<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูลนิธิชัยพัฒนา เล่าเรื่อง &#039;ปลานิล&#039; ครั้งใดที่ได้ลิ้มรส ขอให้ระลึกไว้เป็นหนึ่งโครงการในหลวง ร.9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;มูลนิธิชัยพัฒนา เผยแพร่เรื่องเล่า &amp;quot;การเดินทางของปลานิล&amp;quot; ซึ่งเป็นบทความจากวารสารมูลนิธิชัยพัฒนา ฉบับเดือนเมษายน 2551 มีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;ปลานิล เป็นปลาที่คนไทยคุ้นเคยและรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบว่าปลานิลมีประวัติศาสตร์ และมีเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์ถึงสองพระองค์ นั่นก็คือ กษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีไทยและจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2508 สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโต เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ทรงจัดปลานิลจำนวน 50 ตัว ความยาวเฉลี่ยตัวละประมาณ 9 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 14 กรัม ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ต่อมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปล่อยลงเลี้ยงในบ่อดินเนื้อที่ประมาณ 10 ตารางเมตร ภายในบริเวณสวนจิตรลดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเลี้ยงได้สักระยะปรากฎว่ามีลูกปลาเกิดขึ้นจำนวนมาก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่ขุดบ่อขึ้นใหม่อีก 6 บ่อ เนื้อที่เฉลี่ยบ่อละประมาณ 70 ตารางเมตร และได้ทรงย้ายพันธุ์ปลาด้วยพระองค์เอง จากบ่อเดิมไปปล่อยในบ่อใหม่ทั้ง 6 บ่อ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2508 &amp;nbsp;ต่อจากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมประมงจัดส่งเจ้าหน้าที่วิชาการมาตรวจสอบการเจริญเติบโตเป็นประจำทุกเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อทรงเลี้ยงไปสักระยะ ทรงสังเกตเห็นว่าปลานิลเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย ออกลูกดก เจริญเติบโตได้รวดเร็ว จึงมีพระราชประสงค์ที่จะให้ปลานิลนี้แพร่ขยายพันธุ์ อันจะเป็นประโยชน์แก่พสกนิกรของพระองค์ ดังนั้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2509 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อปลานิลนี้ว่า &amp;quot;ปลานิล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลานิลมีถิ่นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมมาจากแม่น้ำไนล์ (Nile) หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Tilapia nilotica และได้พระราชทานปลานิลขนาดยาว 3-5 เซนติเมตร จำนวน 10,000 ตัว แก่กรมประมงนำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ในบริเวณสถานีประมงต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์พร้อมกัน เมื่อปลานิลแพร่ขยายพันธุ์ออกไปได้มากเพียงพอแล้ว จึงได้แจกจ่ายให้แก่ราษฎรนำไปเพาะเลี้ยงตามความต้องการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือประวัติการเดินทางคร่าวๆ ของปลานิลจากประเทศญี่ปุ่นสู่ประเทศไทย แม้ว่าปัจจุบันปลานิลจะเป็นที่รู้จักแพร่หลายแล้วก็ตาม แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ก็ยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้ทดลองเลี้ยงและแพร่ขยายพันธุ์ปลานิลในบ่อสวนจิตรลดาต่อไป โดยในทางวิชาการเรียกสายพันธุ์ปลานิลนี้ว่า &amp;ldquo;ปลานิลสายสืบพันธุ์จิตรลดา&amp;rdquo; ซึ่งยังคงเป็นปลานิลสายพันธุ์แท้ที่ประเทศไทยได้รับการทูลเกล้าฯ ถวาย จากพระจักรพรรดิอะกิฮิโตแห่งประเทศญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ไม่เพียงแต่สวนจิตรลดาเท่านั้นที่มีการขยายพันธุ์และอนุรักษ์พันธุ์ปลานิล ปัจจุบันมูลนิธิชัยพัฒนา ยังได้เดินดำเนินงานตามรอยพระราชดำริ โดยขยายพื้นที่การเลี้ยงปลานิลออกสู่ต่างจังหวัดเพื่อให้เข้าถึงราษฎรได้มากที่สุด โดยได้จัดทำโครงการสาธิตการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตลูกปลานิลสายพันธุ์จิตรลดาในพื้นที่ดินเปรี้ยว บ้านเกาะกา ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เพื่อผลิตลูกปลานิลสายพันธุ์จิตรลดาแท้ที่มีคุณลักษณะดี และมีเป้าหมายเพาะพันธุ์ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดาให้ได้ผลผลิตประมาณ 5-10 ล้านตัวต่อปี และเพื่อจำหน่ายในราคาถูกให้แก่เกษตรกรนำไปเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ รวมถึงถ่ายทอดความรู้ด้านการเพาะพันธุ์ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดาให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่สนใจทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในโครงการประกอบด้วย บ่อดิน สำหรับใช้เป็นบ่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ซึ่งได้มาจากสวนจิตรลดา และบ่ออนุบาลลูกปลา อาคารเพาะฟักและอนุบาลลูกปลา เป็นต้น นอกจากนั้นยังได้มีการแปลงเพศปลานิล หรือที่เราคุ้นหูกันเป็นอย่างดีว่าปลานิลแปลงเพศ เพื่อกำหนดเพศปลานิลให้เป็นเพศผู้ เนื่องจากปลานิลเพศผู้มีอัตราการเจริญเติบโตสูงกว่าเพศเมีย ทั้งยังมีตัวใหญ่และให้ผลผลิตต่อไร่สูงกว่า และยังสามารถกำหนดขนาดของปลาให้มีขนาดใกล้เคียงกันเกือบทั้งบ่อได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันปลานิลไม่ได้นิยมเลี้ยงเพื่อบริโภคแต่เพียงอย่างเดียว โดยหลังจากแล่เนื้อปลาเพื่อจำหน่าย ได้นำหัวปลาและก้างไปเป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์ เรายังสามารถนำส่วนต่างๆ ของปลานิลไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานเผยแพร่ข่าวไปทั่วโลกเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2550 ว่า โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์แห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรีของประเทศไทย นำเอาเกล็ดปลานิลซึ่งมีความแข็งมาดัดแปลงรีไซเคิลให้เกิดประโยชน์ โดยให้โรงงานในจังหวัดนครปฐม นำไปแปรสภาพให้มีสีสันและตัดเย็บเป็นแผ่นสำหรับเป็นวัสดุในการตัดเย็บผลิตภัณฑ์จากเกล็ดปลานิล ซึ่งนักออกแบบได้ดัดแปลงทำได้หลายอย่าง อาทิ กระเป๋าถือ รองเท้า หรือแม้แต่ชุดชั้นใน บิกินี....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลานิลตัวเล็กๆ ซึ่งเดินทางมาไกลจากประเทศญี่ปุ่นในวันนั้น นำมาซึ่งปลานิลนับแสนนับล้านตัวในวันนี้ จากแรกเริ่มเพียง 50 ตัว ได้รับการเอาพระทัยใส่จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จนสามารถเจริญเติบโตแพร่ขยายพันธุ์ก่อให้เกิดคุณอนันต์มากมายแก่ประชาชนชาวไทย ปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จักปลานิล ในทางกลับกัน เราสามารถเรียนรู้วิธีการนำเอาประโยชน์จากปลานิลไปพัฒนาจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย ผลจากสายพระเนตรที่ยาวไกลและทรงห่วงใยพสกนิกร นำมาซึ่งผลผลิตอันเป็นทั้งอาหารและสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย ให้สามารถหล่อเลี้ยงประชาชนได้กินดีอยู่ดีพอเพียงตามอัตภาพ.....