<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เปิ้ล ไอริณ” สลัดภาพสาวเซ็กซี่ สวมชุดไทยรำแก้บนหลังได้หนัง 6 เรื่อง!  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นเงียบๆงานเพียบนะคะ สำหรับนักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ &amp;ldquo;เปิ้ล-ไอริณ ศรีแกล้ว&amp;rdquo; ล่าสุดสร้างความฮือฮาหลังจากไปรำแก้บน ที่ วัดพระยาสุเรนทร์ เหตุเพราะขอพรให้มีงานภาพยนตร์ จนมีภาพยนตร์เข้ามาถึง 6 เรื่อง แต่เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วันนี้เปิ้ลได้มาแก้บนที่วัดพระยาสุเรนทร์ ซึ่งจริงๆเปิ้ลมาแก้บนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้ว &amp;nbsp;เริ่มต้นที่เปิ้ลได้รู้จักศาลพระยาสุเรนทร์ก็เกิดจากว่า เปิ้ลมาซื้อบ้านอยู่ในซอยพระยาสุเรนทร์ ทีนี้ก็มีพี่ๆวินมอเตอร์ไซค์เขาเจอเปิ้ล เขาก็บอกว่ามาอยู่พระยาสุเรนทร์ ไปไหว้พระยาสุเรนทร์หรือยัง ท่านศักดิ์สิทธิ์มากเลย และท่านชอบช่วยคนดีด้วย ใครมาบนอะไรก็ได้หมดเลย เราก็นึกในใจว่าเราก็อยากลอง เลยมาไหว้ท่าน ครั้งแรกเปิ้ลก็นึกในใจขอยากๆเลยดีกว่า เปิ้ลก็มาบนขอท่านว่าเปิ้ลของานฮอลลีวูด ของานต่างประเทศที่ได้ร่วมงานกับชาวต่างชาติเลย ขอเป็นภาพยนตร์ แล้วเปิ้ลก็ขอให้ได้แสดงความสามารถ ได้บู๊ เพราะฝันอยากเล่นบทบู๊ ก็ยังนึกในใจว่าเราต้องแก้บนด้วยอะไรมองไปรอบๆเห็นว่าศาลมีใบไม้หล่นร่วงเยอะมาก 6-7 ปีก่อนยังไม่มีศาล เราก็เลยบนว่าถ้าลูกได้จะมาทำความสะอาดเช็ดถูศาล 7 วัน เพราะช่วงนั้นมาทำบุญใส่บาตรที่นี่เกือบทุกวันอยู่แล้ว ตั้งใจว่าใส่บาตรเสร็จก็เดินมากวาด คิดแค่ว่าจะทำประโยชน์อะไรดี แล้วก็ผ่านไปแค่ 3 วันอยู่ๆ หญิง จุฬาลักษณ์ ติดต่อมาให้เล่นเรื่อง REBIRTH หนังที่ทำร่วมกับชาวฝรั่งเศส และในเรื่องเราก็รับบทบู๊ เราก็เลยรีบมาแก้บนโดยการกวาดทำความสะอาดศาล 1 อาทิตย์เลยค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนั้นเราก็ยังคิดว่าเราฟลุคหรือเปล่า ก็มาบนขออีก ลูกสงสัยว่ามันบังเอิญหรือเปล่า ขออีกสักรอบนึง คราวนี้ลูกจะถวายนางรำให้แล้วกัน ขอภาพยนตร์อีกสักเรื่องที่ใส่ชุดโบราณได้ไหม แล้วลูกจะมาถวายนางรำ หลังจากนั้นแค่ 3-4 วัน ก็ได้รับการติดต่อให้เล่นเรื่องปลาบู่ทอง ก็คิดว่าอันนี้ไม่บังเอิญแล้วล่ะ ก็เลยนำนางรำชุดเล็กมารำถวายท่าน มาถวายเสร็จก็กลับมาอีก ขอเรื่องงานอีก คือที่ขอเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานล้วนๆ ครั้งที่สามก็ขอว่าถ้าได้จะถวายรำเป็นนางรำชุดใหญ่ขึ้น ก็ได้อีก ทุกครั้งที่มาขอเปิ้ลได้ทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครั้งล่าสุดเปิ้ลก็มาขอท่านว่า ลูกขอภาพยนตร์ต่างประเทศอีกครั้งสักเรื่องนึง ถ้าได้ลูกจะมาถวายนางรำ แต่ถ้าเผื่อลูกได้สองเรื่องลูกจะมารำเองเลยเจ้าค่ะ หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าด้วยอะไรนะคะ ภายในระยะเวลาแค่ 1-2 สัปดาห์ เปิ้ลได้ภาพยนตร์ทั้งหมด 6 เรื่องค่ะ เรื่องแรกชื่อ เมอริสัน