาติ และปลากัดก็ยังสามารถพบได้ตามแหล่งน้ำทั่วไป กินง่าย ทำให้คนเริ่มนำปลากัดมาเลี้ยงและกัดแข่งขันกัน ในส่วนของสายพันธุ์ปลากัด อาทิ ปลากัดหม้อ ปลากัดลูกผสม ปลากัดจีน ปลากัดเขมร ปลากัดทุ่ง และอื่นๆ อีกจำนวนมาก คาดว่ามีผู้เลี้ยงเพาะพันธุ์ในไทยไม่ต่ำกว่า 10,000 คน แต่ที่อยู่ในสมาคมอีกประมาณ 1,300 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;การที่ปลากัดได้รับการยกย่องให้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ถือว่าเป็นก้าวสำคัญในการมุ่งมั่นอนุรักษ์ ซึ่งการร่วมมือโครงการในการเป็นธนาคารมอบตัวพันธุ์ปลากัดแท้ให้นำไปศึกษา สู่การพัฒนาเทคนิคในการเก็บรักษายีนต่างๆ ที่จะสามารถช่วยในการผสมพันธุ์ หรือทำให้เกิดสีปลาใหม่ๆ และยังสามารถสร้างมาตรฐานในการคัดเลือกปลากัดสวยงาม ในการมองดูว่าปลากัดตัวนี้เป็นพันธุ์แท้หรือไม่แท้อีกด้วย&amp;quot; นายกสมาคมปลากัด กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โชค เพ็งดิษฐ์ นายกสมาคมปลากัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72693</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลากัดไทย, สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (สพภ.), เอกลักษณ์พันธุกรรมปลากัดไทย, โครงการส่งเสริมกิจกรรมการให้ทุนวิจัยมุ่งเป้า, ​​​​​​​รศ.ดร.นภาวรรณ นพรัตนราภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c3e21982ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮลั่น!กก.เอกลักษณ์ฯมีมติให้&#039;ปลากัดไทย&#039;เป็นสัตว์ประจำชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.61 - ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ครั้งที่ 2/2561 ซึ่งมีวาระการพิจารณาการให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ตามข้อเสนอของกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ เปิดเผยหลังการประชุมว่า กรมประมงเคยเสนอเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ในการประชุมวันนี้ (20 ธ.ค.) นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง และคณะนักวิชาการ ร่วมกันนำข้อมูลเรื่องของปลากัดไทย ทั้งประวัติความเป็นมาและมิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มาชี้แจงต่อคณะกรรมการฯ ได้รับทราบอย่างครบถ้วนรอบด้าน ซึ่งที่ประชุมมองเรื่องดังกล่าวใน 3 มิติ คือ 1.มิติด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ความเกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมของไทย ซึ่งมีหลักฐานยืนยันว่าเรื่องปลากัดไทยปรากฏในบทประพันธ์และวรรณคดีไทย รวมถึงประวัติศาสตร์ไทยมานานร้อยกว่าปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.มิติด้านความเป็นเจ้าของ โดยมีชื่อที่บ่งบอกและเป็นชื่อที่ได้รับการยอมรับด้านวิชาการและในวงการวิชาการด้านสัตว์น้ำ คือ&amp;nbsp;Siamese Fighting Fish&amp;nbsp;ซึ่งเป็นชื่อที่ถูกพบในประวัติศาสตร์มานานแล้ว อีกทั้งมีข้อมูลระบุด้วยว่าแหล่งที่พบปลาดังกล่าวอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ในบางกอก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.มิติด้านประโยชน์ที่จะรับหากประกาศให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ มีทั้งการรักษาพันธุ์ การพัฒนาพันธุ์ปลากัดไทยให้ดียิ่งขึ้น การส่งเสริมการเลี้ยงปลากัด รวมถึงประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ในอนาคต ดังนั้น คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติจึงมีมติเห็นสมควรสนับสนุนให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ โดยให้กรมประมงนำเรื่องนี้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ส่วนจะเสนอเข้าที่ประชุมครม.ในสัปดาห์หน้าได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของกรมประมง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ภาคเอกชนผู้เลี้ยงปลากัดได้พบกับคณะกรรมการฯ หลังจากรับทราบมติดังกล่าว ซึ่งเขารู้สึกดีใจที่คณะกรรมการฯสนับสนุนเรื่องนี้ที่จะช่วยส่งเสริมการเลี้ยงปลากัดไทยที่ปัจจุบันมีทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยแหล่งเพาะพันธุ์ปลากัดไทยแหล่งใหญ่ที่สุดอยู่ในจ.นครปฐม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่การพัฒนาพันธุ์ปลากัดไทยโดยภาคเอกชนเป็นไปได้ด้วยดี และเขานำปลากัดไทยไปประกวดในต่างประเทศ รวมถึงจะยิ่งสามารถนำไปจำหน่ายได้ในราคาสูง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24673</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลากัดไทย, สัตว์ประจำชาติ เ, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba3a8cf82e3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