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ หากท่านมีโอกาสได้ลองลิ้มชิมรสปลานิลครั้งใด ขอจงระลึกไว้เสมอว่าปลานิลที่ท่านรับประทานอยู่ เป็นอีกหนึ่งในนับร้อยนับพันโครงการของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย แม้เป็นเพียงเรื่องเล็กๆ แต่ก็มิได้ทรงละเลย นับเป็นความโชคดีของเราแท้ๆ ที่เกิดมาเป็นประชาชนชาวไทย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75440</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลานิลจิตรลดา, มูลนิธิชัยพัฒนา, ในหลวง รัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43bdd4bbd6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 22:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 22:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทูตนริศโรจน์&#039; จัดหนัก &#039;บอลวิ่งไล่ลุง&#039; ต่อมสำนึกบกพร่อง แซะกินปลานิลแล้วเป็นหนี้บุญคุณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.63&amp;nbsp;- นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า ไม่อยากรำลึกถึงว่าใครช่วยขยายพันธุ์ปลานิลให้แพร่ไปทั่วประเทศ ก็อย่าทานครับ มีปลาอื่นให้ daek อีกเยอะ ให้ปลานิลเป็นอาหารสำหรับคนที่มีจิตใต้สำนึกดีทานดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือ บอล แกนนำวิ่งไล่ลุง&amp;nbsp;นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้โพสต์รูปภาพถือจานอาหารบนทวิตเตอร์พร้อมระบุข้อความว่า กินปลานิลจะเป็นหนี้บุญคุณไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนริศโรจน์ ได้โพสต์เรื่องเล่าเกี่ยวกับ &amp;ldquo;ปลานิล&amp;rdquo; ว่า&amp;nbsp;ประวัติของ &amp;ldquo;ปลานิล&amp;rdquo; หรือชื่อภาษาอังกฤษ Nile Tilapia (ต้นกำเนิดเดิมมาจากทวีปแอฟริกาแถวลุ่มแม่น้ำไนล์) ที่ชาวบ้านนิยมรับประทานกันแพร่หลายในประเทศไทยนั้น คนไทยน้อยคนที่จะรู้จักประวัติที่มาของปลานิลในไทย
ผมได้รับมอบหมายให้ไปช่วยควบคุมกำกับดูแลการถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับปลานิล เรื่อง Vivit ของสถานี Tokyo Broadcasting System (TBS) เลยได้เกร็ดข้อมูลมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้อนหลังไปเมื่อปี พ.ศ.2508 มกุฏราชกุมารอากิฮิโต (พระยศในขณะนั้น) ได้ทูลเกล้าฯถวายปลานิลจำนวน 50 ตัว ให้แก่ ในหลวง ร.9 โดยในหลวง ร.9 ได้ทรงนำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธ์ในบ่อน้ำโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดาเป็นที่แรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวง ร.9 ได้ทรงเล็งเห็นว่า ปลานิล คือปลาที่เลี้ยงง่าย เนื้อเยอะ สามารถเป็นแหล่งโปรตีนราคาถูกให้กับคนไทยได้ดี จึงได้มีการเพาะเลี้ยงขยายพันธ์ออกไป จนปัจจุบันคนไทยเรามีปลานิลทานกันมาเป็นเวลามากกว่า 50 ปีแล้ว&amp;nbsp;และจากปลานิล 50 ตัวแรกก็กลายเป็นปลานิลหลายร้อยหลายพันล้านตัว รวมทั้งที่กลายเป็นปลาทับทิม ให้คนไทยได้ทาน ได้เป็นอาชีพค้าขาย สร้างเนื้อสร้างตัวกันมาได้จนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานี TBS ได้ตั้งใจมาถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับปลานิลเป็นการเฉพาะ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิอากิฮิโต (ที่จะทรงประกาศสละราชสมบัติในวันที่ 4 เม.