ภาพยนตร์ประกวดของเวนิส เรื่องนี้ผู้กำกับที่เคยชนะรางวัลจากเรื่อง กระเบนราหู เป็นคนทำ เราไปแคสติ้งไว้สรุปก็คือตอบรับเรียบร้อยแล้วค่ะ ก็มาต่อเนื่องเลย มีเรื่อง เพลิงพิศวาส, วิญญาณอาถรรพ์ และ หล่อนชื่อสโรชา เป็นของอาพยุง พยกุล ทั้ง 3 เรื่องเลย และมีภาพยนตร์ที่จะเริ่มถ่ายเร็วๆ นี้คือเรื่อง พร้อมอภัย ของพี่ด๊อง (วุฒิชัย เจตน์ตระกูลวิทย์) คือ ทั้งหมด 6 เรื่องเลยค่ะ จำชื่อทั้งหมดไม่ได้ เราก็งงว่ามายังไง 6 เรื่องเลย ดีใจมากๆค่ะ วันนี้ก็เลยมารำแก้บน ล่าสุดนี่เพิ่งขอไปเมื่อปลายๆ ธันวาคมที่ผ่านมาเองค่ะ พอเข้าปีใหม่ก็มีข่าวดีทยอยมาเลย ก็เลยมาแก้บน ซึ่งเปิ้ลเลือกการรำ เพราะเปิ้ลมีความชอบเกี่ยวกับเรื่องการรำชุดนี้เป็นชุดแบบเดียวกับที่เปิ้ลรำในเพลงรักหมดโปรด้วย ที่เลือกรำแก้บน เปิ้ลเชื่อว่าที่เขามีการแก้บนกันโดยจุดประทัด จุดพลุ เปิ้ลรู้สึกว่านอกจากจะสร้างมลพิษเสียงแล้ว ยังเป็นมลพิษทางอากาศด้วย ทำให้ผู้คนรอบข้างแตกตื่นตกใจมากกว่า แล้วก็ทำให้อากาศที่มันเป็นฝุ่นควันอยู่แล้วมันยิ่งแย่ลงกว่าเดิม เปิ้ลเลยเชื่อว่าการรำนอกจากเราจะได้สืบสานวัฒนธรรมไทยแล้ว เวลารำทุกครั้ง อย่างเมื่อกี้ก็จะมีป้าๆ แม่ๆ มาให้กำลังใจ และทุกคนก็สนุก มีความเพลิดเพลินบันเทิงใจกับสิ่งที่เราตั้งใจแสดงออกมา และสิ่งสำคัญคือตัวเราเองได้สร้างสรรค์สิ่งดีๆ และทำให้คนรอบข้างมีความสุขไปด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90556</URL_LINK>
                <HASHTAG>REBIRTH, ด๊อง-วุฒิชัย เจตน์ตระกูลวิทย์, ปลาบู่ทอง, พยุง พยกุล, พร้อมอภัย, รำแก้บน, วัดพระยาสุเรนทร์, วิญญาณอาถรรพ์, หล่อนชื่อสโรชา, เปิ้ล-ไอริณ ศรีแกล้ว, เพลิงพิศวาส, เมอริสัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_60093025a1c6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;นิยาย-นิทานพื้นบ้าน&quot; คนรุ่นตายาย  สอนความกตัญญู-ปลูกนิสัยการอ่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;วรรณกรรมพื้นบ้าน&amp;rdquo; อาทิ นิยาย และนิทานพื้นบ้าน ไม่เพียงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับผู้สูงวัยมายาวนาน แต่ทว่ายังเป็นแหล่งความรู้และความบันเทิงของคนยุคก่อนก็ว่าได้ ที่สำคัญภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นจากวรรณกรรมดังกล่าว ยังเป็นตัวเชื่อมให้ผู้สูงอายุรู้สึกคุ้นกับนิยายพื้นบ้านของไทยมากขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทั่งหยิบยกสาระและแง่คิด ถ่ายทอดให้กับลูกหลานได้รับฟัง อาทิ นิทานเรื่องปลาบู่ทอง สังข์ทอง แก้วหน้าม้า และนิยายอย่างมนต์รักลูกทุ่ง เป็นต้น ในยุคที่การอ่านหนังสือเป็นรูปเล่มอาจจะพบได้น้อยลง แต่ประโยชน์ของการอ่าน ย่อมมีอยู่ไม่น้อย งานนี้คุณตาคุณยายรักการอ่าน ได้มาสะท้อนถึงวรรณกรรมพื้นบ้านในดวงใจให้ทราบกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(สุภาพร