ย.2019 โดยมกุฏราชกุมารนารุฮิโต จะทรงขึ้นครองราชย์แทน)&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการเฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.9 ด้วย เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างสองราชวงศ์ไทย-ญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางคณะถ่ายทำได้ไปถ่ายทำที่ รร.วัดพลอยกระจ่างศรี นครนายก ที่เป็น รร.ตัวอย่างในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่มีการเพาะเลี้ยงปลานิลเอามาประกอบอาหารเลี้ยงนักเรียน รวมทั้งแปรรูปเป็นสินค้าออกขายด้วย&amp;nbsp;ทางคณะได้ไปถ่ายทำที่ศูนย์เพาะเลี้ยงของ ทร. ที่นครนายก และสถานีวิจัยประมงกำแพงแสน มก.วิทยาเขตนครปฐมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้คณะฯก็ได้ตระเวนถ่ายทำตามตลาดต่างๆที่มีการขายปลานิล รวมทั้งไปสัมภาษณ์ผู้ที่สั่งปลานิลเป็นอาหารตามร้านอาหารต่างๆด้วย&amp;nbsp;เป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่อทางคณะฯ TBS สัมภาษณ์คนไทยที่ทานปลานิล ปรากฏว่าส่วนใหญ่ไม่ทราบประวัติของปลานิลเลย&amp;nbsp;เมื่อถามว่าทำไมถึงเรียกว่าปลานิล ส่วนใหญ่ก็ตอบว่าเป็นเพราะสีดำมั้งเลยเรียกว่า นิล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเองเท่าที่รับรู้มาตลอดก็เข้าใจว่า คำว่า นิล มาจากคำว่า Nile ซึ่งเป็นชื่อภาษาอังกฤษของปลา&amp;nbsp;แต่เมื่อมาคุมคณะฯ TBS นี้เองถึงได้ทราบข้อมูลอีกด้านจาก Producer ชาวญี่ปุ่นว่า คำว่า นิล หรือ ญิน (ออกเสียงขึ้นจมูก) มาจากคำพ้องเสียงตัวอักษรคันจิ ซึ่งเป็นพระนามคำสุดท้าย &amp;ldquo;ฮิโต&amp;rdquo; ของสมเด็จพระจักรพรรดิ ถ้าอ่านแบบจีน&amp;nbsp;ดังนั้น คนญี่ปุ่นจึงถือว่าปลานิลนี้ถือเป็นปลาที่เป็นตัวแทนพระนามของสมเด็จพระจักรพรรดิด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องปลานิลนี้ผมมีเกร็ดที่เคยเล่าให้เพื่อนๆฟังมาหลายปีแล้ว เมื่อครั้งที่ผมทำงานที่ลาว ขอเล่าอีกครั้ง&amp;nbsp;ครั้งนึงผมข้ามมาธุระที่หนองคาย ได้นัดเพื่อนมาทาน เมี่ยงปลานิลเผากันริมโขง เพื่อนผมคนนึงเป็นคนเสื้อแดง ตัวเขาชอบเปิดฟังวิทยุชุมชนแถวอีสานเป็นประจำ&amp;nbsp;ระหว่างที่เรากำลังทานเมี่ยงปลานิลเผานั้น เพื่อนผมคนนี้ก็เปิดฉากวิจารณ์การเมือง และแล้วก็วกเข้ามาประเด็นวิจารณ์สถาบัน โดยเขาเชื่อตามข้อมูล ของ&amp;rdquo;นิทานคนเสื้อแดง&amp;rdquo;ที่เป็นสคริปต์ผลิตโดยปฏิบัติการ IO ของใครก็ไม่รู้ออกโฆษณาชวนเชื่อทางวิทยุชุมชนคนเสื้อแดงแถวอีสานทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมดูเขาทานเมี่ยงปลานิลเผาไปพลาง แล้วก็วิจารณ์สถาบันไปพลาง จนถึงจุดนึงที่ทนฟังไม่ได้ต่อไป จึงตัดบทและถามเขาไปว่า รู้หรือเปล่าว่า ปลานิลที่กำลังกินอยู่นั้นใครเอาเข้ามา ?&amp;nbsp;รู้หรือเปล่าสตอเบอรี่ที่กินเนี่ยใครเอาเข้ามา ?&amp;nbsp;ข้าวพันธ์ต่างๆที่กำลังกินเนี่ยใครกันพยายามเพาะพันธ์เพื่อให้ชาวบ้านมีข้าวดีๆกินกัน ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งปลานิล ข้าว สตอเบอรี่ที่กำลังทานน่ะคือ ในหลวง ที่กำลังวิจารณ์ด่าท่านอยู่เนี่ยแหละ ทรงเอาเข้ามาให้คนไทยได้มีกินกัน !&amp;nbsp;เพื่อนผมเขาชื่นชอบนักการเมืองคนนึง ตระกูลนึงที่เพิ่งเข้ามาโฆษณาชวนเชื่อล้างสมองชาวบ้าน เพียงไม่กี่ปีว่าทำนั่นทำนี่ให้ชาวบ้าน แต่เขากลับลืมและด่าคนที่มีพระคุณและทำให้พวกเรามาตลอดชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นภาพเด็กรุ่นใหม่โพสท์ภาพปลานิลแล้วถามทำนองแซะว่า กินปลานิลแล้วจะเป็นหนี้บุญคุณมั้ย ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าคนที่ต่อมสำนึกบุญคุณพร่องก็ไม่นึกครับ เพราะทุกวันนี้พวกเขาก็คิดอ่านเหมือนหุ่นยนตร์ไม่มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้ออยู่แล้ว
แต่สำหรับคนไทยเราโดยทั่วไปที่เติบโตมาด้วยการบ่มเพาะให้มีสำนึกรู้บุญคุณคน รู้จักกตัญญู เราก็คงทานปลานิลแล้วก็นึกถึงพระองค์ท่านเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74373</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนวัฒน์ วงค์ไชย, นริศโรจน์ เฟื่องระบิล, บอล ธนวัฒน์, ปลานิลจิตรลดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f35553c5f2f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชทานพันธุ์ข้าว3.6แสนซองวันพืชมงคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพันธุ์ข้าวทรงปลูก 7 พันธุ์กว่า 3.6 แสนซองแก่พสกนิกร-ชาวนา เป็นสิริมงคลวันพืชมงคล กรมข้าวชูงานวิจัยข้าวป่ายับยั้งเซลล์มะเร็ง ส่วนประมงนำร่อง &amp;quot;ปลานิลจิตรลดา 4&amp;quot; ที่เบตงสร้างสันติสุข โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดาเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ไอศกรีมนมระดับพรีเมียม 3 รส &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 พ.ค. เวลา 09.00 น. โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมอนามัย กรมประมง กรมการข้าว โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ร่วมกันแถลงข้อมูลและการจัดแสดงนิทรรศการเนื่องในงานวันพืชมงคล ประจำปี พ.ศ.2561 ณ อาคารศาลามหามงคล ภายในพื้นที่เขตพระราชฐานพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเวลา 10.00 น. วันที่ 14 พ.ค. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทอดพระเนตรความก้าวหน้าโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เนื่องในโอกาสวันพืชมงคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโอภาส วรวาท ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา กรมการข้าว กล่าวรายงานสรุปผลผลิตการดำเนินงานปี 2560 ณ แปลงนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาว่า แปลงนาทดลองฯ มีผลผลิตพืชหมุนเวียนตระกูลถั่วและตระกูลไร่ รวมทั้งสิ้น 325 กิโลกรัม ผลผลิตข้าวนาสวน พันธุ์คัด จำนวน 45 สายพันธุ์ ผลผลิตรวมทั้งสิ้น 24,515 รวง ผลผลิตข้าวนาสวนพันธุ์หลัก จำนวน 7 พันธุ์ รวมทั้งสิ้น 1,799 กิโลกรัม โดยนำผลผลิตข้าวนาสายพันธุ์หลักจำนวน 7 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวเจ้าพันธุ์ปทุมธานี 1 กข &amp;nbsp;71 กข 43 ขาวดอกมะลิ 105 กข 6 กข 57 และข้าวสังข์หยดพัทลุง ผลผลิตรวมทั้งสิ้น 1,799 กิโลกรัม ขอพระราชานุญาตจัดเป็นพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน บรรจุซอง 361,000 ซอง แจกจ่ายให้พสกนิกร ชาวนาผู้สนใจเพื่อเป็นสิริมงคล ส่วนหนึ่งนำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโอภาสกล่าวต่อว่า สำหรับการจัดนิทรรศการในงานวันพืชมงคล ประจำปี พ.ศ.2561 วันที่ 14 พ.ค.นี้ &amp;nbsp;ได้แก่ นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร &amp;quot;น้อมนำคำ &amp;quot;พ่อ&amp;quot; สอน&amp;quot; สานต่อปณิธานการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงงานด้านข้าว นิทรรศการพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงงานด้านข้าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;นิทรรศการพระประวัติพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิทรรศการแปรรูปข้าวเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากข้าว 3 พันธุ์ &amp;nbsp;ได้แก่ พันธุ์ข้าว กข 75 นำมาผลิตเป็นแป้งทำขนมดอกจอก พันธุ์ข้าว ข้าวเหนียวดำหมอ 37 เป็นพันธุ์ข้าวเพาะปลูกมากใน จ.