พิชิตทรรณ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;มนต์รักลูกทุ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คุณป้าสุภาพร พิชิตทรรณ วัย 63 ปี บอกให้ฟังว่า &amp;ldquo;นิยายเรื่องมนต์รักลูกทุ่ง เป็นนิยายเรื่องแรกที่ป้าเริ่มอ่านตั้งแต่ตอนอายุประมาณ 15 ปี และก็เป็นนิยายที่ทำให้ป้าเริ่มจำตัวหนังสือ และทำให้ฝึกอ่านหนังสือมาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ค่ะ ส่วนคติสอนใจที่ได้จากนิยายเรื่องนี้คือ การสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของคนรุ่นก่อน โดยเฉพาะการปลูกข้าวทำนา และมีงานรื่นเริงอย่างงานรำวงต่างๆ ที่เป็นมหรสพที่สร้างความบันเทิงให้กับคนยุคก่อน สะท้อนการสู้ชีวิตและการแสดงออกถึงความรักของคนยุคเก่าได้ดี และแม้ว่ายุคนี้เด็กจะอ่านหนังสือน้อยลง แต่ป้าก็อยากให้เด็กๆ หันมาอ่านหนังสือให้มากขึ้น โดยเฉพาะนิยายพื้นบ้าน กระทั่งหนังสือนิทานพื้นบ้าน และจดจำในสิ่งที่ดีๆ ของหนังสือ เพื่อนำมาใช้ในชีวิต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(สุชัญญา ตุ้มเทียน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปลาบู่ทอง-สังข์ทอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คุณป้าสุชัญญา ตุ้มเทียน หรือป้าแดง วัย 67 ปี บอกว่า &amp;ldquo;สมัยตอนที่ป้ายังเด็กนั้นคุณตาคุณยายได้เล่านิทานพื้นบ้านเรื่องปลาบู่ทอง และเรื่องสังข์ทองให้ป้าฟัง พอโตขึ้นก็ได้มีโอกาสดูหนังดูละครทั้ง 2 เรื่องนี้ สำหรับแง่คิดที่ป้ามองว่าได้จากนิยายพื้นบ้านทั้ง 2 เรื่อง คือทำให้ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนสมัยก่อน และความกตัญญูรู้คุณของตัวละครทั้ง 2 เรื่อง ซึ่งแง่คิดตรงนี้ก็ได้นำมาใช้สอนลูกหลาน เพื่อให้เขาได้สอนลูกๆ ของเขาต่อไป และส่วนหนึ่งทำให้ประวัติศาสตร์ของนิยายพื้นบ้านของเราไม่หายไป และผู้ปกครองยังสามารถสอนลูกๆ ให้เป็นเด็กดี และทำกิจกรรมร่วมกัน ผ่านการอ่านนิยายพื้นบ้านค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(พรชัย ชาติสุทธิพงศ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางสิบสอง-สังข์ทอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คุณลุงพรชัย ชาติสุทธิพงศ์ บอกว่า &amp;ldquo;ประโยชน์ของการอ่านนิยายพื้นบ้านของไทย อย่างเรื่องนางสิบสอง และเรื่องสังข์ทองนั้น มันได้ทั้งความเพลิดเพลินและสอนเรื่องความกตัญญู และนิยายพื้นบ้านดังกล่าว ยังสอดแทรกแง่คิดเรื่องความมีคุณธรรม ซึ่งอาจจะหาอยากได้ในคนยุคนี้ ดังนั้นในฐานะคนรุ่นเก่าที่ได้เคยอ่านวรรณกรรมดังกล่าวมาก่อนแล้ว ก็อยากให้เด็กรุ่นใหม่หันมาอ่านนิยายแนวนี้ดูบ้าง เพราะเด็กยุคนี้มักจะอยู่กับการเล่นมือถือตลอดเวลา ถ้ารู้จักแบ่งเวลาในวันว่างโดยการหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน ก็จะช่วยพักสายตาการจ้องหน้าจอได้ ที่สำคัญยังสามารถนำความรู้จากนิยายพื้นถิ่น โดยเฉพาะเรื่องของคุณธรรมและความกตัญญูไปปรับใช้ ก็จะทำให้สังคมน่าอยู่มากขึ้นครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(ถวิล