พัทลุง มีวิตามินบี 1 และ 6 ธาตุเหล็ก สังกะสีและไอโอดีนมากกว่าข้าวชนิดอื่น ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำข้าวต้มใบกะพ้อ ขนมพื้นเมืองของชาวใต้สำหรับใช้ในงานบุญ รวมทั้งพันธุ์ข้าว ขะสอ เป็นพันธุ์ข้าวที่ปลูกในระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 1,200-1,500 เมตร เดิมทีชาวลาหู่เป็นผู้ริเริ่มเพาะปลูก สามารถนำมาผลิตเป็นสุราพื้นบ้าน นิทรรศการข้าวเหนียวดำหมอ 37 นิทรรศการข้าวพันธุ์ใหม่ที่รอการรับรอง ข้าวพันธุ์ขะสอ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพล ม่วงงาม นักวิชาการเกษตร ปฏิบัติการ กรมการข้าว กล่าวว่า นิทรรศการในวันพืชมงคลปีนี้ยังมีนิทรรศการข้าวป่ากับคุณค่าทางเภสัชกรรม จะนำเสนอผลการศึกษาข้าวป่าสปีชีส์ O.officinalis ซึ่งพบในเขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ใบของข้าวป่าสปีชีส์นี้มีคุณสมบัติยับยั้งเซลล์มะเร็งได้สูง ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า พบสุนัขป่วยเป็นเนื้องอกที่บริเวณหน้าอก เมื่อได้กินใบของข้าวป่าดังกล่าว ทำให้เนื้องอกยุบลง จึงเก็บตัวอย่างใบนำไปวิเคราะห์ฤทธิ์ในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง ซึ่งผลตรวจพบสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้สูง ทั้งมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเต้านม ปี 2561 จึงเริ่มทำโครงการวิจัยอย่างจริงจัง เน้นการศึกษาเปปไทน์ หากรู้ว่าเป็อะมิโนชนิดใด ก็สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อขยายผลนำไปสู่การใช้ในวงการเภสัชกรรมและวงการแพทย์ ขณะนี้ยังเป็นผลการทดลองเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม พบภัยคุกคามจากการขยายตัวของหมูบ้านจัดสรร ทำให้พื้นที่แปลงข้าวป่าดังกล่าวลดลง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก่อเกียรติ กูลแก้ว ผู้ตรวจราชการกรมประมง กล่าวว่า ปัจจุบันศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำปทุมธานี กรมประมง ทำการทดลองเลี้ยงเปรียบเทียบ &amp;quot;ปลานิลจิตรลดา 4&amp;quot; กับสายพันธุ์เดิมที่มีอยู่ พบว่า ปลานิลจิตรลดา 4 ให้ผลผลิตสูงกว่าถึงร้อยละ 36 และเป็นครั้งแรกที่ อ.เบตง จ.ยะลา ทดลองปฏิบัตินำร่องเป็นหมู่บ้านปลา มีเกษตรกรสนใจเลี้ยง 200 ราย เลี้ยงด้วยระบบน้ำไหล ออกแบบให้มีบ่อระบบน้ำไหลผ่าน 24 ชั่วโมง มีการจัดวางระบบน้ำโดยการวางท่อทางธรรมชาติบางส่วนเพื่อให้น้ำไหลผ่านบ่อเลี้ยง และไหลออกจากบ่อกลับสู่ทางน้ำธรรมชาติตามเดิม ทำให้สามารถผลิตปลาคุณภาพ ไร้กลิ่นโคลนให้ผู้บริโภค ราคาขายอยู่ที่ 100-120 บาทต่อกิโลกรัม จะผลักดันปลานิลเป็นหนึ่งในกุญแจเปิดประตูสันติสุข เพราะปลานิลสร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในงานวันพืชมงคลประจำปี 2561 กรมอนามัยจะจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับโครงการนมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุในประเทศไทย ซึ่งทางกรมร่วมกับโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบัน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 สร้างเด็กไทยฟันดีอย่างยั่งยืน ภายใต้การสนับสนุนด้านวิชาการจากองค์การอนามัยโลก ในรูปแบบการเสริมฟลูออไรด์ผ่านทางนม ซึ่งอยู่ในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนเพื่อป้องกันฟันผุ มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตเด็กไทยที่ดื่มนมที่โรงเรียนทุกวัน เริ่มครั้งแรกที่กรุงเทพฯ เนื่องจากพบปัญหาฟันผุสูง และมีฟลูออไรด์ในน้ำบริโภคต่ำ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาจึงได้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตนมฟลูออไรด์เป็นแห่งแรกในประเทศ ในรูปแบบนมพาสเจอไรซ์ขนาดถุงละ 200 มิลลิลิตร ปริมาณฟลูออไรด์ 0.5 มิลลิกรัมต่อถุง ปัจจุบันโครงการทำใน 12 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ พัทลุง ตรัง อีกทั้งพบปัญหาที่ขอนแก่น สระแก้ว ชลบุรี มีโรงนมที่ร่วมผลิตนมฟลูออไรด์รวม 21 แห่ง กระจายในจังหวัดเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงการมีความก้าวหน้า จากผลศึกษาพบว่าการดื่มนมฟลูออไรด์ต่อเนื่อง 5 ปี ลดโรคฟันผุในฟันแท้ได้ ร้อยละ 34.4 ไม่พบผลเสียเรื่องฟันตกกระ และเด็กยังต้องแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ตามปกติ และจากการกำกับเฝ้าระวังปริมาณฟลูออไรด์ทั้ง 12 จังหวัด พบเด็กได้รับฟลูออไรด์ระดับพอเหมาะป้องกันฟันผุตามค่ามาตรฐาน WHO ปีนี้มีแผนการปรับปรุงข้อมูลปริมาณฟลูออไรด์ในแหล่งน้ำบริโภคของจังหวัดที่ร่วมโครงการ เพื่อจัดทำแผนที่ฟลูออไรด์ต่อไป&amp;quot; นายแพทย์ดนัยกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเจ้าหน้าที่โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา กล่าวว่า ขณะนี้มีแผนดำเนินการปรับปรุงอาคารและโรงงานต่างๆ ของโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อให้มีความเหมาะสมและทันสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มเติมจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อจัดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรด้วย&amp;nbsp;
เจ้าหน้าที่คนเดิมกล่าวว่า ปัจจุบันโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดาเตรียมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ ไอศกรีมนมคุณภาพสูง เพิ่มเติมอีก 3 รสชาติ ได้แก่ ไอศกรีมนมกลิ่นวานิลลา ที่ใช้ฝักวานิลลาแท้ ไอศกรีมนมรสกาแฟผสมอัลมอนด์ และไอศกรีมนมรสช็อกโกแลตผสมช็อกโกแลตชิพ โดยใช้นมผงที่ใช้ผลิตนมอัดเม็ดมาเป็นส่วนประกอบหลักในการผลิต นอกจากนี้มีการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์นมให้มีความทันสมัยและสะดวกในการบริโภคขึ้น โดยหลังจากเสร็จงานนิทรรศการวันพืชมงคล 14 พฤษภาคมแล้ว จะมีการวางจำหน่ายตามร้านค้าโครงการส่วนพระองค์ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากกระแสความนิยมบริโภคผลิตภัณฑ์นมอัดเม็ดจิตรลดา รวมถึงผลิตภัณฑ์นมพาสเจอไรซ์จนขาดตลาดนั้น เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า เกิดจากกำลังการผลิตจำกัดเพียง 5 หมื่นซองต่อวัน อีกทั้งผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูง จึงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวจีนที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ ที่สำคัญที่นี่เป็นเพียงโรงงานสาธิต จึงผลิตในจำนวนจำกัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9028</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการข้าว, กรมประมง, กรมอนามัย, ก่อเกียรติ กูลแก้ว, นพ.ดนัย ธีวันดา, ปลานิลจิตรลดา, พระราชดำริฯ, พีรพล ม่วงงาม, ยะลา, วันพืชมงคล, สวนจิตรลดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อพ.สธ., โอภาส วรวาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af59b66415b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