ธนขันธ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แก้วหน้าม้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คุณลุงถวิล ธนขันธ์ วัย 70 ปี ที่ชื่นชอบการอ่านหนังสือบอกว่า &amp;ldquo;ผมชอบอ่านหนังสือมากครับ ทุกวันนี้ก็ยังอ่านอยู่เสมอ เช่น หนังสือสวดมนต์ที่ผมพกติดตัวมาอ่านเสมอๆ แต่ถ้าย้อนกลับไปตอนวัยหนุ่มสาวนั้น นิยายที่ผมเคยอ่านคือเรื่องแก้วหน้าม้าครับ ประโยชน์ที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ สอนให้รู้เกี่ยวกับความซื่อสัตย์และการเป็นคนที่จิตใจดี อีกทั้งไม่เอาเปรียบผู้อื่น และนิยายเรื่องนี้ยังสอนเรื่องความยุติธรรมอีกเช่นกันครับ ผมคิดว่าถ้าเด็กได้อ่านนิยายพื้นบ้านของเราในลักษณะแบบนี้ แน่นอนว่าจะช่วยทำให้เขามีความรู้เพิ่มเติม และสอนใจให้สามารถทำตามแง่คิดดังกล่าวได้ เพียงแต่ว่าผู้ปกครองจะต้องคอยอ่านหนังสือให้ลูกหลานฟัง เพื่อเป็นแบบอย่างของการอ่านหนังสือของเด็กๆ ครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปลาบู่ทอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คุณป้าเตือนใจ พุ่มดี วัย 65 ปี บอกว่า &amp;ldquo;ตอนที่ป้ายังเด็กๆ นั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ปลูกฝัง เรื่องการอ่านหนังสือให้ป้าฟัง และพอโตขึ้นมาป้าก็ได้อ่านนิยายเรื่องปลาบู่ทอง ที่ทำให้ป้าได้แง่คิดของความกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ และทำให้เด็กๆ รักพ่อรักแม่ และตอนนี้โลกเปลี่ยนไปเด็กชอบอยู่กับมือถือมากขึ้น ดังนั้นคงจะดีไม่น้อยถ้าหากว่าผู้ปกครอง สามารถยึดเวลาของการเล่นโซเชียล โดยการให้ลูกแบ่งเวลามาอ่านหนังสือจากกระดาษมากขึ้น เพราะอย่าลืมว่าหนังสือทุกเล่มทุกแนว ไม่เว้นแม้แต่นิยายพื้นบ้านนั้น ย่อมมีประโยชน์ทั้งการสอนแง่คิดการใช้ชีวิต และยังทำให้เด็กเรียนรู้เรื่องราวประเพณี วัฒนธรรมไทยในเรื่องต่างๆ ผ่านการเล่าของตัวละคร ที่เด็กๆ สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตปัจจุบันได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ท่ามกลางนิยายแฟนตาซีจากนักเขียนต่างประเทศ ที่ว่าน่าสนใจตื่นเต้นชวนติดตามแล้ว ทว่านิยายและนิทานพื้นบ้านของไทย ที่สอดแทรกแง่คิดการใช้ชีวิต โดยเฉพาะความกตัญญูรู้คุณบิดามารดา ที่ปู่ย่าตายายอ่านต่อๆ กันจากรุ่นสู่รุ่น ย่อมเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นแบบอย่างให้เด็กรุ่นใหม่ หันมารักการอ่านมากขึ้นจริงไหมค่ะ...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57971</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ถวิล ธนขันธ์, นางสิบสอง, ปลาบู่ทอง, พรชัย ชาติสุทธิพงศ์, มนต์รักลูกทุ่ง, สังข์ทอง, สุชัญญา ตุ้มเทียน, สุภาพร พิชิตทรรณ, เตือนใจ พุ่มดี, แก้วหน้าม้า, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e52760c63745.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
